ตอนที่ 11 อำลาหน้าที่
ฉีจิ่งเฮ่าเลือกที่จะไม่เจรจากับฮูหยินใหญ่และเอาแต่ถามนายท่านใหญ่อยู่แบบนั้น “ท่านโหวเื่ชัดเจนแล้วหรือยังว่าที่แท้เป็ใครกันแน่ ข้า้าฟังด้วยหูของข้าเอง มิเช่นนั้นก็คงต้องเป็แพะรับบาปแบบไม่มีเหตุผลข้าแทบจะพูดอะไรไม่รู้เื่แล้ว!”
ก็จริง หากที่แท้มิใช่เขาแต่กลับต้องโชคร้ายถูกลากไปข้องเกี่ยว เขาย่อมไม่้าที่จะพัวพันเื่แบบนี้ใครจะอยากไปยุ่งด้วย ดังนั้นตอนเรียกนายท่านใหญ่จึงได้เปลี่ยนไปเรียกชื่อทางการ
พอดีที่กู้เซิงโหรวเองก็อยู่ด้วย หาก้าคำยืนยันก็คงทำได้ชัดเจน จะได้ไม่ยุ่งยากในภายหลัง
ดูเหมือนนายท่านใหญ่เองก็ถามไปแล้ว ไม่เช่นนั้นคงไม่ตีกู้เซิงโหรวจนเกือบตายแบบนี้พอฉีจิ่งเฮ่าเอ่ยถาม จึงไม่มีทางที่นายท่านใหญ่จะไม่ให้ความกระจ่าง โชคไม่ดีที่คนในครอบครัวตัวเองลากคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องเป็ภรรยาของตนที่ยังไม่ทันได้ตรวจสอบให้แน่ชัดก็ลงมือไปเสียก่อน
นายท่านใหญ่จ้องเขม็งไปที่ฮูหยินใหญ่ด้วยความโมโหแล้วลุกขึ้นยืน
พอเขาลุกขึ้น กู้เซิงโหรวที่นั่งกองอยู่กับพื้นก็ใกรีดร้องเสียงแหลมออกมาทั้งร่างสั่นสะท้านและขดตัวเข้าหากัน!
นายท่านใหญ่จ้องเขม็งไปที่บุตรสาวครู่หนึ่ง แล้วเดินมาหยุดตรงหน้าฉีจิ่งเฮ่าก่อนกระแอมขึ้นด้วยความโมโหทั้งอึดอัดทั้งไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร ในที่สุดจึงเอ่ยขึ้น “เข้าใจผิดน่ะ ไม่ใช่…เ้าหรอก...”
ฉีจิ่งเฮ่าหันขวับไปหาฮูหยินใหญ่ “ฮูหยินใหญ่เล่าว่าอย่างไร?”
ฮูหยินใหญ่สะบัดหน้าหนี นางยังคงโทษเขาสินะ
ฉีจิ่งเฮ่าตีหน้าขรึม “ฮูหยินท่านโหวหากท่านยังคงเป็เช่นนี้ข้าก็คงต้องขอพูดให้ชัดเจน! ท่านเรียกตัวข้าไปแม้แต่ถามสักคำก็ไม่มี ทั้งยังด่าว่าข้าด้วยคำพูดต่ำช้ามากมาย หาว่าข้าบังคับข่มเหงบุตรสาวท่านขณะที่ตัวข้าเองยังมิทันได้เข้าใจว่าเกิดเื่อะไรขึ้น ท่านก็ลงมือตีข้าถึงสองครั้งโดยไม่ไว้หน้ากันเลยสักนิดข้าถึงได้โมโหอย่างไรเล่า! ท่านไม่ยอมพูดจากันดีๆ แล้วลงไม้ลงมือก่อนอย่างชัดเจนข้าจึงไม่้าจะเจรจากับท่านอีก เมื่อออกมาข้าก็พบเข้ากับท่านโหว จึง้าถามให้แน่ชัดว่านี่มันเื่อะไรกันแน่ใครจะรู้ว่าท่านปกปิดท่านโหวไว้...เื่ทั้งหมดจึงเป็เช่นนี้มิใช่หรืออย่างไร?!”
เขาจ้องฮูหยินใหญ่เขม็ง “เื่แบบนี้บุรุษอย่างข้าควรที่จะยอมรับไปเรื่อยอย่างนั้นหรือเหตุใดท่านไม่คิดสักนิดเล่า ว่าตัวเองกำลังใจร้อนก่อเื่โดยมิทันได้ไตร่ตรองให้ดีเสียก่อนแล้วดูตอนนี้เถิด ท่านกลับทำหน้าตายใส่ข้าอย่างนั้นหรือ ข้าขอถามแท้จริงแล้วใช่ข้าหรือไม่! กู้เซิงโหรวบุตรสาวของท่านก็อยู่ที่นี่หากท่านไม่พูด ข้าจะถามนางเอง! ว่าเป็ข้าหรือไม่ที่ทำให้ท้องนางใหญ่ขึ้นมา!”
คำพูดนี้รุนแรงทีเดียว ฮูหยินใหญ่แทบทนฟังไม่ไหว นางโกรธจนแทบจะเป็ลมเสียให้ได้!
อย่างน้อยนายท่านใหญ่ก็ยังต้องคิดให้รอบคอบก่อนจะทำอะไรคนที่ท้องก่อนแต่งคือบุตรสาวของตน นายท่านใหญ่เองก็โกรธ แต่มิได้ทำอะไรโดยไม่ไตร่ตรองให้ดีก่อนเหมือนฮูหยินใหญ่ฉีจิ่งเฮ่าถึงแม้จะมาสังสรรค์ที่จวนโหวบ่อยครั้ง แต่ก็ทำอย่างเปิดเผยและอยู่ในสายตาผู้ใหญ่มาโดยตลอดอีกทั้งคนผู้นี้ก็ยังเป็ญาติสนิทของครอบครัวฮูหยินผู้เฒ่า ถือว่ามีฐานะพอควรที่สำคัญคือเื้ัมีความเป็มา มิใช่คนที่จะไปยุ่งด้วยได้โดยไม่มีเื่ตามหลัง
นายท่านใหญ่ซึ่งกำลังโมโหมากตะคอกใส่ฮูหยินใหญ่ทันที “เ้ารีบพูดให้ชัดเจนเดี๋ยวนี้!”
ฮูหยินใหญ่โกรธจนสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง แต่ไม่กล้าต่อต้านนายท่านใหญ่ จึงได้แต่กัดฟัน“ไม่ใช่...เ้า!” เพราะกำลังโมโหมากราวกับกำลังไม่ได้รับความเป็ธรรมและถูกทำให้อับอายใบหน้าของฮูหยินใหญ่จึงเกร็งจนแทบจะเปลี่ยนรูปเสียให้ได้
ถังชิงหลวนที่ยืนอยู่นอกเรือนได้ยินแล้วก็รู้สึกประหลาดใจ! ฮูหยินใหญ่จัดการเื่มามากมาย แต่เื่สำคัญขนาดนี้กลับพลาดอย่างนั้นหรือตอนนี้ใครจะรู้ว่าเื่แพร่ออกไปแล้วหรือไม่ ถึงอย่างไรก่อนหน้านี้ก็มีเพียงสามสี่คนเท่านั้นที่รู้แต่ในตอนนี้นางไม่กล้ายืนยันแล้วว่ายังเป็เช่นนั้นอยู่หรือไม่ ในจวนแห่งนี้ บริเวณกรอบประตูนั้นที่ยืนกันอยู่นั่นก็คนทั้งนั้นมิใช่หรือ
พลันใจนางก็กระตุกขึ้นมา ถึงแม้จะดูเป็การซ้ำเติมอยู่บ้าง แต่นี่อาจเป็โอกาสดีที่นางจะสามารถปลดตัวเองออกจากกรงขังอย่างจวนแห่งนี้ที่พันธนาการนางมาตลอดก็เป็ได้
ไม่สิ! นี่ไม่ถือว่าเป็การซ้ำเติม เพราะต่อให้นางไม่ได้ตรวจรักษาให้บรรดาญาติฝ่ายหญิงของจวนโหวแล้วคนที่นี่ก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะพูดว่าถ้าไม่มีหมอประจำตรวจรักษาแล้ว หากญาติฝ่ายหญิงของจวนโหวป่วยไข้ไปจะทำอย่างไรแน่
แต่สำหรับนางนั้นผลลัพธ์ที่ได้จะต่างออกไปโดยสิ้นเชิง นางจะเป็อิสระ คนป่วยไข้ทั่วไปสามารถมารับการรักษาจากนางได้โดยไม่ต้องกังวลว่าหากคนในจวนโหวรู้เข้าจะทำให้บิดาของนางต้องเดือดร้อน ตัวนางเองก็เป็หมอคนหนึ่งแต่กลับถูกกักขังเอาไว้เช่นนี้จะไปตรวจร่างกายรักษาโรคให้ใครก็ไม่ได้
ต่อไปนางก็คงไม่ต้องมาพัวพันกับเื่ราวต่างๆ ของจวนโหว ไม่ต้องเกี่ยวข้องกันอีกมิเช่นนั้นหากวันใดเกิดรับรู้เื่เสียหายขึ้นมา คงไม่พ้นต้องสบถสาบานถึงจะถอนตัวออกมาได้แน่ และถ้าหากมีวันหนึ่งต้องรับรู้เื่ราวซึ่งไม่สามารถพูดออกมาได้เช่นนี้อีกก็คงต้องคอยเป็ห่วงชีวิตตัวเองและเส้นทางในอนาคตของบิดาอีกไม่จบสิ้น...
เื่เช่นนี้ยากที่จะพูด หากยังปล่อยไปเช่นนี้จะมีสิ่งใดมารับประกันว่านางจะต้องตรวจรักษาให้เหล่าสตรีในจวนโหวไปตลอดชีวิตหรือไม่สุดท้ายก็คงไม่พ้นถูกคนจวนโหวอาฆาตแค้น บิดาของนางเองก็คงไม่ปลอดภัย ครอบครัวก็คงต้องมีจุดจบที่อันตราย!
นายท่านใหญ่ตบไหล่ฉีจิ่งเฮ่าสองสามที ก้าวออกมายืนตรงหน้าประตูแล้วเอ่ยเสียงเบา“เ้าเห็นแล้วใช่หรือไม่...นี่เป็เื่เข้าใจผิดจิ่งเฮ่า เ้าเองก็รู้ว่าอาสะใภ้ของเ้าเวลาโมโหก็มักจะเลอะเลือนเช่นนี้เื่ที่ใหญ่ไปกว่านั้น...”
เสียงนายท่านใหญ่เบามากทีเดียว ถังชิงหลวนได้ยินแค่บาง่บางตอนเท่านั้น นางเรียกติงเซียงให้มาเก็บของเงียบๆส่วนตัวเองก็ยืนขึ้น พลางใช้ความคิดว่าตนจะเข้าไปพูดอย่างไรดี
ดูเหมือนนายท่านใหญ่กำลังปลอบใจฉีจิ่งเฮ่า การถูกกล่าวโทษด้วยข้อหาเช่นนี้ไม่ว่าใครก็ย่อมต้องโกรธเป็ธรรมดา
โชคดีที่ฉีจิ่งเฮ่าเป็คนใจกว้าง จึงไม่ถือสาอีก เขาเลื่อนสายตามามองถังชิงหลวนเมื่อครู่นี้นางยังยืนยันว่าจะออกไปให้ได้ เหมือนไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวด้วย แต่ตอนนี้กลับไม่ไปไหนเอาแต่ยืนอยู่ตรงนั้นเหมือนอยากพูดบางอย่าง คิ้วของฉีจิ่งเฮ่าจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
“ไม่เป็ไรมิได้ขอรับ เื่นี้ข้าเองก็ไม่ทันระวัง เพราะใที่จู่ๆก็ถูก...โดยไร้เหตุผลเช่นนั้น จึงวู่วามไปบ้าง ในเมื่อเื่ราวกระจ่างแล้วก็จบเมื่อครู่การกระทำของข้าก็ไม่สมควรเท่าไรนัก” ทั้งที่กำลังคุยกับนายท่านใหญ่แต่สายตาของฉีจิ่งเฮ่ากลับจ้องมองแต่ถังชิงหลวน
นายท่านใหญ่เห็นว่าอีกฝ่ายมิได้โกรธแล้ว จึงพยักหน้าอย่างสบายใจและเพราะฉีจิ่งเฮ่าเอาแต่จ้องมองถังชิงหลวนจนเขาเองก็คงรู้สึกได้ จึงเบนสายตาไปยังถังชิงหลวนเช่นกัน
ในที่สุดก็สบโอกาส ถังชิงหลวนรีบตรงเข้าไปทันที “นายท่านใหญ่ ข้ามีเื่อยากจะพูดด้วยเ้าค่ะ”
ตอนนี้นายท่านใหญ่มิได้อารมณ์ดีนัก กอปรกับยังต้องเข้าไปคุยเื่ร้อนกับกู้เซิงโหรวอีกสีหน้าจึงไม่ค่อยดี เพียงตอบแค่ ‘อ้อ’ แล้วเอ่ยถาม “คุณหนูถังมีเื่อะไรหรือ”
ถังชิงหลวนรีบตอบ “เป็เช่นนี้เ้าค่ะ...ตอนนี้ข้าได้ตรวจรักษาให้กับญาติฝ่ายหญิงของจวนโหวมากว่าสองปีแล้วเหล่าคุณหนูในจวนล้วนมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง ฮูหยินผู้เฒ่าและฮูหยินทั้งหลายก็มิได้เจ็บป่วยข้าอยู่ที่นี่ทั้งวันก็ไม่มีอะไรทำ จึงอยากจะถอนตัวจากหน้าที่ในจวนโหวเพื่อไปรักษาผู้คนทั่วไปเ้าค่ะ”
นางเว้นระยะไปเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อ “แน่นอนว่าถ้าต่อจากนี้เหล่าญาติสตรีของจวนโหวเกิดไม่สบายและหากยังเชื่อใจข้าก็ยังคงไปหาข้าได้ ความหมายของข้ามีเพียงจะไม่ขออยู่ประจำรักษาให้เฉพาะญาติสตรีของจวนโหวแล้วเ้าค่ะส่วนเื่เบี้ยหวัด ทางจวนโหวก็ไม่ต้องให้ข้าอีก”
นายท่านใหญ่ยังไม่ทันได้พูดอะไร ฮูหยินใหญ่ที่อยู่ในเรือนก็ก้าวออกมาแล้วเอ่ยเสียงดัง“เ้าหมายความว่าอย่างไร?!”
ที่จริงพวกเขาที่อยู่ด้านนอกก็กำลังพูดคุยกันดีๆ เมื่อจู่ๆนางออกมาตะคอกเสียงดังเช่นนั้นทำให้นายท่านใหญ่ที่ยืนอยู่หน้าประตูถึงกับสะดุ้งใแล้วหันขวับไปมองสายตาเต็มไปด้วยความฉุนเฉียว
ถังชิงหลวนมองไปที่ฮูหยินใหญ่ “ฮูหยินใหญ่เ้าคะความหมายของข้าชัดเจนอยู่แล้วว่าจะไม่รักษาให้เฉพาะญาติสตรีของจวนโหวอีกต่อไป หลังจากนี้ข้าจะรักษาผู้ป่วยอื่นด้วยเบี้ยหวัดที่เคยให้ข้าทุกเดือนก็ไม่ต้องให้อีกแล้วเ้าค่ะ...ข้าเองก็ต้องขอบคุณเหล่าฮูหยินและคุณหนูที่ดีกับข้ามาตลอดเพียงแต่ตอนนี้ข้าอยากรักษาผู้คนให้มากขึ้นเ้าค่ะ...”
ฮูหยินใหญ่เดินเข้ามาแล้วเอ่ยเสียงดัง “เ้า้าหมายถึงสิ่งใดกันแน่?!”
แม้ถ้อยคำที่นางเอ่ยจะเป็ประโยคเดิมก็ตาม
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/8892e502b7dd0f501cb1819d83b32a83