บรรยากาศในห้องทดลองยังคงเคร่งเครียด นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายยังคงเร่งมือและระดมความคิดกันอย่างมาก
เมื่อท่านประธานมาตรวจงาน ท่านดอกเตอร์ทั้งสองได้อวดผลงานไปแล้วซึ่งผลงานนั้นทำให้ท่านพอใจมาก
"ยังไม่หมดเท่านั้นนะค่ะ ท่านประธน โปรดมาทางนี้ค่ะ" นักวิทยาศาสตร์ขั้นปริญญาโทด้านการปรับปรุงพันธุ์ได้ส่งเสียงร้องขอให้ท่านประธามมาชื่นชมผลงานของเธอบ้าง
"โอ้ คุณบอม มีอะไรให้ผมอึ้งอีกเหรอ? ไหนมาดูสิ" ท่านประธานให้ความสนใจทันที
"เมื่อคนแปลงร่างเป็มดก็เป็เื่ดีค่ะ จะได้ทำงานในพื้นที่แคบ ๆ ได้ แต่ถ้าเป็พื้นที่กว้างล่ะค่ะ" บอมสาวสวยเริ่มชงสมมุติเหตุการณ์ให้ฟัง
"เออ ๆ นั่นสิ ถ้าที่กว้าง ๆ มิต้องวิ่งกันขาลากรึ? มีวิธีแก้ไหม? คุณนักวิทย์" ท่านประธานแกล้งถามต่อไป
"มีสิค่ะ มาทางนี้ค่ะ" สาวบอมภูมิใจนำเสนอมากวันนี้
เธอผายมือเชิญท่านไปที่ตู้เก็บน้ำยา ในนั้นมีหลอดทดลองหลายหลอดทุกหลอดมีน้ำยาสีน้ำตาลอยุ๋สองในสามส่วนของหลอด เมื่อท่านประธานเห็น เขารู้สึกแปลกใจ
"นี่อะไร ไอติมหลอดรึคุณ? ท่านประธานพูดยิ้ม ๆ ทำหน้ามึม ๆ
“นี่คือ...." เธอก็ยังไม่เฉลยสักที
"บอกชั้นสิ เธอนี่จอมลีลาจริง ๆ" ท่านประธานโดนเข้ามั่ง
สาวนักวิทยาศาสตร์ยิ้มอ่อน ก่อนจะใช้เครื่องมือหยิบเอาเ้าน้ำยามาถือไว้
"เชิญท่านประธานดูให้ดี ๆ นะคะ" เธอพูดพร้อมกับเปิดตู้เลี้ยงมดทดลองเล็ก ๆ ใบหนึ่งซึ่งข้างในนั้นมีมดอยู่ตัวหนึ่ง ถ้าเราไม่สังเกตุ มดตัวนี้จะตัวเล็กมาก ๆ เธอหยดน้ำยาใส่ไปที่ตัวมด
"ท่านประธานควบคุมสติให้ดี ๆ นะค่ะ ความมหัศจรรย์จะเริ่ม ณ บัดนี้" สิ้นเสียงเธอ ท่านประธานได้หันไปมองที่มดตัวนั้น ปรากฏว่าร่างของมันขยาดใหญ่มาก ๆ ใหญ่จนท่านประธานใ
"เอามันออกไป ผมจะกัดผม ผมกลัวมดั์นี่ เร็ว เอามันออกไป" ท่านร้องเสียงหลงเลย
ถึงท่านจะร้องอย่างไรก็เหมือนไม่มีใครสนใจเพราะเพียงห้าวินาที มันก็กลับร่างเดิม เป็ตัวเล็กจิ๋วเดียวเท่านั้น ท่านเห็นดังนั้นจึงเอมือจับที่หน้าอกตัวเอง
"โล่งอกไปที นึกว่าจะต้องเป็อาหารมดซะแล้ว ทีหลังคุณจะทำอะไร บอกกันก่อนก็ดีนะ" ท่านประธานทำเสียงเข้ม
"ได้ค่ะ ขอโทษท่านประธานด้วยค่ะ" เธอพูดยิ้ม ๆ
"ว่าแต่ น้ำยาเพิ่มขนาดของดิชั้น เยี่ยมมั้ยค่ะ" เธอยังไม่ยอมเพราะยังไม่ได้รับคำชมจากเ้านายเลย
"ดี ดีมาก ดีจนเกือบหัวใจวายตาย" ท่านทำหน้าดุ ๆ ท่าทางของเขาทำเอาทุกคนหัวเราะกันจนท้องแข็งเลย
------------------------------------------------------
เมื่อท่านตรวจจนครบจบหมดทุกอย่างแล้ว ท่านพอใจเป็อย่างมากจริง ๆ ทีนี้ไม่ว่าคนหรือมดก็ย่อมเข้าใจกัน พูดคุยสื่อสารกันได้แล้ว เขาหวังว่าการทดลองเหล่านี้จะนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
“โอเค ท่านดอกเตอร์ทั้งหลาย พวกท่านเก่งกันทั้งนั้นเลย ผมดีใจมากที่เงินของผมไม่สูญเปล่า การวิจัยนี้จะช่วยให้เรา ไม่ต้องเหนื่อยกันอีกต่อไป” ท่านประธานกล่าวชื่นชมทุกคน
เมื่อท่านประธานได้เสร็จจากการตรวจงานที่ศูนย์วิจัยมดก็ได้เดินออกมา สีหน้าอันยิ้มแย้มของเขาก็เปลี่ยนไปทันที ลูกน้องคนสนิท ใส่ชุดดำ คอยเป็บอดี้การ์ดให้เขาตลอดเวลา คนหนึ่งเดินนำหน้า อีกสองคนคอยอารักขาซ้ายขวา
หนึ่งในนั้น เมื่อเห็นท่านประธานเดินมาได้สักครู่แล้ว จึงพูดขึ้นว่า
“ท่านประธานครับ แล้วแผนของเราเมื่อไหร่จะเริ่มครับ” บอดี้การ์ดคนหนึ่งพูด
“อีกไม่นานเกินรอหรอก รอให้พวกดอกเตอร์โง่ๆนั่น ประดิษฐ์เครื่องมือได้สำเร็จซะก่อน เราก็จะฆ่าพวกมันทิ้งทันที" ท่านพูดทิ้งท้ายไว้ ก่อนที่จะขึ้นรถกลับบ้านไป
ส่วนดอกเตอร์และนักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายยังคงเร่งมือกันทดลอง คิดค้น วิเคราะห์กันต่อไป งานบางอย่างก็ต้องหยุดเพราะไม่สามารถทำต่อได้ งานบางคนก็ใกล้เสร็จแล้ว แต่งานของดอกเตอร์วี ยังไม่เรียบร้อยเลย
“ ดอกเตอร์ ครับ งานของชั้นนะเสร็จแล้วของคุณจะเสร็จหรือยัง?” ดอกเตอร์จัสตินเดินมาใกล้ ๆ ท่านดอกเตอร์ก่อนที่จะเอ่ยถาม
“ยังเลย เหลืออีกหน่อย คุณเสร็จแล้วกลับก่อนเลยครับ เดี๋ยวผมปิดประตูเอง กลับได้เลย วานบอกคนอื่น ๆ ด้วยว่าผมจะยังไม่กลับ” ดอกเตอร์วีตอบเธอไป
เขาทุ่มเทให้งานเสมอมา บางครั้งข้ามวันข้ามคืนกันเลย วันนี้ก็เช่นกัน เขาทำงานล่วงเวลามาจนเย็นพอสมควรจนลืมลูกชายไปเลย
ความจริงลูกชายเขาก็วิ่งมามองดูพ่อเขาสองสามครั้งแล้ว แต่ก็เห็นพ่อไม่ว่างสักที มาครั้งนี้จึงตัดสินใจเรียก
“พ่อครับ นี่ก็เย็นแล้วผมหิวข้าว” เด็กน้อยซึ่งเป็ลูกชาย ดอกเตอร์ วี ได้เดินมาหาพร้อมกับอ้อนพ่อให้พาตนเองไปกินข้าวเย็น
“รอพ่อแป๊บนึงนะลูก พอใกล้จะเสร็จแล้ว เดี๋ยวเราไปกินข้าวกันนะครับ" เขาบอกลูกไป พอดีนึกขึ้นมาได้
"พ่อเตรียมขนมมาให้ลูกด้วย ลูกชอบของหวานนี่กินเสร็จแล้วก้อไปเล่นกับทอมสิ พ่ออนุญาต” ดอกเตอร์แนะนำลูกชายวันซน
“จริงนะฮ่ะ พ่อ ผมจะรีบกินเลย” ลูกชายดีใจมากที่จะได้เล่นกับเพื่อนเขาแล้ว การเป็ลูกดอกเตอร์นี่มีข้อเสียอย่างหนึ่งคือขาดความอบอุ่นจากพ่อเพราะงานของพ่อหนักมากนั่นเอง พ่อจึงไม่ค่อยมีเวลาเล่นกับเขา มาวันนี้พ่ออนุญาตให้เขาไปเล่นข้างนอกได้ เขาจึงดีใจมาก
เขารีบกระวีกระวาด จัดแจงขนมมากินทันที มีแต่ที่เขาชอบทั้งนั้นทั้งฝอยทอง ขนมเม็ดขนุน เขากินมันเกือบหมด พอนึกถึงเพื่อนได้ จึงรีบเก็บขนม ห่อไปฝากเพื่อนดีกว่า
แต่ขณะที่เขากำลังจะเดินไปหาเพื่อนของเขา เขาได้ยินเสียงคล้าย ๆ เด็ก ๆ ทะเลาะกัน
“นายนี่มันใจเสาะจริงๆ ฮ่าๆ” เด็กชายโจ หัวโจกตัวโตผลักอกเด็กชายคนหนึ่งที่มีรูปร่างผอมบางจนเขาล้มลง
“ชั้นเจ็บนะ นายไม่รู้รึว่าชั้นลูกใคร นายจะต้องเสียใจที่ทำกับชั้นแบบนี้” เด็กชายทอมซึ่งเป็ลูกชายท่านประธานซึ่งก็คือนายประพันธ์ เ้าของบริษัทใหญ่ที่มีลูกน้องบอดี้การ์ดมากมาย ความจริงแล้ว ทอมแค่้าพูดเพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามเกรงกลัว แต่มองจะไม่เป็ผล
“ถึงพ่อนายจะรวยขนาดไหน คิดว่าชั้นจะกลัวรึ อีโธ่” โจร่างั์ ยังไม่ยอมหยุดการรุกราน แถมมันยังหันไปทางลูกสมุนของมันอีกด้วย
“เห้ย ไอ้จ้อยกะไอ้เขียว เอ็งสองคนไปจับมัดสิ” โจยังเพิ่มขนาดดีกรีความรุนแรงขึ้นไปอีก
“พี่โจ จะทำแบบนั้นจริง ๆ รึ” ไอ้จ้อยถามอย่างคึกคะนอง คันไม้คันมือมานานแล้ว
“ชั้นชอบพี่ จัดการมันเลย ชอบคุยโม้ว่าพ่อรวย ข่มขู่พวกเรา ต้องเอาคืนให้สาสม”ไอ้เขียวเสริมอีกคน
แต่ก่อนที่เื่จะรุนแรงไปมากกว่านี้
"เห้ย...หยุด" มีเสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลังของพวกมัน
"แน่จริง มาตัวต่อตัวกะข้านี่ ไอ้พวกหมาหมู่" เสียงนั้นยังคงเยาะเย้ยพวกเด็กโข่งนั่นไม่เลิก ทำให้พวกมันโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง
"ไอ้เขียว มึงก่อน ไปจัดการมัน" ไอ้โจหัวไม้สั่งการทันที
"ได้เลยลูกพี่ มันจะแค่ไหนกัน กับไอ้เด็กลูกดอกเตอร์โง่ ๆ คนหนึ่ง" ไอ้เขียวทำหน้ายียวน พร้อมบวกทันที
เมื่อไอ้เขียวปรี่เข้าไปหาเด็กน้อยอย่างไม่ได้มีชั้นเชิงอะไรเลย พอมันทำท่าชกมา เขาหลบได้ มันจึงถลาเหมือนจะล้ม เขาจึงถีบซ้ำเข้าไป มันล้มลงทันที ร้องโว้ยวายให้ลูกพี่ช่วย
เมื่อลูกพี่เห็นดังนั้น
"ได้จ้อย มึงไป หวังว่ามึงคงไม่ทำให้ผิดหวังนะ ไม่งั้น มึงโดนกูตกหน้าแน่ไ" ไอ้โจสั่งไอ้จ้อย งานนี่เล่นเอาไอ้จ้อยหน้าจ๋อยไปเลย แต่ก็ต้องไปเพราะกลัวลุกพี่ต่อยเอา
"มา มึงเข้ามา ไอ้ลูกดอกเตอร์" มันจะโกนเสียงดัง
"ได้เลย" ลูกดอกเตอร์ก็เืร้อนเป็เหมือนกัน ตรงปรี่เข้าไปหามันทันที