ทันใดนั้นหมอก็เชิญแม่กับอัสนีเข้าไปพบที่ห้องฉุกเฉิน
“คนไข้มีอาการแขนขาอ่อนแรง คาดว่าจะมีลิ่มเือุดตันที่สมองไม่ทราบว่าคนไข้กินยาประจำอะไรอยู่ไหมครับ”
“ มีค่ะเขากินยาละลายลิ่มเือยู่”
“ตอนนี้ค่าเืที่ไหลเวียนอยู่ระดับต่ำ ผมจะปรับยาละลายลิ่มเืให้นะครับแต่เพื่อป้องกันเืไหลภายใน ผมจะส่งไปซีทีสแกนก่อนเพื่อความปลอดภัยแต่ว่าค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่าโรงพยาบาลรัฐ ไม่ทราบว่าคนไข้มีประกันอะไรหรือเปล่าครับ”
“ ตรวจเลยครับค่าใช้จ่ายไม่มีปัญหา” อัสนีเอ่ยออกไป พร้อมกับจับชีพจรพ่อ พลันเขาก็รู้ได้ทันทีว่ามีลิ่มเือุดตันอยู่ที่สมอง ถึงสองจุด เขารีบปล่อยพลังปราณบริสุทธิ์เข้าไปเปิดจุดที่อุดตันทั้งสองจุดในทันที
“ ถ้าเช่นนั้นญาติไปติดต่อแผนกการเงินเพื่อที่จะเลือกห้องพักได้เลยครับ”
แม่นิ่มค่อยเอ่ยกับอัสนีเบาๆ ว่า
“แม่มีเงินเก็บอยู่สองแสน เดี๋ยวแม่กลับบ้านไปเอามาให้ลูกนะ”
“ไม่ต้องหรอกครับแม่”
สักพักก็มีเ้าหน้าที่โรงพยาบาลถือแฟ้มเข้ามาแล้วให้อัสนีเลือกประเภทห้องพัก
ซึ่งราคาต่ำสุดก็อยู่ที่ห้องละ6 พัน ถึง 1 หมื่นห้าพันบาท แม่ได้ฟังก็ถึงกับอึ้งพูดไม่ออก
“ เอาห้องวีไอพีหมื่นห้านี่ก็ได้ครับ”
“ ได้ค่ะ อ้ออีกสักครู่จะมีเ้าหน้าที่การเงิน จะเข้ามาคุยเื่ค่าใช้จ่ายนะคะ”
“ ตายแล้ว ห้องละหมื่นห้านี่ฉันขายน้ำเต้าหู้ได้วันละแค่สามสี่ร้อย กว่าจะครบหมื่นก็เป็เดือนนี่คืนละหมื่นห้า ลูกแม่ มันแพงเกินไปไหม”
“โรงพยาบาลเอกชนก็ราคานี้แหละครับ พวกเขามีต้นทุน ก็ต้องคิดกำไรบ้างเป็เื่ปกติ”
“ โอยแล้วนี่ค่ารักษาจะเท่าไรเนี่ย รู้อย่างนี้พาพ่อเขาไปโรงพยาบาลรัฐดีกว่า”
ไม่ทันที่อัสนีจะตอบเ้าหน้าการเงินก็เข้ามาทันที
“เคสของคนไข้ที่มีอาการแบบนี้ และมาทันเวลา ก็จะสามารถรักษาให้หายได้ค่ะคนไข้ก็จะนอนรักษาตัวแค่ สี่ห้าวันเท่านั้น หากไม่มีอาการอะไร ก็กลับบ้านได้ค่ะ”
“ ค่าใช้จ่ายเท่าไรคะคุณเ้าหน้าที่”
“ ก็ไม่เท่าไรเคสนี้น่าจะไม่เกิน สองแสน แต่หากตรวจพบเส้นเืตีบหรือเสื่อม อาจต้องผ่าตัดบอลลูนหัวใจค่าใช้จ่ายก็ไม่แพงค่ะ ไม่เกินสองล้านเท่านั้นค่ะ”
“ ไม่มีปัญหาจะให้ผมจ่ายเลยไหมครับ”
“ ได้ค่ะทางคุณผู้ชายจะวางมัดจำเท่าไรดีคะ”
“ สองแสนครับ” อัสนียื่นบัตรเครดิตให้ไปเ้าหน้าที่ก็ทำการรูดบัตรทันที
“ เรียบร้อยค่ะ ยินดีที่ให้บริการนะคะ”
อัสนียิ้มให้เ้าหน้าที่แล้วหันไปทางแม่นิ่มที่ตอนนี้ตาโตั้แ่รู้ค่าใช้จ่าย พออัสนีสะกิดถาม ก็ค่อยๆเป็ลมหมดสติไปในทันที
อัสนีต้องช่วยกดจุดเพื่อให้แม่นิ่มตื่นขึ้นมา
“ ตายแล้วทำไมค่าใช้จ่ายแพงอย่างนี้ แล้วนี่จะหาเงินมากมายที่ไหนมาจ่ายหากพ่อเขาเป็มากกว่านี้ ไม่ได้ ต้องบอกพวกเขาให้ย้ายโรงพยาบาล ไปรักษาที่อื่นเถอะ”
“ ผมเป็หมอนะแม่ผมหาเงินได้อยู่แล้วไม่ต้องห่วง”
แล้วก็มีเ้าหน้าที่มาพาพวกเขาไปรอที่ห้องวีไอพีแม่พอเห็นห้องที่มีขนาดใหญ่ก็ถึงกับตื่นเต้น
“นี่มันโรงพยาบาลหรือโรงแรมกันเนี่ย มีห้องน้ำสองห้องแน่ะ มีเตียงคนเฝ้าไข้โอ้ตู้เย็นอีกสองตู้ จะให้มาทำไมเนี่ย เอ๋ ข้างในมีขนมด้วย เสียตังหรือเปล่าลูก”
“ ไม่เสียหรอกครับแม่หิวก็กินได้ตามสบายเลย”
แม่ยิ้มแล้วหยิบช็อคโกเลตมากิน 1 แท่ง ก่อนที่จะดื่มน้ำผลไม้ลงไปทันใดนั้นแม่ก็นึกบางอย่างขึ้นได้
“ แย่แล้วแม่ยังไม่ได้เก็บรถเข็นเลย ทำยังไงดี”
“ ช่างมันเถอะครับ”
“ ไม่คนเดี๋ยวนี้ไว้ใจใครไม่ได้ แม่จะโทรบอกให้ลุงตี๋ข้างบ้าน มาเข็นไปเก็บก่อน”
แม่ใช้มือถือโทรหาคนชื่อตี๋ทันทีแล้วไม่นานก็มีคนพาพ่อมาที่ห้อง
“ ผลตรวจปกติแต่คุณหมอให้รอดูอาการก่อนนะคะ คืนนี้พักผ่อนให้มากนะคะ คุณตาพรุ่งนี้เช้าคุณหมอจะเข้ามาตรวจอีกครั้ง” พยาบาลเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใสแต่สายตาของพ่อทิม ที่มองอัสนีนั้นยังไม่หายโกรธแค้น
“ บอกมานะว่าแกมีแผนจะหลอกพวกเรายังไงอีก”
“ นี่พ่อก็ลูกเปลี่ยนไปแล้ว ที่ผ่านมาก็ให้ลืมมันไปเถอะนะ ถือว่าฝันร้าย”
“ แม่นิ่มแกนี่อย่าไปเชื่อใจมัน กี่ครั้งแล้ว ที่มันหลอกพวกเราสองคน”
“ ก็..”
“ ไม่เป็ไรครับแม่ผมมันเลวจริงๆ ให้พ่อพักผ่อนเยอะๆ ผมจะไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่นะครับ”
พ่อทิมตอนนี้นอนหันหลังไม่สนใจอัสนีอีกส่วนอัสนีนั้นดึงมือแม่มากระซิบถามบางอย่าง
“ แม่ครับจำหมวยเล็กได้ไหม”
“ จำได้ซิ หมวยเล็กดีกับลูกมากนะ แต่ตอนนั้นลูกทำไม่ดีกับหมวยเล็กจริงๆนะ”
“ ผมทราบครับตอนนี้ผมถึงอยากเจอหมวยเล็ก อยากจะชดเชยให้กับเธอ”
ตอนที่เขาเรียนหมอใหม่ๆยังไม่ได้ทันได้กู้เงินเรียน จึงต้องจ่ายค่าเทอมแรกไปก่อนจึงได้แต่ไปยืมเงินกู้นอกระบบมา แต่ไม่ทันได้เงินจากกยศ.เพราะรัฐบาลได้เลื่อนกำหนดจ่ายไปอีกหนึ่งเดือนพวกเ้าหนี้เงินกู้ก็บุกเข้ามาทวงหนี้ อัสนีในตอนนั้นยังเด็ก ไม่รู้จะทำอย่างไรก็เลยส่งหมวยเล็กไปช่วยพูดให้ แต่หลังจากนั้น เขาก็ไม่ได้ข่าวหมวยเล็กอีกเลยเงินที่ได้จากกยศ. มาเขาก็ไม่ได้ไปคืนเ้าหนี้ เขาก็ออกจากบ้านไปอยู่หอจนเรียนจบ
“ เฮ้อ หลังจากเกิดเื่วันนั้นแม่ก็ไม่เห็นหมวยเล็กอีกเลย ได้ข่าวว่า ถูกพวกเ้าหนี้เงินกู้ พาไปขายที่มาเลเซียแล้ว”
อัสนีกำหมัดแน่นไม่ว่าอย่างไร เขาต้องตามหาหมวยเล็กให้เจอจนได้ ไม่ว่าจะยากลำบากสักแค่ไหนก็ตาม
อัสนีเดินออกมาจากห้องก็เห็นฝรั่งคนหนึ่งสภาพร่างกายอ่อนแอ นั่งรถเข็นผ่านไปแล้วเข้าไปในห้องวีไอพีฝั่งตรงข้าม เขารู้สึกคุ้นหน้า พอเห็นชื่อคนไข้ ก็รู้สึกคุ้นๆขึ้นมา
“ นายแพทย์อีริคเ้าของโรงพยาบาลซานตาคลอสนี่”
ในความทรงจำของเขานายแพทย์อีริค เป็โรคหมอนรองกระดูกทับเส้น เนื่องจากพังผืดเกาะดึงรั้งข้อกระดูกสันหลังจนทำให้หมอนรองกระดูกปลิ้นมากดทับเส้นประสาท วิธีรักษาใช้การผ่าตัดเพื่อสลายพังผืดให้มากที่สุดก็จะหายเป็ปกติ แม้นจะรักษาหาย แต่พอผ่านไปเจ็ดวัน กลับมีอาการแทรกซ้อนมีลิ่มเืไหลเข้าไปอุดตันที่หลอดเืหัวใจ ทำให้นายแพทย์อีริคเสียชีวิต คนผ่าตัดคนนั้นก็คือ หมอสันทัด คู่กรณีของเขานั่นเอง
“ ไม่ได้จะปล่อยให้นายแพทย์อีริคเสียชีวิตไม่ได้ ฉันต้องช่วยเขา”
อัสนีมองเวลาก็เกือบสี่ทุ่มแล้ว หากเขาเดินดุ่มๆ เข้าไปคงถูกไล่ออกมาก่อนที่จะเอ่ยปากแน่ๆ ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น ก็มีเสียงของสตรีผู้หนึ่งร้องขอความช่วยเหลือเป็ภาษาอังกฤษอยู่ที่หน้าวอร์ดพยาบาลชั้นวีไอพีพอดี
อัสนีเดินเข้าไปพบว่ามีเด็กหนุ่มวัย 15 ปีนอนอยู่บนโซฟา ร้องด้วยความเ็ป
พยาบาลรีบโทรเรียกเ้าหน้าที่เวรแปลเพื่อพาไปที่ห้องฉุกเฉิน
“ ผมเป็หมอทุกคนถอยไปก่อน” อัสนีเอ่ยเป็ภาษาอังกฤษแม่ของเด็กชายก็เข้ามาเกาะแขนของเขา
“ ช่วยอาเล็กซ์ ด้วยเขาเ็ปเหลือเกิน”
“ ไม่ต้องห่วงผมจะช่วยเขาเอง”
“ เจ็บตรงไหน”
“มันเจ็บไปทั้งขาเลยครับ มันขยับไม่ได้เลย ผมจะเป็อัมพาตไหมครับ”
“ ไม่หรอก”
อัสนีััไปที่เส้นตรงกระดูกสันหลังแล้วเลื่อนลงไปที่ต้นขา
“ หมอนรองกระดูกทับเส้น” อัสนีเอ่ยอย่างมั่นใจ เพราะเขาััได้ว่ามีพังผืดไปดึงรั้งข้อกระดูก หมอนรองกระดูกและเนื้อเยื่อรอบๆ ให้เคลื่อนบิดผิดไปจากปกติ
จนไปกดทับเส้นประสาทข้างเคียงมีผลทำให้มีอาการปวดหลังร้าวลงไปที่ขา ขาจึงชา และเริ่มอ่อนแรง
“ แล้วจะทำยังไงดีคะ”
“ช่วยพาเขาขึ้นบนเตียง ผมจะช่วยรักษาเขาเอง”
“ พยาบาลไม่ได้ยินหรือไง รีบช่วยยกอาลันไปขึ้นเตียงเร็ว” แม่ของอาเล็กซ์ออกคำสั่งเสียงดังลั่น
“ เดี๋ยวก่อนคุณเป็ใคร รู้ได้ยังไง ว่าคุณอเล็กซ์ เป็หมอนรองกระดูกทับเส้น”
หมอหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามามองหน้าอัสนีอย่างไม่พอใจ ตัวเขาเป็แพทย์เวร ไม่ว่าอย่างไรจะให้ใครที่ไหนมารักษาอเล็กซ์ไม่ได้
อัสนียื่นนามบัตรให้เขาดู
“หมออัสนีหมอศัลยกรรม แห่งโรงพยาบาลเทพพิทักษ์คุณหมอมั่นใจอย่างไรว่าเป็หมอนรองกระดูกทับเส้น ยังไม่ทันได้ ตรวจซีทีสแกนเลย”
“ ขืนชักช้าเขาอาจพิการตลอดชีวิต เพราะตอนนี้เืไหลเวียนไปที่ขาน้อยมาก คุณหมอเอกภพกล้ารับผิดชอบเคสนี้ไหม”
อัสนีเห็นป้ายชื่อที่หน้าอกของเขาเลยเอ่ยขึ้นมาพร้อมส่งสายตาขู่ทำเอาหมอเอกภพ ถึงกับถอยหลังไป 1 ก้าว
“ คุณหมออัสนีแน่ใจใช่ไหมคะว่ารักษาได้” แม่ของอเล็กซ์ชื่อว่าแอนนาเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ
อัสนีพยักหน้า
“ รักษาเลยฉันรับผิดชอบเอง” แอนนาเอ่ยออกมาหมอเอกภพจึงได้แต่ถอยไปด้านข้าง
อัสนีใช้มือััไปที่เส้นชีพจรของอเล็กซ์ เพื่อตรวจสอบว่ามีสิ่งใดผิดปกติอีกหรือไม่นอกจากจุดที่มีพังผืดรั้งหมอนรองกระดูก หลังตรวจสอบก็ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ
ดังนั้นเขาจึงเริ่มกดไปที่จุดที่เป็ปัญหาแล้วค่อยๆ นวดเพื่อทำการสลายพังผืด จากตำราเปลี่ยนเส้นเอ็น หลังจาก จับกระดูกและดึงเส้นประสาทจนเข้าที่ ไม่นานความเ็ปของอเล็กซ์ก็หายไปเขากลับมายืนได้เหมือนเดิม
“ ขอบคุณคุณหมอมากนะคะ”
สองแม่ลูกเอ่ยขอบคุณอัสนีพยาบาลและคนไข้ที่มายืนดูก็ต่างชื่นชมความสามารถของเขา มีเพียงหมอเอกภพเท่านั้นที่มีสีหน้าไม่พอใจเท่าไรนัก
“ผมว่าเพื่อให้แน่ใจว่าหาย ไปตรวจซีทีสแกนอีกรอบดีกว่านะครับ”
หมอเอกภพ เอ่ยกับแม่ของอเล็กซ์อย่างนอบน้อม
“ ดีเหมือนกัน”
ก่อนที่จะไปอัสนีก็เอ่ยว่า
“ อาการของอเล็กซ์เกิดจากกรรมพันธ์ ขอให้คนในครอบครัว สายตรง รีบมาตรวจซีทีสแกนกันทุกๆ คนด้วยนะครับหากปล่อยเอาไว้นาน จะรักษายากนะครับ”
“ ค่ะ”
อัสนียิ้มให้แล้วก็ขอตัวจากไป พออัสนีกลับไปแล้ว แม่ของอเล็กซ์ก็ถึงกับร้องออกมาว่า
“ ตายแล้วลืมขอเบอร์หมออัสนีเลย”
“ เอ่อ มีนามบัตรของหมออัสนีอยู่ที่หมอเอกภพค่ะ”พยาบาลคนหนึ่งรีบเอ่ยออกมาทันที
“ ดี ไปเอามาเร็ว”.............