ความมืดในร้านหลังไฟดับไม่เหมือนความมืดธรรมดา มันหนาและนิ่ง เหมือนมีผ้าดำเปียกน้ำคลุมอยู่รอบตัว แสงจากหน้าจอ POS ส่องได้แค่บริเวณเคาน์เตอร์ ใบเสร็จในมือผม และปลายนิ้วที่ยังมีคราบเืติดอยู่ ตัวเลขนับถอยหลังเดินต่อไปอย่างใจเย็น
03.44.00
ตอนเห็นเลขนั้น ผมเพิ่งรู้ว่าตัวเองนั่งนิ่งอยู่นานแค่ไหน เวลาไม่ได้รอให้ผมทำใจ มันกัดกินไปเงียบ ๆ เหมือนหนูแทะสายไฟหลังผนัง
ตอนแรกผมคิดว่าเลข 03.44.00 คือเวลาปัจจุบัน แต่พอมองนาฬิกาข้อมือ ตัวเลขจริงอยู่ที่ 03.02 น. กว่า ๆ เท่านั้น ผมจึงเข้าใจว่าหน้าจอไม่ได้บอกเวลา มันบอกเวลาที่เหลืออยู่ และความรู้สึกนั้นแย่กว่าการเห็นนาฬิกาเดินปกติหลายเท่า เพราะทุกวินาทีไม่ใช่เวลาของโลกอีกต่อไป มันเป็เวลาของผม เป็ของที่ถูกหักออกจากบัญชีชีวิตทีละนิด
ใบเสร็จแจ้งเวลาตายในมือผมเริ่มอุ่นขึ้น หมึกสีดำบนกระดาษความร้อนค่อย ๆ เข้มขึ้นราวกับถูกความร้อนจากนิ้วกระตุ้น ข้อความ "ยอดรับชำระ: ชีวิตคงเหลือของพนักงาน" เห็นชัดขึ้นกว่าเดิม ผมอยากฉีกมันทิ้ง แต่กลัวว่าการฉีกใบเสร็จจะเหมือนยืนยันว่ารายการจบแล้ว จึงได้แต่วางมันลงข้างเครื่อง POS เหมือนวางเอกสารสำคัญของคนอื่นที่ไม่กล้าแตะ
ผมลองหนี
ไม่ใช่เพราะคิดว่าจะสำเร็จ แต่เพราะคนกำลังจะตายต้องลองทำเื่โง่ ๆ ก่อนเสมอ ผมพุ่งไปที่ประตูหน้าร้าน กระแทกไหล่ใส่กระจก เลื่อนบานประตู ดึง งัด ทุบด้วยกำปั้นจนเจ็บนิ้ว ประตูไม่ขยับแม้แต่น้อย มันแข็งเหมือนถูกหลอมติดกับผนัง
ผมลองโทรศัพท์ด้วย มือสั่นจนเกือบกดเลขผิด หน้าจอขึ้นไม่มีสัญญาณทั้งที่ก่อนเข้าร้านยังมีสองขีด ผมกดเบอร์ฉุกเฉิน กดโทร เสียงรอสายดังขึ้นหนึ่งครั้ง สองครั้ง แล้วมีเสียงเครื่อง POS ตอบกลับมาแทน
"ขอบคุณที่ใช้บริการ"
ผมขว้างโทรศัพท์ใส่ผนัง มันกระแทกชั้นวางแล้วตกลงพื้น หน้าจอแตกเพิ่ม แต่ยังสว่างอยู่พอให้เห็นว่ามีข้อความใหม่จากไอ้แว่นเข้ามา
ตีห้าเจอกัน อย่าหนี
ผมหัวเราะออกมาทั้งที่ไม่มีอะไรน่าขำเลย ข้างนอกมีเ้าหนี้รอเอานิ้วผม ข้างในมีร้านรอเอาชีวิตผม และทั้งสองฝั่งต่างมั่นใจว่าผมไม่มีทางหนี
นอกกระจกมีเงาคนยืนอยู่หลายสิบร่าง
พวกมันไม่มีหน้า หรือมีแต่ผมมองไม่ชัดก็ไม่รู้ ร่างแต่ละร่างผอมยาว บิดเบี้ยว และยืนล้อมร้านไว้เหมือนลูกค้ารอเปิดสาขาใหม่ เล็บยาว ๆ ครูดกระจกช้า ๆ เสียงแกรก แกรก ดังพร้อมกันหลายจุด รอยร้าวเริ่มลามเป็เส้นขาวบนบานกระจก
ผมถอยกลับมาหลังเคาน์เตอร์
หนีไม่ได้
รอไม่ได้
เหลือแค่คิด
ตรงพื้นหลังเคาน์เตอร์ สมุดเล่มเล็กของพนักงานก่อนหน้าที่ผมเปิดดูในบทก่อนตกอยู่ใกล้เท้า ผมหยิบขึ้นมาอีกครั้ง พลิกด้วยมือเปื้อนเืและเหงื่อ หน้าหลัง ๆ ที่ผมยังไม่ได้อ่านมีรอยเขียนทับกันหลายชั้น
ถ้าเวลาตายพิมพ์ออกมาแล้ว อย่าพยายามลบยอด
VOID ไม่ลบความตาย มันลบแค่หลักฐานว่าคุณเคยขายอะไร
REFUND ต้องมีลูกค้ากลับมารับเงินทอน อย่าเรียกลูกค้ากลับมา
บรรทัดสุดท้ายถูกวงกลมไว้หลายรอบ
พักบิลได้ แต่ต้องมีคนเฝ้าบิล
ผมจ้องประโยคนั้น หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความหวังเล็ก ๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะทำร้ายผมยังไงต่อ บางทีคนก่อนหน้าอาจเคยเจอช่องทางเดียวกัน บางทีเขาอาจรอด บางทีสมุดเล่มนี้คือหลักฐานว่ามีคนพยายามทิ้งคำตอบไว้ให้พนักงานคนถัดไป
แต่ถ้าเขารอด ทำไมสมุดยังอยู่ที่นี่
ผมวางใบเสร็จลงข้างแป้นพิมพ์แล้วอ่านกฎข้อสี่ซ้ำในหัว ทุกการชำระเงินจะสมบูรณ์เมื่อใบเสร็จพิมพ์ออกมารองรับธุรกรรม ถ้าเครื่องพิมพ์เวลาตาย ตัวเลขนั้นคือจุดสิ้นสุดของคุณ ตอนแรกผมอ่านมันเหมือนคำสาป แต่ตอนนี้ความกลัวบีบให้ผมอ่านเหมือนคู่มือระบบ
ธุรกรรม
คำนี้สำคัญ
ก่อนจะถังแตก ผมเคยทำงานซ่อมคอมให้ร้านค้าปลีกเล็ก ๆ อยู่พักหนึ่ง ไม่ได้เก่งอะไร แค่ลงโปรแกรม ขยับสาย LAN แก้เครื่องคิดเงินค้าง แต่พอรู้พื้นฐานว่า POS ทำงานเป็ลำดับ สแกนสินค้า รับเงิน ยืนยัน พิมพ์ใบเสร็จ ปิดยอด ถ้าขั้นตอนไหนค้าง ระบบจะยังถือว่ารายการนั้นไม่จบ มันจะพักไว้ รอให้แคชเชียร์กลับมาจัดการ
ผมมองแป้นพิมพ์เหล็กของเครื่อง POS
ปุ่มฟังก์ชันเรียงอยู่้า ตัวอักษรซีดจนเกือบอ่านไม่ออก F1 VOID, F3 PRICE CHECK, F5 CASH DRAWER และปุ่มสีส้มหม่นที่มีรอยนิ้วมือดำ ๆ ติดอยู่มากกว่าปุ่มอื่น
F7 - HOLD / PENDING SALE
รอยนิ้วมือบนปุ่ม F7 ไม่ใช่คราบฝุ่น มันเป็คราบสีดำมัน ๆ ที่ติดลึกในขอบปุ่ม เหมือนมีคนกดมันนานมาก นานจนเหงื่อ เื และิับดรวมกันอยู่ตรงนั้น ปุ่มอื่นมีรอยใช้งานบ้าง แต่ไม่มีปุ่มไหนดูเหมือนถูกทรมานเท่าปุ่มนี้
ผมลองกดเบา ๆ หนึ่งครั้ง เครื่องส่งเสียงติ๊ดต่ำ หน้าจอถามว่า
HOLD CURRENT TRANSACTION?
YES / NO
คำถามนั้นทำให้ผมหายใจแรงขึ้น ธุรกรรมยังอยู่จริง มันยังไม่จบ แม้ใบเสร็จพิมพ์ออกมาแล้ว ระบบยังมองว่ามีรายการบางอย่างค้างอยู่ และถ้าค้างอยู่ได้ มันก็อาจลากเวลาได้
ผมยังไม่กด YES ทันที เพราะในหัวมีคำเตือนจากสมุดดังขึ้น พักบิลได้ แต่ต้องมีคนเฝ้าบิล ผมไม่รู้ว่าคนเฝ้าบิลหมายถึงอะไร แคชเชียร์ต้องอยู่หน้าเครื่อง หรือหมายถึงอย่างอื่นที่ร้านจะเรียกมาเฝ้าแทนถ้าผมทำผิด
นอกกระจก เงาร่างหนึ่งยกมือขึ้นเคาะเบา ๆ เหมือนเร่งให้ผมตัดสินใจ
พักบิล
ผมเคยใช้ปุ่มแบบนี้ตอนลูกค้าลืมกระเป๋าเงินแล้วบอกให้คิดของคนถัดไปก่อน ระบบจะค้างบิลแรกไว้ ไม่ปิดยอด ไม่เคลียร์รายการ จนกว่าแคชเชียร์จะดึงกลับมาชำระหรือยกเลิก
ถ้าความตายของผมถูกผูกกับธุรกรรม ผมอาจไม่ต้องลบมัน ผมแค่ต้องทำให้มันไม่จบ
ตัวเลขบนจอ POS ะโมาที่ 04.40.12
ผมเหลือไม่ถึงสี่นาที
ผมไม่รู้ว่าทำไมตัวเลขะโเร็วขนาดนั้น อาจเพราะผมพยายามหนี อาจเพราะผมอ่านสมุด อาจเพราะร้านรู้ว่าผมเริ่มเห็นช่องโหว่และ้าเร่งเกม ทุกเหตุผลแย่พอกันหมด ผมปาดเหงื่อจากคาง แม้อากาศยังหนาวจนฟันกระทบกัน
หน้าจอกะพริบอีกครั้ง
CUSTOMER WAITING
COMPLETE SALE?
ใต้ข้อความมีชื่อพนักงานขึ้นมา
NON ACTIVE
คำว่า ACTIVE ต่อท้ายชื่อผมเหมือนตราประทับบนเอกสาร ผมไม่ได้เป็คนชั่วคราวอีกต่อไป ในสายตาของร้าน ผมเป็พนักงานที่กำลังถือบิลมรณะของตัวเองอยู่
กระจกหน้าร้านแตกดังเปรี๊ยะ เงาข้างนอกเริ่มดันรอยร้าวให้กว้างขึ้น ลมเหม็นคาวพุ่งเข้ามาตามช่องแตก ผมคว้าขวดน้ำเปล่าเก่าที่อยู่ใกล้มือ สแกนบาร์โค้ด
ติ๊ด
รายการสินค้าขึ้น ผมกด F7
SALE HELD: PENDING CUSTOMER #1
ตัวเลขนับถอยหลังยังเดิน
ผมหัวใจหล่นวูบ ช่องทางนี้ไม่ได้หยุดทันที แค่สร้างบิลพักใหม่ขึ้นมาเท่านั้น ผมด่าตัวเองในใจอย่างหยาบที่สุด ก่อนสมองจะจับจุดได้ว่าธุรกรรมที่ต้องพักอาจไม่ใช่บิลสินค้าขวดน้ำเปล่า แต่เป็ธุรกรรมเดิมที่ผมทำเสีย ต้องดึงรายการมรณะกลับเข้าเครื่องก่อนค่อยพักมัน
ผมกดปุ่ม Cancel หนึ่งครั้ง หน้าจอขึ้น WARNING: CANCEL CURRENT HOLD? ผมไม่กดต่อ มือไล่หาปุ่มอื่นบนแป้นจนเจอ F9 RECALL SALE ตัวอักษรซีดจนเกือบอ่านไม่ได้ ผมกดมัน
หน้าจอขึ้นรายการสองบรรทัด
PENDING CUSTOMER #1 - WATER 0.00
CORRUPTED TRANSACTION - NON 04.44
ผมเลือกบรรทัดที่สองด้วยปุ่มลูกศรที่แข็งเหมือนแป้นเครื่องพิมพ์ดีด ยืนยันด้วย Enter ทั้งที่เกลียดปุ่มนั้นไปแล้วทั้งชีวิต
เครื่อง POS ส่งเสียงดังต่ำเหมือนคำราม
หน้าจอกลับมาแสดงรายการ RED WATER - 0.00 THB และยอดรับชำระที่ไม่ใช่ตัวเลข แต่เป็สัญลักษณ์ยาว ๆ คล้ายเส้นชีพจร
ผมสแกนกล่องนมเก่า กด F7 อีกครั้ง ดึงรายการกลับ สแกนซองขนม กดพัก สแกนสเปรย์กันยุง กดพัก เปิดบิลใหม่ ดึงบิลเก่า สลับไปมาอย่างลนลาน แป้นพิมพ์เหล็กเย็นจนปลายนิ้วเจ็บ แต่สมองผมเริ่มเห็นจังหวะ ระบบกำลังตอบสนอง มันไม่ปฏิเสธคำสั่ง มันยังทำตามตรรกะของเครื่องคิดเงิน แม้ร้านนี้จะไม่ควรมีไฟฟ้าเลยก็ตาม
ผมไม่ได้ชนะมัน ผมแค่ทำให้มันต้องประมวลผลหลายอย่างพร้อมกัน เครื่อง POS เก่า ๆ รับคำสั่งไม่ทัน หน้าจอกระพริบ รายการซ้อน รายการค้าง บางรายการขึ้นชื่อลูกค้าเป็เลขศูนย์ บางรายการขึ้นชื่อผม บางรายการขึ้นคำว่า NO CUSTOMER DETECTED ผมใช้ทุกอย่างที่มันยอมให้ใช้ สแกนสินค้า เรียกบิล พักบิล ยกเลิกคำเตือน ดึงรายการเสียกลับมา แล้วกด F7 ซ้ำ ๆ จนเสียงปุ่มกลายเป็จังหวะเดียวกับหัวใจ
นอกกระจก เงาพวกนั้นเริ่มขยับเร็วขึ้น เล็บครูดกระจกไม่เป็จังหวะแล้ว แต่ดังปะปนกันเหมือนฝนของกระดูก ป้ายร้านเก่า้าส่งเสียงคราง ลมคาวพุ่งเข้ามาจนกระดาษกฎปลิวตกพื้น ข้อความด้านหลังแผ่นกฎหงายขึ้นพอดี
บางข้อเขียนไว้เพื่อให้ร้านรู้ว่าคุณจะเลือกอะไร
ผมเลือกแล้ว และร้านก็รู้แล้ว
04.43.50
เงานอกร้านกระแทกกระจกแตกเข้ามา เศษแก้วกระเด็นบาดแก้มผม เือุ่นไหลลงถึงคาง ผมไม่สนใจ ใช้นิ้วซ้ายสแกนสินค้าอีกชิ้น นิ้วขวากด F7 ซ้ำจนปุ่มจมลงลึกกว่าปกติ เสียง POS ดังแกรกเหมือนเฟืองเก่ากัดกัน
04.43.55
04.43.58
04.43.59
หน้าจอกะพริบแรงหนึ่งครั้ง แล้วค้าง
ทุกอย่างหยุด
ลมที่พัดเข้ามานิ่งกลางอากาศ เศษฝุ่นที่ลอยอยู่หน้าจอไม่ตกลงพื้น เงาที่กำลังยื่นมือผ่านกระจกค้างอยู่ในท่านั้นเหมือนภาพถ่ายเสีย เสียงครูดกระจกหายไปจนร้านเงียบเกินจริง ผมจ้องตัวเลขบนจอ
04.43.59
มันไม่เดินต่อ
ผมหัวเราะออกมาสั้น ๆ แล้วกลายเป็เสียงสะอื้น ผมโกงมันได้ ผมเจอช่องโหว่ของกฎบ้า ๆ นี่แล้ว ความตายถูกพักบิลไว้เหมือนลูกค้าคนหนึ่งที่ยังจ่ายเงินไม่เสร็จ
ผมเผลอผ่อนแรงนิ้ว
ตัวเลขบนจอสั่นทันที
04.43.59...
มันกำลังจะขยับ
ผมกด F7 กลับลงไปสุดแรง ตัวเลขค้างนิ่งอีกครั้ง ลมหายใจผมหายไปครู่หนึ่ง ก่อนความจริงจะค่อย ๆ ชัดขึ้นเหมือนน้ำเย็นราดหัว
หน้าจอขึ้นข้อความใต้ตัวเลข
HOLD CONFIRMED WHILE KEY PRESSED
RELEASE TO COMPLETE TRANSACTION
ประโยคภาษาอังกฤษสั้น ๆ นั้นแย่กว่าคำสาปใด ๆ เพราะมันชัดเจนเกินไป ไม่มีให้ตีความ ไม่มีทางหลอกตัวเองว่าระบบอาจค้างเอง ไม่มีปุ่มให้ล็อก ไม่มีเทปกาว ไม่มีของหนักพอจะกดแทน เพราะเมื่อผมลองเลื่อนม้วนกระดาษใบเสร็จมากดทับ ปุ่มไม่ตอบสนอง เหมือนมันรู้ว่าน้ำหนักนั้นไม่ใช่มือผม
ผมลองใช้นิ้วกลางกดแทน นิ้วชี้ผ่อนเพียงเสี้ยวเดียว ตัวเลขก็สั่นทันที ผมรีบกดกลับ รู้ในวินาทีนั้นว่าร้านไม่ได้้าแค่ปุ่มถูกกด มัน้าให้ผมเป็คนกด และต้องรู้สึกทุกวินาทีที่กดอยู่
ระบบค้างอยู่เพราะนิ้วผมกดคำสั่งพักบิลไว้
ถ้าปล่อย ปุ่มจะเด้ง รายการจะเดินต่อ ธุรกรรมจะปิด และเวลา 04.44 น. จะมาถึง
ผมมองนาฬิกาข้อมือ
ยังไม่ถึงตีห้า
ผมต้องกดปุ่มนี้ค้างไปจนหกโมงเช้า
อีกกว่าหนึ่งชั่วโมง กับนิ้วเดียวที่มีค่ามากกว่าชีวิตทั้งชีวิตของผม