เช้าวันถัดมาทั้งหยางซูและหยางเทียนได้เข้าพบผู้าุโลำดับที่ห้าแห่งตระกูลหยางเพื่อรายงานตนและรับคัมภีร์ลมปราณตระกูลหยางระดับเบื้องต้นเพื่อฝึกฝนในตระกูลหยางมีกฎหลักด้านการรับคัมภีร์ฝึกลมปราณอยู่ว่าผู้ที่ทะลวงสู่ปราณแรกกำเนิดขั้นที่1ได้สามารถรับคัมภีร์ลมปราณแห่งตระกูลหยางอันเป็เอกลักษณ์ในการฝึกฝนได้เฉพาะขั้นเบื้องต้นเท่านั้นหากอยากรับคัมภีร์ฝึกฝนระดับกลางต้องทะลวงขั้นที่5แห่งลมปราณแรกกำเนิด ทว่าคัมภีร์ลมปราณแห่งตระกูลหยางระดับสมบูรณ์นั้นจะได้รับเมื่อทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณขั้นที่1เท่านัน
ปัจจุบันผู้ที่ได้ฝึกคัมภีร์ลมปราณตระกูลหยางขั้นสมบูรณ์มีเฉพาะหัวหน้าตระกูลและ ห้าผู้าุโหลักแห่งตระกูลเท่านั้นเนื่องจากขั้นหลอมรวมลมปราณมิใช่สิ่งง่ายดายเพียงใจคิดสำหรับผู้าุโลำดับที่ห้าแห่งตระกูลหยางซึ่งตอนนี้อายุ 39ปี ใช้เวลากว่า 8ปีในการทะลวงระดับจากขั้นปราณแรกกำเนิดสู่ขั้นหลอมรวมปราณขั้นที่1ถึงจะใช้เวลถึง8ปีแต่ระหว่างทางต้องอาศัยโชคและทรัพยากรณ์การฝึกฝนอันมหาศาลถึงทะลวงระดับมาได้และได้รับคัมภีร์ฉบับสมบูรณ์ในที่สุด
" คารวะนายท่านหยางจ้าววันนี้บ่าวผู้ต้อยต่ำนำพาบุตรชายของข้ามาเพื่อรายงานตัวรับคัมภีร์ลมปราณตระกูลหยางฉบับเบื้องต้นไปฝึกและเข้าเป็หนึ่งในบ่าวรับใช้ในตำหนักผู้าุโลำดับห้าเ้าค่ะ " เสียงดรุณีดังขึ้นด้วยความน้อบน้อมขณะก้มหัวเชิงทำความเคารพพร้อมป้องมือแก่ผู้เป็นายด้วยท่าคุกเข่าสองข้าง
" เ้าลุกขึ้นเถอะหยางซู " เสียงหยางจ้าวดังขึ้นด้วยความอ่อนโยนอย่างยิ่งต่อบ่าวรับใช้
" เ้าต้องใช้ความพยายามอย่างที่สุดในการสรรหาทรัพยากรต่างๆให้บุตรเ้าผู้นี่จนตัวเองตัองตกระกำลำบากอย่างเลี่ยงไม่ได้แต่ถึงกระนั้น ...... หึ!กับบุตรผู้พร์ต่ำกว่าปุถุชน เลวร้ายยิ่งกว่าตัวตนชั้นสวะโง่งมเบื้องล่างเ้ากลับยอมทำถึงเพียงนี้ " เสียงของหยางจ้าวชัดเจนว่าแฝงด้วยความโกรธเกรี้ยวและรุนแรงเป็อย่างยิ่ง และกล่าวแดกดันกระแทกกระทั้น เป็คำกล่าวที่เด็กวัยเพียง3ขวบก็สามารถเข้าใจได้ว่าเป็คำด่าอย่างเกรี้ยวกราดต่อเด็กน้อยหยางเทียนว่าเป็ตัวโง่งมผู้หนึ่ง
" นายท่านหยางจ้าวถึงแม้ว่าบุตรชายของข้าต้องใช้เวลาต่างจากเด็กผู้อื่นเสียหน่อยแต่ความพยายามของเขานั้นมุมานะอย่างมากอาจจะมากกว่าเมื่อเทียบกับเด็กวัยเดียวกัน ขอนายท่านโปรดส่งเสริมเมตตาบุตรชายของบ่าวด้วยเถิด " คำขอร้องจากปากหญิงสาวดังขึ้นกล่าวอ้อนวอนขอความกรุณาต่อผู้เป็นายแก่ผู้บุตรทันทีด้วยเกรงว่าผู้เป็นายของมันจะไม่ยินยอมให้บุตรของตนได้ฝึกฝนเคล็ดลมปราณตระกูลอย่างขั้นเบื้องต้น
" เอาเถอะข้าไม่ใช่คนใจร้ายเช่นนั้นเห็นแก่ที่เ้าเป็บ่าวรับใช้ในตำหนักข้ามานานข้าจะยอมให้ตัวตนที่ต่ำยิ่งกว่าสวะได้ฝึกวิชาภายในตระกูลกล่าวจบหยางจ้าวหยิบเล่มคัมภีร์ฝึกฝนออกมาและโยนไปทางหยางเทียน เ้าเด็กน้อยสวะจงรับมันไป มารดาของเ้ายอมทำงานหนักขึ้นถึงสามเท่าเพื่อหาทรัพยากรที่เ้าใช้และแลกกลับเคล็ดลมปราณภายในวันนี้เพื่อเ้าหากแต่เ้าในสายตาข้ายังคงไม่ต่างจากตัวกากแดนต่ำกว่าชนชั้นสวะเสียอีก ข้าไม่เข้าใจเหตุใดมารดาเ้าจึงยอมทำเพียงนี้แต่หากภายภาคหน้าเมื่ออายุครบ 12 ปี เ้ายังไม่สามารถทะลวงระดับ 5ลมปราณแรกกำเนิดได้ละก็ต่อให้ตลอดชีวิตเ้าทะลวงถึงระดับ5แห่งลมปราณแรกกำเนิดข้าก็จะไม่มีวันให้เ้าได้ฝึกเคล็ดเคล็ดวิชาลมปราณตระกูลหยางชั้นกลาง "
หลังกล่าวจบหยางจ้าวเดินออกจากตำหนักทันทีด้วยสีหน้าที่ประดับไปด้วยความโมโหอย่างปิดบังมิได้
เมื่อหยางจ้าวเดินจากไป หัวใจของหยางซูพลันคลายความกังวลออกด้วยความโล่งอกถึงอย่างไรบุตรชายของหญิงสาวก็ได้รับคัมภีร์เบื้องต้นมาฝึกปรือแล้วในภายภาคหน้าจะเป็อย่างไรก็ยังดีกว่ามิมีเคล็ดลมปราณติดตัวเลยถึงแม้คำกล่าวสุดท้ายก่อนเดินออกไปของหยางจ้าวแน่ชัดว่ามิมีทางให้เคล็ดระดับกลางอย่างแน่นอนเนื่องจากผู้ที่จะเข้าสู่ขั้นที่ห้าแห้งลมปราณแรกกำเนิดด้วยอายุ12ปีนั้น เห็นจะมีแต่ตัวตนระดับผู้าุโลำดับหนึ่งและหัวหน้าตระกูลในวัยเยาว์เท่านั้นที่กระทำได้แม่เป็หยางจ้าวาุโลำดับห้าเองยังทะลวงระดับขั้นที่ห้าแห่งลมปราณแรกเนิดได้ตอนอายุ16 ปี ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงบุตรของตนเอง ตัวตนที่วัดระดับพร์ได้ต่ำกว่าระดับสีเทาแห่งปุถุชน การจะถึงระดับห้าแห่งลมปราณแรกกำเนิดแทบจะเป็ไปไม่ได้เลย อาจทั้งชีวิตของมันจะหยุดอยู่เพียงลมปราณแรกกำเนิดขั้นที่1เสียด้วยซ้ำไป
ในขณะที่หยางซูกำลังจมลงไปในความนึกคิดและความสงสารต่อชะตากรรมของหยางเทียน กลับมีเสียงนึงดังขึ้นที่ข้างกายของหญิงสาว
" ท่านแม่เหตุใดท่านาุโลำดับห้าจึงได้ดุด่าข้าถึงเพียงนี้ข้าเคยทำเื่ราวใหญ่โตอันใดต่อนายท่านอย่างนั้นหรือท่านแม่ " เด็กน้อยกล่าวด้วยความไม่เข้าใจในใจพลันเกิดคลื่นลูกใหญ่พัดผ่านถาโถมชัดเจนว่าตัวมันและผู้าุโพึ่งจะได้พบพานกันวันนี้แต่เหตุใดครั้งแรกที่ได้พบกลับถูกดุด่าว่ากล่าวพร้อมเปรียบตัวมันต่ำกว่าชั้นสวะเสียอีก
ผู้เป็มารดาได้ฟังว่าจาเด็กน้อยที่ใสสื่อบริสุทธิ์ หัวใจที่เคยคลายออกด้วยความกังวลกับรัดแน่นเข้ามาด้วยความเวทนาต่อผู้บุตรดังเดิม
" หยางเทียน เด็กน้อยเ้าจงจำคำมารดาไว้ไม่เ้าตัวตนเ้าจะเป็เช่นใด ไม่ว่าเ้าจะเป็ตัวตนดั่งที่นายท่านว่า เป็ผู้พิการไร้ซึ่งแขนขาเ้าก็จะยังเป็ลูกของข้าหยางซูผู้นี้ ข้าจะเป็มารดาผู้ที่จะรักและห่วงใยเ้าตลอดไปจงอย่าได้เก็บความคิดหรือคำพูดผู้ใดมาส่งผลต่อหัวใจอันบริสุทธิ์ของเ้าเลย " หยางซูกล่าวด้วยความอ่อนโยนและความรักที่มารดาพึงจะมีต่อบุตรได้คนหนึ่งพร้อมทั้งลูบไปยังหัวของหยางเทียน
" เรากลับบ้านเรากันเถอะเ้ายังคงต้องกลับไปฝึกฝนเคล็ดลมปราณที่เ้าพึ่งได้รับมาใหม่อย่าได้เกียจคร้านเป็อันขาดหากแม่รู้ว่าเ้านั้นเกียจคร้านไม่ฝึกฝนละก็ เ้าจะต้องอดข้าวเย็นวันนี้อย่างแน่นอน " วาจากล่าวตัดบทของหยางซูพลันปรับเปลี่ยนบรรยากาศอย่างสิ้นเชิง
" เอ่อ....ท่านแม่ข้าไม่อยากอดข้าวเย็นฝีมือท่านแม่หรอกนะอย่าได้กล่าวบทลงโทษอันน่าตระหนกนั้นเลยเรารีบกลับกันข้าอดใจไม่ไหวที่จะได้ฝึกมันแล้ว " เด็กน้อยเริ่มคลายสีหน้าเศร้าสร้อยแปลเปลี่ยนเป็ยิ้มตอบกลับแก่มารดาของตนม