เมื่อถูกตัดหัวแล้ว ซากดิบก็ตายสนิทโดยสิ้นเชิง แม้พวกมันจะได้ชื่อว่าเป็นอมตะ ไม่กลับมาเวียนว่ายตายเกิด แต่นั่นก็เป็นแค่คำนิยามเท่านั้น ไม่ได้เป็นอมตะจริง ๆ หรอก ไม่อย่างนั้นทุกคนก็คงไม่ต้องไปเป็นเทพเซียนแล้ว ตอนตายแค่ให้ซากดิบกัดสักคำ ก็สามารถอายุยืนไม่แก่ตายได้แล้ว
แม้หลิวเวยอันจะเหนื่อยจนหายใจลำบาก แต่กลับรู้เช่นกันว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาพัก เขาคว้ามีดพร้าที่เคยฟันจนมีรอยแตกไปหลายรอยขึ้นมา แล้วเริ่มผ่าอกแหวกท้องซากดิบ เขาไม่ได้เป็นโรคจิตหรอก แต่เขากำลังหาสมบัติล้ำค่าต่างหาก
สิ่งมีชีวิตในโลกนี้แปลกมาก หลังจากตายไปแล้วในร่างกายก็จะผลิตถุงเนื้อที่คล้ายกับถุงไข่แมงมุม เมื่อผ่าถุงเนื้อออกก็จะได้รับสมบัติจำนวนหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่นมีดสั้น รองเท้า หมวก แหวน สร้อยคอเป็นต้น ฟังดูเหลือเชื่อ แต่ถ้าเป็นคนที่เคยเล่นเกมมาก่อนก็จะรู้ ว่าไม่ต่างอะไรกับการตีมอนสเตอร์ดรอปไอเทม สิ่งที่แตกต่างกันก็คือแบบแรกเป็นเกม อีกแบบคือโลกแห่งความจริง
ตอนที่ซากดิบลุกขึ้นมามีชีวิต กล้ามเนื้อของมันจะแข็งทื่อ แต่หลังจากตายสนิทแล้ว พลังในกายเนื้อก็ราวกับหายไปในชั่วพริบตาเดียว เนื้อหนังกลับอ่อนนุ่มขึ้นด้วยซ้ำ สามารถใช้ดาบผ่าเนื้อเน่าออกได้อย่างง่ายดาย เผยให้เห็นถุงเนื้อขนาดเท่ากำปั้นหนึ่งอัน เมื่อได้เห็นถุงเนื้อ ใบหน้าซีดขาวของหลิวเวยอันก็มีรอยยิ้มเพิ่มขึ้นแล้ว
แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้เห็นถุงเนื้อ แต่ทุกครั้งที่ได้เห็นมัน เขาก็ยังตื่นเต้นเร้าใจอย่างอดไม่ได้ เขาใช้ปลายดาบปาดถุงเนื้อออกมาอย่างระมัดระวัง ไม่ระวังไม่ได้หรอก เพราะเนื้อและน้ำเลือดของซากดิบล้วนแฝงไปด้วยพิษร้าย หากสัมผัสแม้เพียงหยดเดียว มันก็จะกัดกร่อนไปถึงกระดูก เขาไม่อยากปาดเนื้อทิ้งอีกรอบ
ถุงเนื้ออัศจรรย์มาก มันแช่อยู่ในเลือด แต่กลับเหมือนดอกบัวที่เกิดจากโคลนตมแต่ไร้มลทิน หลังจากปาดออกมาแล้ว บนถุงเนื้อนั้นก็สะอาดหมดจด ไม่หลงเหลือของเหลวใด ๆ อยู่เลย เพียงแต่ช่วงเวลาอยากรู้อยากเห็นนั้นผ่านไปแล้ว เขานำมีดสั้นที่เคยใช้หั่นเนื้อตัวเองออกมาปาดหนึ่งที ถุงเนื้อแยกออกเป็นสองส่วน เหรียญทองแดงหล่นออกมากว่าสิบเหรียญ
หลิวเวยอันปั้นสีหน้าไม่ถูกทันที แม้จะรู้ว่าการฆ่าซากดิบเลเวลต่ำแบบนี้ โดยทั่วไปจะไม่ได้ของดีอะไร ยกตัวอย่างเช่นสมบัติอย่างคันธนู ดาบ กระบี่ ยาเม็ด ตำราลับ แต่พอเอาเข้าจริงก็อดไม่ได้ที่จะคาดหวัง แต่ก็ผิดหวังแค่ประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น เขารีบเก็บเหรียญทองแดงขึ้นมา รวมทั้งหมดสิบหกเหรียญ ยังถือว่าไม่เลว ดีกว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนตั้งเยอะ อย่างน้อยก็ได้ค่าข้าววันนี้กลับมาแล้ว
หลิวเวยอันควักถุงเนื้อของซากดิบตัวที่สองออกมาแบบเดิมเป็นสูตรสำเร็จ พอผ่าออกมาดูก็พบว่าข้างในไม่มีเหรียญทองแดง ไม่มีอุปกรณ์มีเพียงลูกแก้วขนาดเท่าไข่นกกระทาเม็ดหนึ่ง ลูกแก้วเป็นสีแดงเข้ม ด้านบนมีลวดลายราง ๆ แผ่กลิ่นอายที่ไม่ธรรมดาออกมา วินาทีที่เขาได้เห็นลูกแก้ว ดวงตาก็แทบถลนออกมา ใบหน้าซีดขาวเปลี่ยนเป็นเปล่งปลั่งแดงเรื่อ ตื่นเต้นจนแทบหยุดหายใจ
ยาเม็ดอาสัญ ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นยาเม็ดอาสัญ!
ที่เขาเลือกเป้าหมายเป็นซากดิบ ก็เพราะมีสาเหตุเช่นกัน เป็นเพราะซากดิบเคลื่อนไหวเชื่องช้า เป็นเป้าหมายขนาดใหญ่ ยิงโดนได้ง่าย โอกาสโจมตีสำเร็จสูงกว่าสัตว์ชนิดอื่นเยอะมาก
ตอนแรกสุดเขาเลือกไก่ตัวผู้ ไล่ฆ่าอยู่สามวันสามคืน แต่ไก่ตัวผู้ก็ไม่ตายเสียที กลับเป็นเขาที่บาดเจ็บหนัก สุดท้ายไก่ตัวผู้ที่ใกล้ตายก็ถูกคนอื่นแย่งไป จากนั้นเขาก็เปลี่ยนเป้าหมายเป็นสุนัขพื้นเมือง ผลปรากฏว่าใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียว กล้ามเนื้อบนร่างกายก็หายไปเกือบสามจิน1 โชคดีที่กลุ่มล่าสัตว์ผ่านมาพอดี เลยช่วยชีวิตเขาไว้
ตอนหลังเขาก็ไม่กล้าเคลื่อนไหวเพียงลำพังแล้ว เขาเลือกที่จะสร้างทีมเพราะคนมากก็กำลังเยอะ สถานการณ์ก็ดีขึ้นหน่อยอย่างน้อยในแต่ละวันก็สามารถหาเหรียญทองแดงมากินข้าวได้สักมื้อหนึ่ง แต่ฉากอันงดงามนั้นอยู่ได้ไม่นาน เป็นเพราะไปโจมตีสังหารแมวป่าตัวหนึ่ง แล้วแบ่งของเฉลี่ยกันไม่ลงตัว คนในทีมเลยแตกคอกัน เขาใช้เวลาหลายวันก็ยังไม่สามารถหาทีมใหม่ไม่ได้
ทีมเถื่อนมักจะเกิดเหตุการณ์แบ่งของกันไม่ลงตัว อันตรายมาก ส่วนทีมมาตรฐานล้วนเป็นคนคุ้นเคยกัน ไม่รับคนแปลกหน้าง่าย ๆ คนที่ปู่ไม่เอ็นดูย่าไม่รักอย่างหลิวเวยอัน เดินเตร่อยู่หลายวันสุดท้ายก็ไม่ได้อะไร จึงทำได้เพียงกัดฟันขึ้นเขามาแสวงโชคสักตั้ง
ไม่ต้องพูดถึงเลย เขาไม่ได้ดวงซวยจริง ๆ บังเอิญเจอหนูตัวหนึ่งวิ่งออกมา เขาเคยเห็นหนูมาก่อน หนูที่ตัวใหญ่เท่าสุนัขพื้นเมืองแบบนี้ เขาเห็นแวบแรกก็ตกใจจนขวัญกระเจิง แต่พอมองดูอีกที ก็เปลี่ยนเป็นตื่นเต้นดีใจ เพราะหนูตัวนั้นบาดเจ็บหนักอยู่แล้ว เขายิงลูกธนูดอกเดี่ยวทะลุคอมัน ตอนหนีมาถึงที่นี่ก็เหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายแล้ว
นี่คือเหยื่อของคนอื่น
หลิวเวยอันตัดสินใจในชั่วพริบตาเดียว แย่งแม่งเลย! เขาโจมตีสังหารหนูก่อนที่ผู้ไล่ล่าจะตามมาถึง ทำให้ได้รับมีดสั้นมาหนึ่งเล่มและเป็นมีดสั้นที่ใช้อยู่ปัจจุบันเช่นกัน แม้จะมีขนาดเล็กกระจุ๋มกระจิ๋ม แต่แหลมคมไร้ที่เปรียบ จากนั้นก็นำเนื้อหนูหลบหนีไปแล้ว
เนื้อหนูแลกได้สามสิบแปดเหรียญทองแดง วันนั้นเขาได้กินอิ่มแปล้ไปมื้อใหญ่
และเป็นครั้งนั้นเช่นกัน เขาได้ตัดสินใจแล้วว่าจะเป็นนักธนู หลังจากคัดเลือกรอบหนึ่ง เขาก็เลือกซากดิบมาเป็นเป้าหมาย แม้ในนั้นจะยังมีเหตุผลตามสภาพความเป็นจริงมากมายก็ตาม เช่นสุสานคนน้อย ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกแย่งมอนสเตอร์ เช่นสุสานอยู่ใกล้ สะดวกว่าเดินทางจากป่ากลับเข้าเมือง
มีคำกล่าวว่ารู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง เพื่อที่จะทำความเข้าใจลักษณะพิเศษของซากดิบ เขากัดฟันจ่ายเงินสิบเหรียญทองแดงเพื่อซื้อเวลาอ่านหนังสือสิบนาทีในร้านหนังสือแห่งเดียวของเมือง พยายามสุดความสามารถเพื่อจดจำข้อมูลทั้งหมดที่ต้องรู้เกี่ยวกับซากดิบ เพียงแต่แม้จะพยายามอย่างถึงที่สุดแล้ว แต่เวลาสิบนาทีจะจำได้สักเท่าไรกันเชียว ในใจเขารู้ชัดเจน ว่ามันน้อยจนน่าเวทนา เพียงแต่บังเอิญได้อ่านข้อมูลแนะนำเกี่ยวกับยาเม็ดอาสัญจากในนั้นพอดี
ยาเม็ดอาสัญคือยาที่ก่อตัวจากซากดิบ เหตุใดจึงเกิดสิ่งนี้ขึ้นมาได้ บนตำราก็ไม่ได้บอกไว้ละเอียด เพียงอธิบายไว้อย่างคลุมเครือว่าไม่ต่างกับหนิวหวงหรือจูเป่าเท่าไรนัก แต่เงื่อนไขในการก่อตัวคงโหดร้ายยิ่งกว่า สิ่งเดียวที่สามารถแน่ใจได้ก็คือ ยาเม็ดอาสัญสามารถกินได้ อีกทั้งหลังจากกินยาเม็ดอาสัญ ก็ไม่ต้องกลัวพิษของซากดิบอีกต่อไปด้วย
ไม่มีความลังเลใด ๆ หลิวเวยอันกลืนยาเม็ดอาสัญลงไปแล้ว ยาเม็ดอาสัญดูแข็งเหมือนหยก แต่กลับละลายในปาก ความรู้สึกสดชื่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย เพียงครู่เดียวทั้งตัวก็รู้สึกเบา พลังกายที่ถูกกลิ่นศพในอากาศกดไว้พรั่งพรูกลับมาราวกับกระแสน้ำ สดชื่นกระปรี้กระเปร่า ความรู้สึกหน้ามืดวิงเวียนก็หายไปแล้ว สมองปลอดโปร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ผลลัพธ์นี้แสดงให้เห็นทันตา
รู้สึกชาคันบริเวณต้นขาอยู่พักหนึ่ง บาดแผลตรงส่วนที่ถูกตัดเนื้อทิ้งกำลังสมานกันเร็วมากจนตาเปล่าสังเกตเห็นได้ ไม่มีกลิ่นศพมายับยั้ง ความสามารถในการเยียวยาตัวเองของหลิวเวยอันก็กลับมาเป็นปกติแล้วเช่นกัน
ถึงได้บอกว่าโลกนี้อัศจรรย์มาก ไม่ว่าจะได้รับบาดเจ็บขนาดไหน ขอเพียงคุณไม่เป็นอะไร ก็ล้วนเยียวยาตัวเองได้ทั้งนั้น
หลิวเวยอันไม่ได้สนใจบาดแผลบนขา แต่หยิบมีดพร้าขึ้นมาผ่าศีรษะของซากดิบสองตัว นำผลึกสีขาวสองชิ้นขนาดเท่าเม็ดข้าวออกมา นี่ก็คือสิ่งที่ก่อตัวจากส่วนที่ดีที่สุดของร่างกายซากดิบ ครู่เดียวก่อนตายมันจะก่อตัวเป็นคริสตัล หลังจากกินเข้าไปแล้ว ก็จะทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น ก่อนหน้านี้กังวลว่าจะโดนสารเหลวซากดิบกระเด็นใส่ตอนผ่าศีรษะ จึงไม่เคยกล้าลงมือเลย
ผลึกสีขาวไร้กลิ่นไร้รส หลังจากกลืนลงท้องแล้ว มันก็กลายเป็นพลังงานกลุ่มหนึ่งทะลักไปทั่วร่างกายทันที หลิวเวยอันรู้สึกได้ชัดเจนว่ากล้ามเนื้อบนร่างกายเพิ่มขึ้นหลายส่วน พลังที่เหมือนคลื่นโหมซัดสาดกำลังไหลเวียนอยู่ในร่างกาย ทะยานไหลไม่หยุดพักราวกับกระแสน้ำในแม่น้ำฉางเจียงและหวงเหอ
เขาสภาพร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็กแล้ว ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องออกแรงจับไก่ เขามีแรงพอ ๆ กับไก่นั่นแหละ ครั้งแรกที่กินผลึกสีขาวก็คือครั้งที่ฆ่าหนูยักษ์ตัวนั้น ร่างกายของเขาได้วิวัฒนาการเป็นครั้งแรก จากอ่อนแอไร้แรงจับไก่กลายเป็นคนปกติ และนี่ก็เป็นวิวัฒนาการครั้งที่สอง เขารู้สึกได้นิดหน่อย ว่าถ้าทุบกำปั้นออกไป ก็จะมีพลังเกือบสองร้อยจิน นี่ถือว่าเหนือคนปกติทั่วไปแล้ว
ตอนมองไปที่ต้นขาอีกครั้ง ก็พบว่าบาดแผลหายไปแล้ว เนื้องอกกลับมาใหม่แล้วเช่นกัน ถ้าไม่ดูเอียดก็คงไม่รู้ว่าเคยได้รับบาดเจ็บมาก่อน สีของท้องฟ้าใกล้จะพลบค่ำแล้ว หลิวเวยอันไม่กล้าเสียเวลา รีบจัดการข้าวของนิดหน่อย
ที่เรียกว่าจัดการข้าวของก็คือเก็บกวาดศพคนในทีมก่อนหน้านี้ ขอเพียงเป็นสิ่งที่มีมูลค่า ต่อให้เป็นเหรียญทองแดงเหรียญเดียวก็ไม่ปล่อยไป เพียงแต่เห็นได้ชัดเจนมาก ว่าคนพวกนั้นสู้ไม่ได้แม้กระทั่งซากดิบ เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นยอดฝีมือ ในเมื่อไม่ใช่ยอดฝีมือ โดยทั่วไปก็ไม่ได้ร่ำรวย ในบรรดาศพสิบร่างนี้ เขาค้นเจอเงินแค่ยี่สิบแปดเหรียญทองแดง กระบี่ไม้หกเล่ม แต่น่าเสียดายที่เปื่อยยุ่ยไปหมดแล้ว กระบองยาวสี่ด้าม แต่น่าเสียดายที่หักแล้ว ธนูหนึ่งคัน หักแล้วเช่นกัน แต่สายธนูก็ไม่เลวเลย หลิวเวยอันปลดออกมาเก็บไว้ทันที
สิ่งเดียวที่ได้ก็คือมีดพร้า แต่ก็เป็นรอยขรุขระเช่นกัน ไม่รู้ว่าจะยังแลกเงินได้กี่เหรียญทองแดง แต่จะว่าไปแล้ว วันนี้ก็เก็บเกี่ยวได้ไม่เลวเลย ได้เงินสี่สิบสี่เหรียญทองแดง ต้องรู้ว่าก่อนหน้านี้เวลาหาเงินได้เยอะที่สุดก็ยังได้แค่วันละเจ็ดเหรียญทองแดงเท่านั้น
ตอนที่กำลังจะออกไป จู่ ๆ ก็มองศพของซากดิบพร้อมเกิดความคิดบางอย่าง ในโลกนี้ เนื้อทุกประเภทสามารถนำไปขายแลกเงินได้ ไม่ว่าจะเป็นไม้ กระดูก หรือต้นไม้ใบหญ้าก็ล้วนแลกเงินได้ทั้งนั้น ถ้าอย่างนั้น เนื้อที่เน่าเปื่อยแล้วจะแลกเงินได้หรือเปล่านะ? จะให้กินก็คงกินไม่ได้แน่นอน แต่ถ้านำไปทำยาพิษล่ะ? หลิวเวยอันรู้ว่าราคายาพิษไม่ใช่น้อย ๆ
ถ้าเป็นตอนก่อนกินยาเม็ดอาสัญ เขาก็ไม่กล้ามีความคิดอย่างนี้เลย แต่ตอนนี้พิษซากดิบไม่มีผลอะไรต่อเขาแล้ว เลยเกิดความคิดพุ่งพล่านขึ้นมากะทันหัน
หลังจากนั้นสามชั่วโมง หลิวเวยอันก็กลับเข้าเมือง ถ้าจะบอกว่าเป็นเมือง ไม่สู้บอกว่าเป็นหมู่บ้านดีกว่า นี่คือชนเผ่าที่เกิดขึ้นเอง หลัก ๆ แล้วใช้เพื่อซื้อขายแลกเปลี่ยน
เมืองสือโถว เป็นชื่อที่ธรรมดาจนไม่รู้จะธรรมดายังไงแล้ว เป็นเพราะข้างหมู่บ้านมีกินก้อนใหญ่อยู่ก้อนหนึ่งจึงเป็นที่มาของชื่อนี้
สีของท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว แต่เมืองสือโถวกลับมีผู้คนไม่น้อยเลย สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าแผงลอย บนแผงร้านค้าวางสินค้าไว้หร็อมแหร็มไม่กี่ชิ้น ส่วนใหญ่เป็นการนำของมาแลกของ ก็ช่วยไม่ได้ เพราะทุกคนก็จนมาก ไม่มีเงินใช้ ตอนที่เห็นหลิวเวยอันลากซากดิบสองร่างเข้าเมืองมา แม้จะประหลาดใจ แต่กลับไม่มีใครพูดอะไร เพียงมองแวบเดียวเท่านั้น คนที่ตั้งแผงขายของอยู่ที่นี่ทุกวันมีของแปลกอะไรที่ไม่เคยเจอบ้าง อย่าว่าแต่ซากดิบสองร่างนี้เลย ต่อให้เป็นคางคกสามขาก็ใช่ว่าจะไม่มีคนเคยล่าได้
ร้านขายยา
เมืองสือโถวมีร้านขายยาเพียงแห่งเดียว ให้ตายเถอะ แม้แต่ชื่อร้านก็ไม่มี เห็นได้ชัดว่าเตรียมจะทำธุรกิจแบบผูกขาด
"เนื้อซากดิบ?"
ร้านขายยายังไม่เคยรับซื้อสินค้าแบบนี้มาก่อน พนักงานไม่กล้าตัดสินใจเอง จึงเชิญเจ้าของร้านออกมา หลิวเวยอันไม่ได้พูดอะไร ได้แต่มองเจ้าของร้านอย่างเดียว
เจ้าของร้านกลับไม่ได้มองหลิวเวยอัน จ้องแต่ซากดิบทั้งข้างนอกข้างในรอบหนึ่ง สุดท้ายถึงได้บอกว่า "ถ้าเป็นศีรษะซากดิบที่สมบูรณ์ เราสามารถให้ราคาสามเหรียญทองได้ แต่ถ้าศีรษะแตกแล้ว ท้องก็โดนผ่าแล้ว กรงเล็บก็ถูกตัดทิ้งแล้วด้วย ดังนั้นผมให้ราคาได้แค่ศพละหนึ่งเหรียญเงิน"
ศีรษะแตกแล้ว แสดงว่าผลึกสีขาวถูกนำออกมาแล้ว ผ่าหนังท้องแล้ว แสดงว่าถุงเนื้อถูกนำออกมาแล้ว ในศพหนึ่งร่าง จุดที่ราคาแพงที่สุดก็คือผลึกสีขาวกับถุงเนื้อ เพียงแต่จากสามเหรียญทองถึงหนึ่งเหรียญเงิน ความแตกต่างนี้ก็ยังทำให้หลิวเวยอันผิดหวังสุด ๆ เพราะหนึ่งเหรียญทอง เท่ากับหนึ่งร้อยเหรียญเงิน นี่มันสามร้อยเท่าเชียวนะ
ส่วนสาเหตุที่ตัดกรงเล็บไป ก็เพราะเขาต้องใช้กรงเล็บมาทำหัวลูกธนู
"ตกลง!" หลิวเวยอันไม่ลังเลเลย มัวลังเลไม่ได้หรอก เพราะที่นี่มีร้านขายยาเพียงแห่งเดียว
หลังจากตกลงซื้อขายสำเร็จ หลิวเวยอันก็ไปจัดการมีดพร้าที่บุบสลายนั่นอีก ไม่น่าเชื่อว่าจะขายได้แค่สิบเอ็ดเหรียญทองแดง ไอ้สารเหลวซากดิบเวรตะไลเอ๊ย ทำลายดาบดี ๆ ไปตั้งหนึ่งเล่ม
เขาเลือกสถานที่ปลอดภัยแห่งหนึ่ง แล้วก็ออฟไลน์ไป
- โปรดติดตามตอนต่อไป -
1 จิน หน่วยวัดน้ำหนักของจีน 1 จิน เท่ากับ 500 กรัม