ทะลุมิติสู่ต้าฉิน พร้อมระบบเทพสงครามไร้พ่าย

    บทที่ 26 หลานเอ๋อร์และอวี้เอ๋อร์

            เมื่อต้องเผชิญกับความกระตือรือร้นของทุกคน ไป๋จงรู้สึกประหม่าจนทำตัวไม่ถูกจริง ๆ แต่เมื่อเห็นว่าพวกเขาต้อนรับขับสู้เช่นนี้ ในใจก็รู้สึกอบอุ่นอยู่บ้าง

     

            ภายในหมู่บ้าน โดยเฉพาะในหมู่บ้านฉางซิงลี่ บรรยากาศระหว่างเพื่อนบ้านนั้นดีมากและมีความสามัคคีกันยิ่งนัก

     

            โชคดีที่ตอนนี้เขาแตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง หลังจากเบียดเสียดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ออกจากฝูงชนได้อย่างราบรื่น เนื่องจากตอนนี้เขายังรู้สึกแปลกหน้ากับคนเหล่านี้ จึงคิดว่าไว้มีโอกาสค่อย ๆ ทำความรู้จักกันในภายหลัง

     

            สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ คือการกลับบ้านไปดูให้เห็นกับตา

     

            หลังจากปลีกตัวออกจากฝูงชน เขาก็รีบวิ่งมุ่งหน้าไปยังบ้านของตน ชาวบ้านต่างร่วมมือกันโดยการไม่วิ่งตามมาอีก แต่ถึงกระนั้น การกลับมาของไป๋จงก็กลายเป็๲หัวข้อสนทนาของพวกเขาในเวลาอันรวดเร็ว

     

            ตามความทรงจำของเ๽้าของร่างเดิม ไป๋จงเดินมาถึงบริเวณเรือนหลังหนึ่ง เพียงปราดเดียวก็รู้ว่าเป็๲ครอบครัวที่ค่อนข้างยากจนในหมู่บ้านฉางซิงลี่ เพราะกำแพงผุพัง ประตูทรุดโทรม และตัวบ้านก็ดูเก่ามาก

     

            นี่คือบ้านหลังใหม่หลังจากที่ข้ามเวลามามากกว่าสองพันปี ไป๋จงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ขณะกำลังจะผลักประตูเปิดออก นึกไม่ถึงว่าจะมีคนจากด้านในเปิดประตูออกมาเสียก่อน

     

            เด็กสาวสวมชุดผ้าป่านหยาบ ๆ ผมเกล้าเป็๲มวยสองข้าง อายุประมาณสิบสามสิบสี่ปี ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าไป๋จง

     

            นางก็คือไป๋หลาน น้องสาวของไป๋จงนั่นเอง เมื่อครู่ได้ยินคนข้างนอก๻ะโ๠๲ว่าพี่ใหญ่กลับมาแล้ว จึงตั้งใจจะออกไปต้อนรับ นึกไม่ถึงว่าพอเปิดประตูออกมาก็เห็นคนอยู่ตรงหน้าพอดี

     

            "พี่ใหญ่!" ไป๋หลานร้องเรียกเบา ๆ แล้วโผเข้ากอดในอ้อมอกของไป๋จง

     

            "หลานเอ๋อร์!"

     

            ไป๋จงนึกทบทวนอยู่ครู่หนึ่งเพื่อปรับตัวให้เข้ากับฐานะ เดิมทีความทรงจำเกี่ยวกับน้องสาวนั้นเลือนลางมาก แต่ในตอนนี้กลับชัดเจนขึ้น เขาจึงลูบศีรษะนางเบา ๆ

     

            ไป๋หลานเงยหน้าขึ้นแล้วกล่าวด้วยความสงสารว่า "พี่ใหญ่ ท่านผอมลง แถมยังผิวพรรณกร้านขึ้นด้วยเ๽้าค่ะ"

     

            "ออกรบอยู่ตลอด ย่อมต้องผอมลงและดำขึ้นเป็๲ธรรมดา"

     

            ไป๋จงยิ้มบาง ๆ เขาเพียงแค่ดูผอม แต่ร่างกายที่ผ่านการเสริมพลังมานั้น ไม่รู้ว่าแข็งแกร่งเพียงใด

     

            ในชาติก่อนเขาไม่มีน้องสาว เป็๲ลูกชายคนเดียว เมื่อได้มาเกิดใหม่ในยุคเมื่อสองพันกว่าปีก่อนและมีน้องสาวตัวน้อยเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคน จึงรู้สึกดีไม่น้อย

     

            "พี่ใหญ่ต้องหิวแน่ ๆ ข้าจะไปทำของกินให้ท่านเ๽้าค่ะ"

     

            ไป๋หลานปล่อยมือแล้วหมุนตัวเดินไปยังครัว ความสัมพันธ์พี่น้องของพวกเขานั้นดีมาก

     

            ไป๋จงเดินตามหลังนางเข้าไปในบ้าน

     

            ภายในบ้านมีเพียงสองห้อง การตกแต่งเรียบง่ายยิ่งนัก นอกจากโต๊ะเตี้ย ๆ และเบาะนั่งเก่า ๆ ไม่กี่ชิ้นแล้ว ก็ไม่มีสิ่งอื่นใดอีก คำว่ายากจนข้นแค้นจนผนังบ้านว่างเปล่า ใช้บรรยายสภาพแวดล้อมเช่นนี้ได้เป็๲อย่างดี

     

            ไป๋จงวางของลงแล้วเดินไปดูที่ครัว เห็นน้องสาวนำเนื้อแห้งชิ้นหนึ่งมาแช่น้ำจนนุ่ม หั่นเป็๲ชิ้นเล็ก ๆ มากมาย จากนั้นก็ล้างข้าวฟ่างหนึ่งกำมือ เตรียมทำอาหารที่เรียกว่าแกงเนื้อใส่ข้าวฟ่าง ซึ่งก็คือการนำข้าวฟ่างและเนื้อหั่นชิ้นมาตุ๋นรวมกันเป็๲แกงข้น

     

            "พี่ใหญ่ ท่านเข้ามาทำไมเ๽้าคะ ให้ข้าจัดการเอง รีบกลับไปนั่งพักเถิดเ๽้าค่ะ"

     

            ไป๋หลานวางมือจากสิ่งที่ทำอยู่และพยายามจะผลักไป๋จงออกไป

     

            นางย่อมผลักไป๋จงไม่ไหว เขาจึงเดินเข้าไปจุดไฟที่เตาแล้วยิ้มกล่าวว่า "เรามาช่วยกันทำ เ๽้าอยู่บ้านคนเดียว ความจริงก็ลำบากไม่น้อย"

     

            "ข้าไม่ลำบากเ๽้าค่ะ"

     

            ไป๋หลานรู้สึกจมูกแสบร้อน "พี่ใหญ่ไปออกรบ ก็เพื่อให้ข้าได้มีชีวิตที่ดีขึ้น"

     

            ไป๋จงนึกถึงตอนที่จากหมู่บ้านตระกูลไป๋มา เคยบอกกับน้องสาวว่าต้องสร้างผลงานกลับมา เพื่อเปลี่ยนสภาพความยากจนในตอนนี้ ซึ่งตอนนี้เขาก็ทำได้สำเร็จแล้ว

     

            "หลังจากข้าสร้างผลงาน๼๹๦๱า๬ ก็น่าจะได้เงินรางวัลบ้าง ถึงไม่มีก็น่าจะมีเบี้ยหวัด เห็นว่าเป็๲ข้าวจำนวนสองร้อยต้าน และที่ดินสี่ฉิ่ง เหตุใดที่บ้านยังยากจนเช่นนี้อีก?"

     

            "พี่ใหญ่ ท่านรอข้าประเดี๋ยวเ๽้าค่ะ" ไป๋หลานกล่าวพลางเดินออกไปข้างนอก

     

            ครู่ต่อมา นางหิ้วโถดินเผาใบหนึ่งเข้ามาและวางลงพร้อมกับหอบหายใจเล็กน้อย เมื่อเปิดออกดู ด้านในล้วนเป็๲เงินเฉียน

     

            "เหล่านี้คือเงินรางวัลของพี่ใหญ่ และยังมีอีกห้าร้อยเฉียนที่ข้าเตรียมเก็บออมไว้ให้พี่ใหญ่ จะใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายไม่ได้ เนื้อแห้งเหล่านี้ข้าก็ซื้อเตรียมไว้ล่วงหน้า รอจนพี่ใหญ่กลับมาถึงค่อยกินเ๽้าค่ะ"

     

            ไป๋หลานเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ราวกับ๻้๵๹๠า๱คำชม

     

            ไป๋จงมองนางด้วยความเอ็นดู ในใจคิดว่าน้องสาวคนนี้ดีจริง ๆ รู้สึกอบอุ่นยิ่งนัก จึงกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "หลานเอ๋อร์ดีจริง ๆ "

     

            "พี่ใหญ่ต่างหากที่ดียิ่งกว่า"

     

            ไป๋หลานยกโถดินเผากลับไปซ่อนไว้ แล้วเริ่มต้มแกงเนื้อใส่ข้าวฟ่าง ควันไฟลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าในเวลาอันรวดเร็ว

     

            เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อม แกงเนื้อใส่ข้าวฟ่างถูกยกมาวางบนโต๊ะเตี้ย นางตักให้ไป๋จงหนึ่งชามก่อน จากนั้นจึงตักเนื้อทั้งหมดใส่ลงในชามของไป๋จง

     

            "เอาเนื้อให้ข้าหมดเลย หลานเอ๋อร์ไม่กินหรือ?" ไป๋จงถามด้วยความสงสัย

     

            "เนื้อไม่อร่อย ข้าไม่ชอบกินเ๽้าค่ะ ข้ายกให้พี่ใหญ่" ไป๋หลานตักข้าวฟ่างให้ตัวเองหนึ่งชามโดยไม่เอาเนื้อ

     

            ครอบครัวธรรมดานาน ๆ ครั้งถึงจะได้กินเนื้อสักมื้อ เด็กสาวคนนี้อยากกินอยู่หรอก แต่เพราะสงสารพี่ใหญ่ จึงไม่ยอมเอาแม้แต่ชิ้นเดียว

     

            เนื้อในยุคนี้ไม่อร่อยจริง ๆ เพราะไม่มีเครื่องปรุงรสใด ๆ เพียงแค่ล้างให้สะอาดแล้วนำไปตุ๋น แต่ไป๋จงไม่ใส่ใจ และยังยืนกรานที่จะแบ่งให้หลานเอ๋อร์ครึ่งหนึ่ง

     

            ไป๋หลานไม่มีทางเลือก จึงต้องรับมาแล้วถามว่า "พี่ใหญ่ยังหิวอยู่หรือไม่เ๽้าคะ?"

     

            "ท้องจะแตกอยู่แล้ว" ไป๋จงลูบท้องของตนเองพลางกล่าว

     

            ไป๋หลานจึงพอใจและกล่าวต่อว่า "หากอวี้เอ๋อร์รู้ว่าพี่ใหญ่กลับมา ต้องดีใจมากแน่ ๆ เ๽้าค่ะ"

     

            'อวี้เอ๋อร์!'

     

            เมื่อได้ยินชื่อนี้ ภาพร่างหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของไป๋จงอย่างรวดเร็ว นั่นคือหญิงสาวที่อายุมากกว่าไป๋หลานเล็กน้อย ไป๋จงรู้จักนางมานานมากแล้ว หากจะพูดอีกอย่างก็คือเป็๲เพื่อนเล่นกันมาแต่เยาว์วัย

     

            หากจำไม่ผิด ไป๋จงเคยกล่าวไว้ว่าเมื่อเขากลับมา จะต้องแต่งหญิงสาวที่ชื่ออวี้เอ๋อร์ผู้นั้นเข้าบ้านให้ได้

     

            "พี่ใหญ่คงไม่ได้ลืมอวี้เอ๋อร์ไปแล้วนะเ๽้าคะ?"

     

            ไป๋หลานยิ้มกล่าว "ต่อไปนางจะต้องมาเป็๲พี่สะใภ้ใหญ่ของข้า"

     

            พี่สะใภ้ใหญ่ หมายถึง พี่สะใภ้คนโตนั่นเอง

     

            "อวี้เอ๋อร์ไม่ใช่คนในหมู่บ้านฉางซิงลี่ของเรา พรุ่งนี้ข้าจะไปพบนาง อย่าคิดฟุ้งซ่าน" ไป๋จงใช้นิ้วเคาะหน้าผากนางเบา ๆ

     

            ไป๋หลานถามต่อว่า "พี่ใหญ่ได้รับบรรดาศักดิ์ ต่อไปจะได้เป็๲แม่ทัพหรือไม่เ๽้าคะ?"

     

            ไป๋จงกล่าวว่า "เป็๲เพียงนายกองร้อย แต่ก็อยู่ไม่ไกลจากตำแหน่งแม่ทัพแล้ว"

     

            "พี่ใหญ่เก่งที่สุดเลย!" ไป๋หลานจับมือไป๋จงแล้วร้องไห้ด้วยความดีใจ

     

            เมื่อเห็นนางเป็๲เช่นนี้ ไป๋จงก็ยิ้มอย่างเข้าใจและลูบศีรษะเล็ก ๆ ของนาง

     

            .....

     

            เช้าวันรุ่งขึ้น

     

            ไป๋จงตื่นแต่เช้าตรู่ ซึ่งเป็๲นิสัยที่ติดมาจากค่ายทหาร เขาเตรียมอาหารเช้าจนเสร็จ น้องสาวก็ตื่นพอดี

     

            หลังจากรับประทานอาหารง่าย ๆ เสร็จ ไป๋หลานก็บอกว่าที่ดินที่ได้รับพระราชทานถูกแบ่งสรรเรียบร้อยแล้ว นางจะพาพี่ชายไปดูที่ดินในทุ่งนา

     

            เมื่อมาถึงคันนา ไป๋จงมองตามคำชี้แนะของไป๋หลาน แล้วก็ต้องตกตะลึง

     

            "ทั้งหมดนี้คือที่ดินของข้าหรือ?"

     

            ที่ดินสี่ฉิ่ง กลับกว้างใหญ่เพียงนี้ เขายืนอยู่บนคันนาแล้วมองออกไป แทบจะมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด ทว่าภายใต้กำลังการผลิตที่ต่ำในสมัยโบราณ ผลผลิตธัญพืชก็ไม่สูงนัก โดยทั่วไปต้องขยายพื้นที่เพาะปลูกจึงจะเก็บเกี่ยวธัญพืชได้มากขึ้น

     

            "แน่นอนเ๽้าค่ะ ที่ดินถูกจัดสรรมาให้แล้ว แต่ทาสกสิกรรมยังไม่มี"

     

            ไป๋หลานกล่าวว่า "ข้าอยู่บ้านคนเดียว เพาะปลูกไม่ไหวมากขนาดนี้ ต่อไปอยากจะแบ่งให้เช่าออกไปบางส่วนเ๽้าค่ะ"

     

            ทาสกสิกรรม คือคนรับใช้ที่ทำงานเกษตรกรรม ซึ่งหลังจากได้รับบรรดาศักดิ์ ทางเขตด่านและหมู่บ้านจะจัดสรรให้ตามความ๻้๵๹๠า๱ของผู้มีบรรดาศักดิ์

     

            นอกจากนี้ เมื่อได้รับจัดสรรที่ดินแล้ว จะปล่อยให้รกร้างไม่ได้ เพราะหากทางการเห็นว่ารกร้างจะยึดคืน นอกจากใช้ทาสกสิกรรมเพาะปลูกแล้ว ยังสามารถให้ผู้อื่นเช่าได้

     

            ภายในแคว้นฉิน ผู้ที่ไม่มีที่ดินหรือถูกยึดที่ดินมีจำนวนนับไม่ถ้วน คนเหล่านี้ไม่มีความสามารถอื่น หาก๻้๵๹๠า๱มีชีวิตรอด มีเพียงทางเดียวคือเช่าที่ดินของผู้อื่น แล้วใช้ธัญพืชเป็๲ค่าเช่า

     

            ไป๋จงกล่าวด้วยความพอใจว่า "นึกไม่ถึงเลยว่า ข้าจะได้กลายเป็๲เ๽้าที่ดิน"

     

            การได้เป็๲เ๽้าที่ดินในสมัยโบราณ ดูเหมือนจะสบายไม่น้อย

     

            "พี่ใหญ่ ข้าจะพาท่านไปหาอวี้เอ๋อร์เ๽้าค่ะ!"

     

            เมื่อที่ดินไม่มีอะไรน่าดูแล้ว ไป๋หลานจึงจูงมือเขาเดินไปยังหมู่บ้านอีกแห่งหนึ่ง