ความเงียบโรยตัวอยู่ครู่ใหญ่มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนที่กรีดปีกประสานเสียงมาจากพงหญ้านอกบ้านขับกล่อมรัตติกาลให้ยิ่งลึกล้ำ
อั๋นยังคงจ้องมองใบหน้าด้านข้างของคนที่ตกอยู่ในภวังค์เงียบๆสันกรามคมคายและเงาจางๆ ของไรหนวดที่ขึ้นใหม่ช่างดูแตกต่างจากความนุ่มนิ่มที่เขาเพิ่งพรรณนาไปลิบลับ
เขาเม้มปากลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยทำลายความเงียบนั้นอีกครั้ง
“ว่าแต่...” เสียงของเด็กหนุ่มยังคงวนเวียนอยู่กับเื่สรีระร่างกายที่ติดอยู่ในหัวมือของเขาเผลอยกขึ้นทำท่าประกอบในอากาศอย่างไม่รู้ตัว
“หน้าอกของพี่คนนั้นกับกล้ามอกของพี่...แม่งโคตรจะคล้ายกันเลยแต่ของพี่คนนั้นมันจะหยุ่นๆ กว่าหน่อย ไอ้เดียวมันเคยบอกว่าพี่คนนั้นคงไปเสริมซิลิโคนมาหน้าอกถึงได้เป็ทรงสวยขนาดนั้น” เขาพูดไปเรื่อยตามที่คิดแต่ดวงตาไม่ได้ละไปจากแผงอกขาวที่ขยับไหวตามจังหวะหายใจของคนที่นั่งอยู่บนโซฟาเลยแม้แต่น้อย
สายตาของเขาไล่สำรวจั้แ่ลาดไหล่กว้างมัดกล้ามที่นูนเด่นขึ้นมาเป็รอนสวยไปจนถึงยอดอกสีเข้มที่แทบจะมองไม่เห็นในความสลัวแต่มันก็ตรึงความสนใจของเขาไว้ได้อย่างประหลาด
คำพูดนั้นดึงเด่นออกจากภวังค์เขาหันมาสบตาอั๋นเต็มๆ แววตาฉายแววขบขันระคนเอ็นดูก่อนจะตามมาด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก
“แต่ของกูมันของจริงนะเว้ย!” คนพี่พูดพลางยืดตัวตรงแอ่นอกขึ้นเล็กน้อยอย่างคนภูมิใจในสิ่งที่สร้างมากับมือ
“มึงดู…มีแต่กล้ามเนื้อล้วนๆที่ยังไม่ได้ลีนไขมันออก มันเลยยังดูเป็เต้าๆ คล้ายของผู้หญิงถ้ารีดไขมันออกหมดเมื่อไหร่...มึงคอยดูเถอะ จะสวยกว่านี้อีกเยอะ”
ว่าแล้วเขาก็ยกมือข้างหนึ่งขึ้นช้าๆสายตาจ้องมองอั๋นอย่างท้าทายก่อนจะวางฝ่ามือหนานั้นทาบลงบนเนินอกข้างหนึ่งของตัวเองเต็มๆ มือกดน้ำหนักลงไปเล็กน้อยเพื่อแสดงให้เห็นถึงความแน่นตึงของมวลกล้ามเนื้อ
จากนั้นนิ้วทั้งห้าก็ค่อยๆตะล่อมและบีบเคล้นมันเบาๆ เป็การสาธิตให้ดู
อั๋นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก...เสียงดัง‘เอื๊อก’ เมื่อเห็นภาพที่ไม่คาดฝันต่อหน้าต่อตา
“จริงเหรอพี่! แต่ผมว่า...แบบนี้มันก็...สวยมากแล้ว” เขาตอบเสียงแ่เหมือนคนไม่มีแรงรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมด
เด็กหนุ่มจ้องมองการกระทำของคนพี่ไม่วางตาภาพฝ่ามือหยาบกร้านที่บีบเคล้นเนินอกอิ่มจนล้นขึ้นมานั้น...มันจุดประกายบางอย่างในกายเขา
ความร้อนวูบวาบแล่นจากช่องท้องลงไปกระจุกตัวอยู่ใจกลางลำตัวอย่างรวดเร็วจนส่วนนั้นของเขาเริ่มตื่นตัวและแข็งขืนขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม
“เอ่อ...พี่!”
เด็กหนุ่มสปริงตัวลุกขึ้นยืนทันทีอย่างร้อนรนจนหัวเข่ากระแทกเข้ากับขอบโต๊ะดัง ‘ปั้ก!’เขานิ่วหน้าด้วยความเจ็บแต่ก็ไม่สนใจมันแล้ว
“ผม...ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน! อั้น...อั้นมานานแล้ว!” เขารีบพูดรัวเร็วน้ำเสียงตะกุกตะกัก ถ้ายังขืนนั่งอยู่ตรงนี้ต่อไปอีกแค่ห้าวินาทีมีหวังเขาต้องทำอะไรน่าอายไปมากกว่านี้แน่!
เด่นมองตามร่างโปร่งที่เดินสะดุดขาตัวเองจนเกือบจะล้มหายลับไปในความมืดนอกตัวบ้านเขายกแก้วเหล้าขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้ความซาบซ่านของแอลกอฮอล์แผ่ไปทั่วลำคอ
ดวงตาคมกริบทอดมองไปยังห้องน้ำเล็กๆที่สร้างแยกไว้ แสงไฟจากหลอดตะเกียบส่องสว่างออกมาทำให้เงาตะคุ่มของอั๋นปรากฏบนผนังไม้เก่าๆ อย่างชัดเจน
เงาดำนั้นยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็ขยับไปที่ก๊อกน้ำ เสียงน้ำไหลดังแว่วมาเบาๆ แล้วก็เงียบไป ก่อนที่เงาร่างนั้นจะหันข้างแล้วมือข้างหนึ่งก็เริ่มปัดป่ายบริเวณเป้ากางเกงราวกับ้าระงับอะไรบางอย่างไม่ให้ตื่นขึ้นมา
“ไอ้เด็กนี่...” เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆมุมปากยกขึ้นเป็รอยยิ้มรู้ทันที่ลึกกว่าเดิมแววตาที่มองเงานั้นลึกล้ำและฉายประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก
ไม่นานนักอั๋นก็เดินโซเซกลับออกมาจากห้องน้ำ เขาพิงเสาบ้านอยู่ครู่หนึ่งเพื่อตั้งหลักใบหน้าขาวๆ แดงก่ำยิ่งกว่าเก่า ดวงตาฉ่ำเยิ้มบนริมฝีปากมีรอยยิ้มพึงพอใจกึ่งเหม่อลอย เขาเดินกลับเข้ามาในบ้านพยายามทำตัวให้เป็ปกติที่สุด
“หายหัวไปซะนาน ปล่อยกูนั่งเหงาจะตายห่า”เด่นเอ่ยแซวทันทีที่อีกฝ่ายทรุดตัวลงนั่งที่เดิม
“อย่าบอกนะว่ามึงแอบไป ‘ชักว่าว’ ในห้องน้ำมาน่ะ ฮ่าๆๆๆ”
คำพูดตรงๆนั้นทำให้อั๋นที่เพิ่งนั่งลงถึงกับสำลักอากาศ เขาไอโขลกจนหน้าดำหน้าแดงรีบยกมือขึ้นลูบต้นคอแก้เก้อ
“โอ๊ย!พี่พูดอะไรเนี่ย! ผมจะไปมีอารมณ์บ้าๆ แบบนั้นได้ไง ไม่มีสาวๆ สวยๆ สักหน่อย”เขาปฏิเสธเสียงอ่อย ก่อนจะทำหน้าครุ่นคิดพลางชี้นิ้วที่ยังสั่นนิดๆไปทางเด่นเพื่อเปลี่ยนเื่
“ว่าแต่พี่นั่นแหละ ไปเรียนกรุงเทพฯ ตั้งหลายปี ไม่เห็นมีแฟนสวยๆกลับมาฝากพ่อแม่บ้าง ผมเห็นพี่นอนทำหน้าเหงาๆ ั้แ่เมื่อคืนแล้ว หรือว่า...”
อั๋นชะงักคำพูดไปดื้อๆเมื่อนึกถึงภาพเด่นที่นอนอยู่บนโซฟาเมื่อคืนก่อน แผ่นหลังที่เกร็งแน่นเสียงลมหายใจหอบกระเส่าที่ได้ยินแว่วๆ มันซ้อนทับขึ้นมาในหัวอย่างคมชัดจนเขาพูดไม่ออก
“จะมีได้ไง”
ร่างสูงหัวเราะในลำคอเสียงแ่วางแก้วเหล้าลง
“กูตัวคนเดียวยังแทบไม่รอดไหนจะเงินส่งไอ้เดียวเรียนมหา’ลัยอีก ไม่รู้ต้องใช้อีกกี่แสน” เขาเงียบไปนานจ้องของเหลวในแก้ว ก่อนจะพูดเสียงเบา
“ว่าแต่...ที่ผ่านมาไอ้เดียวมัน...ไม่ได้บอกอะไรมึงเลยเหรอว่ากูเป็...” เขาจงใจเว้นจังหวะ เงยหน้าขึ้นสบตาอั๋นั์ตาคมกริบคู่นั้นจริงจังจนน่าใจหาย ทิ้งคำถามให้ค้างเติ่งอยู่กลางความเงียบ
“เป็...เป็อะไรครับพี่?” อั๋นถามสวนทันทีรู้สึกถึงความหนักอึ้งในบรรยากาศ
“ไอ้เดียวไม่เคยบอกอะไรผมเลยนะขนาดเื่พี่กลับมาบ้านมันยังไม่บอกเลย”
เด่นถอนหายใจอีกครั้งสบัดศีรษะเบาๆ เหมือนจะไล่ความคิดฟุ้งซ่าน
“ช่างมันเถอะไม่มีอะไร” เขาตัดบทอย่างรวดเร็ว ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วทำในสิ่งที่ทำให้อั๋นถึงกับหยุดหายใจ...
นิ้วแกร่งของเขาเกี่ยวปมผ้าขนหนูสีขาวอย่างใจเย็นค่อยๆ คลายมันออกช้าๆ ผ้าผืนนั้นไม่ได้ร่วงหล่นลงไปทันที
แต่มันค่อยๆคลี่ตัวออก เลื่อนผ่านสะโพกสอบลงไปกองอยู่บนพื้นเผยให้เห็นกางเกงในสีดำสนิทตัวเดียวที่โอบรัดความมโหฬารเอาไว้ท่ามกลางแสงสลัว
“เห้ย! พี่! ทะ...ทำอะไรน่ะ!” อั๋นผงะถอยหลังโดยอัตโนมัติลมหายใจติดขัดอยู่ในอก
“ถึง...ถึงผมจะเคยลองกับกะเทยก็จริง แต่กับผู้ชายแมนๆ กล้ามแน่นๆแบบพี่...ผมว่า ผมคงไม่ไหว!” เขาละล่ำละลักเสียงสั่น
คำพูดนั้นทำให้ร่างสูงหยุดชะงักเขาหันขวับกลับมา รอยยิ้มมีเลศนัยปรากฏที่มุมปาก เด่นไม่ตอบแต่ก้าวเข้ามาหาอั๋นช้าๆ หนึ่งก้าว แล้วก็อีกก้าว
จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้าคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เขาย่อตัวลงเล็กน้อยใบหน้าอยู่ห่างจากร่างนั้นไม่ถึงคืบอั๋นรู้สึกได้ถึงไอร้อนจากผิวกายและกลิ่นเหล้าผสมกับกลิ่นสบู่จางๆ
“ไม่ไหว?” เขาพูดเสียงพร่า ทุ้มต่ำ
“กูว่ามึงไม่เคยลองมากกว่า…”
สิ้นคำพูดคนพี่ก็ใช้นิ้วมะเหงกเขกหน้าผากมนเบาๆ ทีหนึ่งอย่างหมั่นเขี้ยวก่อนจะยืดตัวตรงแล้วเดินเลี่ยงไปหยิบกางเกงขาสั้นมาสวมทับและคว้าผ้าขาวม้าผืนเดิมมาพาดบ่า
“แล้ว...แล้วพี่จะไปไหนอะ? ดึกปานนี้…”อั๋นถามเสียงแ่ หัวใจยังคงเต้นระรัว
“ยังจะถามอีก?” ร่างสูงเลิกคิ้ว ทำหน้าขรึมก่อนจะตวาดกลบเกลื่อน
“รีบลุกขึ้น!ไปเป็เพื่อนกูซื้อเหล้าที่ร้านยายเพ็ญหน้าปากซอย เหล้าหมด อารมณ์ค้าง!” เขาสั่งอย่างรนเพราะกลัวว่าร้านค้าจะปิดหนีไปจริงๆ
“ปั่นจักรยานไปแป๊บเดียวรีบเข้า! เดี๋ยวยายแกปิดร้าน อดแดกแล้วอย่ามาโวย!”
ความตึงเครียดในร่างของอั๋นคลายลงพรวดพราดเขารีบลุกขึ้นยืนทันที
“รอแป๊บพี่!เดี๋ยวผมไปด้วย!” ร่างโปร่งรีบคว้าเสื้อยืดมาสวมอย่างลวกๆ
“แต่...ผมไม่มีตังค์ติดตัวมาเลยนะพี่”เขาพูดอย่างเกรงใจขณะเดินตามอีกฝ่ายที่ก้าวออกไปรอแล้ว
“เออน่า...เื่เล็ก” เสียงทุ้มตอบกลับมา ไม่ใส่ใจนัก
“มึงมีหน้าที่ช่วยกูหิ้วก็พอแล้ว”