วันที่ห้าเดือนห้า
ท้องฟ้าสีครามสะท้อนสีแดงของพระอาทิตย์ขึ้น แสงสว่างทอดยาวทั่วูเา สายลมพัดอ่อน ๆ เป่าความมืดมิดบนพื้นปฐีให้สว่างขึ้น
ฟ้ายังไม่ทันสว่างจู้เจียงเจียงก็พาคนในหมู่บ้านขึ้นเขาไปเตรียมตัว มีทั้งกลุ่มเก็บชา กลุ่มขายชา กลุ่มปล่อยว่าว และกลุ่มชงชา นางล้วนเตรียมไว้พร้อมแล้ว
“พี่หญิงจู้มีคนมาแล้ว!” เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่คอยสอดส่องอยู่บนยอดูเาชา ะโเรียกจู้เจียงเจียงที่อยู่เชิงเขาเสียงดัง
ทุกคนที่ได้ยินล้วนหันกลับไปมอง เห็นแค่บนถนนสายหลักที่เคยรกร้างมาเนิ่นนาน ที่ถูกคนในหมู่บ้านทำความสะอาดแบบง่าย ๆ เส้นนั้น มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังใกล้เข้ามา
“ถนนสายนี้ดูคุ้นตานัก นี่ไม่ใช่ถนนสายหลักเก่าที่ถูกทิ้งร้างไปเมื่อห้าปีก่อนหรอกหรือ?”
“จริงด้วย” อีกคนหนึ่งตอบ “ข้านึกว่าใกล้ ๆ ถนนเส้นนี้จะไม่มีคนอยู่แล้ว คิดไม่ถึงว่ายังมีคนเดินทางเส้นนี้”
คนที่มาเมืองเจียงหนาน ย่อมรู้จักแค่หมู่บ้านที่เคยไปมาเท่านั้น ส่วนที่ไม่เคยไปก็ถือว่าไม่มีอยู่จริง
เผยจี้ที่นั่งอยู่บนหลังม้าค่อย ๆ ขี่ตามหลังทุกคนไปอย่างช้า ๆ ครั้นได้ยินพวกเขาคุยกัน ในใจก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้าขึ้นมาเล็กน้อย
หมู่บ้านเสี่ยวฮวง ข้ากลับมาแล้ว
เมื่อกลุ่มคนเดินเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ จู้เจียงเจียงก็รีบวิ่งขึ้นเขาพลางะโว่า “ทุกคน เตรียมร้องเพลงเก็บชา ฟังข้า ♫ เดือนสามนกกระทาบินเที่ยวเล่นเต็มูเา...เริ่ม!”
นางร้องนำขึ้นเพลงก่อน จากนั้นเสียงร้องที่เริ่มจากผู้หญิงเก็บชาคนที่หนึ่งข้างตัวนาง ก็ส่งต่อกันไปตลอดทาง ส่งไปจนถึงบนูเาชาหลายลูกด้านหลัง
ไม่นาน เสียงร้องประสานก็ดังก้องไปทั่วทั้งูเาชา
“สะใภ้เล็ก เร็ว! พวกเขามาแล้ว...”
ตรงเนินเขามีคนเรียกจู้เจียงเจียงอีกครั้ง นางหมุนตัววิ่งลงไปอีกรอบ
ช่วยไม่ได้ วิธีการประชาสัมพันธ์ของนางแปลกใหม่แล้วกล้าหาญเกินไป คนในหมู่บ้านไม่กล้าตัดสินใจเอง ไม่ว่าอะไรก็ต้องให้จู้เจียงเจียงออกโรง
จู้เจียงเจียงมุ่งหน้าจากบนูเามายังจุดต้อนรับบนถนนสายหลัก ยังหายใจไม่สม่ำเสมอก็เห็นแขกกลุ่มแรกมาแล้ว
กลุ่มคนส่วนใหญ่ล้วนเดินเท้ามา มีสองสามคนถือตะกร้า ทั้งยังพกธูปเทียนหอมติดมาด้วย เกรงว่าอีกเดี๋ยวจะต้องได้ไหว้เฟิ่งหวงสีทองคู่นั้นกระมัง
คนที่บ้านมีฐานะดีหน่อยบ้างก็ขี่ลามา บางครอบครัวก็นั่งเกี้ยวมา
เกี้ยวเล็กสีเทาใช้สองคนหาม ข้างในนั่งได้แค่คนเดียว
ดูเหมือนจะไม่มีม้าหรือรถม้าเลย นอกจากชายรูปร่างสูงใหญ่ที่ขี่ม้าตามมาอยู่ด้านหลังกลุ่มคนผู้นั้น
“ูเาชาหมู่บ้านเสี่ยวฮวง ยินดีต้อนรับทุกท่านที่เดินทางมา” จู้เจียงเจียงต้อนรับทุกคนอย่างมีน้ำใจ
คนที่มาเมื่อเห็นนางก็ตกตะลึงเล็กน้อย “เ้าคือหญิงสาวที่ขายชาอยู่ในเมืองไม่ใช่หรือ? เ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? แล้วเื่เสียงร้องบนูเาชาคืออะไรกัน?”
ถึงแม้ทุกคนจะอยากรู้ว่าทำไมจู้เจียงเจียงถึงมาอยู่ที่นี่ได้ แต่หูกลับถูกเสียงร้องเพลงบนูเาดึงดูด จนต้องยืดคอยาวมองไป
“ทุกท่าน ด้านหน้าคือูเาชา พวกเรากำลังเก็บชา หากทุกท่านสนใจ สามารถขึ้นเขาไปชมได้”
ร้อยเื่เล่าไม่เท่าตาเห็น จู้เจียงเจียงบิดตัวหลีกทางให้พวกเขา ผายมือเชื้อเชิญให้พวกเขาขึ้นไปดูบนูเาชา
นอกจากเก็บชา ในหมู่บ้านยังมีคนกำลังผลิตชา หลังจากพวกเขาชมกระบวนการเก็บชาแล้ว ก็จะมีคนพาพวกเขาเข้าหมู่บ้านไปดูขั้นตอนการผลิตชา
ให้พวกเขาเห็นขั้นตอนการผลิตใบชาด้วยตาตัวเอง ถึงขั้นให้พวกเขาได้ลองลงมือทำด้วยตัวเองสักหนึ่งครั้ง
ดื่มชาที่ตัวเองทำออกมา พวกเขาจะยอมรับได้ง่ายกว่า
บางทีอาจเพราะเสียงร้องบนูเาชวนให้หลงใหล แขกที่เดินทางมาจึงไม่ได้หยุดพักนานนัก กลับมุ่งหน้าเดินตรงขึ้นเขาไปอย่างว่องไว และต่างก็ลืมถามเื่เฟิ่งหวงสีทองไปเสียสนิท
“แม่นางน้อย เ้าเป็คนในหมู่บ้านเสี่ยวฮวงนี่เอง”
ไม่รู้ว่าเผยจี้ลงจากม้ามาถึงข้างหน้าจู้เจียงเจียงตอนไหน เขายิ้มและทักทายนางในเวลาเดียวกัน
เดิมเขายังคิดจะทักทายสวี่เหล่าเกินและคนอื่น ๆ ที่อยู่ด้านข้างของนาง แต่เมื่อคิดทบทวนดูแล้ว สถานะตอนนี้ของเขาคือ เผยจี้ลูกนอกสมรสตระกูลเผยในเมืองหลวงที่อยู่ข้างนอกมาสิบปี ไม่ใช่เผยจ้าว เขาจึงไม่ได้ทักทาย
แต่ได้เห็นคนรู้จักที่ไม่เจอกันมานาน เขาก็อดไม่ได้ที่จะมองอยู่หลายครั้ง
“แม่ทัพเผย?” จู้เจียงเจียงแปลกใจที่เจอเขา “ท่านมาได้อย่างไร? ม้าของท่านให้พวกเขาหาสถานที่ผูกไว้ดีไหม?”
“รบกวนแล้ว”
เผยจี้ยื่นบังเหียนให้กับจู้เจียงเจียง นางหันไปส่งต่อให้คนในหมู่บ้าน “จูงม้าเข้าไปผูกในหมู่บ้าน แล้วไปตัดหญ้าอ่อนในทุ่งนาป้อนอาหารมันจนอิ่ม”
นางจงใจให้คนในหมู่บ้านจูงม้าไปในหมู่บ้าน
นอกจากจะดึงดูดเผยจี้ให้ซื้อชาง่ายแล้ว ถ้าเป็ไปได้ นางยังอยากสืบข่าวเื่ของเผยจ้าวสักหน่อย
“แม่ทัพเผย เชิญขึ้นูเาชา”
จู้เจียงเจียงเห็นหนิวต้งในฝูงชน ก็ให้เผยจี้เดินขึ้นูเาชาไปก่อน
หนิวต้งคือคนเดียวที่รู้ว่าการแสดงเฟิ่งหวงสีทองในวันนี้ เป็การสร้างเื่ั้แ่ต้นจนจบของนาง ที่เขามาก็เพื่อให้การสนับสนุนนาง
ดังนั้นเขาจึงนำของขวัญมาให้นางด้วย
“แม่นางเจียงเจียง ยินดีด้วย อันนี้มอบให้เ้า” หนิวต้งยิ้มแฝงความหมาย ทั้งสองคนทักทายกันอย่างมีเลศนัยเงียบ ๆ
จู้เจียงเจียงรับตะกร้าจากหนิวต้งมา เปิดผ้าดูแวบหนึ่ง ด้านในคือกระเพาะหมูและเครื่องในที่ยกให้นาง ยังมีหมูสามชั้นชิ้นใหญ่ชิ้นหนึ่ง
“ขอบคุณ” พูดจบนางก็หันหน้าะโขึ้นเขา “เสี่ยวอวี๋มานี่หน่อย”
เผยเสี่ยวอวี๋เก็บชาอยู่บนูเาชาที่ใกล้ที่สุด เมื่อได้ยินเสียงจึงรีบหยุดงานในมือ แล้ววิ่งลงเขามาทันที
เผยจี้ที่ยังเดินไปได้ไม่ไกล ครั้นได้ยินจู้เจียงเจียงเรียก ‘เสี่ยวอวี๋’ ก็หยุดฝีเท้าลง นั่นเป็ชื่อของน้องสาวเขา
จากนั้น เขาก็เห็นเด็กผู้หญิงอายุห้าหกขวบคนหนึ่งวิ่งผ่านข้างตัวเขาไป สีหน้าแดงก่ำ ใบหน้าคล้ายกับเขามาก
“เอาเนื้อไปเก็บที่บ้าน ออกมาอย่าลืมใส่กุญแจเข้าใจไหม?”
จู้เจียงเจียงมอบตะกร้าให้เผยเสี่ยวอวี๋ นางยิ้มฟันขาว พยักหน้ารับรัว ๆ แล้วหมุนตัววิ่งไปในหมู่บ้าน
พระอาทิตย์ค่อย ๆ ลอยสูงขึ้น ผู้คนที่มาดูเฟิ่งหวงสีทองบนูเาชา ทยอยมากันไม่ขาดสาย มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
เฟิ่งหวงสีทองรอต่อไปไม่ได้แล้ว
“ลุงสามสวี ท่านไปบอกพวกหนอนหนังสือ ปล่อยว่าวได้แล้ว” จู้เจียงเจียงใช้มือบังหน้าผาก มองดูพระอาทิตย์บนท้องฟ้าแวบหนึ่ง
จากการทดสอบปล่อยว่าวสองวันที่ผ่านมา ใกล้ได้เวลาแล้ว
ขณะนี้มุมองศาของแสงพระอาทิตย์ บวกกับเส้นรัศมีความโค้งของไหล่เขา ตอนว่าวลอยขึ้นก็ย้อนแสงพอดี
เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไปจากูเาชาส่วนใหญ่ ก็จะสามารถเห็นว่าวกำลังอาบแสงสีทองของพระอาทิตย์ เฟิ่งหวงสีทองปลอมก็กลายเป็ของจริงได้
“ชุ่ยฮวาร้อง《เพลงรักแห่งขุนเขาชา》...” จู้เจียงเจียงส่งสัญญาณให้หลูชุ่ยฮวา
หลูชุ่ยฮวาให้สัญญาณรับทราบ วางตะกร้าแล้ววิ่งไปบอกคนเก็บชา
หลังจากเพลงเก็บชาจบลง ท่วงทำนองก็เปลี่ยนไป เสียงร้องเพลงที่คุ้นเคยพลันดังขึ้น
แขกที่มาวันนี้แทบจะร้องบทเพลงนี้ได้ทั้งหมด ดังนั้นเมื่อเสียงร้องดังขึ้น แขกที่อยู่บนูเาชาจึงฮัมเพลงร้องตาม
เมื่อร้องตาม ทุกคนยิ่งซึมซับบรรยากาศ ใบชาที่เห็นตรงหน้าจึงรู้สึกดูสวยงามขึ้นมาก
“นี่ก็คือใบชาสดใหม่ใช่หรือไม่? หอมจริง ๆ”
ทั้งพวกผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว และเหล่าสาวน้อยจากในเมือง ล้วนอดไม่ได้ที่จะเข้าร่วมขบวนเก็บใบชา เลียนแบบทำตามคนของหมู่บ้านเสี่ยวฮวง เดินเก็บชาไปด้วยกัน
จู้เจียงเจียงใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ ให้สวี่หลิวซื่อหยิบตะกร้าไม้ไผ่ขนาดเล็กที่เตรียมไว้มายื่นให้คนที่้าเก็บชา “ฮูหยิน ลองเก็บชาให้ตัวเองหนึ่งตะกร้า ชาที่ตัวเองเก็บกับมือรสชาติจะยิ่งดี”