ตอนที่ 199 จุดปรากฏของประตูมิติ
ตอนที่ 199 จุดปรากฏของประตูมิติ ณ ที่สักทีในป่าสัตว์อสูร ‘มากกว่าที่คิดอีกแฮะ มีคนมากกว่าชาติที่แล้วพอสมควร’ หยางเฉินที่เดินทางมาถึงจุดเปิดของประตูมิติพรางคิดด้วยความแปลกใจ สำหรับหยางเฉินตอนนี้เขาสวมผ้าคลุมสีดำปิดบังร่างกายเอาไว้ การที่ต้องปิดบังเอาไว้แบบนี้ไม่ใช่ว่ากลัวแต่อย่างใด แต่ทว่า ยังไม่ต้องการให้เกิดปัญหาอะไรขึ้นเพราะนิกายโลหิตทองคำตั้งค่าหัวเขาเอาไว้สูงพอสมควร การเปิดหน้าให้เห็นยังไงก็มีการต่อสู้เกิดขึ้นก่อนแน่นอนส่วนหนีออกมาจากค่ายล้อมเมืองจินได้ยังไงก็ไม่ต้องพูดให้มากความ สำหรับหยางเฉินที่เคยปกครองดินแดนศักดิ์สิทธิ์มาก่อน การปลอมตัวไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร อีกอย่าง พวกที่ล้อมเมืองจินตอนนี้ต่างก็เป็นพวกที่ไม่ได้อยู่ระดับสูงอะไรมากมาย เพราะทางนิกายโลหิตทองคำเจอปัญหาหลายอย่าง ส่วนเรื่องที่หยางเฉินกำลังตกใจเมื่อมาถึงจุดเปิดของประตูมิติตอนนี้ก็คือ นักสู้ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากการที่มีนักสู้จำนวนมากของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มารวมตัวกันแบบนี้มันน่าตกใจก็จริง แต่ก็ไม่น่าตกใจอะไรขนาดนั้น เพราะก่อนที่ประตูมิติจะเปิดมันจะมีพลังไอ้วิญญาณแรงสูงปล่อยออกมาเป็นออร่าสีทองสดขนาดใหญ่ ด้วยเหตุนี้ การที่นักสูงของดินแดนศักดิ์สิทธิ์จะมารอรับทาสที่จะเดินทางเข้ามาก็ไม่ใช่เรื่องแปลก“เจ้าที่ยืนตรงนั้นบอกชื่อนิกายและสำนักมาสะ!”เสียงผู้ชายดังขึ้นจากด้านหลังของหยางเฉิน ตัวหยางเฉินเมื่อรู้ว่าตัวเองโดนเรียกก็สะดุ้งเล็กน้อยเพราะระแวงเรื่องตัวตนของตัวเองอยู่ แต่ว่า หลังจากที่หันมองชายที่พูดกับตนเขาก็ยิ้มด้วยความดีใจทันที ‘มันมาด้วยจริงๆ หึหึ!’ชายที่ทำให้หยางเฉิยยิ้มอย่างดีใจตอนนี้เป็นชายรูปร่างใหญ่ สวมเสื้อกล้ามสีน้ำตาลที่เห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องและหน้าอกอย่างชัดเจน ที่เอวก็คาดดาบขนาดใหญ่ที่เป็นดาบเหมือนกับดาบอินเดียเอาไว้ และชายคนนี้มีชื่อว่า ต้าไห เป็นชายที่จับตัวหยางเฉินที่เดินออกมาจากประตูมิติเมื่อชาติที่แล้ว และมันก็ได้ใช้งานหยางเฉินอย่างหนักหลายต่อหลายเรื่อง ก่อนที่จะขายเข้าตลาดมืดเพื่อเอาเงินเล็กน้อย แต่ทว่า หลังโดนขายหยางเฉินก็สามารถหนีและกลับไปฆ่ามันได้เมื่อชาติที่แล้ว ต้าไหเลยไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีความแค้นอะไรมากมายนักแต่ถึงจะฆ่าด้วยมือตัวเองไปแล้วหนึ่งครั้ง แต่ตอนนั้นหยางเฉินก็ยังพลังไม่มากเลยต้องรีบฆ่า แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป พลังต้าไหตอนนี้อยู่เพียงระดับดวงดาวช่วงต้นเท่านั้นเอง เพราะงั้นหยางเฉินจึงดีใจอย่างมากที่จะได้แก้แค้นโดยการทรมานจนเพื่อให้ตายอย่างช้าๆ ด้วยมือของตัวเอง“ข้าถามสำนักกับนิกายรีบพูดมา!!!”ต้าไหตะโกนเสียงดังใส่หยางเฉินอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เริ่มจับดาบของตนและพวกลูกน้องด้านหลังเองก็ยิ้มแบบคนกำลังสะใจมองหยางเฉินอยู่ด้วย“นิกายวายุอัสนีสวรรค์”“ไม่เคยได้ยิน แล้วที่เจ้ามาแบบนี้รู้หรือเปล่าว่าต้องจ่ายค่าล่าด้วย”ต้าไห้พูดพรางยิ้มไปด้วย“-น่าสงสารจริงๆ มาคนเดียวก็แบบนี้แหละ”“-เจ้านั้นมันต้าไห้เป็นคนของนิกายต้าทวนด้วย ถ้าไปมีเรื่องด้วยคงอดล่าครั้งแน่”“-ชายจากนิกายวายุอัสนีน่าสงสารจริงๆ เฮ้อ~”พวกนักสู้ที่เห็นเหตุการณ์รอบๆ พากันพูดเกี่ยวกับหยางเฉิน แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยหยางเฉินเลยสักคนเพราะทุกคนต่างไม่อยากยุ่งถ้าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง‘ตอนนี้จะฆ่ามันเลยก็ได้อยู่หรอก แต่ถ้าฆ่ามันตอนนี้ง่ายเกินไป ชีวิตมันต้องเอาไปทรมานสักร้อยปีแล้วค่อยฆ่าให้ตายอย่างช้าๆ ให้มันได้เสียใจที่ได้เกิดมา’ หยางเฉินรู้ดีว่าตอนนี้ถ้าลงมือจะมีเรื่องตามมา เลยพยามข่มใจเอาไว้ “เท่าไหร่”ต้าไหทำหน้าแปลกใจ ‘มันจะให้จริงๆ เหรอ??? …ไม่สิ! แบบนี้ก็ยืนยันได้แล้วว่ามันมาคนเดียวแถมกำลังกลัว หึ!’“หนึ่งพันเหรียญทอง!”“เอาไป”หมับ!“เอ่ะ?!?!?” ต้าไหอุทานเสียงหลงเมื่อรับถุงเงินเอาไว้ และได้เปิดถุงเงินเพื่อตรวจสอบ ‘จริงด้วย! มันยอมจ่ายจริงๆ’เวลานี้คนที่กำลังแปลกใจไม่ได้มีเพียงต้าไหเพียงคนเดียว แต่พวกนักสู้ต่างก็กำลังมองเรื่องทั้งหมดด้วยสีหน้าแปลกใจ ปกติแล้วเงินจำนวน 1,000 เหรียญทอง มันไม่ได้หามาง่ายๆ และแน่นอน สำหรับคนปกติแล้วไม่มีทางมีได้แน่แต่ทว่าหยางเฉินกลับเอาออกมาจากแหวนมิติแล้วโยนมันให้ต้าไหแบบง่ายๆ“-เป็นคุณชายตระกูลใหญ่หรือเปล่านะ?”“-ไม่หรอกข้าว่าน่าจะเป็นประมุขน้อยของนิกายที่ร่ำรวย หรือไม่ก็มีอำนาจพอสมควรแน่”“-การที่มีเงินขนาดนั้นต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ ต้าไหหาเรื่องผิดคนสะแล้ว”เสียงพวกนักสู้ซุบซิบกันขึ้นมาอีกครั้ง ทางต้าไหเองเมื่อได้ยินเสียงซุบซิบแบบนั้นก็เริ่มมีสีหน้าเสียและเริ่มหนักใจกับเงินในมือ ‘ซวยแล้วไง มันต้องเป็นคนมีอำนาจแน่เลย ถ้าเกิดว่าข้าเอาเงินมันชีวิตคะ-’“เอะอะอะไรกัน!!!”เสียงผู้ชายดังขึ้นมาอีกครั้ง แต่เสียงครั้งนี้ดังออกมาพร้อมกับแรงกดดันพลังชี ตัวพลังที่ออกมาทำให้นักสู้ส่วนมากบริเวณหน้าประตูมิติแทบยืนไม่ไหว ซึ่งมันเป็นวิธีที่ผู้แข็งแกร่งชอบใช้กดดันคู่ต่อสู้ที่อ่อนแอกว่าส่วนคนที่ตะโกนออกมาเมื่อครู่ก็เป็นชายแก่นสดเคราสีขาว ที่สวมชุดของนิกายเพลิงโลกาและลอยบนฟ้าพร้อมลูกศิษย์อีกกว่าร้อยคน หลังที่เสียงหายไปได้ไม่นานคนส่วนมากก็เริ่มยืนได้ปกติ“ข้าเป็นผู้อาวุโสของที่ 4 ของนิกายเพลิงโลกา ถ้าใครกล้ามีปัญหาตอนนี้ข้าจะสังหารมันทันที”ชายที่พูดเมื่อครูเริ่มประกาศตำแหน่งของตน สำหรับนิกายใหญ่แล้วมีตำแหน่งอยู่มากมาย แต่ถึงยังไงตำแหน่งผู้อาวุโสก็มีเพียง 10 คน เท่านั้นเอง อีกทั้งยังเป็นถึงผู้อาวุโสสี่ พลังก็อยู่ขั้นดวงดาวขั้นสูงไม่ได้ต่างจากหยางเฉินมากนัก‘ตัวปัญหาปรากฏตัวสะแล้ว’ หยางเฉินคิดด้วยความหนักใจ เพราะเขาสามารถรู้พลังของผู้อาวุโสที่ปรากฏตัวได้จากวิชาตรวจสอบ เพราะพลังอยู่ระดับเท่าๆ กัน ‘ถ้าปะทะแล้วชนะต่อให้เป็นตัวเราตอนนี้คงบาดเจ็บไม่น้อย’“ท่านผู้อาวุโสข้ามีของมอบให้ท่านครับ!!!”ต้าไหตะโกนเสียงดังพร้อมคุกเข่าทั้งสองข้างลง จากนั้นก็ยกถุงเงินในมือขึ้นเหนือหัวเพื่อแสดงออกว่าต้องการมอบให้ ‘แบบนี้แหละ เอาเงินนี่ให้นิกายใหญ่ไปตัวเราก็รอด แถมยังได้ความดีความชอบจากผู้อาวุโสสี่จากนิกายเพลิงโลกาด้วย …หึหึ! ออกมาได้จังหวะพอดี ถึงจะเสียดายเงินแต่ถ้าเก็บไว้ก็อันตรายแน่ๆ’