เมื่อกลับมาถึงบ้านพร้อมกับเสียงเจื้อยแจ้วของมู่หยางเฉิน และเสียงหัวเราะของทุกคนทำให้หลินเหม่ยเอินรู้สึกประหลาดใจ จึงเดินออกจากบ้านมาดู
“ท่านแม่ ท่านแม่ ดูสิขอรับ วันนี้ข้าตกปลากับพี่รองได้ปลามาเยอะแยะเลยขอรับ” พูดพลางออกท่าออกทางการตกปลาให้ท่านแม่ดูแล้วชี้ไปที่ปลาที่มู่หยางเซิงและมู่หยางิ่ถืออยู่
หลินเหม่ยเอินเดินไปดูปลาตามที่บุตรชายคนเล็กชี้นิ้วก็ทำหน้าประหลาดใจ “โอ้โห ปลาเยอะแยะเลย ทำอย่างไรจึงจับปลาได้ล่ะ”นางถามด้วยความสงสัย
“ข้าเจอตะขอเบ็ดในน้ำเ้าค่ะ เลยเอามาทำเบ็ดตกปลาแล้วก็ตกกับเฉินเอ๋อร์ ปลาชุมมาก เลยได้มาเยอะเ้าค่ะ” มู่เหม่ยอวี้อธิบาย พร้อมแอบไขว้นิ้วชี้กับนิ้วกลางไว้ด้านหลังนางรู้สึกผิดบาปเหลือเกินที่ต้องโกหกมารดา แม้จะเป็เื่เล็กๆ น้อย
หากเป็คนอื่นในสมัยที่นางทำงานเป็สายลับนางก็แต่งเื่เศร้าเล่าความเท็จมาเสียมิใช่น้อยจนความเท็จนั้นแทบจะเข้าไปในเส้นเืฝอยของนางแล้ว แต่นางก็ไม่ได้รู้สึกผิดอะไรเพราะคิดว่ามันคืองาน แต่ตอนนี้มันไม่ใช่คนเหล่านี้รักและหวังดีต่อนางอย่างแท้จริงดั่งคนในครอบครัว(ซึ่งก็เป็คนในครอบครัวจริงๆ นั่นแหละ)และการใช้ชีวิตอย่างผู้ที่มีคนในครอบครัวคอยรักและเอาใจใส่เป็สิ่งที่มู่เหม่ยอวี้ปรารถนามานาน ดังนั้นนางจึงรู้สึกไม่ค่อยดีทุกครั้งที่ต้องกล่าวเท็จ
แม้มารดาจะรู้สึกว่ามันช่างบังเอิญเกินไปหรือไม่แต่ก็ไม่ได้ซักถามอะไรต่อ “ปลามันคาวมากเลยนะลูก จะกินได้หรือ”
“ได้สิเ้าค่ะ อร่อยด้วยประเดี๋ยววันนี้ข้าจะปรุงเองเ้าค่ะ”
หลินเหม่ยเอินไม่แปลกใจอะไรมาก ที่มู่เหม่ยอวี้บอกจะปรุงอาหารเพราะก่อนที่นางจะตกหน้าผา ก็เคยช่วยนางเข้าครัวบ่อย แม้จะรสชาติพื้นๆ ก็เถอะ
“ได้สิ ประเดี๋ยวแม่ช่วยเ้า” หลินเหม่ยเอินบอกบุตรสาว
แล้วท่านพ่อก็ส่งกระต่ายให้หลินเหม่ยเอินแล้วแยกตัวนำไก่ที่ได้มาจากในป่าไปสุ่มไว้ บุตรชายทั้งสองคนก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า ปล่อยให้สองสาวเข้าครัวทำอาหาร
ในขณะที่มารดาหุงข้าวมู่เหม่ยอวี้มองดูเครื่องปรุงในครัว ก็เห็นมีแค่เพียง เกลือ น้ำตาล หอม กระเทียมน้ำมัน (น้ำมันหมู) ‘เพราะอย่างสินะอาหารแต่ละมื้อของบ้านนี้ถึงได้รสชาติสุดจะรันทด’
“ท่านแม่ ที่บ้านเรามีพริกหรือไม่เ้าคะ”นางเอ่ยถามมารดา
“พริกคือสิ่งใดหรือ” มารดาถาม
“เอ่อ....”
‘เอาละสิ สงสัยคนที่นี่จะไม่รู้จักต้นไม้พวกนี้’นางคิดว่าจะตอบอย่างไรดีเล่านี่
“พริกคือพืชชนิดหนึ่งเ้าค่ะ บางชนิดมันก็ยาวๆสักขนาดนี้” นางชูนิ้วก้อยให้ดูแล้วใช้นิ้วโป้งคั่นกลางทำให้เห็นว่ามีขนาดเท่าครึ่งนิ้วก้อย
“บางชนิด ก็ยาวขนาดนี้”นางชี้นิ้วไปที่กลางฝ่ามือของมืออีกข้างพร้อมกระดกนิ้วกลางให้มารดาดูว่ามันยาวประมาณห้าชุ่น
“บางชนิด ก็มีผลเหมือนจะกลมๆ” แล้วนางก็กำมือให้มารดาดู(พริกหยวก)
“ตอนยังไม่สุกมีสีเขียว พอสุกก็เปลี่ยนเป็สีแดงพวกมันมีรสเผ็ดเ้าค่ะ บางชนิดเผ็ดมาก บางชนิดเผ็ดน้อย”
“อ้อ แบบนี้นี่เอง แม่เคยเห็นนะตามชายเขาแต่แม่ไม่เคยเก็บมา”
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ข้าแค่ถามดูคิดว่าจะมีในครัวอยู่แล้วแต่ท่านแม่ไม่ต้องห่วง วันนี้ตอนตกปลาข้าก็ได้เดินดูรอบๆ เห็นพริกและพืชอื่นๆ ที่กินได้หลายชนิดข้าเลยเก็บมาแล้วเ้าค่ะ แหะๆ ประเดี๋ยวข้าไปหยิบจากด้านนอกนะเ้าคะ” นางแถได้อีกแล้วรีบเดินออกจากห้องครัวไป แล้วทำท่าเหมือนค้นหาอะไรในตะกร้า แล้วหยิบเอาพวกพริกมะนาว ตะไคร้ ข่า มะขาม ใบมะกรูด ผักชี ออกมาจากพยัคฆ์ทมิฬบนแขนของนาง แล้วเดินกลับเข้ามาในครัว
“ได้แล้วเ้าค่ะ” นางทำเป็เอาของที่ไปหยิบมาให้มารดาดู
“เอ๋ ของพวกนี้เองหรือ มันกินได้หรือลูกแม่เห็นบางอย่างบนเขามีนะ แต่บางอย่างแม่ไม่เคยเห็นแต่ไม่คิดว่ามันจะกินได้เลยไม่เคยเก็บมา” มารดากล่าว และลองหยิบมาดม
‘โอ้ เยี่ยม!’ มู่เหม่ยอวี้อดไม่ได้ที่จะแอบดีใจ
“เ้าค่ะ ของพวกนี้กินได้เ้าค่ะ เป็พืชผักสวนครัวข้าว่าเราเอาพวกมันมาปลูกดีหรือไม่เ้าคะ คราวหน้าเราจะได้ไม่ต้องขึ้นเขาไปเก็บ”นางรีบเสนอความคิด เพราะคราวหน้าหากนางจะหยิบอะไรจากฮอลมิติของนางจะได้มีที่ไปที่มารองรับ
“จะปลูกก็ได้อยู่นะ คราวหน้าถ้าเจอก็ให้ท่านพ่อของเ้าขุดมาปลูกที่บ้านของเราก็แล้วกัน” มารดาอนุญาต
“มา มีอะไรให้แม่ช่วยบ้าง”
“ท่านแม่ช่วยขอดเกล็ดปลา เอาไส้ออกและล้างทำความสะอาดให้ข้าหน่อยเ้าค่ะ” นางมอบหมายหน้าที่ให้มารดามารดาจะได้ไม่มองนางมากนัก จะได้ไม่เห็นตอนที่นางแอบหยิบอะไรจากฮอลมิติขณะปรุงอาหาร
นางอยากจะทำปลาเผาเกลือแต่ก็เกรงใจเกลือที่เห็นอยู่ในขณะนี้ ถึงนางจะมีเกลือในฮอลมิติเยอะแต่ถ้าถึงขนาดนำมาเผาปลา เกรงว่ามารดาคงจะตาถลน เพราะราคาเกลือที่นี่แพงมากเช่นนั้นก็นี่เลย ง่ายๆ แต่อร่อย นางตัดสินใจทำปลานึ่งมะนาว ซึ่งใช้เวลาไม่นาน ก็เสร็จทั้งปลาและน้ำซอสสำหรับราดปลาแล้วตบท้ายด้วยการตกแต่งจานให้ดูสวยงามน่ารับประทาน มารดากะพริบตาปริบๆมองดูอาหารตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ
มู่เหม่ยอวี้เริ่มทำเมนูปลาจานที่สองเป็ต้มยำปลาน้ำใส ซึ่งก็เป็เมนูง่ายๆอีกเช่นเคยที่นางสุดแสนจะภาคภูมิใจ เพียงแค่คิดถึงความแซ่บจี๊ดจากความเผ็ดเปรี้ยวนางก็คิดว่าตัวเองมีน้ำลายไหลรึเปล่านะอาจจะเพราะนางต้องทนกินอาหารจืดชืดมานานเป็สัปดาห์กว่าแล้วที่ไม่ได้กินอะไรอร่อยๆเลยคิดพลางก็แอบใช้หลังมือเช็ดมุมปากอย่างเนียนๆ แล้วนางก็เริ่มลงมือปรุง ไม่นานก็ได้เมนูปลามาอีกหนึ่งรายการ
และเมนูปลาสุดท้ายของมื้อนี้ก็คือปลาราดพริกซึ่งใช้เวลาไม่นานอีกเช่นกัน กลิ่นหอมก็ลอยฟุ้งกระจายไปในอากาศ
หลินเหม่ยเอินรู้สึกตกตะลึงเป็ครั้งที่เท่าไรไม่อาจทราบได้อาหารตรงหน้าหอมและดูน่ารับประทานมากมู่หยางิ่และมู่หยางเฉินเดินตามกลิ่นเข้ามาในครัว
“ท่านแม่ พี่รอง ทำอะไรกันหรือขอรับหอมจังเลย”พูดแล้วเสียง ‘โครกกกกก’ ก็ดังมาจากท้องของมู่หยางเฉิน ทุกคนมองมู่หยางเฉินและหันมามองหน้ากันแล้วหัวเราะ มู่หยางเฉินหน้าแดงด้วยความเขินอาย
“ก็อาหารของท่านแม่หอมมากเลยนี่ขอรับ ข้าก็เลยหิว”มู่หยางเฉินกล่าว พร้อมกับใช้นิ้วชี้ทั้งสองมือจิ้มๆ กันทั้งสามคนเลยยิ่งหัวเราะหนักขึ้นไปอีก
“ไป ไป ไป ไปรอข้างนอก อาหารเสร็จแล้วพี่ใหญ่ช่วยข้ายกอาหารไปข้างนอกหน่อยเ้าค่ะ”มู่เหม่ยอวี้เรียกใช้มู่หยางิ่ให้ช่วยยกอาหาร
“ได้สิ” ว่าแล้วมู่หยางิ่ก็รีบเดินเข้าไปช่วยมารดาและน้องสาวยกอาหาร จาน ชามมาวางที่โต๊ะด้านนอก
ครอบครัวมู่รับประทานอาหารด้วยกันสีหน้าของแต่ละคนไม่ต้องบอกกล่าวก็รู้ว่าอาหารของมู่เหม่ยอวี้ถูกใจทุกคนเพียงใดมู่เหม่ยอวี้บอกชื่ออาหารให้ทุกคนรู้จักและบอกว่าพืชผักเครื่องปรุงบางส่วนได้มาจากชายป่าตอนที่ตกปลา แม้มู่หยางเฉินจะแปลกใจว่าพี่สาวไปเก็บพืชผักเครื่องปรุงมาตอนไหนแต่ก็ไม่คิดอะไรมาก คิดว่าพี่สาวคงเจอระหว่างทางหรือไม่ก็คงไปเก็บตอนที่เขามัวแต่สนใจตกปลา
“ไม่คิดมาก่อนเลยนะนี่ ว่าปลาก็สามารถทำอาหารได้อร่อยและไม่มีกลิ่นคาว” มู่หยางเซิงพูดขึ้นมา
“เ้าค่ะ มันก็มีหลายวิธีนะเ้าคะที่จะทำให้ไม่มีกลิ่นคาวปลาง่ายๆ ก็คือมีดต้องคมเวลากรีดท้องปลาเพื่อทำความสะอาด แต่ตอนควักต้องระวังนะเ้าคะอย่าให้ไปโดนดีปลาถ้ามันแตกขณะกรีด เวลาเราปรุงอาหารมันจะขมเ้าค่ะ”
“อ้อ ความรู้ใหม่เลยนะ” หลินเหม่ยเอินกล่าวขึ้นบ้าง
“ใช่แล้วเ้าค่ะ หรือวิธีอื่นอีก ก็เช่นเราอาจจะใช้เกลือขณะล้างปลาก็ช่วยลดกลิ่นคาวได้เ้าค่ะนอกจากจะช่วยไม่ให้ปลามีกลิ่นคาวแล้วยังช่วยเพิ่มรสชาติให้ปลามีรสอร่อยขึ้นด้วยเ้าค่ะ”
“อ้อ” ทุกคนพูดพร้อมกัน
“ถ้าเช่นนั้น ต่อไปข้าก็ไม่ต้องกลัวอดแล้วสิขอรับเพราะที่ลำธารมีปลาเยอะ แล้วข้าก็ตกปลาเป็แล้วด้วย” จู่ๆ มู่หยางเฉินพูดขึ้นและทำหน้าขึงขัง
“ต่อไปทุกคนไม่ต้องกลัวไม่มีอาหารกินแล้วต่อไปข้าจะหาปลามาดูแลทุกคนเอง” มู่หยางเฉินทำหน้าจริงจัง มองหน้าทุกคนทุกคนหัวเราะกับคำพูดของมู่หยางเฉิน
“ดี ดี ต่อไปปากท้องของพวกเราต้องฝากเ้าดูแลแล้ว” มู่เหม่ยอวี้ยิ้มและกล่าวกับน้องชายอย่างล้อเลียน
แต่มู่หยางเฉินจริงจังกำมือข้างขวาแล้วทุบไปที่อกของตัวเอง “ไว้ใจข้าได้เลยพี่รอง”
ทุกคนหัวเราะครื้นเครง