ตอนที่18 ก็ดูแปลกตาไปอีกแบบแฮะ
ณิชาพูดวางแผนกับตัวเองอย่างจริงจังเธอคิดว่าหากศึกษาข้อมูลเหล่านี้ให้ดีและมีโอกาสพบโบราณวัตถุที่เก่าแก่จริงย่อมสร้างรายได้ให้กับเธอเป็จำนวนมากแน่นอน เพราะััพิเศษจากเธอช่วยแยกแยะโบราณวัตถุของจริงและของปลอมได้อย่างง่ายดาย
ณิชาเงยหน้าขึ้นเมื่อถึงเวลาเกือบเที่ยงวันเธอพบว่านักประเมินอีกสองคนยังทำงานไม่แล้วเสร็จทว่าเธอคิดว่าการเข้าไปช่วยเหลือโดยที่ทั้งคู่ไม่ได้ร้องขอตนเองอาจสร้างความลำบากใจให้ตนในภายหลัง จึงนิ่งเงียบแทนอาสาเข้าไปช่วยเหลือ
จากนั้นณิชาถือโอกาสเรียกทุกคนออกไปกินข้าวนอกห้องโถงด้วยกันว่า
“พี่ชายอี้พี่สาวซิยี่คะ ไปกินอาหารด้านนอกด้วยกันไหมคะ?”
ชออี้ยังก้มหน้าทำงานประเมินอยู่อย่างเคร่งเครียดเขายืดตัวขึ้นพลางตอบกลับณิชาอย่างเป็กังวลว่า
“ไปกินก็ได้ครับพี่จะได้รีบมาทำงานต่อ”
จางซิยี่ยังก้มหน้าทำงานต่ออย่างขะมักเขม้นเธอโบกมือปฏิเสธณิชาอย่างหนักใจว่า
“ไปก่อนเลยเดี๋ยวขอประเมินชิ้นนี้เสร็จก่อน”
ณิชาเลิกคิ้วมองด้วยความแปลกใจเธอเดินออกไปกินข้าวนอกห้องโถงกับชออี้อย่างสบายใจ โดยชออี้กินอาหารเสร็จอย่างรวดเร็วแล้วกลับเข้ามาทำงานต่ออย่างจริงจังส่วนณิชาหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดหาข้อมูลที่เธอเขียนโปรแกรมให้ตรวจสอบหาคนแซ่เทียนและความเชื่อมโยงที่น่าเป็ไปได้มากที่สุด
อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ณิชาได้รับมาจากโปรแกรมที่เขียนไว้ทำให้เธอปวดหัวมากกว่าเดิมเพราะรายชื่อคนแซ่เทียนมีนับหมื่นรายโดยบัญชีรายชื่อทั้งหลายถูกส่งเข้าโทรศัพท์ทั้งหมดเป็ผลให้โทรศัพท์ของเธอทำงานอืดและหน่วงมาก
“โอย! เยอะขนาดนี้ฉันจะหาเจอได้ยังไง?หรือว่าฉันควรเริ่มต้นจากกลุ่มขายของเก่าดี?”
ณิชาพึมพำอย่างไม่แน่ใจเธอจับหยกที่ห้อยคออยู่ผ่านเสื้อด้านนอกซึ่งเธอมีหยกแค่ชิ้นเดียวเป็กุญแจสำคัญในการตามหาญาติโดยที่เธอไม่มีโอกาสรู้จักตายายหรือพี่น้องคนอื่นของแม่สักคนสร้างความกังวลให้กับเธอเป็อย่างยิ่ง
สุดท้ายแล้วณิชาตัดสินใจเริ่มต้นจัดกลุ่มคนแซ่เทียนจากกลุ่มขายโบราณวัตถุเพราะเธอมีแค่หยกชิ้นนี้ที่จะช่วยนำทางได้
“รีบทำงานให้เสร็จดีกว่าจะได้มีเวลาไปหาร้านอินเทอร์เน็ตใหม่ หากไปร้านเก่าจะดึงดูดความสนใจคนอื่นเกินไป”
ณิชาพูดกับตัวเองอย่างมั่นใจซึ่งเธอตัดสินใจที่จะเริ่มแผนใหม่ของตัวเองหลังเสร็จงานประเมินโบราณวัตถุทั้งหลาย
..........
จ้าวหลงจำเป็ต้องขับรถกลับคฤหาสน์ตนเองในเมืองหลวงก่อนที่จะขับรถญี่ปุ่นราคาถูกสมฐานะนายทหารยศนายพันตรีโดยที่ผ่านมานั้นจ้าวหลงไม่เคยพูดถึงธุรกิจของตนเองหรือหน้าที่การงานในปัจจุบันกับครอบครัวรวมทั้งปู่ตนเองด้วย
เขากลับมาใช้ชีวิตเหมือนกับเ้าหน้าที่รัฐตามยศฐานะที่มีเงินเดือนไม่มากนักฉะนั้นนาฬิกาหรูและแหวนพลอยนพเก้าต่างถูกเก็บไว้ในกล่องอย่างมิดชิดรวมทั้งเสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้งหลาย
“ต้องใส่เสื้อผ้าแบบเก่าก็ดูแปลกตาไปอีกแบบแฮะ”
จ้าวหลงติดกระดุมเสื้อเชิ้ตแขนยาวพลางพูดวิจารณ์ตนเองอยู่หน้ากระจกอย่างประหลาดใจเพราะเวลาส่วนใหญ่ที่ผ่านมา
ั้แ่เขาปลดประจำการไปแล้วเขามักใส่เสื้อผ้าแบรนด์ที่เขาชื่นชอบเป็พิเศษส่วนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเดิมล้วนถูกเก็บไว้อย่างดีในตู้เสื้อผ้าที่คฤหาสน์หลังงามรวมทั้งที่อะพาร์ตเมนต์ราคาถูกซึ่งเขาเช่าเอาไว้ในเมืองหลวงด้วย
เมื่อจ้าวหลงเดินออกมานอกบ้านมีคนรับใช้ชายวิ่งเข้ามาสอบถามเขาอย่างนอบน้อมว่า
“เ้านายครับเ้านายจะขับรถคันไหนไปดีครับ?”
จ้าวหลงตอบลูกน้องอย่างสบายใจว่า“ดูชุดฉันก็น่าจะรู้แล้วนี่นา ไปเอากุญแจรถนิสสันมาสิ”
ลูกน้องมองจ้าวหลงอย่างอักอ่วนใจเพราะไม่พบเ้านายแต่งตัวซอมซ่ออย่างนี้มานานแล้วทว่าเขารู้หน้าที่ตนเองเป็อย่าง
ดี จึงรีบวิ่งไปหยิบกุญแจรถจากห้องหนึ่งออกมาโดยที่ภายในโรงรถนั้นเป็โรงรถสองชั้นซึ่งมีรถยนต์ธรรมดาซ่อนตัวอยู่ด้านในและรถยนต์หรูอีกสิบกว่าคัน มีทั้งราคาแค่ไม่กี่แสนหยวนไปจนถึงนับหลายล้านหยวน
ชั่วครู่หนึ่งลูกน้องขับรถเก๋งนิสสันสีเขียวเข้มเหมือนสีทหารออกมาจอดต่อหน้าจ้าวหลงทันทีอย่างรู้งานพร้อมกับรีบลงจากรถและกล่าวรายงานเ้านายอย่างหนักแน่นว่า
“เ้านายไม่ต้องกังวลนะครับรถคันนี้ผมดูแลเป็อย่างดี รับรองว่าไม่เสียกลางทางแน่นอนครับผม”
“ก็ดี อย่าให้ฉันต้องลงมาเข็นรถกลางทางละ”
จ้าวหลงเหล่ตามองลูกน้องพลางพูดขึ้นลอยๆก่อนที่จะก้าวขึ้นนั่งแทนคนขับแล้วเร่งเครื่องจากไปโดยทิ้งลูกน้องให้ยืนกลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัวว่า
“โธ่! เ้านายก็ อย่าขู่ผมแบบนี้สิครับผมจะไปรู้ได้ยังไงว่าจะเกิดเหตุร้ายข้างนอก ผมอุตส่าห์ดูแลรถทุกคันเป็อย่างดีขออย่าให้มีเหตุฉุกเฉินกับรถเลย ไม่งั้นผมตายแน่”
ลูกน้องยกมือภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายด้วยความกังวลกับคำขู่ของเ้านายถึงแม้เขาจะพูดเหมือนกับหยั่งเชิง ทว่าไม่มีใคร้ารับการลงโทษจากเ้านายสักคน
……….
ด้านครอบครัวศรีวรรณรงค์
ณรงค์และภรรยาได้รับการติดต่อจากคู่ค้าคนสำคัญรายใหม่เป็การนำเสนอสินค้าทางการเกษตรสำหรับเปิดตลาดในประเทศไทย ทว่าเป็สินค้าที่เหมือนกับสินค้าเกษตรของไทยโดยมีราคาถูกกว่าซึ่งสามารถสร้างผลกำไรให้กับเขาได้มากกว่า ซึ่งบริษัทในเครือที่รับผิดชอบธุรกิจนี้คือบริษัทฟรุตวันเดอร์ของภรรยา
ขณะนี้ณรงค์และภรรยากำลังเจรจาอยู่กับชายวัยกลางคนจากประเทศจีนชื่อไช่เจียวชิน โดยมีข้าราชการชั้นสูงที่เขาคุ้นเคยมาร่วมด้วย นั่นคือรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพลตำรวจโทสมเชาว์ สุขวิระพงษ์
คนทั้งสี่เจรจาร่วมกันในห้องวีไอพีของภัตตาคารหนึ่งในเมืองหลวงของไทยเป็ภัตตาคารของตระกูลเจริญภักดิ์ ซึ่งก็คือธุรกิจในเครือของธีรภาพ เจริญภักดิ์ผู้ที่เป็ลูกเขยของครอบครัวศรีวรรณรงค์นั่นเอง
“คุณณรงค์ ผมอุตส่าห์เสียสละเวลามาทานข้าวกับคุณยังไงก็ฝากดูแลเพื่อนผมคนนี้ด้วยนะ”
นายตำรวจใหญ่กล่าวกำชับณรงค์เสียงเข้มพลางเหลือบมองณรงค์อย่างมีความหมาย
ณรงค์ยิ้มแห้งพร้อมกับภรรยาใช้ศอกกระทุ้งสีข้างเขาให้ตอบรับคำสั่งจากญาติผู้สูงศักดิ์ของตนเองพลางพูดเสริมอย่างเห็นด้วยว่า
“พี่ณรงค์ไม่มีปัญหาหรอกค่ะพี่เชาว์อย่ากังวลไปเลย เดี๋ยวน้องจะช่วยดูแลให้อีกทาง พี่อุตส่าห์ให้ดูแลเพื่อนทั้งทีพวกเราจะไม่ทำให้ผิดหวังหรอกค่ะ”
“ผมรับรองว่าจะไม่ให้มีปัญหาครับพวกคุณจะได้กำไร จากการนำเข้าสินค้าจากผมมากทีเดียว ลองดูสักเที่ยวก่อนก็ได้”
ไช่เจียวชินพูดไทยอย่างกระท่อนกระแท่นเพื่อยืนยันกับครอบครัวณรงค์อย่างมั่นใจเขาเชื่อมั่นว่าหากอีกฝ่ายได้ทดลองนำเข้าและจำหน่ายสินค้าการเกษตรที่มีอยู่หลายชนิดแล้วสามารถสร้างผลกำไรให้อีกฝ่ายได้มากย่อมจะทำให้ทั้งสองฝ่ายสามารถเป็คู่ค้าที่ดีต่อกันได้ โดยที่เขาไม่ได้พูดถึงธุรกิจลับของตนให้อีกฝ่ายฟังแต่อย่างใด
“ตกลงผมยินดีช่วยเหลือ หากได้ผลกำไรมากจริง ผมจะเป็คู่ค้ากับคุณตลอดไป”
ณรงค์ตัดสินใจร่วมเป็คู่ค้ากับไช่เจียวชินอย่างยินดีถึงแม้ว่าเขารู้สึกแปลกใจในความกระตือรือร้นของภรรยาที่มีต่ออีกฝ่ายทั้งที่เมื่อก่อนนั้นบริษัทฟรุตวันเดอร์มีคู่ค้ากับตระกูลโจวอยู่ก่อนแล้ว
อย่างไรก็ตามณรงค์ไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจในวันนี้จะนำมาซึ่งปัญหาอีกมากมายจนทำให้ครอบครัวศรีวรรณรงค์ต้องล่มสลายไปในกาลข้างหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หลังจากนั้นทั้งสี่คนร่วมดื่มกินเป็การฉลองการเจรจาที่มีบทสรุปทางการค้าด้วยดีระหว่างกันโดยสมเชาว์กำชับกับลูกพี่ลูกน้องตนเองอีกครั้งก่อนจากกันว่า
“สรอย่าลืมดูแลเื่นี้ให้ดีละอย่าให้มีปัญหามาถึงพี่ได้นะ”
“เข้าใจแล้วค่ะพี่ไม่ต้องกังวลหรอก สรทำธุรกิจด้านนี้มานานแล้ว มีหรือจะไม่รู้ว่าต้องจัดการปัญหาเล็กน้อยที่จะนำเข้ายังไง?”
สุภัสสรตอบกลับด้วยน้ำเสียงมีเลศนัยเธอเข้าใจระบบการทำงานของราชการเป็อย่างดีโดยเฉพาะการให้รางวัลเล็กน้อยกับเ้าหน้าที่รัฐเพื่ออำนวยความสะดวกซึ่งเป็งานที่เธอถนัดมาก่อน
“ในที่สุดยัยเมย์ก็ได้แต่งงานกับแทนเสียทีนะ”
สมเชาว์พูดถึงหลานสาวอย่างยินดีที่ได้เนื้อคู่สมฐานะและมีฝีมือทางธุรกิจไม่ใช่ย่อยซึ่งเขาวางหมากที่จะเชื่อมโยงธุรกิจบางอย่างกับธุรกิจของธีรภาพอยู่พอดีจึงเป็โอกาสเหมาะที่ธีรภาพเข้ามาเป็หลานเขยตนเองช่วยให้การประสานงานและพูดคุยง่ายขึ้น
“ใช่ค่ะคู่นี้เขารักกันมานานแล้ว แต่โชคร้ายที่ถูกพี่สาวแย่งคนรักไปก่อน”
สุภัสสรพยักหน้าเห็นด้วยพลางพูดถึงลูกเลี้ยงอย่างไม่ไยดี
“อย่าพูดเื่นี้อีกเลยผมจะกลับไปประชุมที่บริษัทต่อแล้ว”
ณรงค์รีบห้ามปรามภรรยาก่อนที่จะมีการขุดคุ้ยเื่ลูกสาวคนโตขึ้นมาอีกครั้งเนื่องจากที่ผ่านมานั้นสำนักข่าวต่างพากันกระพือข่าวอื้อฉาวของณิชาจนทำให้เขารู้สึกแปลกใจเป็อย่างมาก
“ค่ะคุณงั้นสรไปก่อนนะคะพี่เชาว์”
สุภัสสรมองบนอย่างรำคาญสามีที่ออกตัวช่วยลูกสาวคนโตเธอหันหน้าไปกล่าวลานายตำรวจใหญ่อย่างเกรงใจ
จากนั้นณรงค์และภรรยาล่ำลากับไช่เจียวชินอย่างเป็มิตรซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะทำการค้าร่วมกันด้วยความสบายใจ
..........
ณิชาทำงานประเมินโบราณวัตถุเสร็จสิ้นในเวลาสิบหกนาฬิกาโดยเธอพยายามยืดเวลาทำงานช้ามากถึงมากที่สุดเพราะไม่้าสร้างความแตกต่างมากเกินไปเธอเหลือบมองเพื่อนร่วมงานอีกสองคนที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับการทำงานอย่างตึงเครียดจีงไม่เข้าไปรบกวนแต่ยื่นเอกสารในส่วนของตนเองให้กับผู้คุ้มกันที่เป็หัวหน้ากลุ่มเฝ้าระวังพวกเธออย่างผ่อนคลาย
“นี่ค่ะผลการประเมินโบราณวัตถุทั้งหลาย ฉันกรอกข้อความทั้งหมดในรายงานแล้วฉันกลับไปก่อนนะคะ ฝากบอกพวกพี่ๆ ด้วย”
“ได้ครับขอบคุณมาก ้าให้รถทางร้านไปส่งไหมครับ?”เ้าหน้าที่รับเอกสารจากณิชาแล้วสอบถามเธออย่างเป็มิตร
ณิชายืนนิ่งครุ่นคิดครู่หนึ่งเพราะเธอยังไม่ได้ค้นหาร้านอินเทอร์เน็ตที่อยู่ใกล้บริเวณนี้จึงพยักหน้าตอบตกลงพลางแจ้งสถานที่เป้าหมายว่า
“ก็ได้ค่ะฉันอยากไปที่ร้านบริการอินเทอร์เน็ตค่ะ แวะส่งฉันที่นั่นก็พอ” เธอตัดสินใจใช้บริการรถตู้ของทางร้านอย่างยินดี
“ได้ครับเดี๋ยวผมแจ้งคนขับรถให้”
เ้าหน้าที่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจพลางกดวิทยุสื่อสารเรียกคนขับพร้อมแจ้งสถานที่ส่งหญิงสาวเดินทางกลับ
กลุ่มผู้คุ้มกันไม่จำเป็ต้องค้นตัวณิชาก่อนออกจากห้องโถงแต่อย่างใดเนื่องจากมีพนักงานร้านคนหนึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบเมื่อณิชาทำงานเสร็จซึ่งเขาส่งสัญญาณแจ้งกับผู้คุ้มกันเรียบร้อยเป็การบ่งบอกว่าจำนวนสินค้าที่ณิชาประเมินนั้นถูกต้องตามรายงานที่มีการแบ่งแยกกันก่อนแล้วของนักประเมินทั้งสามคน
ณิชานั่งรถตู้ไปลงในสถานที่ชุมชนคับคั่งเป็ย่านการค้าที่เธอยังไม่เคยสำรวจมาก่อน สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเธอยิ่งนักเธอถือโอกาสเดินสำรวจก่อนเข้าไปใช้บริการร้านอินเทอร์เน็ตซึ่งพบว่ามีการขายสินค้าข้างทางหลากหลายชนิด ทั้งเสื้อผ้า ของใช้ ขนม อาหารทานเล่นและอีกมากมาย ช่วยให้ย่านนี้มีความคึกคักเป็อย่างยิ่ง
“ว้าว! มีของกินของขายเพียบเลยย่านนี้น่าสนใจเสียจริง” ณิชาตาโตพลางอุทานอย่างมีความสุขกับภาพที่มองเห็นรอบตัว