"ขอบคุณครับ/ค่ะ แม่!"
เด็กน้อยทั้งสองพูดพร้อมกัน
หลังจากกินข้าวเสร็จ เด็กๆทั้งสามก็ยังคงรับหน้าที่ล้างจานเหมือนเดิม
ส่วนต่งเสี่ยวเสี่ยวก็กำชับฉินซู่สองสามคำแล้วออกไปรายงานตัวที่สถานีอนามัยของหมอหลี่
"วันนี้ตอนไปทำงานมีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?"
รอจนภรรยาออกไปแล้วฉินซู่จึงหันไปถามพี่สาวเรื่องที่ไปทำงานในวันนี้
ตั้งแต่ทั้งสองคนกลับมา บรรยากาศก็ดูแปลกๆพอจะเดาไม่ยากว่าทั้งสองคนคงจะทะเลาะกัน
ฉินฮุ่ยเจียวเม้มปากเธออ้ำอึ้งอยู่นานกว่าจะพูดออกมาได้ "ฉันทำให้น้องสะใภ้โกรธ!"
พูดจบก็รีบก้มหน้าลงไม่กล้าสบตาน้องชายด้วยความรู้สึกผิด
ดวงตาของฉินซู่ที่ปกติแล้วจะอ่อนโยนกลับมีประกายเย็นเยียบแวบผ่าน ฉายแววความไม่พอใจ "พี่ ทำไมถึงแยกแยะอะไรไม่ได้แบบนี้ เมื่อก่อนพี่ก็เป็นคนมีเหตุมีผลแท้ๆแล้วทำไมตอนนี้ถึงเป็นแบบนี้ไปได้? ก็ไม่แปลกที่เมียฉันจะโกรธถ้าเป็นฉัน ฉันก็โกรธ"
เธออุตส่าห์หวังดีแต่กลับได้รับคำพูดที่ตอบกลับมาอย่างไม่ใส่ใจ ใครได้ยินก็ต้องโกรธทั้งนั้น
ฉินฮุ่ยเจียวเอานิ้วชี้ทั้งสองข้างพันกันไปมาพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"ฉันก็ไม่เป็นที่รักของคนในหมู่บ้านอยู่แล้วนี่คิดแค่ว่าอดทนไว้ เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีขึ้นแต่ใครจะไปรู้ว่าน้องสะใภ้จะคิดเล็กคิดน้อยขนาดนี้ เรื่องแค่นี้ถึงกับโกรธฉัน!นายช่วยพูดเข้าข้างน้องสะใภ้ฉันยังพอเข้าใจ แต่นี่กลับมาว่าฉันเพราะคนนอก!
ฉินซู่ได้ยินแบบนั้นก็โกรธจัด
'ปัง!'
เขาตบโต๊ะหินอย่างแรงจนฉินฮุ่ยเจียวสะดุ้งโหยง
"คนนอก?"
ฉินซู่จ้องมองพี่สาวที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ
"ต่งเสี่ยวเสี่ยวเป็นเมียของฉันเป็นคนที่จะอยู่เคียงข้างกันไปตลอดชีวิต แต่ในสายตาของพี่กลับเป็นคนนอกงั้นเหรอ?"
หลังจากล้างจานเสร็จแล้วเด็กน้อยทั้งสองที่วิ่งไล่จับกันอยู่ในลานบ้านก็เดินเข้ามาใกล้
ฉินไห่เยว่พูดด้วยเสียงเล็กๆ ว่า"แม่ไม่ใช่คนนอกนะคะ แม่คือครอบครัวของเยว่เยว่นะ!"
"แม่เป็นครอบครัวของเราตลอดไปไม่ใช่คนนอก!" ฉินไห่หยางก็พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ถึงแม้ว่าตอนแรกแม่จะไม่ดีกับพวกเขาแต่ตอนนี้แม่ก็เอาใจใส่พวกเขาเป็นอย่างดี แค่นี้พวกเขาก็พอใจมากแล้ว
อีกอย่าง ตั้งแต่วันที่แม่แต่งงานกับพ่อแม่ก็ถูกกำหนดให้เป็นครอบครัวของพวกเขาตลอดไป ไม่ใช่คนนอกอย่างที่ป้าพูด
เห็นทั้งคนในครอบครัวต่างปกป้องต่งเสี่ยวเสี่ยวฉินฮุ่ยเจียวก็ยิ่งพูดเสียงแผ่วลง "ฉัน…ฉันก็แค่พูดเล่นๆเท่านั้นเอง ดูพวกเธอสิ ทำอย่างกับจะกินฉันเข้าไปทั้งตัวอย่างนั้นแหละ"
ถึงปากจะพูดแบบนั้นแต่ในใจเธอก็ยังไม่ค่อยพอใจต่งเสี่ยวเสี่ยวอยู่ดี
ไม่รู้ว่าน้องสะใภ้ให้ยาเสน่ห์อะไรกับพวกนั้นกันแน่ถึงได้ปกป้องกันขนาดนี้
อีกอย่าง สิ่งที่เธอทำก็ไม่ได้ผิดอะไรถ้าไม่ใช่เพราะอยากจะให้พวกนั้นมีปัญหาน้อยลง เธอจะกล้ำกลืนฝืนทนแบบนี้ทำไม?
สุดท้ายทุกคนก็โทษเธออยู่ดี
ฉินซู่ปวดขมับตุบๆเพราะรู้ดีว่าพี่สาวเขาเป็นคนยังไง
ถึงปากจะพูดแบบนั้นแต่ในใจของเธอก็คงอคติกับต่งเสี่ยวเสี่ยวไปแล้วสินะ
"พี่ ไม่ว่ายังไงตอนนี้ฉันกับเมียก็คือครอบครัวเดียวกัน เมียฉันเต็มใจที่จะยอมรับพี่มองพี่เป็นญาติ ก็เพราะเห็นแก่สายเลือดเดียวกัน”
“ฉันไม่สนว่าพี่จะเคยใช้ชีวิตแบบไหนมาตอนที่อยู่บ้านสามีแต่ที่นี่ ฉันหวังว่าพี่จะเคารพเมียฉัน ไม่ใช่คิดว่าเมียฉันเป็นคนนอก!"
เห็นได้ชัดว่าที่พี่สาวของเขาเป็นแบบนี้ก็เพราะตัวเองเคยเจอเรื่องร้ายๆ มาก่อน เลยไม่อยากให้คนอื่นมาคอยกางร่มให้
ความล้มเหลวในชีวิตคู่ทำให้พี่สาวอัดอั้นในใจอยู่ไม่น้อยแต่เขาจะไม่มีวันยอมให้เธอเอาความไม่พอใจนั้นมาลงกับครอบครัวของเขาเด็ดขาด
พอโดนน้องชายที่ปกติพูดน้อย มาพูดตรงๆใส่แบบนี้แล้ว ฉินฮุ่ยเจียวก็รู้สึกหวั่นๆ ขึ้นมาบ้าง เธอพูดออกมาแห้งๆ ว่า"ฉันรู้แล้ว!"
พูดกันมาถึงขนาดนี้แล้วฉินซู่ก็ไม่อยากจะคิดเล็กคิดน้อยอีกต่อไป
พี่สาวจะอยู่หรือไปขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของภรรยา
ส่วนทางด้านต่งเสี่ยวเสี่ยวหลังจากรายงานตัวที่สถานีอนามัยแล้ว เธอก็เอาสมุนไพรที่ตากแห้งไปส่งที่ร้านสมุนไพรขายได้เงินมาทั้งหมดยี่สิบหยวน
เธออยากจะซื้อไม้เท้าดีๆ สักอันให้ฉินซู่จะได้สะดวกในการเดินไปไหนมาไหน
ส่วนเรื่องรถเข็นแบบถาวรอาจจะต้องใช้เวลาในการสั่งทำ กว่าจะทำเสร็จ ขาของฉินซู่อาจจะหายดีแล้วก็ได้
และถ้าไม่มีช่องทางพิเศษก็คงจะซื้อรถเข็นไม่ได้
น่าเสียดายที่เธอเดินวนไปวนมาอยู่ในตลาดเป็นชั่วโมงสองชั่วโมงแล้วก็ยังหาไม้เท้าที่เหมาะกับเขาไม่ได้สักที
ฉินซู่ตัวสูงส่วนใหญ่ในร้านขายไม้เท้าก็มีแต่ไม้เท้าสำหรับคนวัยกลางคนและผู้สูงอายุไม่มีไม้เท้าที่เหมาะกับฉินซู่
"คุณต่ง?"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเพิ่งเดินออกมาจากร้านขายของทั่วไปก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากข้างหลัง พอหันไปดูก็พบว่าเป็นหมอเผยเห่อศัลยแพทย์ที่เคยพบกันที่โรงพยาบาลประจำตำบล ตอนนนี้ท่าทางของเขาดูร้อนรนมาก
"หมอเผย? ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะคะ?"
เผยเห่อหอบหายใจ แล้วพูดว่า"โรงงานเกิดระเบิดครั้งใหญ่ มีคนบาดเจ็บเยอะมากบางคนก็เสียชีวิตจากเหตุระเบิดผมเพิ่งจัดการผู้ป่วยที่บาดเจ็บเล็กน้อยจากโรงงานเสร็จ กำลังจะรีบไปที่โรงพยาบาลไม่คิดว่าจะมาเจอกับคุณที่นี่"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกระตุกยิ้ม"บังเอิญจังเลยนะคะ"
"คุณต่งพอจะช่วยอะไรได้ไหมครับไปที่โรงพยาบาลด้วยกันหน่อยได้ไหมครับ คนเจ็บเยอะมากผมกลัวว่าพวกเราจะมีกำลังไม่พอ"
เผยเห่อถอนหายใจเบาๆ แล้วถามออกมา
เขากลัวว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวจะปฏิเสธจึงรีบอธิบายเพิ่ม "แน่นอนว่าไม่ใช่ให้ไปช่วยฟรีๆนะครับ เดี๋ยวผมจะจ่ายค่าตอบแทนให้คุณ"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวขยับมุมปากเล็กน้อยก่อนตอบกลับว่า"ไปสิคะ ฉันจะไปกับคุณ"
เธอไม่ได้เห็นแก่ค่าตอบแทนอะไรทั้งนั้นจริงๆ นะ
ร้านขายของอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลเท่าไหร่ทั้งสองคนวิ่งไปไม่กี่นาทีก็ถึงโรงพยาบาลแล้ว
ตอนนี้ในโรงพยาบาลมีคนเดินขวักไขว่กำลังวุ่นวายกันอย่างหนัก
เผยเห่อเพิ่งมาถึงโรงพยาบาลพอเปลี่ยนชุดกาวน์เสร็จ ก็มีพยาบาลมาแจ้งว่ามีผู้ป่วยอาการทรุดหนักหมอคนอื่นที่พอจะช่วยได้ต่างก็เข้าไปในห้องฉุกเฉินกันหมด ตอนนี้เหลือแค่เขาคนเดียวจำเป็นต้องให้เขาลงมือรักษา
คนไข้กำลังอยู่ในช่วงวิกฤตเผยเห่อไม่กล้าชักช้าให้เสียเวลาไปมากกว่านี้
"ถ้าอย่างนั้นจะรออะไร รีบพาฉันไปสิ"
หัวหน้าพยาบาลทำท่าจะพูดแต่ก็ลังเลเธอสีหน้าลำบากใจระหว่างที่มองเผยเห่อ “แต่คุณหมอยังมีคนไข้อีกคนที่บาดเจ็บจากเหตุระเบิดเศษชิ้นส่วนฝังลึกเข้าไปถึงอวัยวะภายในหลายจุดอาการก็อยู่ในขั้นวิกฤติเหมือนกัน... ตอนนี้ช่วยได้แค่คนเดียว อีกคนคง…”
พยาบาลไม่กล้าพูดต่อ
เห็นได้ชัดว่าเป็นคำถามที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
โชคดีที่เผยเห่อเตรียมการมาพร้อมแล้วเขาจึงมองไปที่ต่งเสี่ยวเสี่ยว
"การผ่าตัดครั้งนี้ให้คุณต่งเป็นคนจัดการเธอเป็นคนช่วยจัดการให้"
สายตาหัวหน้าพยาบาลหันไปมองต่งเสี่ยวเสี่ยวดูไม่คุ้นหน้าเลย ไม่ใช่หมอของโรงพยาบาลแน่ๆ จึงเผลอตอบกลับไปทันทีว่า"คุณหมอเผยคะ เรื่องชีวิตคนเป็นเรื่องใหญ่นะคะจะให้คนนอกมาจัดการได้ยังไงกัน!"
ไม่ว่ายังไงก็ไม่ควรปล่อยให้คนที่ไม่รู้จักมารับหน้าที่ผ่าตัดที่ซับซ้อนขนาดนี้แบบนั้นถือว่าไม่รับผิดชอบต่อผู้ป่วยเลย
เผยเห่อปวดหัวตุบ ๆน้ำเสียงเริ่มไม่สบอารมณ์ "ฉันบอกว่าให้คุณต่งจัดการก็คือให้คุณต่งจัดการถ้ามีอะไรเกิดขึ้นฉันรับผิดชอบเอง! เลิกเสียเวลากันได้แล้ว"