ตอนที่ 13 รับเงินช่วยคน
ชายชุดแดงเลิกคิ้วยาว กำลังคิดจะลุกขึ้น กลับถูกชายที่นอนอยู่ข้างเขาคว้าข้อมือไว้ “อย่าทำอะไรบุ่มบ่าม ที่นี่คือจวนรองผู้บัญชาการ”
เหนียนอิ๋งสี่ตะลึงงัน มีความระแวงที่ลึกซึ้งเล็กน้อยต่อชายชุดขาวผู้นี้ นางมั่นใจว่าตนระมัดระวังอย่างมากมาโดยตลอด แต่เมื่อครู่ชายผู้นี้กลับซ่อนกลิ่นอายของตนเองได้อย่างสมบูรณ์ หากไม่ใช่เพราะเขาเอ่ยปากพูด นางอาจจะยังไม่พบการมีอยู่ของเขา
ดวงตาทั้งคู่ของชายชุดแดงปรากฏเปลวเพลิงลุกโชน อดกลั้นไว้ในที่สุดก็นั่งลงอีกครั้ง เวลาเดียวกัน ชายชุดขาวผู้นั้นค่อยๆ ลุกกายขึ้นนั่ง ใช้ดวงตาเฉียบคมคู่หนึ่งมองเหนียนอิ๋งสี่อย่างคาดคะเน
สายตาที่มาพร้อมกับการสำรวจอย่างเจาะลึกเช่นนี้ ทำให้เหนียนอิ๋งสี่สั่นไปทั้งตัว รู้สึกหนาวอย่างน่าขนลุก
ชายชุดขาวดูเหมือนพึงพอใจกับสายตาที่ถดถอยของเหนียนอิ๋งสี่ ถอนสายตากลับและขมวดคิ้ว ลุกขึ้นกล่าวถามภายใต้การประคองของชายชุดแดง “เ้าเป็คนตระกูลเหนียนอย่างนั้นหรือ” น้ำเสียงของเขาประกอบกับร่างกายสะบักสะบอมที่เต็มไปด้วยาแในตอนนี้ ไม่ได้ทำให้รู้สึกตกอับแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามคำพูดในระหว่างน้ำเสียง ยังให้ความรู้สึกที่เหนือกว่าแบบหนึ่งแฝงอยู่ด้วย
เหนียนอิ๋งสี่ครุ่นคิด ก็ยังผงกศีรษะอย่างไม่เต็มใจ “ใช่แล้วอย่างไร”
ชายชุดขาวยิ้มเล็กน้อย มองชุดบุรุษบนตัวนางพลางเหยียดมือชี้ “ไม่อย่างไร แค่อยากยืมเสื้อผ้าของเ้า”
กระชับคอเสื้อของตนเองโดยไม่รู้ตัว เหนียนอิ๋งสี่ถอยหลังหลายก้าว ดวงตาเลือนรางทั้งคู่แจ่มชัดฉับพลัน มองชายชุดแดงและขาวทั้งสองคนอย่างระแวง
แม้ชื่อเสียงของนางในปัจจุบันไม่ดีนัก แต่ไม่ได้หมายความว่านางสามารถปล่อยเลยตามเลยได้
ชายชุดแดงเลิกคิ้วเบิกตากว้างเมื่อเห็นท่าทางของนาง ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ “เ้าคงไม่ได้คิดว่าพวกข้าจะทำอะไรเ้ากระมัง เ้าเองก็ไม่ดูสาระรูปของตัวเองเสียเลย”
“เชอะ!” แม้ใบหน้าเหนียนอิ๋งสี่เวลานี้เปื้อนโคลน แต่เมื่อชายชุดแดงตรงข้ามหัวเราะเยาะ ก็ยังกล่าวยั่วยุ “เ้าก็ไม่ได้ดีกว่าข้าตรงไหน หน้าตาดีเช่นนั้น แต่ที่จริงแล้วกลับเป็สัตว์เดรัจฉาน”
“เ้าลองพูดอีกรอบ” ชายชุดแดงกัดฟัน
“พูดอีกกี่รอบก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงที่เ้าเป็สัตว์เดรัจฉานได้หรอก” เหนียนอิ๋งสี่ถอนหายใจ
ชายชุดแดงจ้องเหนียนอิ๋งสี่อย่างโกรธเคือง นางเองก็จ้องกลับโดยไม่เกรงกลัวเช่นกัน จากนั้นครู่หนึ่ง ชายชุดแดงะเิรัศมี กระโจนร่างมายังทิศทางของเหนียนอิ๋งสี่ พลางใช้ท่ามือคว้าจับของตนเอง แม้วรยุทธ์ของชายชุดแดงผันแปรไม่อาจคาดคะเน แต่อย่างไรก็ได้รับาเ็แล้ว สู้กับเหนียนอิ๋งสี่ไม่กี่กระบวนท่า ก็ถูกนางจับกดสองมือไขว้หลังแนบติดบนกำแพงหิน
“เ้ามีความสามารถแค่นี้หรือ” เหนียนอิ๋งสี่ยิ้มเยาะอย่างเหยียดหยาม พูดถึงวรยุทธ์ นางไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด
ชายชุดแดงเคยถูกสตรีผู้หนึ่งกล่าวว่าขี้ขลาดั้แ่เมื่อไร พลันก็จะะโขึ้นอีกครั้ง กลับถูกชายชุดขาวด้านข้างที่เงียบมาโดยตลอดคว้าข้อมือไว้
“ข้า…” ชายชุดแดงกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง กลับถูกสายตาของชายชุดขาวสะกดหยุดอยู่กับที่ เมื่อหันสายตากลับ ในดวงตาของชายชุดขาวเผยความชื่นชมและเคลือบแคลงหลายส่วน แต่คำพูดที่เปล่งออกมากลับหนักแน่นไร้ข้อกังขา “คุณหนูรองแห่งบ้านรองผู้บัญชาการ สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น”
ฟังน้ำเสียงที่ไม่อนุญาตให้ผู้อื่นสงสัยของชายชุดขาว เหนียนอิ๋งสี่ลูบโคลนที่แห้งแล้วบนใบหน้าอย่างห่อเหี่ยว พี่ชายไม่ใช่กระมัง แบบนี้เ้าก็ยังจำได้หรือ
“เ้าก็คือเหนียนอิ๋งสี่ที่ถูกถอนหมั้นสามสิบสี่ครั้งหรือ” ชายชุดแดงชี้หน้าเหนียนอิ๋งสี่ด้วยความใ จากนั้นยิ่งกล่าวถามอย่างสงสัย “เ้าเป็คนโง่ไม่ใช่หรือ”
เหนียนอิ๋งสี่จะพูดอะไรได้ล่ะ ควรพูดว่าเป็เกียรติอย่างยิ่งหรือ เกรงใจแล้วหรือ เงยหน้าสำรวจาแของคนทั้งสองครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจแล้วตัดสินใจพูดอะไรที่เป็ความจริงเสียหน่อย “ตกลงพวกเ้าหมายความว่าอย่างไร อยากสู้หรืออยากออกไป ถ้าจะสู้ข้าสู้เป็เพื่อนเอง ถ้าอยากออกไปละก็…”
ชายชุดแดงได้ยินคำพูดของนาง คิ้วกระตุกสามครั้งอย่างไม่ไว้หน้า เมื่อเทียบกันแล้วคนที่ค่อนข้างสงบก็คือชายชุดขาวที่ยืนอยู่ข้างเขา เห็นเพียงชายชุดขาวคนนั้นคิดอยู่พักหนึ่ง จึงจะเอ่ยปากด้วยท่าทีพิจารณาหลายส่วนว่า “ลองพูดมาเ้า้าอะไร”
“เงิน” คราวนี้เหนียนอิ๋งสี่ตอบกลับอย่างมีความสุข ยิ่งกว่านั้นเดิมทีที่นางคิดจะช่วยพวกเขาก็มีจุดประสงค์เช่นกัน นาง้าออกจากที่นี่ ออกจากจวนรองผู้บัญชาการ เช่นนั้นแล้วเงื่อนไขเบื้องต้นก็คือเงิน และปัจจุบันนางถูกกักขังอยู่ในจวนหลังนี้เกือบทุกวัน นานๆ ทีเจอปลาใหญ่สองตัว จะไม่จับให้อยู่หมัดได้อย่างไร
เมื่อเห็นดวงตาที่ถูกเปิดเผยภายใต้ผ้าคลุมศีรษะสีดำของชายชุดขาวขรึมลง เหนียนอิ๋งสี่ก็หันไปทางใบหน้าของชายชุดแดงด้วยความคาดหวังครั้งที่สอง แต่เมื่อสิ่งที่เห็นคือสีหน้าบูดบึ้งของชายชุดแดง นางก็เคลื่อนสายตากลับมาทันที และกล่าวต่อรองอีกครั้ง “ตั๋วเงิน แท่งทองคำก็ได้ ข้าคนนี้ไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อย”
หลังจากนางกล่าวเสริมเสร็จ สีหน้าของชายชุดแดงยิ่งบูดแล้ว สีหน้าราวกับถูกบีบคอ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวจนดูไม่ได้
ชายชุดขาวเงยหน้ามองเหนียนอิ๋งสี่พักหนึ่ง จึงจะพยักหน้า แต่เหมือนว่าเขาจะนึกอะไรขึ้นได้จึงเอ่ยปากอีกครั้ง “เงินไม่ใช่ปัญหา แต่เ้าต้องแน่ใจว่าพวกเราสามารถจากไปอย่างปลอดภัยหลังเดินออกจากห้องลับแห่งนี้ และจากนี้ไปต้องปิดปากเงียบไม่พูดเื่นี้ แน่นอนว่าตัวตนของเ้า ข้าก็ย่อมเก็บเป็ความลับเช่นกัน”
ฟังคำพูดที่รอบคอบของชายชุดขาว เหนียนอิ๋งสี่แทบน้ำตาคลอเบ้า ดังนั้นแล้วนางยินดีคบค้าสมาคมกับคนฉลาด ประหยัดเวลา ประหยัดแรง ประหยัดทุกอย่าง
“ไปเถอะ” เหนียนอิ๋งสี่ส่งสัญญาณมือให้ทั้งสองคน บอกไปก็ไปเลย อย่าได้ยึกยักชักช้า