สายลับจับอ๋องใหญ่ (จบแล้วมีEbook)

    บทที่ 47 เปิดบ่อนในตำหนัก

                ไป๋ฉิงเหวินโคลงศีรษะเดินออกจากตำหนักอิงอู่

                “นี่มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้วแน่เห็นทีท่านอ๋องคงวางแผนไม่ดีกับเจินซิน” แม้จะคิดเช่นนั้นแต่มือปราบหนุ่มก็คงทำสิ่งใดไม่ได้อำนาจขององค์รัชทายาทอย่างท่านอ๋องใหญ่นั้นจะว่าไปก็แทบจะเอาฝ่ามือปิดท้องฟ้าได้อยู่แล้วไป๋ฉิงเหวินจึงได้แต่ภาวนาให้ญาติผู้น้องอยู่รอดปลอดภัยจากท่านอ๋อง

                สีหน้าของนักสืบซินไม่ค่อยดีนักนับตั้งแต่ได้รู้ว่าห้องพักอยู่นางคือห้องพิเศษที่เพิ่งมีการต่อเติมใหม่อย่างเร่งด่วนเมื่อวันก่อน

                ‘นี่ไม่ใช่เรื่องปกติแน่...เห็นทีอ๋องอสูรคงวางแผนไว้แล้ว’นางรู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆแต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกอบอุ่นใจที่เขาใส่ใจตนเองขนาดนี้หาก..หากว่าเขาไม‘รู้ว่าแท้จริงนางเป็นสตรี นางคิดว่าเขาอาจจะเป็นผู้ชมชอบในบุรุษแต่นี่ทั้งองครักษ์ซ่งและองครักษ์หร่วนก็เหมือนจะจำนางไม่ได้พวกเขาดูไม่มีพิรุธอันใดเลย? แล้วท่านอ๋องจะจำนางได้หรือ?ก็อย่างที่เสี่ยวเหวินบอก จะอย่างไรก็ต้องลองทดสอบดู...แล้ววิธีทดสอบคืออย่างไร?

                “ซ่งจิงเทียนท่านอ๋องเสด็จกลับมาแล้ว รีบพานักสืบซินไปเข้าเฝ้าเถอะ”

                เหลียงเจินซินเดินตามหลังองครักษ์ซ่งกับองครักษ์หร่วนมาในตำหนักจนถึงห้องทรงพระอักษรของท่านอ๋องใหญ่ร่างสูงสง่ากำลังประทับอยู่บนโต๊ะทรงงานอย่างคร่ำเคร่งฏีกากองใหญ่ที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้าทำภาพจำเก่าๆที่นางเคยเห็นเมื่อยังอยู่คฤหาสน์เหวินเต๋อเมืองเป่าจูวนเวียนกลับมาอีกครั้ง หน้าที่ของท่านอ๋องใหญ่ที่นางรู้มาคือดูแลคอยตรวจสอบการทำงานของตุลาการทั้งหมดบางครั้งก็มีฎีกาของกรมมหาดไทยและกรมกลาโหมที่เขาต้องตรวจสอบด้วย

                “นักสืบซินมาถึงแล้วพะยะค่ะ”

                “ดี!”เขาเอ่ยโดยมิได้เงยหน้าขึ้นจากกองฎีกาเหล่านั้น “รอข้าตรวจฏีกากองนี้เสร็จก่อนเดี๋ยวค่อยคุยเรื่องคดี”

                ทีแรกนางกำลังจะชักสีหน้าแต่เมื่อได้ยินคำว่าคดีใบหน้าของนางก็แช่มชื่นขึ้น ‘ได้ยินแบบนี้ค่อยยังชั่วหากได้ทำคดีค่อยน่าตื่นเต้นหน่อยพักนี้ชีวิตข้าเงียบเหงาเหลือเกินยังไม่ได้ปีนป่ายแอบเข้าไปซุ่มดูผู้ใดเลย’

                “พวกเจ้าสองคนออกไปตรวจสอบความเรียบร้อยข้างนอกก่อนทิ้งนักสืบซินไว้ที่นี่ล่ะ เขาต้องรับใช้ข้า”

                “พะยะค่ะ”

                เหลียงเจินซินยืนขยุกขยิกเมื่อผ่านไปครู่ใหญ่เขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเงยหน้าขึ้นมาพูดคุยกับนาง“ท่านอ๋องพะยะค่ะ จะให้หม่อมฉันทำสิ่งใดหรือ?”

                “เจ้าหรือ?เริ่มจากไปเอาน้ำชาร้อนๆ มาให้ข้าดื่มสักถ้วย”ชายหนุ่มยังคงก้มหน้าเขียนเสนอแนะความคิดเห็นลงในฏีกาอย่างไม่ยอมรามือ

                เหลียงเจินซินถอยออกไปบอกนางกำนัลให้เตรียมน้ำชาร้อนมาแล้วนางก็เป็นคนเอาเข้าไปถวายท่านอ๋องด้วยตนเองชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อเห็นนางทำเหมือนที่เคยรับใช้เขา ความสงบในใจกลับมาอีกครั้ง...น่าเสียดายที่นางสวมชุดบุรุษมายืนอยู่ใกล้ๆดูแล้วช่างไม่สบายตาสบายใจเสียจริง เมื่อนางถือถ้วยชาเข้ามาใกล้เป็นเวลาที่งานส่วนแรกของเขาเสร็จพอดี

                “เจ้ากับมือปราบไป๋คลี่คลายคดีลักทรัพย์ไปได้หลายคดีแล้วแต่คดีที่สำนักกองปราบเมืองหลวงยังปิดไม่ได้คดีสำคัญๆ เป็นคดีฆาตกรรมซึ่งข้าคิดว่าจะให้เจ้าสองคนมาช่วย”

                “ดคีฆาตกรรม!”นางพึมพำด้วยความตื่นเต้นที่ผ่านมาญาติผู้พี่ไม่ค่อยยอมให้นางได้เข้าใกล้คดีฆาตกรรมนักนี่ช่างเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง....

                ท่านอ๋องมีสีหน้าปลื้มปริ่มของนางแล้วอดจะอมยิ้มไม่ได้เขาทายไม่ผิดจริงๆ นางเป็นคนรักการผจญภัยและชอบความตื่นเต้น

                “เอาไว้เจ้าดูแลองค์ชายน้อยเสร็จแล้วเย็นนี้ค่อยกลับมาคุยรายละเอียดกัน”

                เหลียงเจินซินออกจากตำหนัก

                ‘จริงสิ...วันนี้ข้าสัญญาจะพาองค์ชายน้อยแอบเล่นโยนลูกเต๋า’

              นางแอบเอาลูกเต๋าสามลูกใส่ถุงผ้าเล็กๆ ซุกไว้ในแขนเสื้อเมื่อไปถึงตำหนักมังกรคู่องค์ชายน้อยตั้งสองก็กำลังชะเง้อชะแง้รออยู่พร้อมหน้ากับไป๋ฉิงเหวิน  

                “นักสืบซินมาแล้วพะยะค่ะ”

                เด็กชายทั้งสองลุกขึ้นมองไปทางเหลียงเจินซินแล้วหันไปสบตายกมือแปะกัน

                “เย้!นักสืบซินมาแล้ว” พวกเขาทั้งสองตั้งตาคอยมาตั้งแต่หลังเสวยพระกระยาหารเสร็จแอบดึงชายเสื้อของมือปราบไป๋มากระซิบถามก็หลายหนด้วยเกรงว่าเสด็จลุงจะไม่ยอมให้นักสืบซินกลับมาตำหนักมังกรคู่อีก

                “คารวะองค์ชาย”

                หมิงฮุ่ยถิงที่อดรนทนไม่ไหวรีบเดินเข้าไปใกล้“เจ้าเอาของมาหรือไม่?”

                นางก้มหน้าลงตอบด้วยเสียงที่เบาลง“เอามาแล้วพะยะค่ะ”

                “เช่นนั้นเราเข้าห้องกันเถอะ”

                ห้องทรงพระอักษรขององค์ชายน้อยกว้างขวางและมีหนังสือเต็มชั้นที่เรียงรายอยู่ผนังฝั่งหนึ่งอีกฝั่งเป็นห้องโล่งที่มีโต๊ะสำหรับฝีกวาดเขียน นางกำนัลใหญ่น้อยยืนล้อมสองพระองค์พร้อมทั้งคอยจัดแจงนำของเล่นมาเรียงไว้บนพรมขนแกะนุ่มผืนใหญ่ที่ปูอยู่ตรงกลางห้อง

                “เจ้าไปยกโต๊ะนั้นมาวางบนพรมให้ที”หมิงฮุ่ยชิงหันไปสั่งขันทีที่ยืนอยู่มุมห้องขันทีทั้งสองจึงช่วยกันยกเอาโต๊ะตัวเตี้ยทรงสี่เหลี่ยมกว้างมาวางตรงกลางพรม

                หมิงฮุ่ยถิงเห็นว่าทุกอย่างพร้อมแล้วทั้งขนมและน้ำชา จึงหันไปหาหัวหน้านางกำนัล “หมี่เซียงหลิง พวกเจ้าออกไปเถอะพวกข้าจะอยู่กับมือปราบไป๋และนักสืบ  ซิ นตามลำพังถ้าไม่เรียกก็ไม่ต้องเข้ามา”

                “ได้เพคะ” หมี่เซียงหลิงที่ดูแลสองพระองค์มาตั้งแต่ถือกำเนิดมองมือปราบไป๋กับนักสืบซินคล้ายจะฝากฝังก่อนจะถอยออกไปรอหน้าห้องนางคอยจับตามองทุกคนรอบตัวองค์ชายอยู่เสมอด้วยความรักและความเอาใจใส่ทำให้เป็นอีกคนที่คอยตามใจองค์ชายน้อยทั้งสองพระองค์อยู่ตลอด

                “ไปกันหมดแล้วเร็วเข้า! เรารีบมาเล่นเหมือนในบ่อนกัน” หมิงฮุ่ยถิงเห็นประตูปิดลงแล้วก็รีบหันมาสั่งเหลียงเจินซิน

                “พะยะค่ะเราต้องเริ่มจากการทำกระดานลงพนันกันก่อน”นักสืบตัวแสบรีบหันไปโต๊ะทรงพระอักษรแล้วกางกระดาษออกเขียนตารางการลงพนันอย่างว่องไวแล้วเดินกลับมายังโต๊ะที่วางบนพรม

                “นี่คืออันใด?”

                สองพี่น้องตัวน้อยมองดูกระดาษที่นางเขียนเป็นช่องๆมีจุดจำนวนไม่เท่ากันอยู่แต่ละช่อง ตรงกึ่งกลางมีสองช่องใหญ่ด้านซ้ายเขียนว่า ‘ต่ำ’   และด้านขวาเขียนว่า ‘สูง’ไป๋ฉิงเหวินที่น่งคุกเข่าอยู่ใกล้หมิงฮุ่ยชิงจึงเป็นผู้อธิบาย

                “นี่เรียกว่ากระดานสูงต่ำพะยะค่ะ”

                เหลียงเจินซินควักเอาถุงผ้าเล็กๆออกมาแล้วเทลูกเต๋าเล็กสามลูกลงบนพื้นโต๊ะ “นี่คือลูกเต๋าที่เราจะใช้โยนพะยะค่ะ”

                หมิงฮุ่ยถิงกับหมิงฮุ่ยชิงต่างหยิบลูกเต๋าขึ้นไปดูคนละลูกด้วยความตื่นเต้น

                “ว้าว!มันเป็นของเล่นหรือ?”

                “มันคือสิ่งที่คนใช้ในบ่อนการพนันพะยะค่ะ”ไป๋ฉิงเหวินอมยิ้มเมื่อเห็นท่าทางองค์ชายน้อยทั้งสองที่ลองโยนลูกเต๋าลงบนพื้นโต๊ะเขาพยายามอธิบายกติกาการเล่นสูงต่ำทว่าองค์ชายน้อยทั้งสองยังนับจำนวนไม่เป็นจึงได้แต่ฟังแล้วเอียงศีรษะไปมาเมื่ออธิบายกันวกไปวนมาก็ยังไม่เข้าใจ เหลียงเจินซินจึงหันไปบอกญาติผู้พี่

                “เอาง่ายๆแค่พนันสูงกับต่ำก็พอกระมัง? องค์ชายยังนับจำนวนไม่เป็นคงเล่นไม่ได้หรอก”

                “ใช่ๆถ้าแค่สองช่องนี้พวกเขาเข้าใจ”

                เมื่อบอกวิธีง่ายๆให้เด็กชายทั้งสองฟังว่าลูกเต๋าทั้งสามมีหน้าตาแบบใดจึงจะเป็นช่องซ้ายและออกมาเช่นใดจึงจะเป็นช่องขวาเสร็จก็มาถึงสิ่งที่จะใช้ลงพนัน

                “ที่จริงเอาต้องมีเงินในการเล่นนะพะยะค่ะ”นักสืบซินหันไปบอกองค์ชายทั้งสอง “หรือไม่ก็ต้องใช้ของมีค่าในการวางพนัน”

                “แต่...พวกเราสองคนไม่มีเงินเลยนะ”หมิงฮุ่ยถิงเริ่มมองเห็นปัญหาใหญ่

                “เสี่ยวถิงไม่เห็นจะยากเดี๋ยวข้าออกไปยืมเงินหมี่เซียงหลิงแป๊บ!”

     

    ****************************

               

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องสายลับจับอ๋องใหญ่ (จบแล้วมีEbook) ที่คุณอ่าน