แคททำหน้างงๆ ก็ตกลงกันแล้วว่าเขาจะไม่มาแล้วเขามาทำไม หรือมีเื่อะไร
“บอสจะมาทำไมคับ ก็ไหนตอนแรกบอกว่าไม่มา”อามถามแล้วมองหน้าแคท
แคทส่ายหัว
“พี่ก็ไม่รู้ ตอนที่โทรไปบอสก็ไม่ได้ว่าอะไร ได้แต่ถามว่าอยู่ที่ไหน กับถามว่าแคทอยู่ด้วยมั้ย แล้วก็บอกว่าใกล้จะถึงแล้ว แค่นั้น”ปรีชาเล่าให้ฟัง
“เมื่อเช้าตอนที่พวกเรามาถึง แคทโทรไปบอกว่าถึงแล้ว ก็ไม่เห็นบอสบอกว่าจะมานี่นา”แคทบอก
“เดี๋ยวนะคับ ตอนที่มีการชุมนุมผมเห็นว่ามีนักข่าวมาทำข่าวใช่มั้ยคับพี่ปรีชา”โมททำหน้านึกขึ้นได้
“ใช่คับผมก็เห็น ก็ที่เขาเดินมาจะสัมภาษณ์แคท ตอนคนที่มาชุมนุมแยกกันแล้วอ่ะ”อามบอกเพราะนึกได้เหมือนกัน
“ถ้าเป็อย่างนั้นจริงๆ พี่ก็พอจะรู้แล้วว่าบอสมาทำไม”ปรีชาบอกแล้วมองหน้าแคท
“พี่คิดว่าบอสจะเห็นข่าวนั่น และจะเห็นตอนที่แคทยืนเจรจามั้ยอ่ะ”แจ๊คถาม
“บอสจะไล่พวกเราออกมั้ยคับ บอสอุตส่าห์กำชับให้พวกเราดูแลแคทดีๆ แต่…”บีมพูด
“แคทก็ไม่ได้เป็อะไรนี่นา เห็นมั้ยคะก็สบายดีออก”แคทบอกกับทุกคน
“บอส !” ปรีชากับทุกคนอุทานขึ้นพร้อมกันแล้วลุกขึ้นยืน
ปรินยืนอยู่ข้างหลังแคท เขาเดินมาทันได้ยินที่เธอพูดพอดี เขาจะทำยังไงกับเธอดี เธอถึงจะได้รู้จักเป็ห่วงตัวเองบ้าง เขาดีใจที่ได้เห็นเธอตัวจริงว่าปกติดี ไม่ใช่เห็นแค่ภาพในทีวี
เมื่อเห็นพวกพี่ๆอุทานพร้อมกันแล้วยืนขึ้นแคทจึงหันกลับไปมอง เธอเห็นปรินมองมาด้วยสายตาดุๆก็พอเดาได้ว่าเขาต้องเห็นข่าวแน่ๆ แคทยิ้มให้เขาแล้วลุกขึ้นยืน
“ผมขอยืมตัวน้องสาวของทุกคนสักครู่นะคับ”ปรินบอกกับปรีชาและคนอื่น
เขาจับมือแคทแล้วจูงเดินออกไปที่ม้านั่งข้างร้านอาหาร
ปรีชากับคนอื่นมองตามแล้วพากันยิ้ม พวกเขารู้ว่าปรินต้องเป็ห่วงแคทมาก นี่คงมาทันทีที่เห็นข่าวแน่ๆไม่อย่างนั้นคงไม่ถึงเร็วขนาดนี้ พวกเขารู้สึกเหนื่อยแทนปรินเหมือนกันเพราะแคทไม่ใช่คนที่จะเชื่อฟังใครง่ายๆ แต่เธอก็ดูแลตัวเองได้ดี เป็คนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง ถ้าลองตัดสินใจว่าจะทำอะไรแล้วใครก็ห้ามยาก
“พี่ปรินมาทำอะไรคะ ไหนบอกว่าไม่มาไง”แคทถามยิ้มๆ
เมื่อปรินพาเดินมานั่งที่ข้างร้านอาหาร
แคทแกล้งถามเขาทั้งๆที่รู้ อยู่แล้ว
“เราก็รู้อยู่แล้ว ยังจะมาถามอีก”ปรินว่าดุๆ หน้าของเขายังบึ้งๆอยู่
พอเขาเห็นหน้าเธอมันก็รู้สึกเหมือนความวิตกกังวลที่มีมันหายไปจนหมด ทั้งๆที่ตอนอยู่บนเครื่องบินใจเขาร้อนจนนั่งแทบไม่ติด ตอนนั่งรถมาก็ยังนึกโกรธเธอที่ไม่ค่อยห่วงตัวเอง ชอบทำให้เขาเป็ห่วงจนจะบ้าแต่ตอนนี้แค่เห็นเธอยิ้มเขาก็ลืมทุกอย่างไปจนหมด ได้แต่ยังทำหน้าบึ้งและเสียงดุๆ
“โกรธแคทเหรอคะ”แคทถามเมื่อเขายังทำหน้าบึ้ง
“……”
“พี่ปรินคะ อย่าโกรธเลยนะ มันก็ไม่ได้มีอะไรร้ายแรงเสียหน่อย แค่อธิบายให้พวกเขาเข้าใจก็แค่นั้น”แคทพูดเสียงออ่นเพราะเขายังหน้าบึ้งอยู่
“แล้วถ้ามันมีอะไรร้ายแรงขึ้นมาจะทำยังไง พี่ก็อยู่ตั้งไกล”ปรินบอกแต่ยังไม่ยอมยิ้ม
จริงๆเขาอยากจะยิ้มแทบแย่แล้วแต่อยากแกล้งเธอบ้าง
“แต่มันก็ไม่มีอะไรนี่คะ ถึงมีพี่ๆเขาก็อยู่ข้างๆแคทตลอด นะคะพี่ปรินหายโกรธนะ”แคทบอกเสียงออกจะหวานหน่อยๆ
“ไม่ต้องมาทำเสียงอ้อนเลย รู้มั้ยว่าเราทำให้พี่จะเป็บ้าเอาได้นะ พอลินดามาบอกว่าที่นี่มีคนชุมนุมประท้วงพี่ก็โทรหาเรากับพี่ปรีชาแต่ไม่มีใครรับสาย รู้มั้ยว่าตอนนั้นพี่จะบ้าให้ได้ พอลินดาเปิดทีวีเห็นเรายืนพูดกับคนที่มาชุมนุมพี่ก็แทบจะไม่หายใจ ถ้าพี่ไม่ได้มาเห็นเราด้วยตาตัวเองพี่ต้องนอนไม่หลับแน่ๆ”
ปรินบอกด้วยหน้าตาที่บอกความรู้สึกห่วงหาอาทรเธอมากมาย
“พี่ปรินคะ แคทไม่ได้อยากทำให้พี่ต้องเป็ห่วง แคทก็แค่ทำในสิ่งที่คิดว่าทำได้เพื่อแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้า เพราะถ้าไม่ทำบริษัทก็จะยิ่งเสียหายถ้ามีข่าวออกไป แคทขอโทษนะคะ”แคทบอกถึงสาเหตุที่เธอทำลงไป
เธอเอามือของเธอไปจับมือปรินที่วางอยู่บนโต๊ะ
“เราก็เป็อย่างนี้ทุกที ห่วงอะไรมากมายไปหมดแต่ไม่ค่อยห่วงตัวเอง พี่ไม่มีทางปล่อยเราไปไหนมาไหนคนเดียวอีกแล้ว พี่กลัวว่าพี่จะไม่ได้อยู่ช่วยเราหากเกิดอะไรขึ้นมา อีกอย่างพี่จะอยู่ได้ยังไงถ้าไม่มีเรา”ปรินบอกความรู้สึกออกมา
ปรินมองดูมือแคทที่วางบนมือของเขาแล้วก็พลิกหงายมือมาจับมือเธอไว้ เขามองหน้าเธอด้วยสายตาที่บอกความรู้สึกออกมาจากหัวใจ
นั่นทำให้แคทอาย หน้าออกสีแดงระเรื่อ เธอหันหน้าหลบเขา ทำไมแคทจะไม่รู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรมากมายแค่ไหน เพราะว่าเธอรู้จึงพยายามจะไม่ทำอะไรให้เขาต้องห่วง ต้องกังวลแต่มันก็มีเหตุที่ทำให้เขาต้องห่วงต้องกังวลทุกทีไป
“ต่อไปแคทจะพยายามไม่ทำตัวให้พี่ปรินต้องเป็ห่วงแบบนี้อีก ตอนนี้พี่ปรินหายโกรธแคทแล้วใช่มั้ยคะ”แคทถาม
ปรินยังไม่ยอมปล่อยมือเธอ
“พี่หายโกรธแคทก็ได้ แต่ต่อไปห้ามทำอย่างนี้อีกเด็ดขาด ถ้าทำอีกพี่จะทำโทษ”ปรินบอกเสียงเด็ดขาด
“ทำโทษ….ยังไงคะ”แคทเอียงคอถาม
ปรินหลุบตาลงมองริมฝีปากเธอ นั่นทำให้เธอหน้าแดงทันที
แคทหันหน้าหนีแล้วพยายามดึงมือเธอออกมาจากมือเขาแต่ปรินไม่ยอมปล่อย
ปรินยิ้มเขาอยากก้มลงไปจูบเธอซะเดี๋ยวนั้นเลย คนอะไรเขินแล้วน่าจูบเป็บ้า
ปรินลุกขึ้นยืนและดึงมือเธอให้ลุกขึ้นด้วย แคทลุกขึ้นตามแรงดึงแต่ก็ยังไม่มองหน้าเขา
“ไปหาทุกคนได้ แล้วนี่แคทยังต้องเข้าไปทำงานที่โรงแรมต่อใช่มั้ย”ปรินถาม
เขายังจับมือเธอไม่ปล่อยแล้วเดินกลับไปที่พี่ๆนั่งอยู่
“ค่ะ พี่ปรินกลับไปพักที่โรงแรมก่อนก็ได้นะคะ”
แคทบอกโดยไม่มองหน้าเขา แล้วก็เดินตามแรงจูงของเขา
“พี่จะรอกลับพร้อมเรา ก็บอกแล้วว่าจะไม่ปล่อยให้ห่างตาอีก”ปรินบอก
พอดีเดินมาถึงที่ทุกคนนั่งอยู่ปรินจึงปล่อยมือเธอ
“ผมเอาน้องสาวของทุกคนมาคืนแล้วนะคับ ทุกคนคงพอจะรู้ว่าผมมาที่นี่ทำไม ก็ไม่มีอะไรทุกคนก็ทำงานกันตามปกติ ผมแค่มาคุ้มคนดื้อก็แค่นั้น”ปรินบอกแล้วยิ้มให้ทุกคน
ทุกคนจึงยิ้มบ้าง
“ขอโทษนะคับบอส เลยทำให้ต้องมาจนได้”ปรีชาบอก
“ไม่เป็ไรคับ จริงๆผมก็อยากมาอยู่แล้ว ยังมีงานอีกมากมั้ยคับที่ต้องจัดการ”ปรินถาม
“จริงๆแล้วงานหลักๆ แคทก็จัดการแบ่งแยกเรียบร้อยหมดแล้ว เหลือแต่เก็บรายละเอียดในห้องที่ตกแต่งไม่ตรงแบบ กับแต่งห้องไว้เป็ห้องตัวอย่างที่ถูกต้อง อ้อ!แล้วก็ต้องเช็คจำนวนของที่จะใช้ตกแต่งว่าพอมั้ยด้วยคับ”ปรีชารายงาน
“หัวหน้าทีมคุณนี่เก่งนะ มาไม่ถึงวันก็จัดการทุกอย่างได้เรียบร้อย”ปรินบอกเขาเหลือบมองหน้าแคทยิ้มๆ
“หัวหน้าของผมสุดยอดที่สุดเลยล่ะคับบอส ยิ่งตอนที่ออกไปเจรจากับคนงานนะ ผมเป็ผู้ชายแท้ๆยังกล้าไม่เท่าเธอเลย”อามรีบสนับสนุน
“พี่อามคะ พอเลยค่ะไม่งั้นแคทโกรธจริงๆด้วย”แคทพูดแบบงอนๆ
ทุกคนจึงพากันขำ
“เก่งขนาดนี้ ดังขนาดนี้ ก็เตรียมตัวรับโทรศัพท์ดีๆล่ะกัน”ปรินบอกยิ้มๆ
แคทหันมามองหน้าเขา ทำหน้าไม่เข้าใจที่เขาพูดแต่พอคิดไปสักพัก เธอก็ทำหน้าใ ใช่เลย ตายแน่ๆถ้าพ่อแม่กับกวางเห็นข่าว แล้วยังจะคนอื่นๆอีก ดีนะที่เธอไม่ค่อยได้ให้เบอร์โทรกับใคร
“มีอะไรเหรอแคท ทำไมทำหน้าอย่างนั้น”บีมถาม
เขาเห็นเธอทำหน้าตาใหลังจากที่ปรินพูดจบ
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่อาจจะต้องหูชาเท่านั้น ไปทำงานกันต่อดีกว่าค่ะ เดี๋ยวจะไม่เสร็จเอา”แคทบอกกับทุกคน
แล้วเธอก็เดินนำกลับเข้าไปที่โรงแรม
ตกเย็นเมื่อทุกคนถึงที่พักที่ลินดาจองไว้ ทุกอย่างก็เป็เหมือนที่ปรินบอก แคทรับโทรศัพท์จากหลายคนมากทั้งพ่อ กวาง มายด์ ปรางและแม่ของปราง แต่ที่ฟังแล้วหูชาที่สุดคือน้องชายตัวดี กวางโทรมาตอนที่แคทลงมากินข้าวพร้อมกับทุกคน คือบ่นั้แ่แคทเพิ่งนั่งที่โต๊ะจนกระทั่งอาหารมาเสิร์ฟ ส่วนพ่อไม่ได้บ่นมากมายอะไรแค่บอกให้เป็ห่วงตัวเองบ้าง
“เป็ไงบ้างล่ะ คนดัง”ปรินถามยิ้มๆ
เขาเห็นเธอทำหน้าเหนื่อยๆ
“ต่อไปจะทำอะไรแคทคงต้องดูก่อนว่าแถวนั้นมีนักข่าวมั้ย เล่นมีคนตามมาบ่นถึงที่ไม่พอ ยังมีที่มาไม่ได้แล้วโทรมาบ่นอีกอ่ะ”แคทบอก
“ดีแล้วต่อไปจะได้ไม่ทำอีก พวกพี่นี่ใจคอไม่ดีเลยจริงๆ”ปรีชาบอก
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย
“ใครบอกคะว่าจะไม่ทำอีก แค่ต้องดูก่อนว่ามีนักข่าวมั้ย แคทกลัวพวกพี่ๆจะไม่มีเื่ให้ตี่นเต้นกันอ่ะค่ะ”แคทบอกแล้วยิ้ม
แต่พอหันไปเห็นปรินมองมาที่เธอทำให้นึกถึงที่เขาคาดโทษเธอไว้จึงหุบยิ้มแทบทันที
ปรีชาและคนอื่นๆสังเกตุเห็นว่าแคทมีกิริยาแปลกๆที่ถูกปรินมอง ก็พากันอมยิ้ม พวกเขาคงจะได้ยินข่าวดีเร็วๆนี้แน่ๆ
หลังกลับมาจากเวียดนามแคทกับทุกคนในทีมก็เริ่มลงมือเตรียมการออกแบบคอนโดของไมเคิลต่อ ส่วนที่เวียดนามก็ให้แจ๊คกับบีมคอยดูแลและรับผิดชอบต่อโดยที่เธอจะเป็คนคอยติดตามผล
แล้วสิ้นเดือนนี้แคทกับปรีชาและลูกทีมทั้งหมดก็ต้องลงไปที่สิงคโปร์เพื่อทำการลงมือตกแต่งโรงแรมของไมเคิล ซึ่งที่นั่นอามกับโมทจะเป็คนดูแลและรับผิดชอบ ส่วนแคทกับปรีชาจะเป็คนคอยไปดูแลทั้งสองที่
สิ้นเดือนแคท ปรีชากับทุกคนในทีมรวมทั้งปรินได้เดินทางไปสิงคโปร์เพื่อทำการตกแต่งโรงแรมของไมเคิล การไปครั้งนี้แคทต้องหยุดเรียนด้วย2วันเพื่อให้งานเสร็จตามที่เธอกำหนดไว้ ตอนแรกปรินจะไม่ยอมให้แคทหยุดเรียนแต่แคทบอกว่าไม่เป็ไรเพราะคะแนนของเธอผ่านอยู่แล้ว ปรินถึงได้ยอม
เมื่อไปถึงที่สิงคโปร์ไมเคิลก็มาคอยให้การต้อนรับเหมือนเดิม เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมปรินถึงมาด้วยอีกครั้งแต่ปรินก็บอกว่ามาคุมงานกลัวว่าจะเหมือนที่เวียดนามอีก แต่ไมเคิลเองก็เหมือนจะมองออกว่าปรินมาเพราะอะไร
“ผมเห็นคุณแคททางทีวีด้วย คุณเก่งมากเลยนะคับที่สามารถเจรจากับคนงานชาย30คนได้แบบไม่กลัวเลย”
ไมเคิลชมแคทตรงๆเมื่อได้เจอกันตอนทำงาน
“พวกเขาก็ไม่ได้น่ากลัวอะไร แค่มาเรียกร้องในสิ่งที่พวกเขาควรจะได้รับเท่านั้น พอเราให้พวกเขาได้มันก็จบค่ะ”
แคทบอกด้วยเสียงเรียบๆ แล้วทำงานไปด้วย
แคทเดินทำงานไปพร้อมกับปรีชา อามและโมท เพราะอามกับโมทต้องคอยมาดูแลการตกแต่งที่นี่ แคทกำลังทำการตกแต่งห้องตัวอย่างให้เป็พื้นฐาน และแนะนำรวมถึงกำชับถึงรายละเอียดต่างๆ
ตอนที่เธอทำงานจะไม่สนใจคนที่ไม่ใช่ทีมงานเลย เพราะอย่างนั้นไมเคิลกับปรินจึงต้องเดินตามเธอ ถ้าอยากคุยอะไรกับเธอก็ต้องเดินไปถามไป แคทจะไม่หยุดคุยเพราะเวลามีน้อย เธอ้าให้งานตกแต่งห้องตัวอย่างเสร็จก่อนที่เธอต้องเดินทางกลับ ซึ่งมันมีถึง4ห้องด้วยกัน และเธอมีเวลาแค่3วันเท่านั้น
แคททำงานเร็ว ดี และละเอียด รอบคอบ ปรินคอยหยิบน้ำและคอยเตือนให้เธอหยุดพักบ้าง แคทก็เชื่อฟังเขาดีพอสมควร แต่บางครั้งก็ดื้อและพอโดนปรินดุหรือขู่เธอจึงมีงอนบ้างเล็กน้อย ทำให้พี่ๆในทีมทุกคนที่เห็นก็จะขำเธอบ้าง
การทำงานผ่านไปด้วยดี งานเสร็จตามเป้าที่แคทตั้งไว้เธอจึงสบายใจ ส่วนไมเคิลเองก็ตามมาดูเธอทำงานทุกวันและเขาก็เห็นปรินที่คอยดูแลแคทตลอดเวลา ทำให้เขาแน่ใจว่าปรินต้องชอบแคทแน่ๆแต่เขามองไม่ออกว่าแคทคิดอย่างไร ไมเคิลตั้งใจไว้แล้วว่าตราบใดที่แคทยังไม่ได้ตกลงที่จะคบใครเป็แฟน เขาก็จะตามจีบเธอไปแบบนี้
วันที่แคท ปริน ปรีชาและทีมเดินทางกลับไมเคิลก็มาคอยส่งที่สนามบินเหมือนเดิม และเขายังบอกว่าจะหาโอกาสไปเที่ยวที่เมืองไทยด้วยเพราะเขาอยากเจอเธอ ปรินไม่ค่อยพอใจนักแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
และก็ถึงเวลาสอบไฟนอลแล้ว แคทต้องมาติวให้ปรางกับมายด์เหมือนเดิม ่ที่แคทสอบพี่ๆในทีมไม่มีใครส่งงานเข้ามาในบล็อคเลยทุกคนอยากให้เธอเต็มที่กับการสอบ แล้วการสอบก็ผ่านพ้นไป
สามสาวก็กลับไปทำงานที่บริษัทเหมือนเดิม ตำแหน่งเดิม ตอนนี้เวลามาทำงานแคทจะปล่อยผมครึ่งหนึ่งบ้าง รวบสูงบ้างสลับกันไป
พนักงานชายหลายคนชอบมองเธอเวลาที่เธอเดินผ่านไปทำงานหรือเวลาที่เธอออกมาติดต่อเื่อื่นๆ แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรยังทำตัวปกติกับทุกคน ทำให้พนักงานในบริษัทที่ได้รู้จักและได้พูดคุยพากันชอบเธอทุกคน
ตอนสายของวันทำงานวันหนึ่ง ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูแล้วลินดาก็เดินเข้ามา
“บอสคะ มีผู้หญิงต่างชาติมาขอพบค่ะ เธอบอกว่าเธอชื่อแมรี่ เป็เพื่อนของบอสค่ะ”ลินดาบอก
ปรินเงยหน้ามามองลินดาแล้วทำท่านึก
“ไฮ้ ปรินคะ คิดถึงจังเลย ดีใจจังที่ได้เจอ”เป็เสียงของผู้หญิงต่างชาติ
เธอเปิดประตูเข้ามาตอนที่ลินดาพูดจบพอดี เธอเดินตรงเข้าไปหาปรินที่ยืนขึ้นทันทีที่เธอเดินเข้ามาในห้องแล้วทักทายเขา ลินดาจึงเดินเลี่ยงออกไป
แมรี่เดินเข้าไปหาปรินแล้วยกมือขึ้นโอบรอบคอปริน แล้วทำท่าเหมือนจะจูบเขาแต่ปรินหันหน้าหลบ
“แมรี่ ทำอย่างนี้ไม่ได้ที่นี่เมืองไทย”ปรินบอกเสียงเรียบๆ
แต่สายตามองไปที่แคทที่นั่งก้มหน้าดูจอคอมอยู่ เธอไม่ได้เงยหน้ามามองด้วยซ้ำแต่ปรินก็ยังกังวล
“ทำไมล่ะคะ ไม่มีใครสักหน่อย”แมรี่หันมองไปรอบๆ
“ เอ่อ!ขอโทษนะแมรี่ไม่รู้ว่าปรินมีพนักงานทำงานในนี้ด้วย”
แมรี่บอกเมื่อเธอหันมาเห็นแคทที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ
“แมรี่ นี่แคทเธอเป็เลขาส่วนตัวของผม แคทนี่แมรี่เพื่อนผมตอนที่เรียนอยู่อเมริกา”ปรินแนะนำ
นั่นทำให้แคทเงยหน้าขึ้นแล้วยืนส่งยิ้มให้กับแมรี่
แมรี่เดินตรงมาที่แคทแล้วยื่นมือมาทักทาย แคทยื่นมือออกไปจับมือของเธอ
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณแมรี่”แคทบอกพร้อมรอยยิ้ม
“ยินดีเช่นกันค่ะ ไม่รู้นะคะเนี่ยว่าปรินมีเลขาสวยขนาดนี้”
แมรี่ทักทายยิ้มๆแล้วหันไปมองปริน เขาไม่ได้พูดอะไร
“นั่งก่อนสิแมรี่ ทำไมมาเมืองไทยได้ล่ะ”
ปรินถามเมื่อเขาและแมรี่นั่งลงที่โซฟาแล้ว
แมรี่จงใจเดินมานั่งใกล้เขามากจนเหมือนจะนั่งบนตักของเขาแต่ปรินขยับถอยออกมา แมรี่จึงขำ
“ปรินยังเหมือนเดิมเลยนะคะ แมรี่ไม่แกล้งแล้วก็ได้”
แมรี่บอก เมื่อเธอเห็นปรินขยับออกห่างจากเธอ
แมรี่ตามจีบปรินั้แ่ตอนที่เขาเรียนที่อเมริกา แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามมากแค่ไหนเขาก็ไม่เคยมองเธอมากไปกว่าเพื่อน เขารักษาระยะห่างกับผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาใกล้ชิด ปรินไม่เคยคบใครเป็แฟนและไม่มีใครเป็คนพิเศษ แมรี่ไม่ได้ซีเรียสกับเื่ปรินมากนักเพราะถึงเขาจะไม่ชอบเธอแบบแฟนแต่ก็ยังเป็เพื่อนกันได้
แคทเห็นทุกอย่างที่ปรินกับแมรี่ทำ เธอมองออกว่าแมรี่ชอบปรินและดูเหมือนแมรี่จะรู้ว่าปรินไม่ได้ชอบเธอ แต่เธอไม่ได้ซีเรียสเหมือนกับฟ้า
แคทมองว่าแมรี่เป็คนเปิดเผย ตรงไปตรงมา น่ารักตามสไตล์สาวตะวันตกไม่มีพิษภัยอะไร ส่วนปริน เขาคอยมองมาที่แคทตลอดเหมือนกลัวว่าเธอจะเข้าใจผิดนั่นทำให้แคทอมยิ้ม แต่เธอไม่ได้คิดอะไรทำเป็ไม่สนใจแค่นั้น
“แมรี่เองก็เหมือนเดิมนะ ชอบแกล้งผมทุกที แล้วมาเที่ยวหรือมาทำงานล่ะ”ปรินพูด
“มาทั้งสองอย่างแหละ มาติดต่องานและถือโอกาสมาเที่ยวด้วย”แมรี่บอกแล้วยิ้ม
“แล้วทำไมมาหาผมได้ล่ะ”ปรินถาม
“คิดถึงไง มาหาไม่ได้เหรอ ว่าแต่ปรินมีเ้าของหรือยังล่ะ”แมรี่ถามยิ้มๆ
ปรินเหลือบมองแคทที่นั่งทำงานอยู่ เธอยังก้มหน้ามองจอคอมทำงานเหมือนเดิมใบหน้าไม่ได้แสดงออกอะไร แต่นั่นทำให้ปรินยิ่งกังวลเพราะเขารู้ว่าเธอต้องได้ยินแต่เขาไม่รู้ว่าเธอรู้สึกยังไง
“ว่าไง มีเ้าของหรือยัง ถ้ายังแมรี่ก็ยังจีบได้ แต่ถ้ามีแล้วก็เป็เพื่อนกัน แมรี่ไม่อยากโดนตบ”แมรี่ถามอีก
เมื่อปรินเงียบและไม่ตอบเธอ แมรี่สังเกตุว่าปรินคอยเหลือบมองไปทางแคทที่นั่งทำงานบ่อยๆ มันต้องมีอะไรแน่ๆแมรี่คิด
ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูลินดาเดินเข้ามา
“บอสคะ คุณไมเคิลมาขอพบคุณแคทค่ะ บอกว่ามีเื่ตกแต่งคอนโดจะปรึกษาค่ะ”ลินดาบอก
ปรินหันไปมองแคท แคทเงยหน้ามามองเมื่อได้ยิน
“พี่ลินดาให้เขาไปที่ห้องประชุมของทีมพี่ปรีชาก่อนเลยค่ะ เดี๋ยวแคทตามไป พอดีบอสมีแขกค่ะ”แคทบอกลินดา
“ไม่เป็ไร ใช้ห้องประชุมที่นี่ ลินดาโทรตามทีมพี่ปรีชาด้วย”ปรินบอก
เขาหน้าออกจะบึ้งนิดๆ แคทยิ้ม แล้วลินดาก็เดินออกไป
“สวัสดีคับคุณปริน ขอโทษที่ผมมาโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า พอดีผมมาทำธุระที่นี่เลยจะมาคุยกับคุณแคทเื่งานออกแบบคอนโดสักหน่อย”ไมเคิลบอกเมื่อเขาเดินเข้ามาในห้องแล้ว
ปรินและแมรี่ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินเข้าไปหาไมเคิล
“สวัสดีคับคุณไมเคิล ไม่เป็ไรก็คุณไมเคิลมาเื่งานผมต้องต้อนรับอยู่แล้ว”ปรินบอกเสียงเย็นหน้าตาเรียบเฉย
“แล้วสาวสวยคนนี้แฟนคุณปรินหรือคับ จะไม่แนะนำให้ผมรู้จักหน่อยเหรอคับ”ไมเคิลพูดแล้วมองไปที่แมรี่
“นี่แมรี่เพื่อนผม เพิ่งมาจากอเมริกา แมรี่นี่ไมเคิลเ้าของโรงแรมและคอนโดที่สิงคโปร์”ปรินแนะนำ
เขาเน้นเสียงที่คำว่าเพื่อนชัดเจน
“ไฮ้ แมรี่ยินดีที่ได้รู้จักคับ คุณน่ารักมากนะคับ”ไมเคิลยื่นมือออกไปจับมือกับแมรี่
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ มาเื่งานหรือคะ”แมรี่ถาม
“ใช่คับ แต่ก็มีเื่ส่วนตัวด้วย”ไมเคิลบอก
เขามองไปที่แคทที่กำลังเดินเข้ามาที่ทุกคนยืนอยู่
“สวัสดีคับคุณแคท วันนี้คุณสวยมากนะ”ไมเคิลทักทายแคทโดยการยกมือไหว้
แมรี่จึงมองงงๆ
“สวัสดีค่ะคุณไมเคิล ขอบคุณที่ชมนะคะ”แคทบอกพร้อมกับยกมือไหว้
แมรี่ยิ่งงง
“ทำไม ทักทายกันแบบนี้ล่ะคะ”แมรี่ถาม
“คุณแคทเธอไม่ชอบการทักทายแบบสากลคับ เธอชอบการทักทายแบบไทยๆ”ไมเคิลบอก
แมรี่หันไปมองหน้าแคทก็เมื่อกี้ยังจับมือกับเธออยู่เลย แคทมองแมรี่แล้วขยิบตาให้เธอ แมรี่จึงยิ้มเข้าใจว่าแคทไม่้าจับมือกับผู้ชายจึงบอกอย่างนั้นแต่เธอเป็ผู้หญิงจึงไม่เป็ไร
ก๊อก ก๊อก สิ้นเสียงเคาะประตูปรีชากับลูกทีมก็เดินเข้ามา
ทั้งหมดทักทายไมเคิลกับปรินและแมรี่ แล้วแคทก็เดินนำไมเคิลกับปรีชาและพี่ๆเข้าไปในห้องประชุม
ปรินกับแมรี่กลับมานั่งคุยกันที่โซฟาภายในห้องประชุมแคทอธิบายภาพคอนโดที่เธอกับลูกทีมทำแล้วบางส่วนให้ไมเคิลฟัง โดยปรีชาได้นำภาพขึ้นจอใหญ่ในห้อง ไมเคิลนั่งฟังที่แคทบอกและมองเธออยู่ตลอดเวลา
ปรินที่นั่งอยู่ข้างนอกคุยกับแมรี่แต่สายตาเขามองเข้าไปที่ห้องประชุมตลอด จนแมรี่สังเกตุเห็น
“คุณแคทนี่เก่งนะคะ เป็เลขาแล้วยังเป็หัวหน้าทีมตกแต่งด้วย ปรินไปหามาจากไหนคะ”แมรี่ถาม
“แคทเป็เพื่อนกับน้องสาวผม”
ปรินบอกแต่ตายังมองเข้าไปในห้องประชุม
“น้องสาวปรินยังเรียนอยู่ไม่ใช่เหรอ”แมรี่ถาม
“ใช่ ยังเรียนอยู่ เธอมาทำงาน่มหาลัยปิด”ปรินพูด
“เธอเรียนอะไร ทำไมเก่งการออกแบบตกแต่งขนาดนี้ แล้วทำไมมาเป็เลขาล่ะ”แมรี่ถาม
“แคทเรียนเลขา แต่เธอชอบการตกแต่งภายใน ความรู้ ทางสถาปัตฯของเธอพอๆกับคนจบป.โทเลย”
ปรินบอกยิ้มๆ สีหน้ามีความชื่นชมอย่างเห็นได้ชัด
“แมรี่เห็นแล้ว ที่เธอกำลังอธิบายนั่นถ้าคนไม่มีความรู้ ไม่มีทางเข้าใจหรอก ทั้งเก่ง ทั้งสวย มิน่า…”แมรี่พูดแล้วเว้นระยะ
ปรินจึงหันมามอง
“อะไรเหรอ”ปรินถาม
“ปรินชอบแคทใช่มั้ยล่ะ ห้ามบอกว่าไม่ใช่นะ ั้แ่แมรี่เข้ามาในห้องปรินคอยมองแต่แคทตลอดเลย ปรินไม่เคยเป็แบบนี้เลยนะั้แ่ที่แมรี่เคยรู้จักปรินมา ปรินไม่เคยสนใจใครแต่นี่คอยมองแคทตลอด บอกมาดีๆ”แมรี่พูดยิ้มๆ
“ใช่ ผมชอบแคท พยายามจีบอยู่แต่เธอยังไม่ตกลง”ปรินยอมรับ
“น่าอิจฉาแคทนะที่ทำให้ปรินสนใจได้ แต่แมรี่ว่าปรินมีคู่แข่งนะ ไมเคิลก็เหมือนจะชอบแคทเหมือนกันแมรี่ดูออก”แมรี่บอก
“ใช่ ไมเคิลก็ตามจีบแคทเหมือนกัน”ปรินบอกสายตามองเข้าไปในห้อง
“งั้นแมรี่ก็หมดหวังแล้วสิ แต่ไม่เป็ไร ปรินก็สู้ๆนะ อย่ายอมแพ้ล่ะ แคทสวย เก่ง นิสัยก็น่ารักอย่าปล่อยให้หลุดมือไปล่ะ”แมรี่บอกแล้วยักไหล่
“ขอบใจนะแมรี่”ปรินบอกแล้วยิ้ม
“ไม่เป็ไร เราเพื่อนกันนี่นา งั้นแมรี่กลับก่อนนะต้องไปทำธุระต่อ แล้วจะมาหาใหม่นะ”แมรี่บอกแล้วลุกขึ้น
ปรินลุกเดินมาส่งที่หน้าประตู
“แคท ไมเคิล ทุกคน แมรี่กลับก่อนนะคะ เอาไว้เจอกันใหม่ค่ะ”แมรี่บอก
แคทยิ้มให้เธอแล้วโบกมือให้ ส่วนคนอื่นพยักหน้า
แมรี่หันมามองปรินแล้วเธอก็เข้ามากอดรอบคอเขาแล้วก็เขย่งขึ้นไปเอาหน้าเธอแนบกับหน้าของปรินแล้วกระซิบข้างหูเขาว่า
“ขอแกล้งอีกครั้งนะ สู้ๆล่ะ”แมรี่บอกแล้วปล่อยปริน จากนั้นก็เดินออกไปจากห้อง
ทุกคนในห้องประชุมเห็นกันทุกคน แต่แมรี่เอาหน้าไปแนบข้างที่ทุกคนมองไม่เห็นจึงมองเหมือนเธอหอมแก้มปริน
ไมเคิล ปรีชา บีม อาม โมทกับแจ็คหันไปมองหน้าแคทแทบจะพร้อมกัน
แคทก็เห็นแต่เธอไม่ได้แสดงอาการอะไรยังคงพูดเื่งานต่อ
ปรินหันมามองทุกคนโดยเฉพาะแคท แต่เขาเห็นเธอยังพูดเื่งานต่อเนื่อง ปรินจึงเดินเข้าไปนั่งในห้องประชุมเพื่อฟังด้วย
เมื่อประชุมเรียบร้อยแล้วปรีชากับลูกทีมก็กลับไปที่ห้อง เหลือแค่ไมเคิล ปรินกับแคท
“นี่ก็จะเที่ยงแล้ว คุณแคทพักกี่โมงคับ ผมอยากชวนคุณไปทานข้าวกลางวันด้วยกัน”ไมเคิลถามแคท
ปรินหันมามองไมเคิลและหันไปมองแคท
“ต้องขอโทษนะคะ พอดีแคทนัดเพื่อนไว้แล้วค่ะ ขอบคุณที่ชวนนะคะ ถ้าคุณไมเคิลไม่มีเพื่อนทานข้าวไปทานกับบอสก็ได้นะคะ”แคทบอกแล้วยิ้มให้ไมเคิลกับปริน
“งั้นเอาไว้คราวหน้าก็ได้คับ ผมขอตัวกลับก่อน”ไมเคิลบอก แล้วเดินออกไปจากห้อง
ปรินหันมามองแคท แคทเดินเอาแม็คบุ๊คกับเอกสารกลับไปวางไว้ที่โต๊ะทำงานของเธอ พลางมองนาฬิกาข้อมือแล้วก็หยิบกระเป๋าสะพายกับมือถือมาแล้วทำท่าจะเดินออกไปจากห้อง
“แคทจะไปไหน”ปรินถาม
“ก็แคทบอกแล้วนี่คะว่านัดกับเพื่อนไว้”แคทบอก
ครืด ครืด เสียงมือถือของแคทดังขึ้น
“ค่ะพี่นน ถึงแล้วเหรอคะ ค่ะ รอตรงคอฟฟี่ช็อฟด้านหน้าแหละค่ะ แคทกำลังจะลงไปค่ะ ค่ะ”แคทวางสาย
“แคทไปก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่เขาจะคอยนาน”แคทบอกแล้วรีบเดินออกไปทันที
ปรินยืนงง ในหัวเขามีคำถามมากมายเกิดขึ้น แล้วเขาก็รีบตามแคทลงไปข้างล่าง เขาอยากเห็นหน้าคนที่เธอนัด และที่สำคัญเขาอยากรู้ว่าเป็ใคร สำคัญยังไง เขาได้ยินเธอเรียกว่า “พี่นน”
ปรินลงลิฟต์มาทันเห็นแคทกำลังเดินไปขึ้นรถที่มีคนเปิดประตูให้เป็ผู้ชาย รูปร่างผอม สูง ขาว หน้าตาเขาเห็นไม่ชัดแต่นั่นไม่สำคัญ ตอนนี้ใจเขาร้อนจนจะไหม้อยู่แล้ว