พิภพเทพเจ้า

    จ้าวพิภพ ตอนที่16

    ภายในมุมหนึ่งของห้องมีเงาของคนสองคนหนึ่งในนั้นคือชายชราเมื่อครู่ อีกหนึ่งคือหูหลง
    "เจ้าแน่ใจรึ ว่าเจ้าหนุ่มนี้ใช้ได้จริง ข้าดูมันไม่เหมือนผู้ผนึกเทพศสตราเลยด้วยซ้ำ มันไม่รู้แม้กระทั้งการ วาดวงเวทย์"
    ชายชราผู้มีสายตาดังเหยี่ยว คือผู้ผนึกหนึ่งดาว ผู้เป็นอาจารย์สอนการผนึกอสูร 'ไห่เกาเต๋อ' ผู้ถูกว่าจ้างให้มาสอนการวาดวงเวทย์ผนึก ให้กับตระกูลหู เพื่อเตรียมตัวเข้าสมัคสอบเข้าที่โรงเรียนผู้ผนึกอสูร ' เซียนอสูร '
    "ข้ามันใจท่านอาจารย์ข้ามองดูคนไม่เคยผิด"
    หูหลง มองไปที่เด็กหนุ่มที่ยังยืนนิ่งมองดูรูปภาพ เขามีความมั่นใจเป็นอย่างมากในตัวเจ้าหลง ทั้งคู่ยังยืนดูอยู่ด้านหลัง ผ่านไปครู่หนึ่งกับต้องตกใจกับสิ่งที่จ้าวหลงทำ

    ผ่านไปไม่นานเจ้าหลงยกมือขึ้นมันเคลือนมือไปอย่างราบลื่นปลดปลอยพลังงานอย่างเป็นธรรมชาติไปตามเส้นที่วิ่งผ่านเมื่อถึงตัวอักษรณ์กลับหยุดนิ่งชั่วครู่ปลดปล่อยพลังงานไปตามตัวอักษร เบาบ้าง แรงบ้าง จ้าวหลงปล่อยพลังวิญญาณเพียงแค่ดวงจิตดวงที่สามเท่านั้นก่อนจะเสร็จสิ้นกระบวนการถ่ายพลังงาน
    "ผนึก"
    จ้าวหลงกล่าวคำว่าผนึกพร้อมด้วยพลังที่เหลือเพียงน้อยนิดแสงสว่างจ้า วงเวทย์ ปรากฏเด่นชัดขึ้น แต่เพียงชั่วขณะกับระเบิด
    ตูม
    จ้าวหลงกระเด่นไปทางด้านหลังเนื่องด้วยพลังงานที่ปล่อยออกไปในจังหวะสุดท้ายไม่พอในการให้วงเวทย์ทำงานในอักษรณ์ตัวสุดท้ายที่จะหลอเลียงวงเวทย์ทำให้มันเกิดการพังทลายลง
    "เจ้าหนุ่มคนนี้ไม่ธรรมดาอย่างที่เจ้าว่าจริงๆ แค่ครั้งแรกก็เกือบจะวาดวงเวทย์ สามแฉกสมบูรณ์แล้ว แต่หน้าเสียดายที่พลังวิญญาณมันไม่พอ"
    ชายชรากล่าวเหมือนจะเสียดายแต่น้ำเสียงกับปลื้มปิติยินดีเหมือนคนที่พบสมบัติก็ไม่ปาน
    ตลอดเวลาหนานกงหลัว ยืนดูการกระทำ ของจ้าวหลงตั้งแต่เริ่มต้น จนจบกระบวนการทำให้หนานกงหลัวทั้งตกตลึงทั้งหน้าแดงด้วยการอดดกลั้นที่อย่ากจะหัวเราะจากการกระทำของจ้าวหลงในการทำให้วงเวทย์ระเบิด
    ผู้ผนึกทุกคนจะต้องรู้หลักการของการใช้ระดับพลังในการสร้างผนึกเป็นพื้นฐานแต่จ้าวหลงกับไม่รู้แม้แต่พื้นฐานของระดับพลังที่ต้องใช้ ทำให้สัญลักษณ์เกิดการระเบิด นี้มันอ่อนหัดยิ่งกว่าเด็กฝึกหัดเสียอีก
    "พี่เฒ่า ท่านไม่รู้หรือว่าการจะผนึกวงเวทย์ จะต้องใช้พลังเท่าไหร ก่อนที่ท่านจะผนึกวงเวทย์ท่านต้องประมาณการของพลังที่ต้องใช้เสียก่อน ท่านรู้หรือไม่เคยมีผู้ผนึกบางคนได้รับบาดเจ็บถึงกับเคยมีคนเสียชีวิตจากการสร้างผนึกมาก่อน เนื่องด้วยว่าผนึกระดับสูงจะยิ่งเป็นอัตรายกว่าผนึกระดำต่ำพวกนี้มากนัก"
    ใบหน้าของหนานกงหลัวกับมาเป็นปกติ นางกล่าวเตือนออกไปด้วยความหวังดี
    หลังจากนั้นจ้าวหลงขอตัวลาหนานกงหลัว และเดินกลับที่พักด้วยใบหน้าห่อเหี่ยวของความผิดหวัง
    หลังจากจ้าวหลงเดินจากไป ชายชรากับชายวัยกลางคนเดินออกมาจากมุมห้องมองดูตรงที่จ้าวหลงเคยยืนอยู่ คุยเรื่องของจ้าวหลงอยู่ครู่หนึ่งก่อนเดินจากไป
    ภายในห้องพักของจ้าวหลงประกอปไปด้วยเตียง โต๊ะหนึ่งตัว ด้านหลังมีอ่างอาบน้ำ ถึงจะเป็นที่พักตระกูลสายนอกแต่ก็ยังได้รับการดูแลอย่างดี มีคนลับใช้คอยเติมน้ำร้อนให้อาบ
    จ้าวหลงถอดชุดเก่าออก ไปลงอาบน้ำในถัง ที่แม่บ้านเตรียมให้ เขาสั่งเกตุเห็นวงเวทย์บนแขนซ้ายและขวาที่เดิมทีจะถูกเสื้อปกปิดไว้ขณะกำลังอาน้ำ เขากับมาใสเสื้อผ้าของตระกูลหูที่แม่บ้านเตรียมให้เป็นชุดผนึกเทพศาตราสีเขียวซีดอ่อนเหมือนสีของหยก
    เขาพับแขนเสื้อขึ้นจะเห็นสัญลักษณ์อักษร พันอยู่ลอบแขน
    "คลาย "
    ร่างกายเจ้าหลงหายไปจุดที่ยื่นอยู่เขาเข้ามาภายในมิติแห่งห้องกาลเวลา เขามองไปรอบห้องภาพที่เห็นกับให้ความคุ้นเคยกับเขาเหมือนกับว่าเขาเคยเข้ามายังที่แห่งนี้มาก่อน เขาตื่นตลึงกับภาพที่เห็นในห้องจะมีตำลาอยู่มากมาย มีอยู่หนึ่งตำลาที่เขาให้ความสำคัญเป็นพิเศษเขาเดินไปจะหยิบตำรานั้น
    แต่กับเกิดภาพซ้อนมากมายมาจากอดีต เขาเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งฝึก วิชาและเหตุการต่างๆที่เกิดขึ้นกับเขาในอดีตทั้ง ต้นเหตุการเกิดของแม่น้ำ หมู่บ้านที่หายไปเป็นแถบๆ และภาพสุดท้ายที่ทำให้เขาแทบล้มทั้งยืนเป็นภาพของหญิงชราผู้หนึ่ง น้ำตาของชายหนุ่มเริ่มหลังใหลป่านสายน้ำ สายตาชายหนุ่มเริ่มเลือนลางสติเริ่มทีจะจางหายไป
    ผ่านไปไม่รู้เนิ่นนานเท่าใด ชายหนุ่มลื่มตาตื่นขึ้น เขาตระโกนออกมาแต่กลับเป็นเสียงที่บางเบ่าเสียยิ่งกว่าเสียงสายลมยามเคลื่อนไหวเสียอีก
    "ท่านยาย"
    ชายหนุ่มนังคุกเขาอยู่อย่างเนิ่นนาน ไม่มีผู้ใดรู้ได้ว่าตอนนี้ชายหนุ่มคิดถึงสิ่งใดแล้วต้องการจะทำอะไรต่อไปสติของชายหนุ่มเหมือนจะเลือนลอย
    สายตาชายหนุ่มเปิดขึ้นกลิ่นอายจิตสังหารปกคลุมร่างาย สายตาที่ออนโยนหายไปแทนที่ด้วยสายตาที่แหลมคมเฉียบขาดดวงตาที่เคยเดิมทีเป็นสีดำสดกับเปลียนเป็นสีฟ้าสด
    "ไม่ว่า มันผู้ใด หรือสิ่งใด ไม่ว่า จะยิ่งใหญ่ ปานใด จะเป็นเทพ หรือ มาร ข้า จะต้อง ให้ พวกมัน ต้องชดใช้ กับสิ่งที่พวกมัน ได้ก่อ "
    ในขณะที่เขาพูดประโยคเหลานี้ออกมาทีละคำเสียงที่เปล่งออกมากับเป็นเสียงที่เก่าแก่เหมือนมาจากยุคโบราณอันไกลโพ้นดวงตาของชายหนุ่มกลับเป็นสีฟ้า น้ำตาที่ใหลสายเดิมทีเป็นน้ำตาไส่ๆกับเปลี่ยนเป็นสีฟ้าสวยสดงดงาม คำพูดของเขากับเหมือนดังคำพูดของเทพเจ้าผู้ทรงพลัง ก็ไม่ปาน คลื่นพลังงานภายในมิติสั่นคลอน เหมือนจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ
    แต่สถานะการภายนอกกับหนักยิ่งกว่าภายในมิติ ภูมิภาคแถบนี้กินพื้นที่เกือบทั้งจักวรรดิ เกิดการเปลียนแปลง คลื่นลมโหมซัด สัตว์ป่าสัตว์อสูรระดับต่ำหนีตายกันอลม่าน
    ทองฟ้าเปลียนแปลง เหมือนจะพังทลาย เกิดการสั่นไหวของแผ่นดิน ท้องทะเลที่เคยเงียบสงบกับแปรปรวน มีคลื่นภายุสูงหลายสิบเมตรก่อตัวเข้าซัดแนวชายฝั่ง ประชาชนแนวชายฝั่งหนีตายอลม่าน
    ถัดออกไปหลายหมื่นลี่ ภายในถ่ำแห่งหนึ่ง มีร่างกายที่แห้งกลังเหมือนศพนั่งเข้าชาญอยู่ มันเปิดตาขึ้น กระอักเลือดออกมาหนึ่งคำ
    ถ่ำแห่งหนึ่งในทะเลลึกที่ดำมืด มีสัตว์อสูรในร่างมนุษย์ มันเปิดเปลือกตาขึ้น
    " ฮึม มีผู้ท้าชิ่งตำแหน่งจ้าวภิพภเพิ่มมาอีกหนึ่ง "
    มันหลับตาเข้าชาณต่อไป
    เหนื่อขึ้นไปจากดาวดวงนี้มีดาวดวงเล็กๆ ลอยอยู่ดวงหนึ่งบนดาวดวงนี้มีบ้านไม้หลังเล็กๆมีสวนแปลงดอกไม้ที่บานสะพรั่งอยู่ทั่วมีชายชราก้มๆเงยๆ ที่แปลงดอกไม้
    "คงใกล้เวลาที่ข้าต้องเกษียณ ตำแหน่งแล้วกระมัง "
    ชายชรากล่าวด้วยเสียงอันเบากับทรงพลังยิ่ง
    ผู้ฝึกยุทธที่พลังระดับปราณเซียร ล้วนได้ผลกระทบต่อเหตุการนี้เนื่องด้วยพลังที่จ้าวหลงระเบิดออกมาโดยไม่รู้ตัวนั้นมีขนาดของพลังงานอยู่ในระดับเดียวกับระดับปราณเซียนแต่มีพลังความหน้าแน่นของพลังงานที่สูงกว่าปราณเซียน
    หลังจากเตุการณ์นั้น ผ่านไปชาวยุทธบ้างก็ว่าเกิดเหตุการณ์ทางฟ้าดินอาจจะมีสิ่งของวิเศษมาจุติหรือแม้กระทั้งร่ําลือกันว่ามีเทพสวรรค์มาเกิดบ้างก็มี