จ้าวเล่อจินเดินทางท่ามกลางความมืดมาจนพบบุคคลสองคน คนหนึ่งคือมารกระเรียนขาว อีกผู้หนึ่งคือมารกระเรียนดำ โดยคนสองคนนี้คือคนของพรรคโลหิตดำ ซึ่งทั้งสองเป็บริวารของจ้าวเล่อจิน คนสองคนผู้นี้นั้นเป็ผู้ที่มีวิชาฝีมือในระดับที่สูง โดยมารกระเรียนขาวคือคนเดียวกับที่ต่อสู้กับเจียงฉีเคอที่ตลาด และเคยได้ปะทะกับเจียงวังฉา เ้าสำนักชีอันมาแล้ว ส่วนมารกระเรียนดำก็มีวรยุทธ์ที่ไม่แตกต่างกัน
“ประมุขน้อย เป็ยังไงบ้าง” มารกระเรียนขาวพูด
“คนพวกนั้นออกตามหาว่านตื่นรู้ แสดงว่าอาการของหลี่เฟิงฝูคงจะหนักไม่เบา” จ้าวเล่อจินกล่าว
“ตอนนี้พวกเราสร้างความบาดหมางให้แก่พวกมันได้แล้ว พวกเราจะทำยังไงกันต่อ” มารกระเรียนดำกล่ว
“เื่เหล่านี้แม้จะหนักหนาสาหัสนัก แต่ใช่ว่าจะเพียงพอให้พวกมันฆ่ากันเอง ข้าพเ้าคงต้องคิดวิธีการขั้นถัดไปเพื่อใช้งาน” จ้าวเล่อจินกล่าว ก่อนเธอจะพูดต่อว่า “ท่านทั้งสอง พวกท่านช่วยอะไรบางอย่างแก่ข้าพเ้าได้หรือไม่”
“ขอเพียงประมุขน้อยเอ่ยปาก ไม่ว่าหนักหรือเบา พวกเราก็พร้อมทำตาม” มารกระเรียนขาวพูด
“ข้าพเ้า้ารู้ว่าใครเป็ผู้ทำร้ายโจวเจียอี้จนขาหัก” จ้าวเล่อจินกล่าว
“ทำไมประมุขน้อยถึงให้ความสนใจคนผู้นี้” มารกระเรียนดำพูด
“ข้าพเ้าไม่เคยเห็นจอมยุทธ์ไร้สังกัดคนใดจะมีวรยุทธ์เทียบเท่าเขาได้ หากสามารถจับมาอยู่ที่พรรคโลหิตดำได้ คงจะเป็เขี้ยวเล็บให้แก่ท่านพ่อได้เป็อย่างดี” จ้าวเล่อจินกล่าว
“พวกเราเข้าใจแล้ว เื่นี้ไว้วางใจพวกเราสองคนได้เลย ถ้าหาตัวพบ ท่านประมุขน้อยจะให้พวกเราทำอย่างไร” มารกระเรียนขาวถาม
“พวกท่านไม่ต้องทำอะไร ขอเพียงแค่กลับมาบอก ข้าพเ้าจะเดินทางไปมอบความตายพวกมันด้วยตัวของตัวเอง โทษฐานทำลายของเล่นของข้าพเ้าจนเสียหาย” จ้าวเล่อจินกล่าว มารกระเรียนขาว และมารกระเรียนดำรับปากและรีบปฏิบัติตามคำสั่งทันที
เมื่อเวลาค่ำคืนคืบคลานเข้ามามากขึ้น ความง่วงก็บังเกิดเข้ามา โจวเจียอี้นั่งมองหลิวอี้หลานที่หลับไปจากความอ่อนล้าจากการเดินทาง เมื่อได้มองนางแล้วเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาในใจว่า ‘ในความจริงแล้ว ข้าไม่จำเป็ต้องออกมาหายาเพื่อไปรักษาอาจารย์ของนางก็ได้ ข้ามาที่นี่เพื่อล้างแค้นเ้าสำนักวังบุปผาอยู่แล้ว แต่เพราะเ้าสำนักหลี่เฟิงฝูผู้นั้นยินยอมให้แม่นางหลิวอี้หลานดูแลรักษาข้า แทนที่จะสังหารทิ้งั้แ่วันแรกข้าจึงมิอาจทรยศนางในวันนี้ได้ หากว่าหนี้บุญคุณในหนนี้หมดไปเมื่อไหร่ ข้าค่อยหาโอกาสล้างแค้นให้บิดา’
โจวเจียอี้หยิบกระปุกยาที่จ้าวเล่อจินให้ขึ้นมาดู และคิดในใจว่า ‘จ้าวเล่อจิน ข้าเคยพลาดพลั้งเสียทีให้แก่เ้ามาสองครั้งติดแล้ว คิดว่าครั้งนี้ข้าจะยอมเสียทีเ้าอย่างง่ายๆ เช่นนั้นหรือ’
โจวเจียอี้เก็บยาเข้าไปในเสื้อ แล้วนั่งเหม่อมองดูดวงดาวบนฟ้า เมื่อได้นั่งมองดวงดาวไปสักพักก็กลับคิดถึงบ้านเกิด คิดถึงแม่ และคิดถึงอาจารย์ สิ่งที่เขาตั้งมั่นเมื่อเดินทางออกท่องยุทธภพคือการล้างแค้นแทนบิดา แต่วันนี้เขากลับไม่สามารถเดินเหินได้อย่างคนปกติ โจวเจียอี้หงุดหงิดตัวเองจนนำมือทุบตีขาไปหลายที จากนั้นเขาจึงหยิบกระปุกยาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง แล้วคิดในใจว่า ‘จ้าวเล่อจิน ไม่ว่าครั้งนี้เ้าจะหลอกทำร้ายข้าอีกหรือไม่ ข้าก็จะขอลองเสี่ยงเชื่อเ้าดูอีกครั้งหนึ่ง’
โจวเจียอี้หยิบยาในกระปุกออกมากินและกลืนมันลงไปในท้อง ทันทีที่ยาออกฤทธ์ร่างกายของเขาก็แผดร้อนขึ้นมา เขาเริ่มหายใจไม่ออก โจวเจียอี้จึงคิดในใจขึ้นมาว่า ‘จ้าวเล่อจิน นี่ข้าพ่ายแพ้ต่อเ้าอีกแล้วงั้นรึ’ ไม่นานนักโจวเจียอี้ก็สิ้นสติไป
เมื่อถึงรุ่งเช้า โจวเจียอี้และหลิวอี้หลานยืนมองขึ้นไปบนหน้าผา โจวเจียอี้กวาดสายตามองหาว่านตื่นรู้อยู่สักพัก ก่อนเขาจะชี้นิ้วไปบนหน้าผาและกล่าวว่า “อี้หลาน นั่นคือว่านตื่นรู้”
หลิวอี้หลานมองตามมือของโจวเจียอี้ไป เมื่อมองเห็นแล้วจึงหันกลับมาบอกว่า “ขอท่านจงอยู่ตรงนี้ ข้าพเ้าจะรีบไปนำมันมา”
หลิวอี้หลานใช้วิชาตัวเบาไต่เถาวัลย์ขึ้นไปบนหน้าผาเพื่อเก็บว่าน ยิ่งขึ้นไปสูงเท่าไหร่ยิ่งไกลจากพื้นมากเท่านั้น มือข้างหนึ่งเธอยึดจับเถาวัลย์ไว้แน่น อีกข้างก็เหยียดไปสุดตัวเพื่อเด็ดว่านออกมาให้จงได้ เธอใช้ความพยายามอยู่ชั่วครู่จึงสามารถเก็บว่านได้ ด้วยความที่เธอต้องเอื้อมมือไปสุดเหยียด ทันทีที่มือขวาเด็ดว่านออกมาได้สำเร็จ มือซ้ายที่เหนี่ยวรั้งเถาวัลย์ไว้กลับหลุดออก หลิวอี้หลานร่วงตกลงมาจากหน้าผาโดยเร็ว
โจวเจียอี้เงยหน้ามองเห็นหลิวอี้หลานร่วงลงมา ทันทีที่เขามองเห็น เขาไม่ทันได้คิดอะไร ร่างกายของเขาก็สลัดไม้ค้ำยันทิ้ง และกระโจนขึ้นไปบนหน้าผาทันที เมื่อขึ้นไปได้โจวเจียอี้จึงได้จับเธอไว้อย่างทันท่วงที มือขวาของเขาโอบรัดเอวเธอไว้ ส่วนมือซ้ายสามารถยึดเหนี่ยวเถาวัลย์ไว้ได้ หลิวอี้หลานก็นำมือทั้งสองของตนสวมกอดโจวเจียอี้อย่างทันทีเช่นกัน
โจวเจียอี้ค่อยๆ พาตัวเองและหลิวอี้หลานลงมาจากหน้าผาอย่างปลอดภัย หลิวอี้หลานมองหน้าโจวเจียอี้ที่ช่วยชีวิตเธอไว้ หัวจิตหัวใจของเด็กสาววัยสิบเจ็ดผู้นี้กลับเต้นอย่างไร้ซึ่งจังหวะ ใบหน้าของเธอแดงยิ่งกว่าเนื้อของแตงโม เมื่อเธอตั้งสติได้จึงรีบปล่อยมือออกจากโจวเจียอี้ทันที
“พี่เจียอี้ ท่านช่วยชีวิตข้าพเ้าไว้ หลิวอี้หลานขอบคุณในความช่วยเหลือของท่าน บุญคุณในครั้งนี้ยากที่จะทดแทน” หลิวอี้หลานกล่าว พร้อมทั้งนั่งลงไปคุกเข่าให้แก่โจวเจียอี้
โจวเจียอี้ลงไปจับไหล่ทั้งสองข้างของนางและพานางลุกขึ้นพร้อมกล่าวว่า “ข้าไม่ได้มีบุญคุณต่อเ้าเลย เ้าเองต่างหากที่ช่วยดูแลรักษาข้าจนถึงทุกวันนี้”
หลิวอี้หลานเหมือนเห็นอะไรบางอย่าง จึงกล่าวอย่างใว่า “พี่เจียอี้ ท่านเดินได้แล้ว”
โจวเจียอี้สำรวจร่างกายของตัวเองอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า “จริงด้วย ข้าเดินได้แล้ว ร่างกายข้าหายเป็ปกติแล้ว”
หลิวอี้หลานยิ้มให้กับร่างกายที่กลับมาเป็ปกติของโจวเจียอี้ โจวเจียอี้จึงกล่าวกับเธอว่า “ขาของข้าหายดีแล้ว เ้าเองก็เลิกเรียกข้าว่าท่านแล้วเช่นกัน”
หลิวอี้หลานเขินเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่า “พี่เจียอี้ รีบนำยาไปให้อาจารย์เถิด”
โจวเจียอี้และหลิวอี้หลาน รีบเดินทางกลับมายังกลุ่มของวังบุปผา ทันทีที่หลิวอี้หลานกลับมาก็รีบนำไปต้มเพื่อให้ หลี่เฟิงฝู เ้าสำนักที่ถูกยาพิษเล่นงานอยู่ดื่มทันที และเมื่อหลี่เฟิงฝูได้รับยาไม่นานนักจึงฟื้นขึ้นมา
“อาจารย์ ท่านฟื้นแล้ว!”
หลี่เฟิงฝู มองดูร่างกายตัวเองที่หายเป็ปกติแล้ว จากนั้นเธอก็ลุกขึ้นและประกาศว่า “หลายปีที่ผ่านมา กิมเพ็กเงียมพยายามใช้วาจาล่วงเกินพวกเราวังบุปผาอยู่เป็ประจำ ไม่คิดเลยว่าวันนี้พวกมันจะลอบวางยาแก่ข้า นับจากวันนี้ไปพวกเราสำนักวังบุปผากับพรรคหงส์เหินฟ้าขาดไมตรีแก่กัน!”
เมื่อหลี่เฟิงฝูกล่าวจบก็ได้หันไปเห็นโจวเจียอี้ที่ร่างกายหายดีแล้ว จึงเดินเข้าไปหาเขาและพูดว่า “เ้าคนชั่ว เ้าหายดีแล้วอย่างนั้นหรือ”
“ข้าน้อยหายเป็ปกติแล้ว เพราะท่านที่ให้ความเมตตา” โจวเจียอี้กล่าว
“เมื่อเ้าหายดีแล้ว ก็รีบไสหัวออกไปซะ” หลี่เฟิงฝูกล่าว
“อาจารย์คะ คือว่า…” หลิวอี้หลานพยายามจะพูด
“หุบปาก หลิวอี้หลาน ข้าให้เ้ารักษาคนผู้นี้จนหายดีก็มากเกินพอแล้ว เ้าอยากจะกล่าวอะไรกับคนผู้นี้เป็ครั้งสุดท้ายก็เื่ของเ้า ข้าไม่ขอยุ่งเกี่ยว” หลี่เฟิงฝูกล่าว ก่อนจะเดินจากไป
โจวเจียอี้และหลิวอี้หลานเดินออกมาห่างผู้คน โจวเจียอี้กล่าวว่า “อี้หลาน ขอบคุณเ้ามากที่ช่วยดูแลรักษาข้าเป็อย่างดี ถึงเวลาที่ข้าจะต้องจากเ้าไปแล้ว”
“พี่เจียอี้ นี่ต้องไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่เราได้คุยกัน หากท่านยัง้าพบข้าพเ้าอยู่ ท่านก็สามารถไปหาข้าพเ้าเมืองหนานเกียง สำนักของข้าพเ้าอยู่ที่เมืองนั้น” หลิวอี้หลานกล่าว
“อี้หลาน ข้าจะต้องพบเ้าอีกครั้งแน่นอน จงรักษาตัวให้ดี” โจวเจียอี้กล่าว
“พี่เองก็เช่นกัน” หลิวอี้หลานกล่าว ก่อนโจวเจียอี้จะเดินจากไป
เป้าหมายต่อไปที่โจวเจียอี้จะเดินทางไปนั่นคือูเาอัคนี ซึ่งเป็ที่ตั้งของพรรคเปลวอัคคี ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออกของเมืองหนานเกียง และเมื่อนึกถึงเมืองหนานเกียง เขาก็คิดอะไรออกบางอย่าง เขาล้วงเข้าไปในเสื้อเพื่อหยิบกระปุกยาออกมา เขามองกระปุกยานั้น และกล่าวว่า “จ้าวเล่อจิน ทำไมเ้าไม่ฆ่าข้าให้ตายไปเลยเสียทีเดียว เ้ามีจุดประสงค์อะไรกันแน่”