ทั้งหมดพูดคุยสนทนากันครู่ใหญ่ก่อนที่เทวินจะเดินไปส่งเรนิตาที่บ้านโดยเดินทางผ่านประตูรั้วที่มีทางเชื่อมถึงกันจากการพูดคุยสนทนากันทำให้ทราบว่าคุณโรเจอร์และคุณภัทรพ่อกับแม่ของเธอที่เป็บุคลากรทางการทูตได้เกษียณราชการแล้ว แต่ไม่ได้มาด้วยเพราะกลับไปที่ประเทศแคนาดา โดยยังไม่มีกำหนด
เทวินเดินมาส่งเธอที่บ้านและได้รู้จักน้าชัยและน้ามะลิสองสามีภรรยาที่ทำหน้าที่เป็คนขับรถและแม่บ้าน นอกจากนี้ก็ยังมีพี่โสภา
ที่เป็พี่เลี้ยงดูแลเธอ เนื่องด้วยฐานะที่ดีของครอบครัวจึงมีการดูแลเธอเป็อย่างดี
เรนิตาเรียนจบเมื่อปีที่แล้วตอนนี้เธออยากทำธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์แปรรูปจากการเกษตรและพอดีมีที่ผืนนี้ที่พ่อกับแม่ของเธอซื้อ
และสร้างบ้านไว้เธอจึงได้ตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่นี่
บ้านของเรนิตาเป็บ้านหลังใหญ่ทรงยุโรปตกแต่งแบบผสมผสานระหว่างศิลปะตะวันตกและศิลปวัฒนธรรมแบบไทยๆ นอกจากนี้
ก็มีสวนหย่อมสนามหญ้าและต้นไม้โดยรอบให้มีความร่มรื่น เทวินตอนนี้อยู่กับเรนิตาที่ห้องโถงใหญ่ของบ้านโดยพี่โสภาเตรียมของว่าง
มาให้ทั้งสอง
ภายในห้องโถงตกแต่งไว้อย่างสวยงามสะอาดและเป็ระเบียบ คิดว่าก่อนหน้าคงจะมีคนมาทำความสะอาดไว้ นอกจากนี้ก็ยังมีเปียโน
หลังหนึ่งตั้งอยู่ที่มุมหนึ่งและมีเครื่องสายอย่างไวโอลินและเชลโลจัดวางไว้เป็ที่ตั้งอยู่ใกล้กัน
เมื่ออยู่เพียงลำพังสองคนเทวินที่พยายามต่อสู้กับความสับสนนับั้แ่ได้พบกับเรนิตา ตอนนี้เขาเริ่มเก็บอาการบางอย่างไว้ได้ยากแล้ว
ในความคิดของเขาการที่จะต้องมาเป็คู่ครองอยู่ร่วมกันจำเป็ที่จะต้องมีความรักความเข้าใจต่อกัน นี่ยังจำเป็ที่จะต้องรู้จักคุ้นเคย
มีความสนิทสนมกันให้มากและได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน แต่เขายังไม่พร้อมเพราะในใจของเขานั้นมีธัญญาอยู่ในเวลานี้จึงได้แต่มองดูเรนิตา
ด้วยความรู้สึกผิดต่อเธอ
‘เรนิตา ผมขอโทษ...’ เขาได้แต่เอื้อนเอ่ยในใจและมองดูเธอที่สดใสสวยงามอย่างเป็ธรรมชาติถ้าหากเธอจะต้องมารักตนที่มีคนอื่นในใจ
อยู่นั้นจะทำอย่างไร หากจะให้เธอเป็ตัวแทนของธัญญานั้นยิ่งเป็การไม่ยุติธรรมต่อเธอเป็อย่างมากคิดถึงตรงนี้กลับรู้สึกเจ็บแปลบ ปวดร้าว
ขึ้นภายในใจ ‘ผมขอโทษนะ....’คำพูดที่เธอไม่ได้ยินและหยดน้ำตาจากหัวใจที่เธอมองไม่เห็น
ตัวเขาเองกลับรู้สึกผิดต่อเธอเป็อย่างมากในเวลานี้
“คุณเทวิน เป็อะไรรึเปล่าคะ?” เรนิตาเห็นเขาดูเหม่อลอยจึงเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง แม้เพิ่งจะพบเจอกันเธอก็รู้สึกดีต่อเขาเพียงแต่เป็ความปราถนาที่ดีต่อกันอย่างบอกไม่ถูก ดูเหมือนจะเป็ความรู้สึกถูกชะตามากกว่าโดยที่เธอยังไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาไปมากว่านั้น
“เอออ..คือ ไม่มีอะไรครับผมอดชื่นชมบ้านของคุณไม่ได้ ตกแต่งได้อย่างสวยงามและเป็ระเบียบเรียบร้อยมากครับ”เขาจึงกล่าวด้วยยิ้ม พยายามที่จะเบนเบี่ยงไปทางอื่นและก็ได้มองไปที่มุมดนตรีของห้องโถง
“คุณเรนิตาชอบเล่นดนตรีหรือครับ?” เขาเอ่ยถามเธอ
“อ๋อ...ใช่ค่ะคุณพ่อเป็คนชอบเสียงคนตรีและฉันเองก็อยู่กับสิ่งเหล่านี้ั้แ่เด็ก” เธอยิ้มสดใสและกล่าวอย่างกระตือรือร้นก่อนจะกล่าวต่อ
“ให้ฉันเล่นเปียโนให้คุณฟังสักเพลงสองเพลงนะคะ” เธอบอกกับเขาด้วยรอยยิ้มสดใสรู้สึกอยากให้เขาได้ยินเสียงเพลงที่ตัวเธอ
จะเป็ผู้บรรเลง
“ได้สิครับผมอยากได้ยินเสียงเพลงจากการเล่นเปียโนของคุณ” เทวินกล่าวตอบพร้อมกับมองไปที่เปียโนหลังใหญ่ที่มุมห้องโถง
“จริงเหรอคะ! ฉันยินดีจริงๆ ” เธอยิ่งดูสดใสมากในตอนนี้ ก่อนที่เธอจะลุกออกจากที่นั่งสนทนาแล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้าแป้นกดคีย์บอร์ด
ของเปียโนเตรียมพร้อมที่จะบรรเลงเสียงดนตรี
เรนิตาเธอวางมือเรียวสวยทั้งสองข้างของเธอที่คีย์บอร์ดจากนั้นวาดมือใช้นิ้วทั้งสิบบรรเลงเป็เสียงดนตรีที่ไพเราะบทเพลงบรรเลงไปอย่างเป็ธรรมชาติ ลื่นไหลโดยไม่มีสะดุดและดูเธอมีความสุขที่ได้บรรเลงบทเพลงจากเปียโน
เทวินรู้สึกชื่นชมความสามารถในการบรรเลงเปียโนของเธอบทเพลงที่บรรเลงออกมามีความไพเราะมาก ทำให้ผู้ฟังเคลิบเคลิ้มและมีความสุขเขามองไปที่เธอ เกือบจะกลั้นน้ำตาของตัวเองไม่ได้
............................
ณ มิติภพที่อยู่ระหว่าง์และโลกมนุษย์
ต้นไม้ใหญ่สองต้นที่อยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ที่มีแสงสว่างเรืองๆธัญญา เธอกำลังก้าวเดินออกไปจากต้นไม้คู่นั้นด้วยรอยยิ้มอันแสนสงบสุข
ในทุกย่างก้าวที่เท้าััพื้นทำให้เกิดมีละอองแสงดั่งกลุ่มดวงดาวที่ล่องลอยขึ้นก่อนจะหายไป
เหล่าบรรดาต้นดอกไม้ที่อยู่รายรอบเคลื่อนไหวไปทิศทางที่ต่างกันเกิดเป็เสียงดนตรีบรรเลงที่ไพเราะดังเช่นตอนที่เทวินมาที่นี่ในครั้งแรก บรรดาต้นดอกไม้บรรเลงเป็บทเพลงเดียวกับที่เรนิตากำลังบรรเลงเปียโนอยู่ขณะนี้
.......................
บทเพลงที่เทวินกำลังฟังอยู่นี้เป็บทเพลงเดียวกับที่ได้รับฟังจากบรรดาต้นดอกไม้ได้บรรเลงยังที่แห่งนั้น
ในตอนแรกที่เขาได้พบกับธัญญา หยดน้ำตาของเขาร่วงในหัวใจขณะกำลังดูและฟังเสียงเพลงที่เธอกำลังบรรเลงเปียโน
‘ผมขอโทษ...’