บทที่ 1: ตอนที่ 3 เหตุการณ์ล่มสลายครั้งใหญ่
ั้แ่เช้าข้างนอกเมืองพลันครื้นเครงเสียงผู้คนมากมายล้นหลาม คนจากเมืองอื่นก็เข้ามาดูการการประลองในวันนี้ ถึงแม้ว่าเมืองนี้จะมีชื่อว่าเมืองสาบสูญที่อันตรายแต่มันก็อันตรายแค่พื้นที่ของป่าเบญจมาศเท่านั้นและเมืองนี้ตั้งอยู่ใจกลางป่าจึงมีชื่อว่าเมืองสาบสูญ แต่การมาเมืองนี้ก็ไม่ได้เข้ามายากเย็นอะไรนัก แถมครั้งนี้มู่หาวเพิ่มกฏสามารถให้คนนอกเข้าร่วมได้
ในคืนก่อนพันหลงก็ได้เข้ามาอยู่ที่บ้านพักที่มู่หาวเตรียมเอาไว้ให้ เมื่อทำภารกิจส่วนตัวเสร็จพันหลงเดินออกจากบ้านพักเพื่อไปหามู่หาว เมื่อไปถึงก็เห็นมู่หาวรอเขาพร้อมกับเจียวซือและผู้เยาว์จากตระกูลมู่รอเขาอยู่แล้ว
"เราไปกันเถอะท่านลุง" จากนั้นทั้งหมดก็ออกเดินทางไปยังใจกลางเมือง ลานประลองใจกลางเมืองกว้างใหญ่ที่อัฒจันทร์สามาถรองรับผู้คนจำนวนมากได้ ลานประลองแบ่งเป็ทิศไว้เป็จุดแต่ละตำหนักมี 4 ทิศ 1 ตระกูลเ้าเมือง 1 ห้องพักผู้เข้าร่วมการประลองและ 2 ตระกูลใหญ่ ผ่านไปประมาณ 2 เค่อผู้คนก็แน่นเต็มอัฒจันทร์ เหล่าผู้คนที่มาในวันนี้ต่างเฝ้ารอการประลองอย่างใจจดใจจ่อ
"ข้านั้นอยากชมการประลองเร็วๆจัง ครั้งนี้คงได้เห็นอะไรตระการตาเป็แน่"
"เ้านั้นคิดว่าผู้ใดจะได้อันดับ 1 ข้าว่าคงเป็มู่เจียวซือจากตระกูลเ้าเมืองแน่"
"ก็ไม่แน่หรอกนะข้าได้ยินมาว่ามีผู้เยาว์จากตระกูลใหญ่เปาที่สามารถก้าวเข้าสู่ขั้นกำเนิดจิตปราชญ์ได้ ข้าว่าต้องเป็เค้าแน่ๆ"
"ไม่ใช่หรอกเ้าโง่ข้าว่าต้องเป็คุณหนูจากตระกูลใหญ่หยาต่างหาก"
"แต่ผู้เยาว์จากนอกเมืองเองก็น่าจะมีฝีมือสูงนะแบบนี้ถ้าเมืองสาบสูญแพ้ไม่เป็การขายขี้หน้าเขาหรอกหรือ"
"การแข่งขันครั้งนี้ยากแก่การรู้ผลแพ้ชนะยิ่งนัก"
มีเหล่าผู้คนมากมายเข้ามาแสดงความคิดเห็นบางคนก็เริ่มเดิมพันฝ่ายที่จะชนะอย่างล้นหลาม "ในตอนนี้ถึงเวลาเริ่มการแข่งขันแล้ว ขอให้ผู้เข้าร่วมการประลองเตรียมตัวให้พร้อมภายในระยะเวลา 1 เค่อ" มู่หาวบินออกมาจากตำหนักประกาศกฏการประลอง สามารถฆ่ากันได้แต่เมื่อจบการประลองไปแล้วอย่าให้มีความแค้นมาทำร้ายกันเองในภายหลัง
'โอ๊ะ เ้าเด็กคนนั้นหนิดูเหมือนว่ามาจากตระกูลเปา ไม่เลวตอนนี้เค้ามีระดับอยู่ที่กำเนิดจิตเทวะแล้ว' พันหลงพูดในใจชมเชยแก่เด็กคนนั้นที่เค้าเคยช่วยไว่
1 เค่อผ่านไป
"ผู้เยาว์ที่เข้าร่วมการประลองมี 520 คน ในรอบแรกการประลองจะแบ่งกลุ่ม 8 กลุ่ม กลุ่มละ 65 คน เป็การประลองแบบทั้งหมดเพื่อหาคนที่เหลือรอดเป็คนสุดท้าย" หลังจากประกาศจบเหล่าผู้คนพลันเงียบกริบจดจ่อแต่การประลองนี้
กลุ่มที่ 1 เริ่มการแข่งขันและเด็กที่พันหลงช่วยไว้ก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย เหล่าผู้เยาว์จากตระกูลเดียวกันร่วมมือกันเองเป็กลุ่มย่อยและเข้าสู้กับคนอื่นๆแต่ยกเว้นกลุ่มจากตระกูลเปา ตระกูลเปาแยกออกจากเด็กคนนั้นและเหล่าผู้เยาว์ก็รุมด่าทอต่างๆนาๆ "พวกเรารุมเ้าขยะเปาคุนนี่ก่อน" "ใช่ๆเอาให้มันเข็ดหลาบเสียมั่งภายในตระกูลมันเล่นข้าไว้แสบนักเห็นทีข้าคงไม่อาจอยู่ร่วมโลกกับมันได้แล้ว"
"ข้าไม่เคยทำอะไรพวกเ้าแต่พวกเ้ากลับหาเื่ข้าเอง ทีอย่างนี้พวกเ้าทำเป็รุมเดี่ยวๆไม่กล้าสู้เ้าพวกหมาหมู่เอ้ย" เปาคุณก่นด่าผู้เยาว์ตระกูลเปา
ในกลุ่ม 1 นี้ผู้เยาว์จากตระกูลเปามีจำนวนถึง 30 คน เรียกได้ว่า 29 รุม 1 ยากต่อการเอาชนะแต่เปาคุนเป็คนฉลาดย่อมคิดถึงเื่นี้ไว้แล้ว เค้าคิดแล้วว่าต้องเป็อย่างนี้จึงเตรียมแผนรับมือไว้มากมาย
"จะตายอยู่แล้วยังมีหน้ามาพูดไปเลยพวกเรารุม!" ผู้เยาว์ตระกูลเปาวิ่งกรูเข้าปะทะราวกับฝูงกระทิงขวิด เปาคุนนำฝ่ามือประกบเข้าด้วยกันปลดปล่อยคลื่นเพลิงตรงเข้าไปปะทะกับเหล่าผู้เยาว์ตระกูลเปา กว่าครึ่งถูกเพลิงเผาจนสลบแต่ก็ไม่มีใครตายเพราะเปาคุนนั้นยังไม่เคยฆ่าคนและไม่เคยอยากจะฆ่าใคร
จากนั้นผู้เยาว์ทั้งกลุ่มก็โดนเปาคุนจัดการ การวางแผนในการสู้ของเปาคุนนั้นเรียกได้ว่าเยี่ยมมากๆสามารถพาตัวเองชนะไปอย่างง่ายดาย
"กลุ่มที่ 1 เปาคุน ผู้เหลือรอดคนสุดท้าย จากในเมือง" มู่หาวประกาศผลการประลองตามมาด้วยการผลการแข่งขันจากกลุ่มอื่นๆ "กลุ่มที่ 2 อวิ๋นลี่ จากนอกเมือง กลุ่มที่ 3 ไห่กัง จากนอกเมือง กลุ่มที่ 4 จวินเจี้ยน ในเมือง กลุ่มที่ 5 เหิงหง จากนอกเมือง กลุ่มที่ 6 ฮัวจวี๋ จากนอกเมือง กลุ่มที่ 7 มู่เจียวซือ จากในเมือง กลุ่มที่ 8 หยาอี๋ซิ่ว จากในเมือง" แบ่งเป็นอกเมือง 4 ในเมือง 4
"การแข่งขันรอบที่ 2 จะสุ่มเลือกเพื่อประลองตัวต่อตัวโดยผลการสุ่มรอบแรกออกมาเป็ 1 เหินหง จากนอกเมือง ปะทะ จวินเจี้ยน จากในเมือง เตรียมตัวให้พร้อมเราจะเริ่มภายในระยะเวลาหนึ่งก้านธูปหมด" จวินเจี้ยนเป็คนจากตระกูลรองของเมืองเป็ผู้เยาว์อันดับ 1 ของตระกูล จวิน ซึ่งครั้งนี้เขาจะแพ้ไม่ได้ความหวังของตระกูลอยู่ที่เขา ไม่นานก็ถึงเวลาเริ่มการแข่งขันทั้งสองเดินลงมาจากอัฒจันทร์
เหินหงทักทายจวินเจี้ยนอย่างสุภาพไม่นานกรรมการก็ให้ทั้งสองเริ่มการแข่งขัน แต่พอกรรมการประกาศเริ่มเหินหงพลันเปลี่ยนร่างเป็ครึ่งเสือดาว กระโจนฟาดฟันคมเขี้ยวใส่จวินเจี้ยนก็จบการแข่งขันทันทีเหินหงในร่างครึ่งเสือดาวยังไม่หยุดแค่นั้นเค้าจับไปที่คอของจวินเจี้ยนเงาสีดำปรากฏที่ข้างหลังของเค้าพลันดูดกลืนจวินเจี้ยนในสภาพสิ้นหวังเหินหงพูดขึ้นมาอย่างเสียงดัง "ยัง ยังไม่พอข้า้าความสิ้นหวังมากกว่านี้อีก" หลังจากเงาสีดำหายไปก็ปรากฏร่างจวินเจี้ยนในสภาพผอมแห้งตัวซีดขาวราวกับไม่มีชีวิตและจิตวิญญานอยู่
คนทั้งอัฒจรรย์เงียบกริบอึ้งและตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นคนของตระกูลจวินยิ่งตกตะลึงมากกว่าใคร แต่ไม่ทันให้ได้คิดอะไรมากเหินหงก็เริ่มโจมตีผู้เยาว์คนอื่นและผู้ชมการประลองตกตายเป็จำนวนมาก ในตอนนี้จากผู้คนทั้งหมด 10000 คน ตอนนี้เหลือเพียงแค่ 5000 กว่าคน ทุกคนที่ตายล้วนถูกเหินหงใช้เงาดำปริศนาดูดกลืนจิตวิญญานไป พลังของเหินหงเพิ่มขึ้นเป็จำนวนมากราวกับสัตว์อสูรที่หิวกระหายดูดกลืนจิตวิญญานแห่งความสิ้นหวังมาเป็พลังให้ตัวเอง
ร่างกายที่เคยเป็แค่ครึ่งเสือดาวก็ขยายใหญ่ขึ้นปรากฏปีกกระดูกงอกออกมาจากข้างหลังของเหินหง เมื่อเค้าสะบัดปีกหนึ่งทีก็มีคนตายนับสิบ เหล่าผู้คนมัวแต่ใกับสิ่งที่เกิดขึ้นมู่หาวที่เป็ผู้จัดงานแข่งขันก็รู้สึกตัวก่อนใครล่อนลงมาจากตำหนักตามด้วยผู้าุโคนอื่นๆพวกเขายืนประจัญบาญสู้กับเหินหงมู่หาวเปลี่ยนร่างกายตนเองเป็ครึ่งนกตามปีกและตัวของเขามีเหล็กทำหน้าที่เป็เกราะไว้ เค้าใช้ดาบเหินเวหาเข้าโจมตีเหินหงพวกผู้าุโก็ใช้ทักษะที่ตนเองมีต่อสู้กับเหินหง
พันหลงในตอนแรกก็จะร่วมสู้ด้วยแต่มู่หาวขอร้องให้พันหลงอยู่ปกป้องมู่เจียวซือและคนอื่นๆที่เหลือรอด พวกมู่หาวสู้กันอย่างเอาเป็เอาตายแต่ก็ทำอะไรเหินหงไม่ได้เพราะระดับมันแตกต่างกันเกินไปเหินหงในตอนนี้ราวกับเป็ครึ่งมนุษย์ครึ่งสัตว์อสูรไปแล้วพลังปราณที่ปลดปล่อยออกมามีทั้งปราณของมนุษย์และสัตว์อสูรรวมอัดแน่นไว้ ครึ่งหนึ่งเป็ปราณจิตธรณีอีกครึ่งเป็ปราณของสัตว์์ ผู้าุโจำนวนมากก็ตกตายไปเรื่อยๆเหินหงในตอนนี้พลังก็จะหมดเต็มทีแต่เมื่อเห็นผู้เยาว์จำนวนมากจึงเกิดความคิดจะฆ่าพวกเค้าให้หมดเพื่อเพิ่มพลังให้ตนเอง
เหินหงลอยขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศพร้อมสร้างกระบี่กระดูกไว้ที่มือพุ่งดิ่งหมายจะปลิดชีพผู้เยาว์จำนวนมากให้หมดในคราเดียว แต่ก็ต้องหยุดเอาไว้เมื่อพันหลงมาขัดขวางเค้าเรียกใช้ทักษะแปลงกายัเยือกแข็งสู้เค้าใช้ทักษะที่ตนเองมีเข้าปะทะเหินหง แต่เหินหงเองก็ไม่ยอมแพ้ฟาดฟันกระบี่กระดูกเกิดเป็ลำแสงสีม่วงดำเข้าปะทะกับตัวของพันหลง พันหลงก็ใช้ทักษะลมหายใจเยือกแข็งแช่แข็งลำแสงที่เหินหงปล่อยจนหมด พันหลงไม่ยอมแพ้เหมือนกันพลันตวัดกระบี่เป็รูปตัวกากบาทสวนเหินหงไป
แต่ที่ไปโดนไม่ใช่ตัวจริงของเหินหงแต่เป็ร่างแยกของเขาตัวจริงของเหินหงไปปรากฏที่ตรงหน้าของเหล่าผู้เยาว์เค้าตวัดกระบี่เป็รูปลำแสงสีดำอีกครั้ง "ฉึก" ร่างกายของมู่หาวพันร่วงหล่นไป พันหลงรีบใช้ทักษะเท้าไปปรากฏรับร่างของมู่หาวเอาไว้แต่ก่อนที่มู่หาวจะตายเขาก็ได้ส่งจี้คริสตัลสีฟ้าให้พันหลงเขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ทุกสิ่งทุกอย่างที่เ้าอยากรู้อยู่ในจี้นี้และเมื่อข้าตายไปข้าฝากเ้าดูแลเสี่ยวซือของข้าด้วย" มู่หาวพูดจบก็กระอักเืคำโตก่อนจะสิ้นชีพไป
เมื่อเหินหงเห็นอย่างนั้นก็ฉีกยิ้มอย่างชั่วร้ายเค้าปลดปล่อยเงาจำนวนมากดูดกลืนจิตวิญญานของมู่หาวพลังในตอนนี้ของเหินหงนั้นเรียกได้ว่าฟื้นฟูกลับมาได้อย่างสมบูรณ์พร้อมระดับของเขาที่เพิ่มขึ้นเป็จิตนภาและระดับอสูรเป็สัตว์เทวะ ร่างกายของเหินหงเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็สีแดงเข้มราวกับเืตอนนี้หงเหินมีพลังที่มากมายและเต็มเปี่ยม เหินหงกระดิกนิ้วเชิงเรียกให้พันหลงเข้ามาต่อสู้กับตัวเอง
*สั้นหน่อยนะครับ่นี้ติดสอบเลยไม่ได้มีเวลาลงเยอะเท่าไหร่