ตอนที่ 9 ยินดีกับความรักของเธอ
18.01 น.
ร้านอาหาร
“ติคะ ลองทานนี่สิคะ” หญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามตักชิ้นเนื้อในจานมาใส่ในจานของชายหนุ่มด้วยความอ่อนโยน “โยว่าอร่อยมาก”
“ขอบคุณ” ติสรณ์เอ่ยเสียงเรียบ เลื่อนเนื้อชิ้นนั้นไว้มุมสุดของจาน
โยลีเห็นเขาเมินเฉยกับความใส่ใจของเธอก็รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ได้แต่ทำหน้านิ่ง ไม่ได้พูดอะไร
“เมื่อไหร่คุณจะไปหาพ่อแม่โยคะ ท่านรอมานานแล้วนะ ั้แ่วันที่โยป่าวประกาศเื่ของเรา ติก็ยังไม่เคยโทรหาท่านเลยนะคะ”
“ผมยังไม่ว่าง”
“ไม่ว่างถึงขนาดที่ไม่มีเวลาให้ครอบครัวโยเลยเหรอคะ”
“อืม”
“ทำหน้าดีๆหน่อยก็ได้ค่ะ คนที่รอแอบถ่ายรูปของเรามีเยอะมาก อย่าทำให้พวกเขาเสียเที่ยวสิคะ”
ติสรณ์ชะงักมือก่อนจะเงยหน้าขึ้นเพื่อมองเธอ สักพักก็ยกยิ้มให้อย่างมีความสุข ทั้งที่ในใจกลับรู้สึกตรงกันข้าม
อีกมุมหนึ่ง
“อยากกินอะไร”
“อะไรก็ได้ นายสั่งเลย ฉันกินได้หมด” ฉันไม่ได้สนใจสิ่งที่ฐานัสพูดด้วยซ้ำ เพราะสายตากำลังมองไปที่แผ่นหลังของอาติอยู่
ดูหล่อนสิ สวยขนาดนั้นใครจะไม่อยากแต่งงานด้วย แล้วดูฉันสิ
“เอาสเต็กเนื้อสองที่ สลัดผักแล้วก็ไวน์ครับ”
“เอาน้ำส้มให้ฉัน”
“เอาน้ำส้มครับ”
ฉันหรี่ตามองดูกิริยาของคู่ชายหญิงที่กำลังยิ้มแย้มแจ่มใสอย่างมีความสุขอยู่ตรงนั้น
“อาเจียว”
“อะไร”
“ผมจะเรียกคุณว่าเจียวเจียวได้หรือเปล่า”
“ไม่ได้!!”
“ขอเหตุผล”
“ฉันไม่ชอบ!!”
“โอเค แล้วคุณชอบผู้ชายแบบไหน”
ฉันรั้งสายตากลับมามองผู้ชายตรงหน้า หมอนี่้าอะไรกันแน่ ตั้งใจจะจีบฉันจริงๆงั้นสิ
“ฉันไม่ชอบนาย รู้แค่นั้นก็พอ”
ฐานัสไม่พูดอะไร แต่เลือกที่จะยิ้มกรุ้มกริ่มและใช้สายตาร้องแรงมองฉันจนน่าอึดอัด รู้สึกเหมือนเขากำลังมองทะลุผ่านเสื้อผ้าฉันเลย
“เลิกมองฉันแบบนั้นสักที”
“ทำไม”
“มัน…มันโจ่งแจ้งเกินไป”
“อะไรคือโจ่งแจ้ง”
“ก็ความปรารถนาของนายน่ะ มันโจ่งแจ้งเกินไป เลิกมองฉันแบบนั้นได้แล้ว!!”
“ที่คุณเลือกมาที่นี่ เพราะอยากมาดูคุณติสรณ์งั้นเหรอ”
“…” ใครจะมาดูเขา ฉันแค่อยากจะกินอาหารที่นี่ต่างหาก
“ไม่ช้ำใจหรือไง ที่เห็นเขาอยู่กับผู้หญิงคนอื่น”
“ช้ำใจสิดี จะได้เลิกชอบเร็วๆ”
“ไหนคุณบอกว่าเลิกชอบเขาไม่ง่าย”
“แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้”
จู่ๆเขาก็ลุกขึ้นแล้วเดินมานั่งข้างฉัน กระพริบตามองสักพัก ก็เอื้อมมือมาจับคางฉันให้หันไปมอง ก่อนจะยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้
“ในเมื่อตอนนี้เราเดทกันอยู่ งั้นคุณก็ควรสนใจผมสิครับ”
ให้ตายสิ!! อย่ามองฉันแบบนั้นนะ ผู้ชายหน้าตาดีแบบนี้ใครจะไม่หวั่นไหวบ้าง แล้วยิ่งลมหายใจอ่อนๆของเขาพัดผ่านที่ใบหน้าของฉัน ยิ่งเพิ่มความรู้สึกอะไรบางอย่าง
ขนลุกไปหมดแล้ว
“นะ…นาย อย่าเข้ามาใกล้ได้ไหม”
“ทำไม”
“ฉันอึดอัด”
“คุณกำลังหวั่นไหวใช่หรือเปล่า”
“อาเจียว…”
ฉันรีบปัดมือฐานัสออกก่อนจะหันไปมองตามเสียง
“อ้าว หลิน มาทำอะไรที่นี่เหรอ”
“คือ เรามากินข้าวกับครอบครัวน่ะ”
“อ่อ…ไม่ได้เจอกันหลายวันเลยเนอะ”
“ใครเหรอครับ” ฐานัสเอ่ยขึ้น ฉันจึงต้องหันไปแนะนำตัวให้พวกเขาสองคนรู้จักกัน
“หลินคือเพื่อนของฉัน…” ฉันผายมือไปที่หลิน ก่อนจะพยักพเยิดไปทางฐานัส “ส่วนนี่คือฐานัส…”
“ผมเป็แฟนอาเจียวครับ”
“…” แฟนบ้าบออะไร ผู้ชายขี้มโน
“แฟนอาเจียวเหรอ?” หลินมองฉันอย่างสงสัย
“ไม่ใช่!!”
“เธอเป็ผู้หญิงขี้อายนะ”
“…” อยากจะบ้า!! สาบานได้เลย ถ้าไม่มีใครอยู่ที่นี่ ฉันจะเอามีดแทงเขาให้ตาย!!
“ถึงว่า…” หลินทำหน้าเศร้าพลางก้มลงมองพื้น
“ถึงว่าอะไร!! ก็บอกว่าไม่ใช่แฟน!!”
“อย่าทำหน้าดุสิครับที่รัก”
อยากจะบ้าตาย หมอนี่เรียกฉันโดยไม่อายปากได้ยังไงเนี่ย ไม่ได้ ฉันนั่งอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว
“ฉันว่า ฉันขอตัวก่อนดีกว่า”
ฉันถลึงตาโตใส่ฐานัสก่อนจะลุกขึ้นแล้วหมุนตัวเดินไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ด้านหลังทันที
ห้องน้ำ
ฉันยืนล้างมืออยู่หน้ากระจก พลางครุ่นคิดอะไรไปต่างๆนาๆ อยากจะถามตัวเองเหลือเกินว่ามาทำอะไรที่นี่ อยากจะมาดูพวกเขารักกันหรือไง แทนที่จะกลับไปช่วยงานอาจี หาเื่ให้ตัวเองแท้ๆเลยนะอาเจียว
“สวัสดีค่ะ น้องอาเจียว”
ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองผู้หญิงที่ถูกสะท้อนอยู่ในกระจก ก่อนจะกระพริบตาปริบๆ ทำตัวไม่ถูก
“สวัสดีค่ะ คุณโยลี”
“มาทำอะไรที่นี่เหรอคะ”
“มาทานข้าวกับเพื่อนน่ะค่ะ”
“อ่อ คิดว่าตามติมาซะอีก”
“เปล่าค่ะ”
“ดีแล้วค่ะ เพราะฉันก็ไม่ชอบให้ใครมาคอยตามคู่หมั้นของฉันเหมือนกัน ฉันเข้าใจนะคะ ที่คุณจะทำใจยากสำหรับความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นของฉันกับติ แต่คุณก็ต้องยอมรับ ว่ามันเป็ความจริง”
ฉันเหมือนกำลังถูกทิ่มแทงด้วยมีดดาบนับร้อยแผล แทบอยากจะกระอักเืออกมาอยู่แล้ว
“คุณ้าพูดอะไรกันแน่”
ผู้หญิงที่ชื่อโยลีกอดอกแล้วหันมามองหน้าฉัน แถมใช้สายตาสำรวจั้แ่ศรีษะจรดเท้า
“อาเจียวเป็คนสวย รูปร่างดี ฉันว่ามีใครอีกหลายคนที่พร้อมจะดูแลและพร้อมจะอยู่เคียงข้างคุณ เพราะอย่างนั้น เลิกยุ่งกับติได้แล้วล่ะค่ะ ถึงยังไงคุณก็ไม่ใช่คนในใจของเขาอยู่ดี เลิกยุ่งกับเขา เลิกชอบเขาได้แล้ว”
ไม่นึกเลยว่าหล่อนจะพูดแบบนี้เพื่อกำจัดฉันออกไป ทั้งที่ฉันไม่น่าเป็คู่แข่งของหล่อนด้วยซ้ำ การแสดงความเป็เ้าของของเธอยิ่งทำให้ฉันเจ็บ…เจ็บที่ฉันพูดอะไรไม่ได้…
“ถ้ามันง่าย ฉันคงทำไปนานแล้ว”
“หรือจะให้ฉันช่วยดีคะ”
ผู้หญิงคนนั้นส่งยิ้มให้ฉันก่อนจะเดินออกไป โดยทิ้งฉันไว้ในห้องน้ำ ทิ้งไว้กับคำถามมากมาย ไม่นึกว่าจะเจอนางร้ายเหมือนในละครหลังข่าว สมแล้วล่ะที่เป็นักแสดง
ฉันสลัดมือให้แห้งก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องน้ำเพื่อกลับเข้าไปนั่งด้านใน ขณะที่กำลังเดินผ่านห้องหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงของใครบางคนที่คุ้นเคยขึ้นมาซะก่อน
“โยมีเื่จะคุยกับคุณ”
“มีอะไร ทำไมไม่ไปคุยกันข้างนอก”
“ติกำลังยืนรอใครอยู่เหรอคะ”
“เปล่า”
“ถ้าอย่างนั้น ติกำลังไม่พอใจอะไรคะ”
“เปล่า”
“งั้นคุณบอกโยได้ไหมคะ ว่าคุณรู้สึกยังไงกับน้องอาเจียวกันแน่”
“เกี่ยวอะไรกับคุณด้วย”
“โยอยากให้ติไปคุยกับน้องเขา ในเมื่อติกำลังจะแต่งงานกับโย ก็ควรจะชัดเจนกับน้องเขาได้แล้วนะคะ ไม่อย่างนั้น น้องอาเจียวจะยิ่งคิดเข้าข้างตัวเอง ไม่ตัดใจจากติสักที”
“เื่นี้คุณไม่ต้องยุ่ง”
“ติคะ ติไม่สงสารน้องเขาบ้างเหรอ 10 ปีก็เกินพอแล้วนะ หรือว่า…ติเองก็ชอบน้องเขา”
คำถามของผู้หญิงคนนั้นทำให้ฉันใช้ใบหูแนบกับประตูเพื่อให้ได้ยินเสียงชัดเจนยิ่งขึ้น หัวใจเต้นเร็วรอคอยคำตอบของเขาอย่างตั้งใจ ถึงแม้ฉันจะรู้ดีก็เถอะ ว่าเขาคงไม่ตอบว่าชอบแน่ๆ
“ผมไม่ได้ชอบเจียวเจียว”
“งั้นคุณก็ควร…”
“และคุณก็ไม่ต้องยุ่งเื่นี้…โยลี”
“ติคะ คุณจะไม่ให้โยยุ่งกับคุณได้ยังไง ในเมื่อโยกำลังตั้งครรภ์ลูกของคุณอยู่”
“…”
อะ…อะไรนะ ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าอะไรนะ เธอบอกว่า…เธอท้องเหรอ
ที่โต๊ะ
ฉันเดินกลับมาที่โต๊ะ ด้วยใบหน้าซีดเซียว แววตาไร้จุดโฟกัสใดๆทั้งสิ้น สมองไม่รับรู้อะไรอีกแล้วนอกจากอยากออกไปจากที่นี่
“เรากลับกันเถอะ” ฉันพูดจบก็เดินออกจากร้านไปที่ลานจอดรถโดยทิ้งฐานัสไว้ข้างหลังอย่างมึนงง
ไม่น่าตามเขามาที่นี่เลย ไม่น่าไปได้ยินเสียงพวกเขาคุยกันด้วย
“อาเจียว เป็อะไรหรือเปล่า” ฐานัสดึงแขนฉันให้หันไปหาเขา ทำให้เห็นหยดน้ำตาที่กำลังเอ่อไหลออกมาพอดี “เป็อะไร ใครทำอะไร”
“ฮึก…ฮือๆ…” ฉันกลั้นมันไว้ไม่อยู่แล้ว น้ำตาพลั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย ได้แต่ใช้มือปิดหน้าไว้เพื่อปกปิดความอ่อนแอก่อนจะนั่งยองลงกับพื้น
เสียใจที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับความจริง เสียใจกับความรักที่ฉันให้เขาไป ถูกตอบแทนด้วยความโหดร้ายแบบนี้
“อาเจียว”
“ไม่เอาอีกแล้ว…ฮึก…ไม่เอาแล้ว” ฉันจะไม่ชอบเขาอีกแล้ว พอได้แล้ว
ฐานัสนั่งลงตรงหน้าฉัน เอื้อมมือหนาประคองใบหน้าของฉันให้เงยขึ้น ใช้นิ้วโป้งปาดน้ำตาอย่างอ่อนโยน ยิ่งเห็นสีหน้าของเขาที่แสดงความห่วงใยอย่างชัดเจนยิ่งทำให้ฉันอยากจะร้องไห้
ฉันน่าสงสารมากเลยสินะ…
“อย่าร้อง ผมไม่อยากเห็นคุณร้องไห้”
เขากำลังปลอบใจ…ฉันรู้ แต่ได้โปรด เปลี่ยนจากผู้ชายคนนี้เป็อาติได้หรือเปล่า ฉันไม่อยากเ็ปแบบนี้อีกแล้ว
“ผมจะอยู่ข้างคุณเอง”
“…” ทำไมคนที่พูดประโยคนี้ถึงไม่ใช่อาติ ฉันหวังเหลือเกินว่าอาติจะเป็คนมาปลอบใจฉันแล้วบอกว่าเื่ทั้งหมดเป็แค่ความฝัน แล้วบอกว่าเขาชอบฉัน…
“อ้าว น้องอาเจียว เจอกันอีกแล้วนะคะ”
ฉันหันไปมองชายหญิงที่เดินควงคู่กันมาที่ลานจอดรถก็รีบเช็ดน้ำตาและลุกขึ้นยืนทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ในใจตอนนี้พังไม่เป็ชิ้นดี น้ำตาเริ่มจะไหลอีกแล้ว
“จะกลับกันแล้วเหรอคะ”
“ค่ะ” ฉันก้มหน้าเอ่ยตอบ
“เดินทางกลับปลอดภัยนะคะ น้องอาเจียว”
“ขอบคุณค่ะ” ฉันหันไประซิบเบาๆกับฐานัส “ไปกันเถอะ”
“จะไปไหน” จู่ๆก็มีน้ำเสียงเฉยชาเอ่ยถามขึ้น
“กลับบ้านค่ะ”
“เดี๋ยวฉันไปส่ง”
“ไม่ต้องค่ะ ขอบคุณที่เป็ห่วง”
ฉันรีบเดินขึ้นไปนั่งบนรถและเลือกที่จะเบือนหน้าไปทางอื่นไม่มองหน้าอาติ ทั้งที่ความจริงฉันอยากเห็นหน้าเขาใจจะขาด แต่รู้ตัวเองดีว่าถ้าได้เห็นหน้าเขา น้ำตาต้องไหลพรากเหมือนเขื่อนแตกแน่
“เกิดอะไรขึ้น มีอะไรหรือเปล่า”
“เปล่า ไปเถอะ”
“โอเค”
ฐานัสขับรถออกไปจากร้านอาหาร พาฉันกลับไปที่คอนโดอาจี ซึ่งฉันก็เห็นว่าเขาหันมามองตลอดด้วยความเป็ห่วง ดีที่ตอนมา ฉันขับรถมาจอดที่คอนโดก่อน แล้วค่อยนั่งรถไปกับเขา ไม่อย่างนั้นฉันคงได้ขับรถวนไปร้านเหล้าแล้วนั่งเมาแก้ช้ำใจไปแล้ว
ทำไมเื่ราวมันถึงกลายเป็แบบนี้ได้นะ ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงได้ท้อง แล้วพวกเขาไปรู้จักกันได้ยังไง สมองวนเวียนแต่จะหาคำตอบ ทั้งที่มันก็มีคำตอบของมันอยู่แล้ว
1 ชั่วโมงต่อมา
“ถึงแล้ว”
“ขอบใจนะ”
“อาเจียว”
“ว่า…”
ฉันหันไปมองตามเสียงเรียก เห็นสายตาของเขามองมาไม่รู้ว่ากังวลหรือเป็ห่วง
“ผมหวังว่าคุณจะไม่ร้องไห้อีก”
“…”
“คุณไม่เหมาะกับน้ำตาแต่เหมาะกับรอยยิ้มมากกว่า”
โอ๊ย!! พ่อคุณ จะมาหยอดคำหวานกันแบบนี้ไม่ได้นะคะ ฉันก็เป็คนมีความรู้สึกเหมือนกัน แล้วยิ่งหัวใจกำลังอ่อนแอแบบนี้ ยิ่งแย่ อย่าได้เข้ามาทำให้หวั่นไหวเชียว
“ขอยืมโทรศัพท์หน่อยสิ”
ด้วยความที่สมองของฉันยังประมวลผลช้าอยู่ ก็เลยไม่ได้ทักท้วงอะไร พร้อมทั้งหยิบโทรศัพท์ส่งให้เขาอย่างว่าง่าย
“นี่คือเบอร์ของผม” พูดจบเขาก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้และจุมพิตที่กลางหน้าผากของฉันแ่เบา “พรุ่งนี้เจอกันครับ”
ฉันพยักหน้าตอบรับก่อนจะเดินลงจากรถเหมือนคนต้องมนต์สะกด ยืนรอจนรถคันนั้นหายลับจากไปถึงได้หมุนตัวเดินเข้าคอนโด
“เมื่อกี้…เขา…เขาแต๊ะอั๋งฉันใช่ไหม” ฉันบ่นพึมพำพลางใช้มือแตะไปที่หน้าผากของตัวเองที่ยังหลงเหลือััอบอุ่น
“ทำไมถึงเพิ่งกลับ” น้ำเสียงที่คุ้นเคยทำให้ฉันหยุดเดิน ก็แค่ชะงักเท่านั้นเพราะสุดท้าย ฉันก็เลือกที่จะเดินต่อไปที่ลิฟต์ “เจียวเจียว!!”
“ค่ะ”
“ถามว่าทำไมเพิ่งกลับ!!”
หมับ!!
อาติกระชากแขนฉัน ทำให้หันไปเผชิญหน้ากับเขาตามแรงดึง
“เจ็บนะ!!”
“ไปทำอะไรที่โรงแรม”
“หนูจะไปทำอะไรมันก็เื่ของหนู”
“เจียวเจียว!!”
“อาเลิกทำตัวเป็ห่วงหนูสักที เลิกสนใจว่าหนูจะไปไหนด้วย”
“ทำไม”
“เพราะหนู…” เพราะหนูไม่อยากชอบอาอีกแล้ว หนูอยากจะเลิกชอบอา เพราะงั้น อาอย่าเข้ามาใกล้หนูอีก “เพราะหนู…”
“แล้วทำไมถึงอยู่กับผู้ชายคนนั้น แล้วคนที่เราไปดูตัวนั่นด้วย ทำไมถึงอยู่ด้วยกัน”
เดี๋ยวนะ…
“อารู้ได้ยังไงว่าหลินคือคนที่หนูไปดูตัว”
อาติมีสายตาเลิ่กลั่ก เสไปมองทางอื่นไม่สบตาฉัน มันดูแปลกไปหมด แต่…
“จีบอก…”
ก็นั่นสิ มีแต่อาจีที่คอยบอกอาติ ไม่อย่างนั้นอาติจะรู้เื่เกี่ยวกับฉันได้ยังไง นึกๆไปแล้ว มีแต่ฉันคนเดียวด้วยซ้ำที่พยายามเข้าหาเขา รู้เื่เกี่ยวกับเขา เพราะอย่างนั้น มันควรจะพอได้หรือยัง อาเจียว…
“อาติคะ ั้แ่นี้ต่อไป หนูจะเลิกชอบอาจริงๆ จะไม่เข้าไปวุ่นวายอีกแล้ว จะเลิกส่งข้อความหาอา จะเลิกไปหาที่บริษัทและที่คอนโด หนูจะไม่ทำอะไรที่อาไม่ชอบอีกแล้ว”
ฉันใช้น้ำเสียงและแววตาที่จริงจังที่สุดจ้องมองเขานิ่ง พยายามข่มกลั้นน้ำตาที่อยู่ข้างในไม่ให้ไหลออกมาอีก พร้อมกับฝืนยิ้ม เพื่อบอกลาเขาจากใจจริง
ใช่ ฉันควรจะทำแบบนี้ เธอทำถูกแล้วอาเจียว อาติเขาจะมีครอบครัวที่ดี มีทั้งพ่อแม่และลูกพร้อมหน้าพร้อมตา ส่วนเธอ จะกลายเป็แค่หลานของเพื่อนสนิทเท่านั้น
“อย่ามาประชดประชัน”
“หนูพูดจากใจจริงนะคะ ไม่ได้พูดประชดประชัน ถึงมันจะยากก็เถอะ แต่หนูจะทำเพื่ออา…อาติ ยินดีกับความรักของอาด้วยนะคะ”
“…”