ตอนที่ 43 จุดยุทธศาสตร์
"นี้เจ้ารู้..." ตานฉง ไม่คิดเลยว่าเต้าหมิงจะรู้เรื่องนี้แล้ว
"เซียนหยวน เล่าทุกอย่างออกมาหมดแล้ว"
หลังจากได้ยินเรื่องนี้ ตานฉง ตกใจอีกครั้งขี้นมาทันที
"เจ้าใช้นางให้แอบเอาเข็มเคลือบยามาลอบเล่นงานข้า เพื่อต้องการให้ข้าไม่สามารถมาประลองได้" เต้าหมิง อธิบายแผนการของอีกฝ่ายออกมาจนหมด
ด้วยการมีพี่ชายเป็นศิษย์สายใน ทำให้ตนเองสามารถทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ โดยไม่เกรงกลัวศิษย์สายนอกคนไหนเลย
ซึ่งตานฉงสามารถทำอะไรในสถานะศิษย์สายนอกได้อย่างเต็มที่ ใช้ชื่อพี่ชายของตัวเองข่มขู่คู่ต่อสู้ของตนมาหลายครั้ง จนไม่มีใครกล้ายุ่ง วุ่นวายด้วย
"ในเมื่อเจ้ารู้แล้ว...เจ้ายัง" ตานฉง ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรู้เรื่องทั้งหมดเร็วแบบนี้
ตูม
"ทำไม!!!...จะบอกว่า ข้าไม่กล้าทำไรเจ้า?"
"โตซะป่าว เอาชื่อคนอื่นมาอ้างข่มขู่แบบนี้"
อีกฝ่ายไม่มีดีอะไรเลย เป็นพวกนักเลงหัวไม้ที่เอาชื่อคนอื่นมาอ้างเท่านั้น แม้จะมีปราณยอดมนุษย์ขั้นเก้าก็ตาม แต่ระดับปราณแค่นี้ตอนนี้ไม่เคยอยู่ในสายตาเต้าหมิงอีกต่อไปแล้ว
ทุกคนต่างตกใจอย่างมาก เมื่อการต่อสู้จบลงอย่างง่ายดาย
"ขอบคุณทุกท่านที่มอบโอกาสให้ข้า...แล้วยังช่วยให้ข้าได้รับเงินเดิมพันเพิ่มอีกด้วย" ประโยคแรกบอกแก่ผู้ชม ประโยคหลังบอกกับตนเอง
พวกนักเล่นพนันส่วนใหญ่ เมื่อเสียเยอะมากเท่าไหร่ ย่อมบ้าคลั่งลงทุนเพิ่มมากเท่านั้น จนไม่คิดสนใจเรื่องใดๆอีกต่อไป ต้องการเล่นพนันจนกว่าจะได้ทุนคืนกลับมาบ้าง ซึ่งเป็นจุดอ่อนอันใหญ่หลวงในจิตใจของนักพนันทุกคน ทำให้เต้าหมิงใช้งานคนเหล่านี้ได้ง่ายดาย
"ไหนๆก็จบลงเร็วแล้ว...ข้าขอแข่งต่อเลย"
เต้าหมิง คิดสักพักก่อนบอกกับอาจารย์ดูแลลานประลอง
เมื่อการต่อสู้กับตานฉง มันช่างง่ายดายจนเหงื่อยังไม่ออกสักหยด จึงไม่คิดเสียเวลาอีกต่อไป
"ตกลง" จู่ๆก็มีชายหนุ่มปรากฏตัวออกมาบนลานประลอง
"ไม่นึกว่าเจ้าจะมีความสามารถขนาดนี้"
ชายหนุ่ม มองหน้าเต้าหมิงก่อนจะสำรวจอีกฝ่าย แม้ว่าก่อนหน้านี้จะจัดการตานฉงอย่างง่ายดาย แต่อีกฝ่ายมีลมปราณยอดมนุษย์ขั้นเก้า หากร่างกายไม่แข็งแกร่ง หรือลมปราณสูงส่งก็ไม่มีทางโค่นลงได้แน่
"หานคุน ลงลานประลองแล้ว"
"นานแล้วสินะ ที่ไม่ได้เห็นเค้าลงลานประลอง"
"ไม่นึกเลยว่าเจ้านั่นจะกล้าท้าหานคุนด้วย"
"เจ้านั้น...คิดผิดเสียแล้ว!!!"
ทุกคนเมื่อเห็นหานคุนปรากฏตัวต่างตกใจ
หานคุนไม่ค่อยได้ลงประลอง แล้วไม่มีใครอยากจะประลองกับเค้าด้วยเช่นกัน
"รู้สึกชื่อเสียงเจ้าจะโด่งดังไม่น้อย"
เต้าหมิง เห็นบรรยากาศแปลกๆที่หลายคนพูดคุยกันออกมา ทำให้ไม่กล้าประมาทอีกฝ่าย
"เพราะข้าสามารถเลื่อนเป็นศิษย์สายในได้ตั้งนานแล้ว" หานคุน เฉลยออกมาแก่อีกฝ่าย
จากนั้นลมปราณนายเหนือหัวก็แผ่ออกมาจากร่างหานคุน
"อ๋อ" ทีนี้เข้าใจแล้วว่าทำไมอีกฝ่ายถึงโด่งดัง
จากที่เต้าหมิงรู้มา หากอยู่ระดับลมปราณนายเหนือหัวโอกาสกลายเป็นศิษย์สายในจะมีสูงกว่าคนอื่นๆอย่างมาก
"ว่าไง คิดจะยอมแพ้ไหม"
หานคุน แผ่ลมปราณกดดันเข้าใส่เต้าหมิง
"ไม่คิดว่าเจ้าจะนิ่งเฉยอยู่ได้" เห็นสีหน้าเต้าหมิงยังสงบเยือกเย็น จนหานคุนสงสัยขึ้นมา
หานคุน คิดว่าบางทีเต้าหมิงอาจรู้เรื่องนี้แล้ว
แล้วเป็นจริงอย่างที่หานคุนคิดเอาไว้ เพราะเรื่องนี้ก็ไม่เกินการคาดเดาของน่าหลันและเต้าหมิงก่อนลงประลองแล้ว
แต่ต่อให้รู้เรื่องนี้ แต่การจะยืนนิ่งไม่แสดงสีหน้ากดดัน อึดอัดอะไรออกมาเลย ก็ยังเป็นเรื่องแปลกอยู่ดี ทั้งที่โดนลมปราณนายเหนือหัวแผ่เข้าใส่แล้วแท้ๆ
"ร่างกายมันตายด้าน?" หานคุน ไม่เข้าใจว่า ปราณของตนจึงไม่มีผลต่อเต้าหมิง ต่อให้อีกฝ่ายมีปราณยอดมนุษย์ขั้นเก้าก็ตาม แต่ไม่มีทางจะอดทนได้แบบนี้เลย
ตูม
เมื่อไม่อาจหาเหตุผลได้ จึงจำเป็นต้องลองโจมตีใส่
"ฮึก"
"นี้สินะ ความต่างของปราณนายเหนือหัว"
สองมือรีบยกมาป้องกันการโจมตีของคู่ต่อสู้ แต่ยังต้องกระเด็นปลิวออกมา แรงสั่นสะเทือนเข้าถึงภายในร่างกาย
ตูม
เต้าหมิง ไม่รอช้าโจมตีสวนกลับทันที
อีกฝ่ายยังยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ขยับเขยื้อนใดๆ
"นี้คือ หมัดเดียวจอด ของเจ้า?" เสียงตอบกลับอย่างไร้อารมณ์บอกแก่เต้าหมิง
ตูม เปรี้ยง
หมัดรัวเป็นชุดจู่โจมใส่ดั่งห่าฝนกระหน่ำร่างกาย
แต่อีกฝ่ายยังไร้อาการบาดเจ็บใดๆปรากฏออกมาให้เห็น
"หมัดสุดกำลังข้าไม่ได้ผล!!!" ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าการก้าวข้ามระดับของลมปราณมันต่างกันมากแค่ไหน
เต้าหมิง ที่เคยใช้หมัดเดียวจอด เล่นงานคู่ต่อสู้ที่มีระดับลมปราณยอดมนุษย์ขั้นเก้ามาแล้ว
คราวนี้ไม่มีผลต่อคู่ต่อสู้ลมปราณนายเหนือหัวสักนิด
"ข้าผิดหวังจริงๆ นึกว่าหมัดเดียวจอดของเจ้าจะทำให้ข้ารู้สึกได้บ้าง" หานคุน กล่าวอย่างเซงๆ
"ฮึ่ม" เมื่อการโจมตีธรรมดาไม่ได้ผล เต้าหมิงเปลี่ยนมาใช้วิทยายุทธเล่นงานจุดตาย
เปรี้ยง
หมัดเสยปลายคางของเต้าหมิงที่โค่นศัตรูตัวใหญ่มานักต่อนักแล้ว พุ่งจู่โจมใส่ปลายคางหานคุนอย่างแม่นยำ
"ทำอะไร?" น้ำเสียงเบื่อหน่ายถามออกมา
"แม้แต่วิทยายุทธก็ไม่ได้ผล!!!" หมัดเต้าหมิงเข้าปลายคางคู่ต่อสู้ตรงเข้าเป้าแน่นอน
แต่ด้วยปราณที่แผ่ออกมาห่อหุ้มร่างกายคู่ต่อสู้ทำให้เหมือนเกราะชั้นดีที่ปกป้องคู่ต่อสู้เอาไว้
"มีอะไรจะโชว์อีกไหม? " หานคุน ยืนนิ่งไม่ไหวติงใดๆออกมา
"งั้นขอทดสอบตรงนี้หน่อย" ขาเต้าหมิงลอยตรงเข้าหว่างขาคู่ต่อสู้ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ของเหล่าผู้ชายทุกคน
เปรี้ยง
"..."
ทุกอย่างเงียบเชียบ เมื่อทุกคนเห็นท่าโจมตีนี้เข้าไป
"ไม่นึกว่าเจ้ากล้าใช้ท่าหยาบคายแบบนี้ด้วย"
หานคุน เปลี่ยนสีหน้าทันที แต่ไม่ใช่เพราะอาการจุก หรือเจ็บปวดใดๆ แต่เป็นความโกรธเกรี้ยวที่คู่ต่อสู้กล้าใช้ท่าโจมตีน่ารังเกียจในการประลองออกมาได้อย่างหน้าไม่อาย
ทุกคนต่างตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ เมื่อมีคนกล้าใช้ท่าโจมตีน่ารังเกียจแบบนี้ออกมา ถึงแม้ว่ามันจะไม่ผิดอะไร แต่การทำแบบนี้ถือว่าไม่เคารพการต่อสู้บนลานประลองของพรรคจันทรคราสยิ่งนัก
น่าหลัน ก็อึ้งเหมือนกัน ไม่นึกว่าเต้าหมิงที่เธอรู้จักและเป็นเพื่อนของเธอกับใช้ท่าโจมตีหยาบคายบนลานประลองได้
ตอนนี้น่าหลันอยากเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนีทันที หากใครรู้ว่าตนเองเป็นเพื่อนกับเต้าหมิงที่ใช้ท่าจู่โจมน่ารังเกียจแบบนี้บนลานประลองออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย