อีกที่หนึ่งของยอดหน้าผาสูง เฉินหนาน กินสุราพิษจากน้ำเต้าหล่อเลี้ยง จวนเนื้อตัว แขนกลายเป็สีม่วง ปรากฏเกล็ดแข็งแมลงอย่างเห็นได้ชัด พร้อมพลังงานโกลาหล ไหลตลบอบอวลไปทั่วสารพางค์กายไม่ขาด
จนบางครั้งมองเห็น พลังงานก่อรูปเป็ตะขาบวิ่งตามแขน เขาใช้แรงทั้งหมด พยายามจะดึงน้ำเต้าหล่อเลี้ยงขึ้นมา แม้พละกำลัง จะพุ่งพรวดพราด ขึ้นไปราวๆ 200จิน อย่างรวดเร็ว
แต่เฉินหนาน ขยับน้ำเต้าหล่อเลี้ยง ได้ไม่ถึงเศษเสี้ยวนิ้วมือ ตลอด่เวลาที่สูญเสียไป เขายิ่งกินสุราพิษ เข้าปากไปอีกไม่น้อย จนหน้าแดง ปากเปลี่ยนเป็สีม่วง ปรากฏอาการเมามาย
เมื่อะเิพลังงานด้านลบ ยิ่งเปลี่ยนให้เขาคล้ายอสุรกายบ้าคลั่ง แต่ก็ได้พละกำลังมาอีกไม่น้อย เมื่อเฉินหนานแผดเสียงคำรามกู่ร้อง ดังออกมาก้องยาวนาน ย๊าก!
พร้อมฝ่ามือดึงน้ำเต้าหล่อเลี้ยง ฝังลึกภายในซอกหินออกมา
่มืดของวันนั้น ชาวบ้านได้ยินเสียงประหลาด แกรก! หน้าผาตั้งฉาก แตกดังลั่น ชนิดสะท้านใจหมู่ชน
เฉินหนานที่คลายผนึกเงื่อนไข สตรีตั้งข้อกำหนดไว้ พร้อมน้ำเต้าหล่อเลี้ยง มาอยู่ภายในฝ่ามือ…
ร่างเฉินหนาน ก็ปลิวกระเด็นร่วงหล่นจากหน้าผาสูงชัน ด้วยสภาพหมดแรง ปากกระอักเืสด เมื่อกระแทกลง จากพื้นด้านล่างอย่างรุนแรง
ตู้ม!
ยังดีที่ตอนท้าย…ก่อนร่างเฉินหนาน จะตกลงไปกระแทกพื้นหินแข็งด้านล่าง ร่างเขาได้กลิ้งไถล กระแทกหน้าผาสูงชัน ฝากรอยนิ้วมือเืเป็ทางยาวไว้
ทว่าพื้นหินแข็ง มันก็ยังคงฝากรอยลึกร่างที่ตกโชกเื เกล็ดสีม่วงอมดำแข็ง ตามร่างร่วงหล่นกราว
เฉินหนานพยุงร่างโชกเื แขนหักบิดงอ เดินกลับบ้านไปด้วยสภาพไม่สู้ดีนัก พร้อมเสียงขบฟันบนล่าง เล็ดลอดเข้าหากัน ร้องไม่ขาด “โอ๊ยๆ แม้งโคตรเจ็บเลย…เจ็บจะตายอยู่แล้ว” ดังไปตลอดทางเดินโซเซ เืสาดกระเซ็น
แค่ไม่ตายตกก็นับว่าปาฏิหาริย์มากแค่ไหนแล้ว
พร้อมเสียงนั้นที่ตกกระแทกลงมาอย่างแรงของเ้าเฉินหนาน แม้แต่ชาวบ้านยังได้ยินชัดเต็มสองรูหูพวกเขา
บางคนยังกล่าวพึมพำขึ้นมา “ตอนเช้าเกรงว่าพวกเราได้พบเจอศพเ้าเฉินหนาน จริงๆ ก็คราวนี้แล้วกระมัง?”
แต่ด้านคนที่ใที่สุด เกรงว่าคงจะหนีไม่พ้น สตรีศักดิ์สิทธิ์ หยุนซี ครั้นนางรับรู้ รอยสลักกฎที่นางตั้งไว้บนน้ำเต้าหล่อเลี้ยงถูกทำลาย นางที่นั่งขัดสมาธิ ปิดขั้นพลัง เผยต้นขาเรียวขาว พลันเปิดเปลือกตาขึ้นมาในเสี้ยวขณะ
“หืม! ได้อย่างไรกันหรือว่าเ้าเด็กหนุ่มนั้น จะมีพละกำลังเกิน300จิน จริงๆ มันไม่น่าจะเป็ไปได้ซิ!” ครั้นนางนึกสนุก อยากจะช่วยเหลือ แต่อีกใจหนึ่ง ก็อยากให้อีกฝ่ายอกแตกตาย เมื่อเห็นของวิเศษปรากฏเบื้องหน้า แต่ก็ไม่สามารถ เอาไปได้จะรู้สึกอย่างไร
ความคิดของหยุนซี สตรีนางนี้ต้องบอกว่าชั่วร้ายจริงๆ
ก่อนนางจะพูดพึมพำกับตนเอง แบบไม่ได้คิดอะไร “แต่ก็เอาเหอะอย่างไรน้ำเต้าหล่อเลี้ยง ก็ไม่ได้มีประโยชน์ สำหรับข้าอีกต่อไป”
เมื่อหยุนซี ลงมาจากโลกเบื้องบนครั้งนี้ นางก็ตั้งเป้าหมาย ค้นหามรดกลับ วิชาโบราณไม่สมบูรณ์ต่างๆ ที่หลับใหล แม้แต่ของวิเศษล้ำค่า กลับไปยังโลกเบื้องบน ที่มันควรจะอยู่อย่างตั้งใจ
“อีกไม่ช้าแล้วซินะที่โลกเบื้องล่าง จะเต็มไปด้วยความยุ่งวุ่นวาย เมื่อเทพแท้จริงมาเยือน ก็ขึ้นอยู่กับเวลาแล้วซินะ” เมื่อสตรีศักดิ์สิทธิ์ หยุนซีปิดเปลือกตาของนางลง ช้าๆ รอคอยการเปิดขึ้นของ แดนพุทธะโบราณ
…พริบตาเดียวเวลายามเช้า ของหมู่บ้านฟ้าคำรามก็มาถึง ชาวบ้านต่างก็วิ่งไปมุงดู จุดที่เ้าเฉินหนานตกลงมา ทว่าเห็นแต่ร่องรอย กับทางเดินเืเท่านั้น
จางอี้ ลูกหัวหน้าหมู่บ้าน พลางกล่าวขึ้นมา เมื่อเด็กน้อยก้มมองตรวจสอบ “คงไม่ใช่ว่าพี่เฉินหนาน ถูกสัตว์อสูรลากร่างไปกินในป่า แล้วหรอกกระมัง?”
ชาวบ้านต่างก็ทำสีหน้าขบคิด คล้ายกับเป็การไว้อาลัย เล็กๆ
ก่อนเสียงแจ้วเด็กหนุ่มที่เปิดเส้นชีพจร เวลาเดียวกับพวกจางอี้ ซุ่ยปิง ต้องรีบกล่าวขัด พร้อมลมหายใจปล่อยออกมา รัวๆ กระชั้นชิด “พี่เฉินหนาน เขา! เขา! กวาดหน้าลานบ้านอยู่ ข้าเห็นเองกับตา”
จางอี้ แทบไม่อยากเชื่อ “เป็ไปได้อย่างไร!” เมื่อไปเห็นเองกับตา พวกเขาก็ ราวกับเห็นผีหลอกกลางวันแสกๆ
ครั้นเฉินหนาน คลี่ยิ้ม แปลกประหลาดมาให้กลุ่มชาวบ้านมามุงดู ก่อนเขาแอบร้อง โอ๊ย! เจ็บ! ขึ้นมาเบาๆ พร้อมกับเก็บอาการาเ็ไว้
แต่ก็ต้องยอมรับว่า การลุกขึ้นมายืนหยัดของเขา แม้แต่ตัวเฉินหนาน เองก็ยังแทบไม่อยากเชื่อเหมือนกัน
“เฮ้อ! ไม่สนุกเลย” จางอี้กล่าว พร้อมชาวบ้านเอง ก็ต่างพากันเดินจากไป คล้ายกึ่งผิดหวัง เล็กๆ นึกว่าจะมีเื่สนุก ให้พวกเขาได้พูดคุยกันเสียอีกวันนี้
เฉินหนานที่ตั้งใจว่าจะหยุดฝึกฝนสัก2-3วัน เข้าสู่สภาวะจิตนิ่ง จิบน้ำเต้าหล่อเลี้ยงไปพลาง เมื่อรับรู้ของสิ่งนี้เป็เป้าหมาย ให้เขาได้กลับมายืนหยัด ในเส้นทางการฝึกฝนได้อีกครั้ง
ทว่าก็มีเื่ลำบากใจบางอย่างหน้าหมู่บ้านฟ้าคำราม พลันทำให้เขาต้องหน้ายุ่งขึ้นมา…