ลู่เฟยเอ่ยจบทั้งสองคนก็ดูเหมือนไม่ได้แปลกใจอะไรเพียงคิดว่าเป็เื่ขบขัน
มู่ไฉซูยิ้มแย้มเอ่ย “น้องเฟย แข็งแกร่งนักท่านทำให้ข้าแปลกใจแล้ว” ดูท่าทางนางจะไม่ได้เชื่อลู่เฟยเลยซักนิดคิดว่าที่มันเอ่ยออกมาเป็เพียงการแกล้งเล่นเหมือนที่มันทำบ่อยๆ
หนิงกวงซือเอ่ยท่าทางยังคงเชื่อไม่เชื่อแต่ไม่เชื่อมากกว่า“มันเป็ไปไม่ได้นั่นมันมากกว่าที่ควรจะเป็ถึงสิบเท่า แต่ดูท่าทีของท่านแล้วก็ดูไม่เหนือย”
ลู่เฟยรู้สึกได้เลยว่านี่มันไม่ใช่เื่ธรรมดาอีกต่อไปท่าทางที่ทั้งสองคนพูดจะเป็ความจริงแต่ในความรู้ของตัวเองพลังของมันในตอนนี้ใช้พลังลมปราณหนุนเสริมวิ่งแบบไม่พักสิบลี้ก็ถือเป็เื่ธรรมดาอย่างที่สุดหากที่ทั้งสองกล่าวมาเป็ความจริงมันก็จะกลับกลายเป็ว่าสองคนนี้สามารถใช้พลังลมปราณของตัวเองได้เพียงหนึ่งในสิบส่วนหรือไม่ถึงหนึ่งส่วนด้วยซ้ำแต่ถ้าหากกล่าวออกไปในตอนนี้มันอาจจะเป็ยุ่งยากลู่เฟยเลือกที่จะปกปิด
ลู่เฟยเอ่ย “ฮ่าฮ่าฮ่าข้าโกหกต่างหากข้าจะไปมีแรงวิ่งอีกได้อย่างไร” ลู่เฟยยื่นแขนออกไป“ท่านไม่ลองตรวจดูใหม่เป็อย่างไรข้าว่าท่านอาจจะดูผิดพลาด”ด้วยประสบการณ์ชีวิตหลายหมื่นปีเส้นชีพจรลมปราณเป็สิ่งติดตัวมาั้แ่เกิดจะไปมีอะไรที่ลู่เฟยผู้นี้คุ้นเคยไปกว่านี้อีกแล้วการที่จะควบคุมก็ไม่ต่างจากการขยับนิ้วมือเพียงไม่ถึงสองลมหายใจจากที่เส้นชีพจรลมปราณมันนิ่งสงบมันทำการควบคุมปรับเปลี่ยนบางอย่างกลับกลายเป็เส้นชีพจรลมปราณที่คุ้มคลั่งปั่นป่วนสุดขีดไม่ต่างจากคนที่ใช้พลังลมปราณจนเหือดแห้ง
หนิงกวงซือจึงทำตามที่ลู่เฟยบอกมันตรวจสอบเหมือนกับครั้งที่แล้วทุกอย่างแต่กลับเป็ไปตามที่ลู่เฟยบอกมันกลับดูผิดพลาดไปจริงๆ“ใช่จริงๆ แต่เมื่อกี้ข้ารับรองได้เลยว่าลมปราณท่านมันไม่ได้เป็เช่นนี้..แต่ว่าบางทีข้าอาจจะเหนื่อยนิดหน่อยจึงดูผิดพลาดไป” หนิงกวงซือจ้องลู่เฟยด้วยสีหน้าจริงจังเอ่ยต่อ“แต่ดูท่าทางท่านก็ไม่เห็นจะดูเหมือนคนเหนื่อย...ช่างมันเถอะ”หนิงกวงซือผู้นี้ท่าทางเหมือนไม่อยากจะเชื่ออาจจะเป็เพราะในชีวิตนี้ของมันไม่เคยที่มันกลับผิดพลาดเื่เล็กน้อยเช่นนี้
มาถึงตอนนี้ที่ได้เห็นท่าทีของทั้งสองลู่เฟยก็มั่นใจได้เลยว่าคนทั้งสองจะสามารถใช้พลังลมปราณได้เพียงหนึ่งส่วนแต่ที่มันคิดอยู่ในตอนนี้กลับเป็เื่เหลือเชื่อมันไม่อยากจะเชื่อเลยถ้าหากว่าทุกคนสามารถดึงพลังจากเส้นชีพจรลมปราณออกมาได้เพียงไม่ถึงส่วนเดียวแล้วมันจะเป็ไปได้อย่างไร
ลู่เฟยเอ่ย “เห็นข้าดูปกติธรรมดาแต่ข้าจวนจะเป็ลมแล้วหาที่นั่งพักก่อนเป็อย่างไรไปที่นั่นกัน” ลู่เฟยชี้ไปทางบ้านดอกไม้ที่มู่ไฉซูกับมันเคยไปซึ่งก็คงจะเป็ที่พักเดียวที่ใกล้ที่สุดแล้วลู่เฟยก็ชำเลืองดูหนิงกวงซืออยู่บ่อยครั้งก็พบว่ามันดูเหมือนจะยังมองดูท่าทีของตนอยู่ลู่เฟยจึงทำขาสั่นเทาเข่าซ้ายวางลงกับพื้นใช้มือทั้งสองค้ำพื้นไว้เหมือนว่าหากปล่อยมือที่ค้ำไว้มันคงจะทิ้งตัวนอนลงกับพื้นแล้ว
ลู่เฟยเอ่ยเบาหวิวไร้เรี่ยวแรง“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าปั้นหน้าต่อไม่ไหวแล้วข้าเพียงอยากดูแข็งแกร่งต่อหน้าพวกท่านแล้วมาดูสภาพข้าตอนนี้ช่างขายหน้านัก”
มู่ไฉซูใที่จู่ๆลู่เฟยก็ทรุดตัวลง นางรีบย่อตัวลงหันหลังให้เด็กหนุ่มใช้มือตบหลังตัวเองสองที“น้องเฟยมาขึ้นหลังข้า ข้าจะแบกท่านเอง”
ลู่เฟยคาดไม่ถึงว่าที่มันโกหกไปจะไปทำให้หญิงสาวต้องมาลำบากแบกมันขึ้นหลังใจหนึ่งก็รู้สึกผิดใจหนึ่งก็อยากลองขึ้นหลังมู่ไฉซู แต่มันจะบอกปฏิเสธก็ไม่ได้ก็ต้องจำใจทำไปตามน้ำ“ขอบคุณมากพี่หญิง” ลู่เฟยรู้สึกผิดที่โกหกนางแล้วยังต้องทำให้นางลำบาก...ข้ารู้สึกโกธรตัวเองตอนนี้นัก
ณ หน้าตำหนักใหญ่ตระกูลลู่
ศิษย์ตระกูลลู่ผู้หนึ่งวิ่งเข้าไปในตำหนักใหญ่มันเอ่ยเสียงหนักแน่น “ตระกูลฟงมาถึงแล้วขอรับ” กล่าวจบมันก็วิ่งออกไปทางหน้าตำหนักใหญ่วิ่งไปทางคนตระกูลฟงทั้งสองใช่แล้วมันก็คือคนที่ออกไปรับตระกูลฟง “คุณชายฟง เชิญทางนี้” มันเอ่ยจบก็ยืนอยู่ข้างๆ
นายน้อยฟงเอ่ย “สหายข้านำทางไปหน่อยเป็อย่างไร” มันเอ่ยคำว่า สหาย แทนที่จะเื่ชื่อดูเหมือนว่ามันจะถูกคอกันอยู่ไม่น้อยหรือไม่ก็มันคงจะเพื่อที่จะพยายามให้รางวัลคุ้มค่ากับ”ของดี” ที่ว่า
ศิษย์ตระกูลลู่ผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น“นั่นมันลู่ซุนเกอ ทำไมมันถึงได้รู้จักกับคนตระกูลฟง”
ศิษย์อีกคนเอ่ยท่าทางอิฉฉา“มันถึงกับเป็สหายกับคนผู้นั้นให้ข้าเดาไม่ผิดคงจะเป็นายน้อยตระกูลฟง ข้าต้องเข้าหาเ้าลู่ซุนเกอหน่อยแล้ว”
ศิษย์รุ่นเยาว์เอ่ย “ศิษย์พี่ซุนเกอ ข้านับถือท่านนักหวังว่าข้าจะเป็แบบท่านได้”
ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้น“นายน้อยฟงผู้นั้นถึงกับพลังยุทธเก่งกาจปานนี้สมแล้วที่เป็ตระกูลจอมยุทธอันดับหนึ่งเมืองกระบี่เขียว”
สตรีนางหนึ่งแต่งตัวผ้าน้อยชิ้นเผยให้เห็นสัดส่วนสมเป็ผู้ใหญ่นางเดินเชิดหน้าท่าทางหยิ่งยโสเดินเข้าไปทางตระกูลฟง นางจ้องตานายน้อยฟงพร้อมกับใช้นิ้วชี้ลูบปากตัวเองทำท่าทางเหมือน้าอะไรซักอย่าง
นายน้อยฟงที่เห็นสตรีนางนี้เข้ามาใกล้ตัวมันใช้แขนรวบเอวอีกฝ่ายเข้ามาหาตัวพลางเอ่ยกระซิบ“ถ้าหากเ้าสามารถมาหาข้าที่ตระกูลได้ข้าจะมอบรางวัลเล็กๆน้อยๆให้ก็แล้วกัน”เอ่ยจบมันก็ผลักนางออก
หญิงสาวนางนั้นท่าทางดีใจอย่างยิ่งล้วนมีสตรีมากมายอิจฉานางพากันเข้าไปหานายน้อยฟง
นายน้อยฟงฉีกยิ้มกางแขนทั้งสองข้างรับสตรีทั้งหลายพร้อมกับหัวเราะอย่างเ้าสําราญ “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”
“นายน้อยฟงผู้นี้กับนายน้อยตระกูลลู่เทียบกันแล้วต่างกันราวฟ้ากับดิน”
“ที่ข้ามางานนี้ก็เพื่อที่จะสร้างความดีความชอบต่อนายน้อยฟง”
“ข้าหวังว่าสมบัติตระกูลข้าชิ้นนี้จะถูกใจนายน้อยฟงหากนับข้าเป็สหายก็คงจะดี”
ผู้คนที่มามากมายต่างก็มีเป้าหมายต่างกันมาเพื่อตระกูลลู่ก็มากมายมาเพราะคิดประจบตระกูลฟงก็มากมายพอๆกัน
นายน้อยฟงเอ่ยไปทาง ลู่ซุนเกอ “สหาย ข้าอยากเห็น ‘ของดี’ ที่ว่านี่ไวๆแล้ว”
ลู่ซุนเกอเอ่ย “คุณชายฟงโปรดวางใจ หากเดาไม่ผิดนางก็คงจะช่วยงานอยู่แถวนี้หากไม่อยู่ที่นี่ก็คงจะอยู่กับนายน้อยตระกูลข้า”
ลู่ซุนเกอมองซ้ายมองขวามองทุกจุดที่เป็ที่แจกจ่ายน้ำอาหารกลับไม่พบมันเอ่ยขึ้น“ดูท่าทางนางจะไปกับนายน้อยลู่คงจะอยู่ในตำหนักใหญ่”
ลู่ซุนเกอพึมพัมกับตัวเองอย่างแ่เบาพร้อมกับแสยะยิ้ม“หากมู่ไฉซูไปจากที่นี่แล้ว คราวนี้เื่พิษนั่นก็จะไม่มีทางสาวถึงตัวข้ากับพี่ใหญ่แล้วข้าก็ได้เป็สหายนายน้อยฟง ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ฮ่าฮ่าฮ่า”