บทที่19
กองกำลังที่แข็งแกร่งภายในา
ทหารม้ากว่าร้อยนายน้อยโดยขบวนของกองรบพวกเขาเป็ชายฉกรรจ์ร่างกายสมบุกสมบัน พวกเขาทำการสวมใส่เกราะสีเงินคุมทัพปกปิดเอาไว้ทั่วทั้งร่างกาย โดยพวกเขามีจุดเด่นที่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนคือผ้าคลุมสีแดงบนแผ่นหลังที่โบกสะบัดปลิวไปมาตามแรงลมและทวนเหล็กขนาดใหญ่ที่มีความยาวกว่า 2 เมตรที่ถืออยู่บริเวณมือข้างขวา
กองทัพที่กำลังเคลื่อนพลเข้ามาสู่รูปขบวนทัพกองทหารม้ากว่า100นายมันกลายเป็จุดดึงดูดสายตาอย่างรวดเร็วไม่ว่าผู้ใดก็ใช้ดวงตาของตนเองหันไปจับจ้องพวกเขาทั้งสิ้น
พวกเขาไม่ใช่ว่ามีเพียงแค่รูปลักษณ์ที่แตกต่างภายนอกเท่านั้นแต่ว่ามีบางอย่างที่มันบ่งบอกว่าคนเ่าั้ดูแตกต่างจากผู้อื่นมองภายนอกนั้นช่างน่าเกรงขาม ความเกรงขามแผ่ซ่านออกมาคนสังเกตเห็นได้จากสายตา
ทั่วทั้งบริเวณเต็มไปด้วยความเงียบสงัดเริ่มมองเห็นกองกำลังทหารม้าปรากฏกายเข้ามา
หลี่หยางเองก็เป็หนึ่งในเหล่าคนพวกนั้นที่ใช้ดวงตาของตัวเองจ้องมองพวกทหารม้าที่เข้ามาภายในรูปขบวน
หลี่หยางจ้องมองพวกนั้นอย่างไม่กระพริบตาดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึง
ที่มันทำให้ใบหน้าของเขาอยู่ในรูปลักษณะเช่นนี้มันก็คือข้อความจากระบบที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเมื่อเขาใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองไปที่พวกมัน
---
ชื่อทหารม้าเหล็กของกองทัพดินแดนห้าธาตุ LV.52
เผ่ามนุษย์ เพศ ชาย
HP[2500/2500]
--
---
ชื่อทหารม้าเหล็กของกองทัพดินแดนห้าธาตุ LV.54
เผ่ามนุษย์ เพศ ชาย
HP[2650/2650]
--
---
ชื่อทหารม้าเหล็กของกองทัพดินแดนห้าธาตุ LV.51
เผ่ามนุษย์ เพศ ชาย
HP[2300/2300]
--
---
ชื่อทหารม้าเหล็กของกองทัพดินแดนห้าธาตุ LV.51
เผ่ามนุษย์ เพศ ชาย
HP[2200/2200]
--
“ เ้าพวกนี้มัน.. ” เขากำลังใกับถ้าเลเวลที่ปรากฏขึ้นอยู่ตรงหน้าของเขาในตอนนี้
พวกมันมีเลเวลมากกว่า50 ทุกคนน่าจะเป็คนที่แข็งแกร่งที่สุดที่เขาเคยพบเจอมาจากการผ่านสนามรบมาถึง 2 ครั้ง
‘ เ้าพวกนี้แข็งแกร่งจนน่ากลัวเลยแค่ยืนอยู่ตรงนี้ยังััได้ถึงพลังที่มันแตกต่าง ’ หลี่หยางในตอนนี้เขาสามารถตระหนักได้ถึงความแตกต่างของพลัง
ตอนแรกที่เขาผ่านสมรภูมิมามากมายสิ่งที่เขาพบเจอมันเป็ศัตรูที่แข็งแกร่งแต่ว่าระดับความแข็งแกร่งของศัตรูเขาเองก็มองเห็นว่าพวกมันมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับไม่ถึงขนาดนี้
แล้วตอนนี้เขาเจอคนที่มันมีระดับที่แตกต่างกับเขาอย่างชัดเจนร่างกายนั้นถึงกับสั่นสะท้านยามที่กลุ่มกองทหารม้าเดินผ่านหน้า
ในขณะที่พวกมันกำลังเคลื่อนที่ผ่านหน้าเขาไปราวกับว่ามีความกดดันมากดทับร่างกายของเขาไว้ให้ร่างกายหนักอึ้ง
คนพวกนั้นเดินผ่านหน้าเขาไปแล้วก็ทำการเดินมุ่งตรงไปประจำตำแหน่งของตนเองตำแหน่งของพวกมันพวกมันทำการเดินมุ่งตรงไปประจำตำแหน่งนั้นคือบริเวณด้านหน้าของกองทัพ
พวกมันทำหน้าที่เหมือนกับดาบเล่มแรกเพราะว่าตำแหน่งที่พวกมันยืนอยู่อยู่ด้านหน้าสุดของกองทัพเลย
แต่มันมีสิ่งที่แตกต่างพวกมันยืนอยู่ด้านหน้าสุดของกองทัพก็จริงอยู่และเป็คนที่ต้องปะทะกับศัตรูเป็คนแรกก็จริงแต่ว่าคนเ่าั้กลับมีท่าทางนิ่งสนิทไม่มีท่าทางเกรงกลัวหรือว่าหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย
ทางกลับกันแววตาที่กำลังแสดงออกมาจากดวงตาของเขามันกลับเต็มไปด้วยความแน่วแน่ไร้ซึ่งความกังวล
“ อี้ชิงคนพวกนั้นมันอะไรกันทำไมพวกมันถึงดูแข็งแกร่งขนาดนั้น? ” หลี่หยางทำการหันไปถามผู้รอบรู้ที่อยู่ข้างกายของเขา
“ กองกำลังทหารม้าขอรับเป็หนึ่งในกองกำลังพิเศษที่ถูกส่งตรงมาจากเมืองหลวงพวกคนเหล่านี้ถูกฝึกฝนมาเป็อย่างดีแถมยังเป็คนที่แข็งแกร่งแล้วก็รู้วรยุทธเสียด้วยพวกเขาถูกฝึกฝนในการใช้พลังปราณมาั้แ่ในตอนที่เริ่มต้น ”
“ การฝึกของพวกเขามันหนักหนากว่าพวกเราเป็อย่างมากเขาถูกฝึกมาให้เป็กองกำลังรบพิเศษจริงๆของดินแดน ” อี้ชิงตอบกลับมาด้วยเสียงกระซิบ
หลี่หยางที่ได้รู้เกี่ยวกับเื่นั้นเขานั้นมองไม่ผิดเลยจริงๆผู้ที่อยู่ข้างกายของเขาเป็เหมือนกับตำราสารพัดประโยชน์ล่วงรู้ทุกอย่าง
“ แล้วเ้าคนแบบนี้มันมีเยอะหรือไม่? ”
“ มองจากจำนวนตรงนี้บอกได้เลยขอรับว่านี่น่าจะเป็เพียงแค่ 1 ส่วน 10 ของกองกำลังทหารม้าทั้งหมดเท่านั้น”
“ หนึ่งส่วนสิบอย่างนั้นรึ? ” หลี่หยางแสดงใบหน้าประหลาดใจอยู่ไม่น้อยที่มองเห็นว่ายอดฝีมือเหล่านี้มีจำนวนตั้งมากมายแต่เป็เพียงแค่จำนวน1 ใน 10 ของทั้งหมดเท่านั้น
“ ใช่แล้วขอรับนี่เพียงแค่กองทหารม้านะขอรับยังไม่รวมกองกำลังพิเศษต่างๆของดินแดนอีกไม่ว่าจะเป็ทางด้านของกองลอบสังหารที่มีแต่พวกมือสังหารจำนวนมาก”
“ แล้วก็ยังมีกองกำลังต่างๆอีกมากมายที่ได้ชื่อว่าเป็กองกำลังพิเศษพวกเขาถูกฝึกฝนมาเป็อย่างดีเพื่อที่จะเป็กำลังหลักของดินแดนกองกำลังหลักที่เป็ยอดฝีมือของดินแดนเป็ทหารชั้นยอดแต่ละกองก็ล้วนแล้วแต่มีสมาชิกอยู่ไม่ต่ำกว่า1 พันคนทั้งสิ้น ”
เมื่อได้ฟังคำอธิบายเช่นนั้นหลี่หยางตัวของเขาเพิ่งรู้ว่าโลกใบนี้มันกว้างใหญ่เพียงใดจุดที่เขานั้นยืนอยู่มันเป็เพียงแค่จุดเล็กๆเท่านั้น
ดวงตาทั้งสองข้างของเขามันเริ่มปรากฏความจริงจังมากขึ้นแม้จะรู้เช่นนั้นแต่เขากลับรู้สึกว่าตนเองนั้นมีใจอยากจะสู้มากขึ้น “ เข้าใจแล้ว”
†††
หลังจากที่รอเวลามาสักพักในที่สุดามันก็ได้เริ่มขึ้น
าอันดุเดือดได้เริ่มต้นขึ้นกลองศึกถูกตีดังลั่นสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งผืนฟ้าทั้งสองฝ่ายทำการส่งเข้าหากันอย่างรวดเร็ว
แล้วมันก็เป็อย่างที่คิดทางด้านของกองทัพของดินแดน5 ธาตุผู้ที่ทำการทุ่มตรงเข้าไปหาศัตรูก่อนนั่นก็คือกองกำลังทหารม้าจำนวน 100นายที่เรียงแถวหน้ากระดาน
พวกเขาทำการควบอาชาสวมใส่ชุดเกราะเหล็กทั้งตัวพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็วท่าทางของคนเ่าั้ไม่หวั่นเกรงศัตรูที่อยู่ด้านหน้าเลยแม้แต่น้อย
พวกมันยิ่งเพิ่มความเร็วสูงขึ้นแล้วเมื่อวิ่งมาได้สักพักสิ่งที่คนพวกนั้นทำการยกตัวของตนเองในมือขึ้นแล้วชี้ตรงไปด้านหน้า
หลี่หยางที่กำลังวิ่งอยู่ด้านหลังพร้อมกับกองทัพของตนเองเข้าที่วิ่งด้วยเท้าเปล่าไม่มีทางที่จะตามผู้ที่ควบอาชาไปด้านหน้าได้ทันอยู่แล้ว
แต่ว่าจากจุดนี้เอาเองก็มองเห็นเหตุการณ์ที่อยู่ด้านหน้าได้อย่างชัดเจนเขาจับจ้องยังไม่กระพริบอยากจะรู้การกระทำของคนเ่าั้ว่าพวกมันจะลงมือกระทำอันใด
กองทัพอาชาที่พุ่งตรงเป็ไปเป็แถวหน้ากระดานพวกมันเมื่อทำการยื่นปลายทวนของตนเองในด้านหน้า
ที่คนเ่าั้กระทำก็คือการปลดปล่อยพลังออกมาจากร่างกายของตนเองพลังปราณถูกเรียกเร้นออกมาแล้วก็ใส่เข้าไปที่ปลายทวน
พลังปลาเ่าั้ก่อกำเนิดกลายเป็รูปร่างมันกลายเป็พลังปราณสีเหลืองเข้มแสดงออกมาปกคลุมปลายทวนให้เห็นอย่างชัดเจน
หลี่หยางเห็นเช่นนั้นเขาถึงกับหยุดเท้าของตนเองแล้วก็มองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้านหน้าอย่างตาไม่กระพริบ
สิ่งที่ตัวเขานั้นเคยเห็นก่อนหน้านี้การที่เขาทำการเรียกเร้นพลังปราณออกมาได้มันไม่ได้ออกมาเป็พลังปราณที่ให้เห็นอย่างเด่นชัดขนาดนั้นมันเป็เพียงแค่พลังปราณที่ปกคลุมอย่างมองไม่เห็นอยู่บริเวณรอบรอบกระบี่
‘ นั่นมันอะไรกัน!!! ’ คำถามที่้าคำตอบปรากฏขึ้นภายในใจของเขาเขาไม่เข้าใจว่าทำไมพลังปราณมันถึงถูกเรียกออกมาใช้ให้เป็สีเด่นชัดและออกมาให้มองเห็นได้เด่นชัดขนาดนั้น
แต่ว่าความพิเศษมันไม่ได้เพียงแค่นั้นพลังปราณที่ถูกปลดปล่อยออกมาแล้วห่อหุ้มบริเวณตัวปลายทวนสิ่งที่มันเกิดเป็ลำดับต่อมาก็คือพวกมันเริ่มทำการประสานกับผู้ที่อยู่ข้างๆที่ใช้พลังเช่นเดียวกัน
อาชาเหล็กนับร้อยตัวที่วิ่งตรงไปด้านหน้าพลังปราณจำนวนมหาศาลพวกมันผนวกเข้าหากันก่อกำเนิดกลายเป็ลูกศรขนาดใหญ่พุ่งต้องไปด้านหน้า
ความเร็วของการเคลื่อนที่เพิ่มขึ้นในตอนนี้ร่างของอาชานับร้อยตัวโดนห่อหุ้มไปด้วยพลังปราณที่มันถูกแสดงออกมาให้เห็นเป็รูปร่างอย่างเด่นชัดมันห่อหุ้มกลายเป็ลูกศรขนาดใหญ่พุ่งตรงไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้ตอนที่มันพุ่งตรงไปด้านหน้าราวกับว่ามันจะทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้ามัน
แล้วมันก็เป็เช่นนั้นจริงๆเมื่อมันพุ่งตรงเข้าไปปะทะกับกองทัพของเผ่ามารตูม!!!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวกึกก้องไปทั่วทั้งสมรภูมิมันเป็ดอกไม้ไฟแรกของการต่อสู้ทหารม้าที่พุ่งตรงไปมันทำการพุ่งทำลายพวกกองทัพของเผ่ามารแหวกออกเป็วงกว้างประมาณ3 ลี้
เพียงแค่พริบตาเดียวกองทัพของเผ่ามารล้มตายไปหลายร้อยคนด้วยการโจมตีที่ร้ายกาจ
นี่คือความต่างชั้นของพลังหลี่หยางมองเห็นในส่วนนี้เขาเองก็อดจะทึ่งกับสิ่งที่ตนเองเห็นไม่ได้
แต่หลังจากนั้นาเต็มรูปแบบก็ได้เริ่มขึ้นตัวของหลี่หยางทำการเข้าร่วมสมรภูมิอย่างเช่นทุกครั้ง
การต่อสู้ที่ดุเดือดได้เริ่มขึ้นเขาทำการเข้าฟาดฟันกันอย่างดุเดือดในครั้งนี้สมรภูมิเองก็เป็เช่นทุกครั้งสนามรบเต็มไปด้วยผู้แข็งแกร่ง
ว่ามันก็เป็เหมือนกับที่อี้ชิงไปเตือนเขาเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วเมื่อานั้นยิ่งผ่านไปผู้ที่มีระดับความแข็งแกร่งมากขึ้นมันก็ยิ่งถูกนำลงมาภายในามากขึ้น
ระดับlevelของพวกขุนพลเผ่ามารภายในาบางคนมันอยู่ในระดับที่ตัวของเขานั้นไม่สามารถต่อสู้ได้
---
ชื่อทหารระดับกลางของกองทัพมาร LV.32
เผ่ามนุษย์ เพศ ชาย
HP[1500/950]
--
หลี่หยางก็ยังคงทำเช่นเดิมนั่นคือการหลีกเลี่ยงพวกมันแล้วทำการไปต่อสู้กับพวกที่มีระดับต่ำกว่าหรือพวกที่าเ็สาหัส
---
ระบบ: ท่านได้สังหารศัตรูได้รับค่าประสบการณ์ 250 หน่วย
---
---
ระบบ: ท่านได้สังหารศัตรูได้รับค่าประสบการณ์ 230 หน่วย
---
---
ระบบ: ท่านได้สังหารศัตรูได้รับค่าประสบการณ์ 240 หน่วย
---
เขาไม่ได้โง่พอที่จะต่อสู้กับศัตรูที่รู้ว่าตัวเองไม่มีทางชนะถ้าไม่จำเป็
---
ระบบ: ยินดีด้วยเลเวลของท่านเพิ่มขึ้น
---
---
ระบบ: ยินดีด้วยเลเวลของท่านเพิ่มขึ้น
---
---
ระบบ: ยินดีด้วยเลเวลของท่านเพิ่มขึ้น
---
าในวันนี้ก็เป็เช่นทุกวันต่างฝ่ายต่างสู้รบกันไม่มีผู้ใดแพ้ไม่มีผู้ใดชนะต่างฝ่ายต่างาเ็แล้วสุดท้ายก็ทำการสั่งถอยทัพกันทั้งครู่
าทั้งสองฝ่ายมันไม่ใช่ของที่จะจบลงได้ในการลบเพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์การรบมันต้องกินเวลาเป็เดือนหรืออาจจะหลายเดือน
เพราะแบบนั้นนี่เป็เพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น
การลงสู่สนามรบครั้งที่3 ของหลี่หยางจบเขาแข็งแกร่งขึ้นหลังจากที่ลงไปสู้รบในสนามรบ
จบบท