สามวันผ่านไปนับจาก "วันโลก" โลกที่เคยเป็ระเบียบกลับกลายเป็ความโกลาหลที่ไม่มีใครคาดคิดการสื่อสารล่มสลาย ระบบขนส่งมวลชนเป็อัมพาต และที่เลวร้ายที่สุดคือ มอนสเตอร์ ตัวประหลาดจากอีกโลกหนึ่งเริ่มปรากฏตัวในหลายพื้นที่สร้างความหวาดกลัวและคร่าชีวิตผู้คนไปไม่น้อย
กรีซใช้ชีวิตอย่างหลบๆซ่อนๆ ในอาคารร้างแห่งหนึ่งใกล้กับที่เกิดเหตุเขายังคงประเมินสถานการณ์และพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายตัวเอง
อาการาเ็ของเขาสมานตัวอย่างรวดเร็วจนน่าใรอยขีดข่วนจากมอนสเตอร์ตัวนั้นหายไปแทบไม่เหลือร่องรอยิับริเวณนั้นดูแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อยอย่างถาวรไม่ใช่แค่ตอนที่ถูกโจมตีอีกต่อไป เขาเริ่มทดลองเล็กๆ น้อยๆด้วยการใช้มือัักับวัตถุต่างๆ รอบตัว
เมื่อเขาัักับแผ่นเหล็กที่บิดเบี้ยวเขารู้สึกถึงพลังงานประหลาดไหลเข้าสู่ร่างกาย คล้ายกับกระแสไฟฟ้าอ่อนๆไม่ใช่ความเ็ป แต่เป็ความรู้สึกเหมือนบางสิ่งกำลังถูก "ดูดซับ" เข้ามา และเมื่อละมือออกไปแผ่นเหล็กนั้นก็ดูซีดจางลงเล็กน้อยอย่างน่าประหลาด
"นี่มัน...พลังดูดซับงั้นเหรอ?"กรีซพึมพำกับตัวเอง
เขาพยายามทำความเข้าใจความรู้สึกนั้นมันเป็พลังงานที่มองไม่เห็น แต่เขารับรู้ได้ด้วยทุกประสาทััเหมือนกับอากาศที่หนาแน่นไปด้วย "กระแสมานา" อย่างที่นักข่าวบ้าๆ คนหนึ่งเคยพูดถึงในข่าวเก่าๆที่เขาบังเอิญไปได้ยินมาเมื่อวานก่อนจากวิทยุที่ยังพอใช้การได้ซึ่งมันเป็คำที่ถูกนำมาใช้เรียกมวลสารลึกลับที่มาพร้อมกับการกันของสองโลก
ในรายงานข่าวสั้นๆนั้นนักวิทยาศาสตร์บางคนตั้งสมมติฐานว่ากระแสมานาคือพลังงานบริสุทธิ์จากโลกคู่ขนานที่ไหลบ่าเข้ามาในโลกของเราการหลั่งไหลของมานานี้ได้กระตุ้นบางสิ่งบางอย่างในตัวมนุษย์ ทำให้คนจำนวนหนึ่ง "ตื่นขึ้น" มาพร้อมกับพลังพิเศษที่หลากหลาย
ผู้ตื่นขึ้นบางคนสามารถควบคุมธาตุไฟได้เพียงปลายนิ้วบางคนเคลื่อนไหวได้เร็วดุจสายลม บางคนมีพละกำลังมหาศาลหรือบางคนสามารถรักษาาแได้อย่างรวดเร็ว พลังเหล่านี้แตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคลและไม่มีใครรู้ว่าเงื่อนไขการตื่นขึ้นคืออะไร หรือพลังที่ได้มานั้นมาจากไหน
กรีซรู้ดีว่าพลังของเขาไม่ใช่การควบคุมธาตุไม่ใช่ความเร็ว หรือความแข็งแกร่งโดยตรง แต่มันคือการ "ดูดซับ" พลังงาน เขาลองเอามือไปแตะที่ต้นไม้ที่ถูกไฟไหม้กิ่งไม้แห้งกรอบนั้นดูซีดจางลงอย่างเห็นได้ชัดและกรีซรู้สึกว่าร่างกายเขามีเรี่ยวแรงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแต่ก็เป็เพียงชั่วคราวเท่านั้น พลังนี้ดูเหมือนจะยังไม่เสถียรและควบคุมได้ยาก
"ถ้าดูดซับพลังจากสิ่งมีชีวิตอื่น...จะเป็ยังไง?"ความคิดนี้ผุดขึ้นในหัวเขาอย่างไม่ตั้งใจแต่กรีซก็รีบปัดทิ้งไปอย่างรวดเร็ว เขายังไม่อยากลองอะไรเสี่ยงๆ แบบนั้น
ในขณะเดียวกันการปรากฏตัวของผู้มีพลังเหล่านี้ทำให้เกิดทั้งความหวังและความหวาดกลัวบางคนใช้พลังเพื่อช่วยเหลือผู้รอดชีวิต สร้างที่พักพิง และต่อสู้กับมอนสเตอร์แต่บางคนกลับใช้พลังไปในทางที่ผิด เพื่อแย่งชิงทรัพยากร หรือกดขี่ผู้อ่อนแอ
กรีซนั่งเฝ้าสังเกตการณ์จากมุมมืดเขาเห็นกลุ่มคนที่สวมเสื้อเกราะบางเบา ถืออาวุธที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากเกมแฟนตาซีเดินทางไปมาในซากเมือง บางคนปล่อยลูกไฟออกจากฝ่ามือบางคนสร้างกำแพงน้ำขึ้นมาป้องกันตัว พวกเขาคือ "ผู้ตื่นขึ้น" ที่แท้จริงและดูเหมือนจะควบคุมพลังของตัวเองได้ดีกว่ากรีซมาก
กรีซตระหนักว่าพลังของเขายังไม่เก่งกาจอะไรเลยเมื่อเทียบกับคนเ่าั้หากจะเอาตัวรอดในโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยอันตรายนี้เขาจะต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมพลังดูดซับของตัวเองให้ได้ และบางทีอาจจะต้องเข้าร่วมกับกลุ่มคนเหล่านี้ เพื่อความอยู่รอด...หรือเพื่อหาคำตอบว่าโลกนี้กำลังจะไปในทิศทางใดกันแน่
เขาหยัดตัวลุกขึ้นยืนพลังงานประหลาดที่หมุนวนอยู่ภายในร่างทำให้เขารู้สึกไม่คุ้นชินแต่ก็เป็สิ่งเดียวที่เขามีในตอนนี้ กรีซมองออกไปนอกหน้าต่างดวงอาทิตย์ที่ควรจะสาดส่องลงมาในยามเช้ากลับถูกแทนที่ด้วยแสงสีม่วงครามที่สลัวและน่าขนลุกโลกของเขาเปลี่ยนไปแล้ว และเขาก็ต้องเปลี่ยนตัวเองตามไปด้วย