7
ผู้ฝึกปราณขั้นเก้า
หนานฟางใช้ชีวิตอย่างระวังตัวในบ้านตระกูลฉี ดูแลตงเหอเป็อย่างดี ฉีตงเยี่ยอนุญาตให้เธอและลูกชายออกจากบ้านได้เพียงเดือนละ 2 ครั้งเท่านั้น ในบ้านหลังนี้ถึงแม้ทุกคนจะเคารพเธอ แต่คนเหล่านี้ไม่ได้เป็คนของเธอ พวกเขาคือคนของฉีตงเยี่ย
ทุกความเคลื่อนไหว ทุกการกระทำล้วนถูกคนเหล่านี้จับตามองทั้งสิ้น แต่นั่นก็ไม่ทำให้หนานฟางหวั่นวิตก แค่ทำให้คนเหล่านี้เห็นว่าเธอใช้ชีวิตอยู่อย่างเงียบๆ เหมือนอย่างที่เคยทำ
หนานฟางให้คนมาจัดตกแต่งสวนหลังบ้านใหม่ คงแปลงดอกเหมยเอาไว้ จากนั้นขุดสระที่มีความลึกไม่มากเพื่อปลูกดอกบัว สร้างศาลาริมน้ำตามแบบที่เธอชอบ ถึงแม้บ้านตระกูลฉีจะไม่ได้ใหญ่โตเหมือนวังหลวง แต่ก็มีพื้นที่ถึง 10 ไร่ แถมมีกำแพงสูงรอบล้อมเอาไว้อีกด้วย
พื้นที่ว่างยังสั่งให้พ่อบ้านจัดการหาชาและดอกไม้มาปลูกเอาไว้ ชีวิตในบ้านสกุลฉีของหนานฟางนั้นได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็การปลูกผัก เลี้ยงสัตว์เลี้ยงอย่างเ้าไป๋ เป็สุนัขตัวใหญ่มีขนสีขาว เป็เพราะฉีตงเหออยากจะเลี้ยงมันทำให้หนานฟางใจอ่อนยอมทำตามความ้าของลูกชาย
วันเวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฉีตงเหอในตอนนี้อายุได้ 5 ปีแล้ว หนานฟางเองก็ก้าวขึ้นมาเป็ผู้ฝึกพลังปราณขั้นเก้า ทำให้รู้ว่าสิ่งที่เคยอ่านมาในตำราโบราณเื่พลังปราณคือความจริง ในตำราโบราณกล่าวไว้ว่าเมื่อผู้ฝึกปราณฝึกจนถึงระดับเก้าจะมีมิติเป็ของตนเอง มิติที่ได้มาล้วนแล้วแต่ขึ้นกับลิขิต์และความสามารถของผู้ฝึกพลังปราณ
โดยมิติเป็รอยสักรูปหงส์ที่เอวด้านขวามีสีชมพูจางๆ ถ้าไม่สังเกตก็แทบไม่มองไม่เห็น มิติของหนานฟางผู้มีพลังพฤกษาและพลังเวทย์มีเนื้อที่กว้างถึง 20 ไร่
มีบ่อน้ำทิพย์เล็กๆ ข้างๆ บ่อน้ำทิพย์มีหินและอัญมณีที่เต็มไปด้วยพลังปราณล้อมรอบเอาไว้ นอกจากนี้ยังมีทุ่งดอกไม้ที่เต็มไปด้วยดอกไม้และพืชสมุนไพรกินเนื้อที่กว่าครึ่งหนึ่งของมิติ และมีพื้นป่าที่อุดมสมบูรณ์อีกราวๆ ห้าไร่ ส่วนที่เหลือเป็พืชพันธุ์ผลไม้หลากหลายชนิด เป็แหล่งอาหารและสมุนไพรชั้นเยี่ยม
นอกจากมียังมีธารน้ำแร่บริสุทธิ์ที่เต็มไปด้วยพลังปราณ ริมลำธารมีอัญมณีและหยกอยู่มากมาย ส่องประกายระยิบระยับ น้ำใสสะอาดและเย็นชื่นใจ
ไม่ไกลมีต้นท้อต้นใหญ่อยู่ น่าจะเป็ท้อ์ที่ตำราโบราณเคยกล่าวเอาไว้ หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้ ต้องรอดูตอนที่ออกผลอีกที
มีบ้านอยู่หนึ่งหลัง เป็บ้านขนาดไม่ใหญ่มาก แบ่งเป็ห้องนอน ห้องตำราและห้องหลอมโอรส นับว่า์เมตตาเธออย่างแท้จริง ต้องขอบคุณตัวเองที่ทุ่มเทฝึกพลังปราณจนเป็ผู้มีพลังปราณขั้นเก้า
ถึงแม้ว่าเธอจะเป็ผู้ใช้เวทย์อักขระสามารถใช้เวทย์อักขระสร้างมิติได้ แต่มันก็เป็เพียงมิติเก็บของธรรมดาๆ เท่านั้น ไม่ใช่มิติที่มีทรัพยากรไม่จำกัดอย่างในตอนนี้ ว่ากันว่าในโลกของฝึกปราณมีมิติที่พิเศษและบ่อน้ำทิพย์หาได้ยากมาก มีเพียงสัตว์เทพาเท่านั้นที่ได้มิติที่แสนวิเศษ อย่างแคว้นเว่ยที่มีเทพัาอย่างเทพเฮยหลง หรือแคว้นนานที่มีเทพาพยัคฆ์ขาว เทพาแต่ละแคว้นล้วนมีตำนานความเป็มาที่ไม่ธรรมดา เมื่อยังเด็กเธอได้อ่านและศึกษาตำราที่มีเื่เล่าขานเกี่ยวกับสัตว์เทพา
่เวลากลางวันหนานฟางว่างเป็อย่างมาก เพราะลูกชายคนเดียวอย่างตงเหอได้เข้าเรียนที่สถานศึกษาชื่อดังของเมืองเซียงไฮ้ ต้องบอกว่าเข้าโรงเรียนซึ่งจะแบ่งเป็ระดับชั้น สอนวิชาพื้นฐานที่จำเป็ ในวันหยุดจะมีอาจารย์เข้ามาสอนพิเศษให้ลูกชายตามคำสั่งของคนเป็พ่อ
ทำให้หนานฟางได้เรียนภาษาที่ไม่คุ้นเคย ผู้คนเรียกว่าภาษาอังกฤษ ในระยะเวลาปีกว่าๆ มานี้ทำให้อ่านและสามารถสื่อสารได้ นับว่าเป็เรียนที่ดีเป็อย่างมาก
ฉีตงเหอนับว่าเป็เด็กน้อยวัย 5 ปี ที่ฉลาดและโตเกินวัย เด็กชายตัวน้อยเริ่มเข้าใจความสัมพันธ์ของพ่อและแม่ของตนเอง มีเพื่อนที่โรงเรียนที่พ่อแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ทำให้ฉีตงเหอไม่เอ่ยปากถามหาคนเป็พ่อกับแม่อย่างในวันวาน
คนเป็พ่อไม่กลับมาหาเขาและแม่ นานๆ จะกลับมาสักครั้ง เขาสังเกตเห็นว่าในวันที่พ่อกลับมา คนเป็แม่จะเงียบและไม่ค่อยยิ้ม เหมือนกับว่าแม่ไม่มีความสุขที่ได้เจอพ่อ
นานวันเข้า ฉีตงเหอก็เริ่มรู้ถึงห่างเหินกับคนเป็พ่อ พ่อที่เจอหน้ากันเพียงไม่กี่ครั้งในเวลาปีกว่าๆ ความผูกพันก็เริ่มห่างเหิน ชีวิตของเขามีเพียงแม่เท่านั้นที่คอยเอาใจใส่ ดูแลและให้ความรัก
หากต้องเลือกระหว่างพ่อและแม่ ฉีตงเหอก็ตอบตัวเองได้อย่างไม่ลังเลว่าเขาเลือกที่จะอยู่กับแม่ ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักผู้เป็พ่อ แต่คนเป็พ่อมากกว่าที่ไม่รักและเขาแม่ ดังนั้นหากต้องเลือก เขาก็ขอเลือกที่จะอยู่กับแม่
หนานฟางเองก็รู้ว่าฉีตงเหอโตขึ้น ั้แ่เข้าเรียนในโรงเรียน ดูเหมือนมีหลายเื่ที่ลูกชายได้เรียนรู้ ก็หวังเพียงว่าลูกชายจะเข้าใจในสิ่งที่เธอได้ตัดสินใจ
ส่วนทางฝั่งฉีตงเยี่ย ั้แ่กลับมาจากปักกิ่งเขาก็ไม่ได้สนใจภรรยาและลูกชายอีก เพราะเขามีเป้าหมายที่ต้องเดินไปให้ถึง ซึ่งคือการรวบอำนาจเป็นักธุรกิจที่มีอำนาจและอิทธิพลมากที่สุดของเซียงไฮ้
แน่นอนว่าการจะได้ซึ่งอำนาจที่ใฝ่หา เขาจำเป็ต้องมีพันธมิตร
การเดินทางไปเจรจาธุรกิจที่ปักกิ่งทำให้เขาได้พบเจอกับหญิงสาวที่สวยสะดุดตา หญิงสาวที่เกิดมาในตระกูลร่ำรวย พ่อของเธอเป็นายพลาุโที่มีอำนาจมากกว่าที่พ่อของหนานฟางเคยมีเสียอีก เขาไม่รีรอที่จะเข้าไปทำความรู้จักและสนิทสนมกับอีกฝ่าย
ต้องยอมรับเลยว่าเขาพึงพอใจในตัวของเธอเป็อย่างมาก เมื่อเขามีธุระที่ต้องไปปักกิ่งเขาแวะไปหาเธออยู่บ่อยครั้ง เธอเองก็ดูมีใจให้กับเขา และเมื่อพ่อของเธอยื่นข้อเสนอเป็การแต่งงานระหว่างเขาและเธอ ฉีตงเยี่ยก็ไม่ปฏิเสธโอกาสนี้
การแต่งงานของเขาถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่ปักกิ่ง แน่นอนว่าคนของเขาไม่มีใครเอ่ยถึงภรรยาตามกฎหมายที่ไม่เคยมีคนภายนอกรู้ นับว่าในตอนนั้นเขาคาดการณ์ได้แม่นยำ งานแต่งงานเล็กๆ ที่มีเพียงแขกไม่กี่คน ทำให้คนทั่วไปไม่รู้ว่าเขาแต่งงานและมีภรรยาตามกฎหมายอยู่แล้ว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหนานฟางที่เก็บเนื้อเก็บตัว ไม่เคยไปไหนมาไหนกับเขา เมื่องานแต่งเสร็จสิ้น เขาจะสามารถควบรวมอำนาจที่มีอยู่ในมือของพ่อตาเพราะอีกฝ่ายมีลูกสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น
จากนั้นจะกลับไปจัดการกับภรรยาตามกฎหมายของตนเอง
“ฉีจาง ฉีห่าว” น้ำเสียงทุ้มเต็มไปด้วยอำนาจเอ่ยเรียกคนสนิทของตนเอง
“ครับนายท่าน” ทั้งสองคนขานรับผู้เป็นายพร้อมกัน
“ฉีจาง บอกคนของเราที่ปักกิ่ง จัดเตรียมบ้านพักตระกูลฉีหลัก เพื่อรอรับนายหญิงคนใหม่” น้ำเสียงเข้มสั่งการลูกน้องด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ครับนายท่าน”
“ฉีห่าว จัดการเื่เอกสารหย่าขาดจากหนานฟางให้เรียบร้อย เมื่อกลับเซียงไฮ้ ฉันจะไปพบเธอด้วยตนเอง” ยังไงอีกฝ่ายก็เป็แม่ของลูก หากอีกฝ่ายยอมหย่าและอาศัยอยู่บ้านตระกูลฉีหลังนั้นเงียบๆ เขาก็จะไว้ชีวิตเธอ
แต่ถ้าไม่ยอมหรือว่ามีข้อเรียกร้องที่เขาไม่เห็นด้วย เขาก็จะกำจัดเธอทิ้งไปโดยไม่คิดลังเลแม้แต่น้อย เทียบกับแผนการที่เขาวางมานานเป็ปี จะมาพังเพียงเพราะผู้หญิงคนเดียวไม่ได้
“แล้วเื่คนของเราที่ส่งเข้าไปในตระกูลเฉิน บอกให้ลงมือได้เลย เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี” ถึงเวลาที่เขาจะต้องลงมือกำจัดตระกูลเฉินที่เป็หนามยอกอกแล้ว หากไม่มีตระกูลเฉินเขาก็จะมีอำนาจและเป็ใหญ่ในเซียงไฮ้
“ครับนายท่าน คนของเราลงมือไปเมื่อสองวันแล้วก่อน” ฉีห่าวบอกกับผู้เป็นาย
“ดีมาก หึๆ” ฉีตงเยี่ยแสยะยิ้มและหัวเราะด้วยความพึงพอใจ
ทางฝั่งของหนานฟางตลอดระยะเวลาหนึ่งปีกว่าๆ เธอเองก็ไม่ได้อยู่เฉย เธอรับรู้สถานการณ์ในเมืองเซียงไฮ้เป็อย่างดี รู้ด้วยว่าคนเป็สามีอาศัยอยู่ที่บ้านตระกูลฉีอีกหลังหนึ่งที่อยู่ใจกลางเมือง
ด้วยความสามารถของผู้ฝึกพลังปราณ การใช้เวทย์อักขระไปมาอย่างไร้ร่องรอยทำให้ได้รู้ข้อมูลต่างๆ มาไม่น้อย โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของฉีตงเยี่ย
เวลานี้เธอพร้อมแล้วที่จะพาอาเหอออกจากชีวิตของผู้ชายคนอย่างเขา ตอนนี้ทุกอย่างถูกเตรียมการเอาไว้หมดแล้ว มีบ้านหลังเล็กๆ ที่เธอปลอมตัวไปติดต่อขอซื้อไว้หลายเดือนก่อน เอาไว้เป็ที่หลบภัย ด้วยอักขระเวทย์ขั้นสูงถ้าเธอไม่ยินยอมหรืออนุญาตจะไม่มีผู้ใดกล้าขามาเหยียบได้ทั้งนั้น
ห่วงก็แต่ฉีเหอตง เด็กชายยังเรียนหนังสืออยู่และหนานฟางเองก็รู้ดีว่าฉีตงเยี่ยต้องรู้ว่าลูกชายคือจุดอ่อนเดียวในชีวิตของเธอ เขาจะไม่ลังเลหากเธอไม่ยอมอยู่ในที่ๆ เขา้าให้อยู่ และฉีตงเหอจะถูกใช้เพื่อเป็หมากของอีกฝ่ายเท่านั้น ซึ่งเธอไม่มีวันยินยอมอย่างแน่นอน
วันนี้เธอแฝงตัวเข้ามาในบ้านของฉีตงเยี่ย ดูเหมือนเหล่าคนใช้กำลังวุ่นวายอยู่ไม่น้อย เสียงพูดคุยกันของคนเหล่านี้ หนานฟางได้ยินมันทุกคำพูด
หึ นายหญิงคนใหม่ ช่างปรากฏตัวใน่ที่เหมาะเสียจริง
ดูเหมือนว่าหนทางหย่าขาดจากอีกฝ่ายไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด การแต่งงานเพื่อแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ของฉีตงเยี่ยในครั้งนี้จะทำให้เธอเป็อิสระได้อย่างที่้า
หนานฟางกลับมาปรากฏตัวในห้องนอนของตนเอง จากนั้นโบกมือเพียงหนึ่งครั้งเพื่อคลายเวทย์อักขระที่สร้างเอาไว้
พ่อบ้านและสาวใช้ในบ้านจะรู้เพียงแค่่เวลาบ่ายโมงหลังอาหารกลางวัน เธอจะนอนกลางวันเพื่อพักผ่อนอยู่ในห้อง ส่วน่เวลาอื่นๆ นอกจากการฉิบชา หนานฟางก็ชอบอยู่ในห้องหนังสือ จากนั้นก็ใช้เวทย์อักขระสร้างภพลวงตา เมื่อพ่อบ้านและสาวใช้เขามาสอดส่องก็จะเห็นว่าเธอนั่งอ่านหนังสืออยู่ไม่ได้ออกไปไหน
เว้นแต่ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่ฉีตงเหอหยุดเรียน หนานฟางจะใช้เวลาอยู่กับลูกชายใน่วันหยุดอยู่กับลูกชาย ใน่เวลาที่อาจารย์มาสอนพิเศษคือ่ที่เธอแสร้งอ่านหนังสือเพื่อฝึกฝนพลังปราณของตนเอง
เวลาปีกว่าๆ ที่เสียไปก็ไม่เสียเปล่า เธอก้าวขึ้นมาเป็ผู้ฝึกปราณขั้นเก้า ถึงถือว่าเป็จุดสูงสุดของผู้ฝึกพลังปราณ อีกทั้งยังสามารถใช้พลังปราณทั้งสองสายได้พร้อมกันเมื่อระดับพลังปราณเลื่อนระดับมาถึงขั้นสูงสุด นับความทุ่มเทของเธอให้ผลตอบแทนที่มากกว่าที่คาดการณ์เอาไว้เสียอีก
“แม่ครับ ผมกลับมาแล้ว” คนเป็ลูกเอ่ยบอกผู้เป็แม่ด้วยน้ำเสียงสดใส
“อาเหอวันนี้เหนื่อยหรือเปล่า?” คนเป็แม่เอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง เด็กชายส่ายหน้าเป็คำตอบ
“อาเหอของแม่เก่งมาก ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมาทานของว่างกันเถอะ” หนานฟางบอกกับลูกชาย พรางส่งสายตาบอกสาวใช้ เธอเองก็รู้งานเป็อย่างดี
“เ้าไป๋วันนี้ดื้อกับแม่หรือเปล่า?” เด็กชายเอ่ยถามสุนัขที่ตนเองเลี้ยงเอาไว้ ทุกวันเขานอนกับมันทุกวัน มันไม่ใช่สัตว์เลี้ยงแต่มันคือเพื่อนของฉีตงเหอไปเสียแล้ว
“เ้าไป๋ไม่ดื้อเลย” เ้าไป๋เชื่อฟังเธอเป็อย่างมาก
สองแม่ลูกนั่งรับประทานของว่างที่ศาลาในสวนหลังบ้าน ฉีตงเหอเล่าเื่ราวของตนเองที่โรงเรียนให้คนเป็แม่ฟัง ข้างกายของฉีตงเหอมีสุนัขสีขาวตัวใหญ่นอนอยู่ข้างกาย มันจ้องมองเ้านายของมันเล่าเื่ราวต่างๆ ก่อนจะปิดตาลงอย่างเกียจคร้าน
“อาเหอ” หนานฟางเอ่ยเรียกลูกชายด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ถ้าแม่จะพาลูกออกจากบ้านหลังนี้ ออกไปอยู่ด้วยกันแค่สองคน ลูกคิดว่ายังไง?” หนานฟางเอ่ยถามลูกชายด้วยความลำบากใจ ไม่รู้ว่าเด็กน้อยตรงหน้าจะเข้าใจเธอหรือเปล่า
“เราก็อยู่กันสองคนแม่ลูกอยู่แล้วนิครับ คุณแม่อยู่ที่ไหน อาเหอก็อยู่ที่นั่น” เด็กชายตอบคนเป็แม่ด้วยน้ำเสียงจริงจังเช่นกัน เขาตอบไปอย่างที่คิดเอาไว้
“อาเหอ”
“ผมรู้ครับ พ่อไม่้าพวกเรา เมื่อก่อนผมไม่เข้าใจว่าทำไมนานๆ พ่อจะมาหาพวกเรา แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วครับ” น้ำเสียงของฉีตงเหอมีความเศร้าเสียใจอยู่ไม่น้อย ไม่ใช่ว่าเขาไม่้าพ่อ แต่พ่อต่างหากที่ไม่้าเขากับแม่
“ไม่ต้องร้องนะลูก อาเหอยังมีแม่ แม่รักและ้าอาเหอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแม่จะปกป้องและดูแลอาเหอให้ดีที่สุด” ถึงแม้จะไม่ร้องไห้ออกมา แต่ตาแดงๆ ของเด็กชายก็บ่งบอกถึงความโศกเศร้าเสียใจเมื่อเอ่ยถึงคนเป็พ่อ
“แม่ครับ ผมรักแม่” ฉีตงเหอโถมตัวเข้าไปโอบกอดคนเป็แม่ หนานฟางโอบกอดตอบ ก่อนจะเอามือลูบผมปลอบใจเด็กชายในอ้อมกอด
“แม่ก็รักอาเหอ”
เมื่อเปิดใจคุยทุกอย่างกับลูกชายแล้ว ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเศร้าใจไม่น้อย หนานฟางลูบผมของเด็กชายที่นอนหลับอยู่ด้วยความเห็นใจ ยังไงเด็กชายก็อายุแค่ห้าปีเท่านั้น ย่อมมีความเศร้าเสียใจและไม่เข้าใจเป็ธรรมดา
“สักวันหนึ่งอาเหอจะไม่เสียใจที่เดินออกจากชีวิตของผู้ชายอย่างฉีตงเยี่ย” หนานฟางพึมพำออกมา ไม่แน่ว่าในอนาคตภายภาคหน้า ฉีตงเยี่ยอาจจะมีบุตรกับภรรยาคนใหม่ของเขา และลูกที่เกิดมาคงให้อำนาจในการสืบทอดตระกูลของฝ่ายหญิง หากวันนั้นมาถึงถ้าอาเหอยังอยู่กับอีกฝ่าย คงไม่พ้นเป็หนามตำใจของผู้หญิงคนนั้นเป็แน่
ทันใดนั้นเองประสาทััของหนานฟางก็รับรู้ได้ถึงอันตราย เวทย์อักขระป้องกันที่สร้างขึ้นมีคนแปลกหน้ากำลังบุกรุกเข้ามา ในยามราตรีที่สาวใช้และพ่อบ้านต่างอยู่ในห้องพักของตนเอง ใครกันที่บุกรุกเข้ามาด้านหลัง หรือว่าฉีตงเยี่ยคิดจะส่งคนมากำจัดเธอ
เหอะ มันไม่ง่ายดายถึงเพียงนั้น
“เ้าไป๋ ดูแลอาเหอให้ดี” น้ำเสียงเอ่ยบอกสัตว์เลี้ยงที่นอนอยู่ปลายเตียงของลูกชาย
หงิง เหมือนว่าเ้าไป๋มันจะเข้าใจในสิ่งที่เธอบอก จากท่าทีง่วงซึมของมันจางหายไปในทันที
ร่างบางตวัดมือวาดเวทย์อักขระเคลื่อนตัวอย่างว่องไวตามความมืด ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงสวนที่อยู่ติดกำแพงด้านหลังบ้าน ก่อนจะพบร่างของใครคนหนึ่ง
ดูเหมือนอีกฝ่ายจะได้รับาเ็มาก ฟังจากเสียงลมหายใจที่ใกล้รวยรินเต็มที
“ฮึก...ช่วย..” คนเจ็บเปล่งเสียออกมาด้วยความหวังเฮือกสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบไป