ข่าวการนำทัพกระบี่วิหคขาวจำนวนหยิบมือไปตั้งมั่น ณ ชายแดนขององค์หญิงจือหลิง สร้างความปั่นป่วนระคนตื่นตระหนกในราชสำนักหลิน ฮ่องเต้แม้จะทรงขุ่นเคืองในความมุทะลุของพระธิดา แต่เมื่อทรงตระหนักถึงภัยคุกคามที่กำลังจะมาถึงอย่างแท้จริง พระองค์ก็มิอาจนิ่งนอนใจได้อีกต่อไป
"ประกาศิต!" พระสุรเสียงก้องกังวาน "ให้แม่ทัพใหญ่หลินเจี๋ย (พ่อบุญธรรมของหมีขาว) นำทัพหลวงทั้งหมดของแคว้นหลิน เคลื่อนพลสู่ชายแดนด้านทิศเหนือโดยเร็วที่สุด! ข้าจะออกทัพไปบัญชาการศึกครั้งนี้ด้วยตนเอง!"
กองทัพหลักของแคว้นหลินอันเกรียงไกรเริ่มเคลื่อนพลประหนึ่งัั์ มุ่งหน้าสู่สมรภูมิที่กำลังจะอุบัติ ทว่ายังไม่ทันที่ทัพหลวงจะไปถึงและจัดกระบวนทัพได้อย่างสมบูรณ์ ฝุ่นดินทางทิศเหนือก็ตลบอบอวลขึ้นสู่ท้องฟ้า เสียงโห่ร้องกึกก้องและเสียงกีบม้านับหมื่นก็ดังะเืเลื่อนลั่นมาแต่ไกล กองทัพแคว้นจ้าวภายใต้การนำของแม่ทัพผู้กระหายา ได้เปิดฉากบุกโจมตีแบบสายฟ้าแลบโดยไม่ทันให้ฝ่ายหลินได้ตั้งตัว!
ณ ขณะนั้นเอง กลุ่มของหมีขาวทั้งห้าชีวิต (รวมเ้าหมีหูเปียว) และกองทัพกระบี่วิหคขาวขององค์หญิงจือหลิงที่เพิ่งจะพบกันไม่นาน ก็ตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายที่สุด พวกนางอยู่กึ่งกลางระหว่างทัพหนุนของแคว้นหลินที่กำลังเร่งรุดมา และคลื่นมนุษย์ของทหารแคว้นจ้าวที่กำลังถาโถมเข้ามาหมายจะบดขยี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า!
"บัดซบเอ๊ย! มากันเร็วจริงๆ!" หมีขาวสบถ นางมองเห็นธงรบของแคว้นจ้าวโบกสะบัดอยู่ไม่ไกล ทหารศัตรูมีจำนวนมากมายมหาศาลจนสุดลูกหูลูกตา
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็ความตายนั้นเอง เมื่อฟ้าดินเริ่มมืดครึ้มด้วยเมฆฝนที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว (ราวกับเป็ใจ) หมีขาวคำรามลั่น นางชักดาบสีทองอร่ามที่ได้รับจากเ้าอาวาสออกมา โบกสะบัดกลางอากาศครั้งหนึ่งก่อนจะปักมันลงบนพื้นดินอย่างสุดแรง!
เปรี้ยงงงงง!
สายฟ้าสีทองขนาดมหึมาผ่าลงมาจากฟากฟ้า สะท้อนกับดาบของหมีขาวแล้วะเิพลังงานเจิดจ้าลงบนผืนดินตรงหน้านาง เสียงกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวจนแผ่นดินสั่นะเื แรงะเิทำให้พื้นดินแยกออกเป็ทางยาว ทุกชีวิตในสนามรบ ทั้งทหารหลินและทหารจ้าว ต่างหยุดชะงักการเคลื่อนไหวโดยพร้อมเพรียง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนลืมหายใจ ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวต่อปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่เพิ่งอุบัติขึ้น
ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าพรั่นพรึงนั้น หมีขาวก้าวเดินอย่างองอาจไปยังรอยแยกที่เกิดจากสายฟ้า นางชักกระบองสีทองอีกชิ้นออกมาปักลงกลางพื้นดินระหว่างเขตแดนของทั้งสองแคว้น ราวกับปักธงประกาศอาณาเขต
"เอ้อ! ฟังให้ดีนะพวกเ้าทุกคน!" หมีขาวะโเสียงดังด้วยท่าทีสบายๆ แต่แฝงอำนาจจนทุกคนต้องเงี่ยหูฟัง "ข้า หมีขาว กำลังจะสร้างแคว้นใหม่ของข้าตรงนี้นี่แหละ! ขอตั้งชื่อว่า 'แคว้นอสนีบาตพิฆาตมาร'! หากบุรุษหน้าไหน ไม่ว่าจากแคว้นหลินหรือแคว้นจ้าว กล้าบุกรุกเข้ามาในแผ่นดินของข้าแม้แต่ก้าวเดียว ข้าจะถือว่าเป็ศัตรู และจะฆ่าเสียให้สิ้นซาก!"
คำประกาศอันบ้าบิ่นและแฝงความตลกขบขันของนางสร้างความงุนงงไปทั่วทั้งสนามรบ ฮ่องเต้แคว้นหลินที่เพิ่งจะนำทัพมาถึงบริเวณนั้นพอดีถึงกับพระพักตร์เขียวคล้ำด้วยความโกรธระคนอับอาย "ทหาร! บุก! บุกขยี้พวกมัน! อย่าไปสนใจนางเด็กบ้านั่น!" พระองค์ตวาดสั่ง
แต่ทว่าทหารแคว้นหลินจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะผู้ที่เคยเห็นวีรกรรมของหมีขาวหรือเคยเป็ลูกน้องเก่าของนาง ต่างพากันชะงักงัน ขาสั่นก้าวไม่ออก พวกเขามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ความยำเกรงในตัวอดีตแม่ทัพพยัคฆ์อัศนีผสมกับความหวาดกลัวในพลังสายฟ้าเมื่อครู่ ทำให้พวกเขาลังเลที่จะทำตามคำสั่ง
ส่วนทหารแคว้นจ้าวนั้น หลังจากหายตกตะลึง แม่ทัพของพวกมันก็มองเห็นว่านี่เป็เพียงกลุ่มคนหยิบมือที่พยายามจะต่อต้าน "พวกมันมีกันแค่ไม่กี่คน! บุกเข้าไป! ฆ่าพวกมันให้หมด แล้วค่อยจัดการกับทัพหลิน!"
ทหารแคว้นจ้าวกลุ่มแรกนับร้อยโห่ร้องกึกก้อง บุกกรูเข้ามายัง "แผ่นดินใหม่" วงเล็กๆ ของหมีขาว ที่บัดนี้มีเพียงนาง เิเฉียง หลิวเฟิง เ้าหนูเฉิน และเ้าหมีหูเปียว ยืนหยัดเตรียมพร้อมรับมือ
"ท่านพี่หมีขาว!" องค์หญิงจือหลิงเห็นสถานการณ์คับขัน นางมิอาจปล่อยให้หมีขาวและพวกพ้องต้องต่อสู้เพียงลำพังได้อีกต่อไป "ทหารวิหคขาว! ตามข้ามา! ช่วยเหลือแม่ทัพหมีขาว!"
องค์หญิงจือหลิงชักกระบี่คู่ใจ นำทัพสตรีนักรบทั้งร้อยนายของนาง วิ่งทะยานเข้าใส่ปีกของกองทหารจ้าวที่กำลังจะโอบล้อมกลุ่มของหมีขาว เกิดเป็การปะทะกันอย่างดุเดือด
ณ บัดนี้ สมรภูมินอกกำแพงเมืองได้ปะทุขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีกลุ่มของหมีขาวและองค์หญิงจือหลิงเป็ใจกลางของการต่อสู้ที่บ้าคลั่งที่สุด!