ตอนที่ 5 ยังจะแสดงอยู่อีก
ตกดึกลู่โจวอยู่ทานอาหารที่เรือนของพวกผานม่อ เล่นสนุกกันจนเกือบสี่ทุ่มครึ่งถึงกลับ
เมื่อเดินออกมาจากเรือนเล็ก หน่วยรักษาการณ์ก็เดินตรงมาข้างหน้าแล้วส่งสายตาเห็นใจให้กับเขา
ลู่โจวเดินเลี้ยวเข้าบ้านหยางเหมินไปอย่างงุนงง
ภายในบ้านไม่มีใครและไม่มีแสงไฟใดๆ มีแต่ความมืดเงียบสงัด
เมื่อลู่โจวเดินเข้าไปถึงกลางลานบ้าน ทันใดนั้นก็มีแสงไฟสว่างขึ้นในบ้าน แต่แสงไฟนั่นกลับเป็สีเขียว ทำให้ภายในบ้านยิ่งดูลึกลับและน่ากลัว
ลู่โจวเลิกคิ้วขึ้นพลางคิดในใจ ลี่หนานอีคงไม่ได้อยากจะไล่เขาออกจากบ้านตระกูลลี่จนต้องทำเื่แกล้งให้เขาใใช่ไหม
วิธีแบบนี้มันเด็กน้อยเกินไปหรือเปล่า
เห็นเขาเป็เด็กหรืออย่างไร คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะทำให้เขาใจนหนีไปหรือ
จากนั้นระเบียงทางเดินในบ้านก็มีเสียง ‘ตึก’ ‘ตึก’ ดังขึ้น
ลู่โจวหันไปมองด้านขวา ชายคนหนึ่งผมเผ้ากระเซอะกระเซิงสวมชุดโบราณกำลังยกแขนะโเด้งเหมือนกับผีดิบอยู่ตรงระเบียงทางเดิน ดวงตาขาวโพลน บนริมฝีปากมีเขี้ยวยาวสีเขียวสองซี่ดูน่ากลัวราวกับฟันอันแหลมคมของสัตว์ป่า เห็นแล้วน่าใไม่น้อย
ผีดิบััได้ว่ามีคนกำลังมองตัวเองอยู่ก็หยุดฝีเท้า ค่อยๆ หันหน้ามาพ่นไอสีขาวออกมาจากปากหนึ่งที
ลู่โจวเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “อั้นควันไว้ในปากเยอะขนาดนั้น ไม่กลัวสำลักควันตายหรือไง”
ผีดิบ “…”
ลู่โจวเดินต่อไปข้างหน้า ทันใดนั้นเงาขาวๆ สายหนึ่งก็แล่นผ่านศาลาทางด้านซ้ายไปราวกับสายฟ้า มันเร็วเสียจนเขานึกว่าคิดไปเอง
เมื่อเขาเดินไปดูก็ไม่เจอใครสักคน แต่กลับเห็นว่าบนโต๊ะหินนั่นเหมือนมีหมากรุกจีนชุดหนึ่งที่ยังเล่นไม่จบ หนึ่งในนั้นมีหมากที่สลักคำว่าทหารเลื่อนไปด้านหน้าเองหนึ่งก้าว
ลู่โจวหยิบหมากที่เคลื่อนที่ได้เองขึ้นมาดู เห็นว่ามันก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ จึงวางหมากกลับไปที่เดิม พอหมุนตัวกลับ ก็มีเสียงะโดังลั่นบ้าน ผีดิบที่อยู่ตรงระเบียงทางเดินพุ่งตัวเข้ามาตรงหน้าเขาั้แ่เมื่อไรก็ไม่รู้กำลังอ้าปากกว้างส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวลและพุ่งเข้ามาจะกัดเขา
เขาใ รีบเหวี่ยงหมัดใส่หน้าผีดิบทันที
เสียงดัง ‘พลั่ก’ ผีดิบถูกต่อยจนกระเด็นลอยหวือล้มลงไปกองกับพื้น
ลู่โจวมองหมัดตัวเองอย่างตกตะลึง เขามีพลังแข็งแกร่งแบบนี้ั้แ่เมื่อไรกัน แค่หมัดเดียวก็ต่อยคนปลิวไปไกลถึงเจ็ดเมตร
“เจ็บๆๆ เอ๋... ฟัน ฟันของข้า ข้าถูกต่อยจนฟันหักเลยหรือ” ผีดิบไม่อยากจะเชื่อว่าลู่โจวจะต่อยจนมันาเ็ได้ ทั้งยังทำให้เขี้ยวอันแหลมคมของมันหลุดอีกด้วย
ลู่โจวเห็นว่าอีกฝ่ายยังลุกขึ้นมาพูดได้ ก็หมายความว่าร่างกายไม่ได้เป็อะไร
เขาเดินไปหา แล้วตบหัวของอีกฝ่ายอย่างไม่สบอารมณ์ “ดูสิว่าแกจะยังแกล้งปลอมเป็ผีมาหลอกฉันอีกไหม”
“เจ็บๆๆ...” ผีดิบกุมหัวตัวเองเอาไว้
“ยัง ยังอีก ยังจะแสดงอยู่อีก” ลู่โจวตบหัวผีดิบอีกหลายที ทั้งที่ไม่ได้ออกแรงมาก แต่อีกฝ่ายกลับเอาแต่ร้องว่าเจ็บเสียยกใหญ่ “หยุดตีได้แล้ว หยุดตีได้แล้ว”
ลู่โจวชักมือกลับแล้วถาม “คราวหลังยังจะกล้าปลอมตัวมาหลอกคนอีกไหม”
ผีดิบโต้กลับ “ข้าก็เป็อยู่แล้ว ไม่ได้ปลอมตัวเสียหน่อย”
ลู่โจวยกแขนขึ้นทำท่าว่าจะตีมันอีก ผีดิบใจึงรีบเปลี่ยนคำพูด “ข้าไม่แกล้งแล้ว ข้าไม่กล้าออกมาหลอกเ้าอีกแล้ว”
“ยังไม่ไสหัวไปอีก”
ผีดิบรีบหยิบฟันตัวเองแล้วะโหนีไป
“มืออาชีพเสียด้วย ถูกจับได้แล้วแท้ๆ ยังจะแสดงอยู่อีก” ลู่โจวยิ้มเยาะ กลับเข้ามาในห้องแล้วเปิดไฟกับฮีตเตอร์ จากนั้นก็ตรวจสอบห้องรอบหนึ่งจนมั่นใจว่าไม่มีใครมาแอบแกล้งทำให้เขาใแล้วจึงเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ แต่กลับพบว่ายิ่งอาบก็ยิ่งหนาว ทั้ง ๆ ที่เป็น้ำร้อน แต่อุณหภูมิโดยรอบกลับเย็นะเืจนทำให้เขาตัวสั่น
“ทำไมถึงหนาวแบบนี้ล่ะ”
ลู่โจวรีบปิดน้ำร้อน ดึงผ้าขนหนูด้านข้างมาพันตัวเองเอาไว้
ทันใดนั้นก็มีเสียงกุกกักดังมาจากหน้าต่าง
ลู่โจวหันไปมอง ก็พบเข้ากับลูกตาสีดำที่มีเืแดงสดไหลออกมาอยู่ตรงช่องว่างระหว่างบานหน้าต่างทั้งสอง
“เวรเอ๊ย นี่กล้ามาแอบดูฉันอาบน้ำเลยเหรอ” เขารีบผลักหน้าต่างออกไป แต่กลับไม่เจอใครเลย จึงปีนออกนอกหน้าต่างแล้วมองไปรอบๆ แต่ก็ยังไม่เจอใคร บนพื้นหิมะก็ไม่มีรอยเท้า “หรือว่าแอบหนีขึ้นหลังคาแล้ว”
ลู่โจวเดินถอยหลังมองขึ้นไปบนหลังคา จากนั้นก็ชนเข้ากับกำแพงเนื้อ เขาสะดุ้งใ รีบหมุนตัวยกขาเตะออกไป
อีกฝ่ายคว้าข้อเท้าของเขาได้อย่างรวดเร็วแล้วถาม “นี่คุณกำลังทำอะไรน่ะ”
ลู่โจวเพ่งมอง ก็พบว่าเป็ลี่หนานเสวียนนั่นเอง