STARCIN อุบัติมหาสงครามสตาร์คิน (อ่านฟรีจนจบ)(มี EBOOK)

    ภาคที่ 6 OverThrow ตอนที่ 29 มงกุฎ

    “อยู่นั่นไงรีบตามไปกันเร็ว” นักดมกลิ่นทั้งสามพากันตามรอยแคทเทอรีนที่พึ่งออกจากเมืองไปไม่นาน

    กลุ่มคนในชุดคลุมทั้งตัวกำลังเดินไปบนถนนที่มีผู้คนพลุกพล่าน ผู้คนมากมายหลั่งไหลกันเข้ามายังเมืองเอเธนที่กำลังจัดงานเทศกาลครั้งใหญ่

    “นายแน่ใจใช่ไหมว่าเป็นท่านจักรพรรดินี” จี้เอ่ยถามสมพง

    “ต้องใช่สิ ถึงเวทตรวจสอบจะใช้ไม่ได้กับคนที่เลเวลสูงกว่าแต่เวทวิเคราะห์ก็ยังใช้ได้ และระดับความสามารถของท่านก็คงไม่มีใครในอาณาจักรนอดเทียบได้แน่นอน”

    ขณะที่กำลังเดินตามหลังสัตว์อสูรของเขาก็วิ่งแทรกตัวเข้าไปหาแคทเทอรีนก่อนใคร

    “เดี๋ยวสิบลัดฮาวด์” สมพงไม่อาจตามจับได้ทันจนกระทั่งมันได้กัดเสื้อคลุมของแคทเทอรีนราวกับพยายามรั้งไว้

    “อะไรของมัน ใครปล่อยหมามาวิ่งเล่นแบบนี้” แคทเทอรีนกระชากเสื้อคลุมกลับแต่มันก็ยังพยายามยื้อไว้ไม่หยุด

    “ขอโทษครับ...” สมพงเข้ามาดึงตัวบลัดฮาวด์ออก พอเงยหน้ามองจึงได้เห็นใบหน้าของจักรพรรดินีที่ตนจงรักภักดี

    แคทเทอรีนเอานิ้วชี้วางบนปากจ้องเข้าไปในดวงตาของสมพงทำให้เขารู้ว่าต้องเงียบไว้

    “ตามฉันมาก่อน”

    พวกเขาใช้เวลาหลายชั่วโมงเพื่อเดินทางไปยังฐานทัพชั่วคราวของแคทเทอรีน บริเวณป่าลึกตั้งอยู่ถัดจากเมืองเอเธนประมาณสี่สิบกิโลเมตรซึ่งมีการสร้างที่พักชั่วคราวและจัดกองกำลังกระจายไปทั่วป่า

    “ไหนว่ามาสินักดมกลิ่น ฉันรู้ว่าพวกนายมีเรื่องอยากพูดหลายอย่าง” แคทเทอรีนนั่งไขว่ห้างตรงตอไม้ใหญ่

    “ครับ ก่อนอื่นเลยท่านใช่จักรพรรดินีตัวจริงไหมครับ?” สมพงนั่งคุกเข่าข้างเดียว

    “แล้วคิดว่ายังไงล่ะ” เมื่อสิ้นเสียงเธอก็แพร่ออร่ามานาพร้อมกับความหนาวเหน็บไปจนถึงกระดูกทำให้นักดมกลิ่นรู้ได้ทันทีว่าหญิงสาวผู้นี้เป็นใคร

    “พวกเราตามหาท่านหลายวันแต่ก็ไม่พบเสียทีจนนึกว่าท่านจากโลกนี้ไปแล้ว แต่สุดท้ายก็ได้พบร่องรอยของมานาที่คุ้นเคยเราจึงตามหาที่มาเพื่อพิสูจน์ให้แน่ใจ”

    “แล้วจะเอาไงต่อล่ะ? พวกนายก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าตอนนี้ฉันไม่ใช่จักรพรรดินีแล้ว”

    “พวกผมจะติดตามท่านไปตลอด ท่านเป็นคนช่วยเหลือและฝึกพวกเรามาตั้งแต่ตอนแรกหากไม่มีท่านพวกเราก็คงเป็นได้แค่ทาสที่รอวันตาย”

    “ค่ะท่าน พวกเราได้เลือกเจ้านายแล้วแม้ท่านจะโดนเนรเทศไปที่อื่นเราก็จะตามไป” จี้เงยหน้ามองแววตาที่กำลังสั่นไหวเพราะคำพูดของพวกเธอ แววตาที่เหมือนคนปกติทั่วไปไม่เหมือนจักรพรรดินีที่เอาแต่จ้องตาเขม็ง

    “ลุกขึ้นเถอะ ในเมื่อตอนนี้ฉันไม่ได้เป็นจักรพรรดินีแล้วก็ทำตัวสบาย ๆ ก็ได้”

    “เราจะทำแบบนั้นได้ยังไงกันครับ…”

    “คุณแคทเทอรีนมากินซุปก่อนจะเย็นเถอะครับ” ขณะที่สมพงกำลังจะพูดก็มีเสียงเรียกจากคาร์เตอร์ดังขึ้นเสียก่อน

    “วางไว้ตรงนั้นแหละ ! มาพูดเรื่องของเรากันต่อดีกว่า”

    “ครับ ก่อนที่พวกเราจะออกมาจากเอเธนผมได้ยินพวกทหารคุยกันลับ ๆ ท่านแคทเทอรีนเป็นคนฆ่าท่านเอเลใช่ไหมครับ?”

    “หา? ใครกุเรื่องพรรค์นั้นขึ้นมา ฉันแค่เข้าไปพูดคุยแล้วก็ยื่นข้อเสนอให้แค่นั้น”

    “ตอนแรกผมก็คิดว่าเป็นแค่ข่าวลือมั่ว ๆ แต่พอได้ไปเห็นด้วยตาก็เลยจำใจเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะท่านเอเลสวรรคตไปแล้วแต่ก็ไม่รู้ว่าท่านเป็นคนทำจริงหรือเปล่า”

    “บัดซบเอ๊ย ! เป็นฝีมือของอาเธอร์แน่ ๆ ทุกอย่างเป็นแผนของมัน” แคทเทอรีนกัดฟันกรอดพยายามเก็บอารมณ์ไว้

    “แล้วเราจะทำยังไงกันต่อครับ พวกเขาคงกำลังเตรียมกองทัพมาเพื่อจับพวกเราเป็นแน่”

    “ให้ตายสิ คาร์เตอร์ ! ไปเรียกทุกคนมารวมเดี๋ยวนี้”

    เหล่านักโทษที่ได้หลบหนีมาพร้อมกับแคทเทอรีนรวมตัวกันได้มากกว่าสองร้อยคนโดยมีวิยาและยาซากะเป็นผู้ชี้นำ

    “จงฟังให้ดี ! ฉันจะให้พวกนายไปยังเมืองราวราเพื่อขโมยคลังมานาสำรอง หลาย ๆ คนอาจจะรู้จักเพราะมันเป็นเมืองที่อยู่ใกล้กับทะเลทางตะวันตก ยาซากะและวิยาจะเป็นคนนำพวกเจ้าไปเอง”

    “แล้วพวกเราล่ะครับ?” สมพงเอ่ยถามหวังอยากเป็นกำลังให้แคทเทอรีน

    “พวกนายคอยดูท่าทีของเอเธนไว้ ฉันจะรออยู่ที่นี่ถ้ามีเรื่องอะไรแปลก ๆ ก็รีบกลับมารายงาน”

    “ครับ !” หนุ่มสาวทั้งสองตอบรับเสียงดังเช่นเดียวกับบลัดฮาวด์ที่ส่งเสียงร้องตามมา

    หลังจากนั้นพวกเขาก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง สงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นเพราะต้องการแย่งตำแหน่งผู้ปกครองอาณาจักรนอดเพื่อปกครองในแบบที่ตัวเองต้องการ

    อาเธอร์นั่งเปิดเอกสารมากมายที่อยู่ในห้องทำงานของแคทเทอรีน ท่าทางเคร่งเครียดขว้างกองกระดาษระบายอารมณ์ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

    ท่านรามอนหายตัวไปไหนกันแน่ แม้แต่เราที่คุมอำนาจในอาณาจักรนอดไว้มากขนาดนี้ยังหาข้อมูลไม่ได้

    “ไปเตรียมรถม้ากลับบ้าน” อาเธอร์เดินออกมาจากห้องทำงานและสั่งเลขาทันที

    แต่ก็ช่างเถอะในเมื่อตอนนี้เรากำลังจะได้เป็นราชวงศ์ใหม่แล้ว ราชวงศ์ราฟาถึงคราวต้องเปลี่ยนเป็นเลรอซองเพื่อให้อาณาจักรนอดก้าวหน้าไปได้ไกลยิ่งขึ้น และเราจำเป็นต้องใช้เขา

    เมื่ออาเธอร์กลับมายังบ้านของตระกูลเลรอซองก็มีคนรับใช้มากมายมายืนต้อนรับ

    “ยินดีต้อนรับกลับค่ะคุณชาย” เสียงทักทายพร้อมเพรียงของพวกเธอที่ฝึกกันมาอย่างดิบดี ทั้งน้ำเสียงอันอ่อนหวานและท่าทางอ่อนช้อยแต่ภายในดวงตาเหล่านั้นกลับมีแต่ความสั่นกลัวแฝงอยู่

    “นี่มันหมายความว่ายังไงครับ...คุณพ่อ” ที่หน้าประตูทางเข้ามีชายสูงวัยแต่ก็ยังคงแข็งแรงยืนรอยิ้มต้อนรับ

    “จะมีอะไรล่ะ ผู้ช่วยจักรพรรดิกลับบ้านทั้งทีก็ต้องจัดบ้านให้มันสมฐานะสิ” ผู้เป็นพ่อวางมือลงบนไหล่ของอาเธอร์พลางดันตัวเขาให้เข้าไปในบ้าน

    นี่มันแปลกเกินไป แม้แต่ตอนวันเกิดหรือวันแต่งงานพ่อก็ไม่เคยทำอะไรที่มันอลังการขนาดนี้

    เมื่อก้าวเข้ามาในบ้านหลังโตก็พบแต่ความเงียบสงัดราวกับถูกดูดเสียงออกไป

    “เข้าไปรอในห้องนั่งเล่นนะลูกชาย” ท่าทางสั่นเกร็งของเขาทำให้อาเธอร์เอะใจ

    “บอกมาเถอะครับว่ามีอะไรปิดบังผมอยู่” อาเธอร์มองค้อนชายสูงวัยแต่เขาก็ไม่กล้าปริปากพูดใด ๆ ทั้งสิ้น

    “เข้าไปเถอะน่าเดี๋ยวลูกก็รู้” แม้จะยังสงสัยแต่อาเธอร์ก็ไม่คิดว่าพ่อของตนจะทำอะไรร้ายแรงนัก

    ประตูปิดทันทีที่อาเธอร์ย่างกายเข้าไป บรรยากาศอันตึงเครียดทำให้เขาหายใจไม่ทั่วท้องราวกับมีคนแออัดอยู่ในห้องหลายสิบคน

    “มาได้สักที...อาเธอร์ เลรอซอง” เสียงหญิงสาววัยกลางคนเอ่ยขึ้นจากมุมมืดหลังห้อง

    “เสียงแบบนี้ คุณวิกตอเรียสินะ” อาเธอร์ดึงหน้าจ้องตาเขม็ง

    “แหม ๆ แกล้งนิดหน่อยทำเป็นโกรธไปได้”

    “ทำไมถึงมาที่บ้านของผม ถ้าจะคุยก็น่าจะเลือกที่อื่นดีกว่าหรืออยากให้ที่นี่มันวุ่นวาย” ขณะที่กล่าวเช่นนั้นกลุ่มนักเดินทางของวิกตอเรียก็โผล่ออกมารายล้อมอาเธอร์

    “ไม่เห็นเป็นอะไรเลยเรามาเพื่อบอกข้อมูลสำคัญอีกเรื่อง แล้วการขนย้ายมานาสำรองสำเร็จด้วยดีไหม?”

    “ไม่มีปัญหาครับ แล้วตกลงมีเรื่องสำคัญอะไรถึงถ่อมาที่นี่” อาเธอร์ยังคงพูดเสียงแข็งดูไม่ค่อยเคารพพวกเธอนัก

    “ก็ไม่มีอะไรมากหรอก”

    วิกตอเรียกระซิบข้างหูทำเอาอาเธอร์มือไม้สั่นแต่ก็ยังยืนหยัดไม่ยอมล้ม

    “นี่เป็นพิกัดที่แคทเทอรีนหลบซ่อนอยู่ และตอนนี้พวกนักโทษก็กำลังไปหามานาสำรองเป็นอย่างที่เราคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า” วิกตอเรียยัดเศษกระดาษที่ระบุตำแหน่งของแคทเทอรีนใส่มืออาเธอร์ก่อนจะเดินจากไปทันที

    วิกตอเรีย แอสต้า หนึ่งในผู้มีเลเวลเก้าที่ต้องระวังเป็นพิเศษไม่ว่าจะนิสัยแปลก ๆ คาดเดาได้ยากและพรรคพวกของเธอ

    อาเธอร์มองดูพิกัดที่ได้มาด้วยความสงสัยแม้จะไม่เข้าใจว่าเธอช่วยทำไม แต่เพราะข้อมูลที่ให้มันสามารถใช้ได้จริงจึงมองข้ามเรื่องนั้นไป

    ดูจากปฏิกิริยาคนข้างนอกแสดงว่าสัมผัสได้ถึงออร่ามานาของพวกวิกตอเรีย ต่อให้ไม่สามารถมองเห็นเลเวลได้แต่แรงกดดันก็มากพอให้พวกเขามือไม้สั่นรู้สึกถึงพลังอำนาจที่ยากจะหยั่งถึง

    “เตรียมจดหมายมา !” เขาตะโกนเรียกคนรับใช้ที่อยู่ด้านนอกเพื่อเขียนจดหมายส่งข้อมูลไปยังกองทัพ

    ปืนทำลายล้างน่าจะเสร็จในอีกสองวัน ก่อนถึงเวลานั้นเราต้องรีบรวมกำลังพลจากทุกสารทิศให้มากที่สุดขอให้ได้สักสองหมื่นคนก็ยังดี

    “ดิฉันส่งม้าเร็วไปเรียบร้อยแล้วค่ะ” เลขาของเขากลับมาพร้อมด้วยสีหน้าเป็นกังวล

    “ดีมาก ทีนี้ไปเอาอาหารของมอร์เดร็ดมาแล้วฉันจะลงไปให้เขาเอง”

    “ค่ะ” เธอตอบรับเสียงสั่นเหมือนกลัวว่าจะทำให้อาเธอร์อารมณ์เสีย

    อาหารเลิศหรูวางจัดเรียงเต็มถาดโดยมีอาเธอร์ถือมันเดินลงไปชั้นใต้ดินของบ้าน แต่แทนที่จะเก่าและเต็มไปด้วยฝุ่นมันกลับสว่างและสะอาดพอ ๆ กับโรงแรมดี ๆ นี่เอง

    “น้องเป็นยังไงบ้าง?” เขาประตูกรงขนาดใหญ่ที่มีขนาดพอ ๆ กับบ้านเล็ก ๆ หลังหนึ่งและภายในนั้นก็มีชายหนุ่มผอมแห้งตาแดงก่ำนอนอยู่

    “พี่อาเธอร์เหรอ? ช่วงนี้ก็ยังเรื่อย ๆ กับการนั่งสมาธิถึงมันจะน่าเบื่อแต่ก็ชินกับการโดนขังแล้ว”

    “แผนของเรามันได้เริ่มไปแล้วและกำลังจะถึงเวลาของน้อง”

    “จริง ๆ นะพี่” ชายผู้นั้นจ้องมองแววตาแห่งความหวังจากพี่ชายของตน

    “ตอนนี้รอเพียงสองอย่าง ก็คือปืนทำลายล้างและจำนวนคนที่มากพอ เรามาสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับอาณาจักรนอดกันเถอะ” มอร์เดร็ดตักอาหารกินอย่างเอร็ดอร่อยหลังจากที่สำรวมเป็นเด็กดีมานาน

    25 เมษายน พ.ศ.2576

    หลังจากการเดินทางอย่างเร่งรีบของพวกนักโทษ ในที่สุดก็ไปถึงเมืองราวราที่เป็นเสมือนค่ายทหารขนาดใหญ่

    “ก่อนหน้านี้มีพวกทหารทัพใหญ่เคลื่อนสวนทางกับพวกเราไป ข้าคิดว่าพวกนั้นคงเป็นทหารของที่นี่” ยาซากะทอดสายตามองค่ายทหารที่เกือบจะร้างแถมยังมียามเฝ้าแค่สองสามคน

    “พวกเราจะทำยังไงต่อครับ?” วิยาเตรียมอาวุธพร้อมรบทุกเมื่อเพียงแค่ยาซากะสั่ง

    “เหอะ ได้เวลาอาละวาดแล้ว” สัญญาณมือของยาซากะเปิดการโจมตี ทหารอันน้อยนิดที่หลงเหลืออยู่โดนฆ่าตายในหน้าที่ทันที มานาสำรองที่มีพอให้ทหารใช้หลายหมื่นขวดถูกโกยออกไปหมดแต่ยาซากะก็ยังสงสัยว่าทำไมทหารเฝ้ายามถึงน้อยเพียงนี้

    “หัวหน้าไม่คิดว่ามันแปลกเหรอครับ?” หลังจากปล้นของที่จำเป็นมาหมดพวกเขาก็เดินทางกลับไปหาแคทเทอรีนโดยมีวิยาและยาซากะนำหน้า

    “คิดสิ มันแปลกมากที่เหลือคนไว้แค่นั้น”

    หลังจากเดินทางมาได้ครึ่งวันพวกเขาก็ได้พบกับกลุ่มทหารที่กำลังเดินทัพสวนกันมา

    “หลบแบบนี้จะซ่อนได้แน่นะครับ?” วิยาและพรรคพวกเข้าไปหลบในป่ารอให้กลุ่มทหารผ่านไปก่อน

    สายตาฉงนสงสัยของยาซากะจ้องมองไปยังทหารกลุ่มนั้น พวกเขาต่างก็กำลังเตรียมมานาซึ่งดูยังไงก็กำลังจะร่ายเวทบางอย่าง ขณะที่กำลังสงสัยพวกทหารก็โผล่ออกมาเพิ่มและยิงกระสุนเวทมนตร์ใส่ไม่ยั้งเหมือนรู้ว่าหลบซ่อนในป่า

    “เวรเอ๊ย ! โต้กลับด้วยทุกอย่างที่มี” วิยาง้างคันธนูที่ดูธรรมดาบ้าน ๆ แต่เมื่อก่อรวมมานาเป็นรูปลักษณ์ของลูกศรมันกลับดูสวยงามไม่ต่างอะไรกับธนูแพง ๆ

    “ฝากสนับสนุนด้วย” ยาซากะร่ายเสริมกำลังและกระโจนสู่สนามรบโดยไม่มีอาวุธหรือเครื่องป้องกันใด ๆ

    “เจ้ายักษ์นั่นมาแล้ว ! ร่ายเวทสกัดมันไว้...” กว่าที่พวกเขาจะรวบรวมมานาได้ก็โดนยาซากะเตะต่อยกระเด็นกระดอนไปทั่ว เขาอาละวาดไม่สนใครเมื่ออยู่กลางดงศัตรูเพราะไม่ต้องกลัวว่าจะโดนพรรคพวกของตัวเองหรือไม่

    ต้องจัดการพวกนั้นก่อน ยาซากะมุ่งตรงไปยังกลุ่มทหารด้านหลังที่คอยร่ายเวทสนับสนุนทั้งการรักษาและการเสริมพลังต่าง ๆ

    กำปั้นยักษ์ที่เต็มไปด้วยแรงกดดันจากมานากำลังจะเข้าปะทะกับกายหยาบของทหารพวกนั้นแต่กลับมีพายุพัดมาขวางเสียก่อน

    “เผ่าคนยักษ์นี่เองแถมยังใช้เวทมนตร์ได้ดีอีกด้วย” ชายชุดสีดำอันเป็นเอกลักษณ์ต่างจากทหารทุกนายกำลังเดินเข้าประชิดยาซากะ

    “หนึ่งในผู้นำสูงสุดของกองทัพ…เอธอสเจ้าวายุ นี่ถึงขนาดถ่อมาจากค่ายทางเหนือเลยสินะ” ยาซากะกระตุกยิ้มไม่แสดงให้เห็นว่ากลัวแต่อย่างใด

    “ก็แหมกำลังจะเกิดสงครามทั้งทีจะไม่มีฉันได้ยังไง...” ยาซากะใช้จังหวะที่เอธอสกำลังพูดกระแทกหมัดใส่สีข้างจนกระเด็นออกไปหลายสิบเมตร

    ยาซากะใช้ช่วงเวลาที่กำลังชุลมุนจัดการกลุ่มทหารฝ่ายสนับสนุนทิ้งทันทีก่อนจะถอยไปตั้งหลักกับพรรคพวก

    “จะหนีไปไหนไอ้ตัวโต มาให้พี่เฆี่ยนซะดี ๆ” เอธอสสะบัดแส้สร้างคลื่นพายุเฉือนร่างเหล่านักโทษตายไปหลายคน

    ขณะเดียวกันที่ป่าลึกใกล้ ๆ เมืองเอเธนที่พวกแคทเทอรีนหลบซ่อนอยู่ก็มีกองทัพมากกว่าสองพันนายกำลังตรงไปที่นั่น

    “ท่านนายพลปอร์ธอสครับ ! ตอนนี้นายพลเอธอสกำลังไปหยุดยั้งการขนมานาของพวกนักโทษแล้วครับ” นายทหารผู้น้อยวิ่งตรงมารายงานอย่างเร่งรีบ

    “เจ้านั่นก็มาด้วยสินะ ส่วนอารามิสก็คงกำลังคุ้มกันเมืองเอเธนอยู่ทำให้เราต้องมาที่นี่แทน” ปอร์ธอสกวาดสายตามองป่าลึกที่แคทเทอรีนหลบซ่อนอยู่พลางคิดหาวิธียื้อเวลารออาวุธใหม่ของอาเธอร์

    “ตามที่มีรายงานแคทเทอรีนจะอยู่กับทีโอน่าและทหารอีกหนึ่งคนครับ ด้วยความที่ป่าค่อนข้างกว้างแถมยังสามารถเดินทะลุไปเมืองอื่นได้ง่ายทำให้การตามหาพวกเขาค่อนข้างยุ่งยาก”

    “เหรอ? ฉันขอสั่งให้พวกนายถอยออกไปจากป่าซะก่อนที่จะโดนย่างสด” ท่าทางสุขุมใจเย็นของเขาทำให้เหล่าทหารถอยออกไปทันที

    “รับทราบครับ !”

    หลังจากกองทัพถอนกำลังออกไปเหลือเพียงชายวัยกลางคนยืนอยู่ท่ามกลางป่าที่เต็มไปด้วยต้นไม้

    “[กางอาณาเขต]” ออร่ามานาของเขากระจายออกไปเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมที่ครอบคลุมพื้นที่ป่าไปกว่าครึ่งหนึ่ง

    ก่อนหน้านี้เราก็ทำได้แค่รับคำสั่งไม่มีสิทธิโต้แย้งใด ๆ แต่ตอนนี้เราจะได้รู้แล้วว่าจักรพรรดินีเก่งสมคำร่ำลือหรือเปล่า เขาจุดไฟต้นไม้โดยรอบค่อย ๆ บีบพื้นที่เข้าไปตรงกลางเพื่อหาตำแหน่งของพวกแคทเทอรีน

    เปลวเพลิงค่อย ๆ ลุกขึ้นสูงราวกับประตูนรกที่ค่อย ๆ เปิดออก ความร้อนและควันไฟทำให้หิมะใกล้ ๆ ละลายจนหมดเหลือเพียงเศษซากขี้เถ้าของต้นไม้

    มาแล้วสินะ จู่ ๆ ความหนาวเหน็บก็แพร่กระจายกระแทกหน้าปอร์ธอสและดับไฟทั้งหมดในคราเดียว

    “ไม่นึกเลยว่าอาเธอร์จะรู้ตำแหน่งของฉันเร็วขนาดนี้” เสียงอันคมเข้มที่สะกดเหล่าทหารผู้น้อยได้อยู่หมัดค่อย ๆ เผยร่างออกมาจากกลุ่มควัน

    “ขอกล่าวทักทายนะครับ...จอมพลแคทเทอรีน” ปอร์ธอสย่อขาลงเล็กน้อยเพื่อการทักทาย

    ขณะที่กำลังจะตอบกลับแคทเทอรีนก็ดันสูดควันไฟเข้าไปจนไอไม่หยุด “โทษที ๆ เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ?”

    “ไม่มีอะไรครับ” รอยยิ้มอันเฉยชาตอบกลับและใช้บอลเพลิงหลายสิบลูกพุ่งโจมตีจากทุกสารทิศ

    “โห่...ไม่ได้เจอหน้านานมารยาทหายไปไหนแล้วล่ะ?” บอลเพลิงเหล่านั้นโดนป้องกันโดยกำแพงน้ำแข็งที่วางล้อมรอบตัวไว้

    “ท่านจอมพลพูดมากไปหรือเปล่าครับ? หรือเพราะโดนกดดันจากทุกทิศทางก็เลยสูญเสียความสุขุมไป” สัญญาณมือของปอร์ธอสบอกให้กองทัพเตรียมเวทเพลิงพร้อมโจมตี

    ตามที่คุณอาเธอร์บอกว่าแคทเทอรีนแพ้ความร้อนและธาตุไฟ ดังนั้นกองทัพที่เราเอามาล้วนเป็นผู้ใช้เวทธาตุไฟเพื่อมาโค่นเธอโดยเฉพาะ

    แคทเทอรีนหัวเราะลั่นเมื่อเห็นท่าทีของทหารเหล่านั้นที่กำลังเตรียมเวทมนตร์โจมตี “เตรียมใจกันมาแล้วสินะที่จะทำแบบนั้น”

    “พวกเราก็แค่...ทำตามหน้าที่...”

    พูดไม่ทันขาดคำแคทเทอรีนก็ฟาดดาบน้ำแข็งลงตรงหน้าแต่แทนที่มันจะกวาดทหารเหล่านั้นออกไปมันกลับโดนเปลวเพลิงของปอร์ธอสละลายเสียก่อน

    “ลืมความสามารถของผมไปแล้วหรือครับ ผมสามารถใช้เวทมนตร์ได้อย่างอิสระรวมทั้งรับรู้มานาภายในนั้นด้วย นั่นหมายความว่าเมื่อคุณแคทเทอรีนร่ายเวทมนตร์ผมก็จะตอบโต้ได้ทันที”

    “ใครสนล่ะ” แคทเทอรีนยิ้มเยาะขว้างก้อนน้ำแข็งยักษ์ไม่หยุดมืออย่างกับขว้างบอลเล่น ๆ กัน

    “ทหารทุกนาย ยิง !” กองทัพบอลเพลิงพุ่งปะทะกับก้อนน้ำแข็งของแคทเทอรีนจนไอน้ำกระจายปกคลุมไปทั่วป่า

    ถึงจะไม่รู้ว่ามานาของผู้มีเลเวลเก้ามีมากเพียงไหน แต่ด้วยจำนวนทหารสองพันคนก็น่าจะผลาญมานาของเธอให้หมดได้

    “ยิงเข้าไปอย่าหยุดจนกว่ามานาจะหมด”

    “รับทราบ !”

    เป็นเวลากว่าสิบนาทีที่เหล่ากองทัพทหารผลัดกันยิงเวทมนตร์เพลิงใส่แคทเทอรีนที่อยู่ในหมอกไอน้ำ พวกเขาได้แต่ยิงต่อไปโดยไม่รู้ว่าโดนหรือไม่โดนและยิ่งนานเข้าทุกอย่างก็เริ่มร้อนระอุเหมือนโดนไอน้ำพวกนั้นต้มทั้งเป็น

    พวกเขาคงจะทนได้อีกไม่กี่นาที ดังนั้นเราต้องเป็นคนสานต่อที่เหลือเอง

    “ถอนกำลังกลับไปที่เอเธน !”

    กองทัพสองพันคนกำลังหนีออกจากป่าที่โดนไอน้ำร้อน ๆ ปกคลุมไปทั่ว ถ้าเป็นชาวบ้านทั่วไปก็คงตายไปแล้วแต่ปอร์ธอสก็เลือกที่จะอยู่ต่อเพื่อใช้โอกาสนี้จัดการกับแคทเทอรีน

    “อ้าว ๆ หยุดยิงแล้วเหรอ” แคทเทอรีนเดินฝ่าไอน้ำเข้ามาในระยะสายตาของปอร์ธอสราวกับจะเยาะเย้ยที่เธอยังยืนอยู่ได้

    ปอร์ธอสหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นเกราะน้ำแข็งปกคลุมตัวแคทเทอรีนไว้ “ผมก็พึ่งเคยเห็นเกราะแบบนั้นเหมือนกันนะครับ หรือเพราะที่นี่มันร้อนเกินไปก็เลยต้องให้ความเย็นกับตัวเอง”

    “ดูเหมือนความลับเรื่องที่แพ้ความร้อนคงหลุดไปทั่วแล้วสินะ ยังดีที่เคยไปเจอสถานการณ์ประมาณนี้มาแล้วก็เลยมีวิธีรับมือ” ทันใดนั้นก็มีหอกเพลิงพุ่งแทงจากด้านหลังสร้างรอยแตกให้กับเกราะของเธอ

    “อย่าพึ่งได้ใจไป” คมดาบเพลิงปรากฏขึ้นรอบ ๆ ตัวแคทเทอรีนและวาดกวาดไปมาอย่างรวดเร็วจนตาคนทั่วไปมองไม่ทันเห็นเพียงแค่เส้นสีแดงเท่านั้น

    แคทเทอรีนเองก็สร้างดาบน้ำแข็งฟาดฟันตอบโต้กับดาบเพลิงเหล่านั้นหวังทำลายเวทมนตร์ของปอร์ธอสให้หมดสิ้น แต่เขาก็ใช้ช่วงเวลาอันมีค่าขว้างหอกเพลิงที่เต็มไปด้วยมานามหาศาลเจาะทะลวงเกราะและแทงเข้าผิวของเธอสำเร็จ

    “ทำลายไปเท่าไรผมก็สามารถสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้ทันที คุณก็น่าจะเคยเห็นผมใช้มันมาแล้วหรือเพราะคุณไม่ใส่ใจลูกน้องก็เลยจำไม่ได้สินะ”

    หอกเพลิงทะลวงเข้ากายหยาบของแคทเทอรีนสร้างบาดแผลให้มากมายแต่ก็ไม่อาจเอาชีวิตของเธอไปได้เพราะมีเสริมกำลังต้านพลังทำลายไว้

    “ต่อให้เป็นผู้มีเลเวลเก้าแต่ก็มีจุดที่มานาหมดได้เช่นกัน และเมื่อถึงเวลานั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็จบสิ้น”

    “บาบาบา พูดมากเสียจริงปอร์ธอส” เธอรวบรวมมานาอย่างโจ่งแจ้งและปล่อยให้ดาบเพลิงพวกนั้นฟาดฟันร่างกายไปเรื่อย ๆ

    “คุณมันบ้าไปแล้ว ยอมแลกเลือดเพื่อร่ายเวทมนตร์เนี่ยนะ” เขาร่ายเวทระเบิดเพลิงเพื่อหยุดการรวมมานาแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความหวั่นเกรง

    “ถูกต้อง ฉันมันบ้าและบ้ากว่าที่นายคิด [พิภพสะซังคะสะพรั่ง]” แคทเทอรีนกระทืบเท้าด้วยมานาทั้งหมดที่เรียกออกมาสร้างคลื่นน้ำแข็งแพร่กระจายรัศมีออกไปมากถึงสามกิโลเมตร

    เวรเอ๊ยเกือบไปแล้ว

    ปอร์ธอสที่เห็นรูปแบบการก่อมานาจึงรู้ว่าแคทเทอรีนกำลังจะใช้เวทมนตร์อะไรทำให้เขาหาทางรับมือได้ทันแต่ไม่ใช่กับกองทัพที่ถอยออกไปนอกป่า พวกเขาทั้งหมดถูกแช่แข็งในทันทีโดยไม่มีโอกาสได้สั่งเสียด้วยซ้ำ

    แคทเทอรีนหัวเราะอย่างกับคนบ้าหลังจากที่เลือดอาบไปทั้งตัว “ไม่ได้เจ็บตัวแบบนี้มากี่ปีแล้วนะ? ตั้งแต่ขึ้นเป็นจักรพรรดินีก็ไม่เคยได้สู้รบกับใครเลย”

    เมื่อกี้เธอคงใช้มานาไปมากพอสมควร เวลานี้แหละที่เหมาะจะจัดการกับเธอ

    ขณะที่ปอร์ธอสกำลังจะขว้างหอกเพลิงก็มีอะไรบางอย่างโผล่มาด้านหลังและกระแทกตัวเขาจนเสริมกำลังเกือบแตก

    “อยู่ที่นี่เองสินะทีโอน่า” เขายังคงลุกขึ้นได้ทันควันก่อนที่หมัดจากโกเลมหินจะเข้าถึงตัว

    เธอไม่มีท่าทีตอบโต้วาจากับปอร์ธอสเลยสักนิดแต่กลับเดินไปอยู่เคียงข้างแคทเทอรีนแทน

    ดูท่าจะยากซะแล้วสิ ด้วยพลังของพิภพสะซังคะสะพรั่งมันคงทำให้กองทัพที่เหลือหายไปหมดแล้ว ปอร์ธอสสร้างกำแพงเพลิงปิดกั้นการมองเห็นและวิ่งหนีเอาชีวิตรอด

    “ตามไปเถอะ...ฉันไม่เป็นอะไร” แคทเทอรีนยิ้มอ่อนมองแววตาสับสนของทีโอน่า

    เธอพยักหน้าตอบรับความต้องการของแคทเทอรีนแม้จะเห็นสภาพร่างกายที่เต็มไปด้วยแผลและเลือดที่ชโลมร่างราวกับเหงื่อหลังจากออกกำลังกาย

    “อยู่คนเดียวเหรอครับคุณแคทเทอรีน” หลังจากที่ทีโอน่าไล่ตามปอร์ธอสไปก็มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น

    “มากันทั้งพี่ทั้งน้องเลยนะ...อารามิส” แคทเทอรีนฝืนยิ้มทักทายไม่ให้เห็นว่าตนกำลังอ่อนแรงก่อนที่จะมีกำแพงหินประกบร่างของเธอไว้ราวกับกำลังอยู่ในเครื่องบีบอัด

    คล้ายกับเรื่องSTARCIN อุบัติมหาสงครามสตาร์คิน (อ่านฟรีจนจบ)(มี EBOOK) ที่คุณอ่าน