“นายว่าคำพูดที่เ้าหน้าที่พูด มันแปลก ๆ ป่าววะ” เกียกกายหันไปถามทีปกร
“แปลกยังไงวะ ฉันว่าเป็คำพูดปกตินะ” ทีปกรตอบพร้อมทำคิ้วขมวดสงสัย
“ก็ที่เขาบอกว่า ‘ถนนเส้นนี้ไม่ค่อยมีคนสัญจร ถ้าฟ้ามืดเมื่อไรขอให้เปิดไฟสูง ๆ ไว้นะครับ จะได้ไม่ดูน่ากลัว’ มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอวะ พูดเหมือนจะได้เจอผีเลยอะ” เกียกกายพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็กังวล จนทีปกรจับอาการได้
“นายอะคิดมาก เ้าหน้าที่อาจจะหมายความว่า ถ้ามืดแล้วอาจจะมองเห็นทางไม่ชัดก็ได้ ก็เลยให้เปิดไฟสูง ๆ ขับรถต่อไปเถอะน่า” ทีปกรพูดปลอบเกียกกายพลางตบไปที่ไหล่ ทั้ง ๆ ที่ในใจก็คิดว่ามันแปลกเช่นกัน
“เปิดหน้าต่างรับลมหน่อยไหมล่ะ ข้างในต้นไม้เยอะอากาศน่าจะสดชื่น” ทีปกรพยายามพูดเบี่ยงประเด็นเพื่อให้เกียกกายรู้สึกผ่อนคลาย จากอาการกลัวผีจนขี้ขึ้นสมอง
“เอาดิ รับอากาศดี ๆ บ้างก็ดีเหมือนกัน อยู่แต่ในกรุงเทพฯ มีแต่ฝุ่นแต่ควัน” เกียกกายพูดพลางเปิดหน้าต่างรถทั้งสองข้างด้านหน้า ส่วนทีปกรก็ยื่นมือออกไปเล็กน้อยเพื่อรับลม
“เห้ย...” ทีปกรร้องอุทานขึ้นมา พร้อมชักมือกลับเข้ามาในรถ ความรู้สึกเหมือนมีอะไรเย็น ๆ มาตีบนฝ่ามือที่ยื่นออกไปจากตัวรถ
“มีอะไรวะ” เกียกกายถามขึ้นด้วยความใ
“ไม่มีอะไรหรอก สงสัยใบไม้มาโดนมือ ต้นไม้ข้างทางเยอะก็ต้องโดนบ้างแหละ” ทีปกรพูดตัดบทเพื่อให้เกียกกายสบายใจ แต่ในใจคิดว่าไม่ใช่ใบไม้แน่ ๆ ความรู้สึกเหมือนเป็ของแข็งมาััที่ฝ่ามือมากกว่า เพราะเกียกกายขับรถช้าไม่น่าจะมีอะไรมาปะทะที่มือได้แรงขนาดนี้
“ไอที ไอเพื่อนเวร ร้องสะตกอกใหมด” เกียกกายบ่นพึมพำ
ขับรถมาได้สักพัก ท้องฟ้าก็ค่อย ๆ มืดลงดังคำที่เ้าหน้าที่กล่าวไว้ เสียงจิ้งหรีดร้องกันระงมทั้งสองข้างทาง สลับกับเสียงปีกนกเป็ฝูงที่กำลังบินกลับรัง ทีปกรเริ่มก้มลงดูแผนที่พร้อมสังเกตป้ายที่อยู่ข้างทาง
“นี่เราขับมาไกลแค่ไหนแล้ววะเนี่ย มันเริ่มจะมืดแล้วนะ” ทีปกรถามเกียกกาย และก้มลงดูแผนที่อีกครั้ง
“น่าจะขับมาได้ 5 โลแล้วมั้ง ไฟข้างทางก็ไม่ค่อยจะมี” เกียกกายตอบพลางมองไปที่ถนนด้านหน้า ซึ่งเป็แค่ถนนสองเลนสวนกัน ทั้งสองข้างเป็ป่าที่มีต้นไม้สูงทึบ จึงทำให้ดูเหมือนว่ามืดกว่าปกติ
“เปิดไฟสูงสิครับคุณเกียกกาย เ้าหน้าที่ก็บอกอยู่” ทีปกรตอบอย่างกวนอารมณ์
“ยังไม่มืดขนาดนั้นสักหน่อย ยังไม่ต้องเปิดหรอก” เกียกกายเถียงกลับ
“วันนี้ไม่น่ามีดรามาในบ้านแต่เช้าเลย ออกมาสายจนได้” ทีปกรเริ่มบ่นพึมพำกับตัวเอง
“ไม่ใช่เพราะว่าคุณทีตื่นสายเหรอครับ” เกียกกายสวนกลับ พร้อมทั้งหันมามองหน้าทีปกรและยิ้มด้วยมุมปากแบบกวน ๆ ตามสไตล์
“ไม่สายนะครับคุณกาย ผมตื่นเจ็ดโมงกว่า” ทีปกรตอบ โดยที่ทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้
“บ้านผมเรียกว่าสายครับ เจ็ดโมงกว่าผมออกมาเผชิญชีวิตอยู่บนท้องถนนเพื่อมารับคุณแล้วนะครับคุณทีปกร” เกียกกายพูดจายียวนสวนกลับอีกครั้ง
“แล้วทำไมคุณเกียกกาย ถึงมารับผมช้าล่ะครับ” ทีปกรถาม พร้อมทำหน้าสงสัยแบบกวน ๆ
“คุณทีก็รู้นี่ครับว่าผมขับรถช้า ผมเน้นปลอดภัยไว้ก่อน” เกียกกายก็ตอบกลับอย่างกวน ๆ อารมณ์เช่นกัน
“แล้วกว่าจะมาถึงที่นี่ก็เช่นกันใช่ไหมครับ เราไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯนะครับ คุณเล่นขับ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่แปลกใจหรอกครับทำไมถึงช้า ชาวบ้านเขาถึงที่พักไปถึงไหนแล้ว คุณกายยังขับล่องลอยอยู่ตรงนี้อยู่เลย” ทีปกรเริ่มพูดสวนกลับอย่างมีอารมณ์
“ใจเย็น ๆ สิครับคุณที คุณก็ช้านะครับ คุณไม่เผื่อเวลาให้ผมขับรถเลย” เมื่อรู้ว่าเพื่อนกำลังมีอารมณ์ เกียกกายจึงพยายามพูดให้ผ่อนคลายที่สุด ทีปกรเริ่มชะโงกไปดูหน้าปัดวัดความเร็วอีกครั้ง พร้อมทั้งบ่นเกียกกาย
“โอ้โห ตอนนี้คุณเกียกกายขับอยู่ที่ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มิน่าล่ะยังไปไม่ถึงไหนสักที”
“อากาศดี ๆ แบบนี้ก็ต้องขับช้า ๆ สิครับ ปอดของพวกเราจะได้รับอากาศที่ความบริสุทธิ์อย่างเต็มที่” เมื่อเกียกกายพูดเสร็จก็ชะโงกหัวออกไปนอกรถ และสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ
“เพียะ” เสียงวัตถุกระทบลงที่หน้าผากของเกียกกายที่ยื่นออกไปนอกรถ จนเกียกกายสะดุ้งสุดตัว
“อะไรโดนหัววะ” เกียกกายทำท่าทีเลิกลั่ก พลางเอามือถูไปที่หน้าผาก ทีปกรมองไปที่หน้าผากของเกียกกาย รอยนิ้วมือสีแดงจาง ๆ ปรากฏอยู่บนหน้าผากนั้น ใจของทีปกรเริ่มเต้นไม่เป็จังหวะและรู้สึกเหมือนมีอะไรแปลก ๆ
“ใบไม้มั้ง แถวนี้ใบไม้เยอะจะตาย” ทีปกรรีบตอบกลับทันที
“อ้อ... แล้วถ้าคุณเกียกกายยังกวนผมแบบนี้ ผมสัญญาว่าจะขัดขวางคุณทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้คุณเกียกกายได้พบกับพี่สาวของผมอีก” ทีปกรเอาพี่สาวมาอ้างเพื่อพูดจี้จุดเกียกกาย และเป็การเบี่ยงประเด็นในสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่
“เออ ๆ ขับเร็วกว่านี้หน่อยก็ได้วะ เริ่มมืดแล้วด้วย” เกียกกายทำน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ พร้อมทั้งเร่งเครื่องให้เร็วขึ้น ทีปกรชะโงกหน้าไปดูหน้าปัดวัดความเร็วอีกครั้ง คราวนี้เข็มชี้ไปที่ 60km./ชม.
“ดีมากกายเพื่อนรักของที แล้วก็เปิดไฟให้สูงด้วยนะครับเพื่อนกาย ถึงที่พักแล้วเราจะได้นอนดูดาวด้วยกัน” ทีปกรพูดพลางลูบไปที่หัวของเกียกกาย ส่วนเกียกกายก็ไม่ตอบโต้อะไร ได้แต่ทำหน้าตาบ้องแบ๊วเป็แมวเชื่อง ๆ ให้เพื่อนลูบ