ในดินเเดนขนาดเล็กเเห่งหนึ่งซึ่งถูกเรียกว่าอาณาจักรเฟิงหู่
เเละภายในอาณาจักรเฟิงหู่ยังมีขุมอำนาจที่ทรงพลังมากมายเช่น
ตระกูลราชวงศ์ เเละยังมีขุมอำนาจที่ทรงพลังอีกมากมายภายในราชวงศ์
ภายในเทือกเขาที่ห่างไกลออกมา ใจกลางหุบเขามีบ้านไม้เล็กๆหลังหนึ่ง ถูกสร้างไว้อย่างประณีต ภายในบ้านไม้มีชายหนุ่มผู้หนึ่งอาศัยอยู่
พร้อมกับที่บนไหล่ของเขามี นกเเก้วตัวหนึ่งยืนอยู่ เด็กหนุมผู้นี้
อายุราวๆ สิบห้าปี ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ผิวพรรณขาวนวนเนียนราวกับหญิงสาว พร้อบกับที่ข้างกายของเขามีกระบี่สีดำสนิดเล่มหนึ่งวางอยู่
บนตัวกระบี่นั้นได้สลักคำเเปลกๆไว้ กระบี่สังหารทวยเทพ
เเละชื่อของชายหนุ่มผู้นี้คือหวังิ ย้อนกลับไปเมื่อห้าปีก่อนหวังิตอนนั้นอายุได้สิบขวบปี อยู่ๆเมื่อตัวเขาตื่นขึ้นมาตัวเขาก็ได้มาอยู่ยังป่าสัตว์อสูรเเห่งนี้ รวมทั้งความทรงจำของเขายังหายไป เขาไม่รู้ว่าตัวเขาคือใคร เเละก็ไม่รู้ต้นกำเนิดของตัวเขาเช่นกัน
เมื่อเขาตื่นขึ้นมาก็พบเพียงเเหวนสีทองลายัที่สวมใส่อยู่บนนิ้วของเขา
ทั้งภายในเเหวน ยังมีกระบี่ที่อยู่ข้างกายของเขา รวมถึงทักษะอีกสามเล่ม
เล่มเเรกมีชื่อว่า ทักษะเงา ซึ่งเป็ทักษะเพิ่มความเร็วใช้ในการลอบสังหารรวมถึงเเฝงตัวไปในความมืด
ส่วนทักษะที่สองมีชื่อว่า เนตริญญา เป็ทักษะดวงตาที่เเปลกประ
หลาดเป็อย่างมาก เมื่อใช้งานทักษะนี้ ดวงตาจะเเปลเปลี่ยนเป็สีทอง
ที่งดงาม เเละยังสามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง ราวกับเป็ดวงตาจาก์ เมื่อใช้งาน ความเเข็งเเกร่งจะเพิ่มขึ้นนับสิบเท่าเลยทีเดียว
ส่วนทักษะที่สามนั้น มีชื่อว่า ตัด์ ซึ่งเป็ทักษะที่ใช้งานควบคู่
ไปกลับกระบี่ ทักษะนี้ สามารถสะบั้นได้เเม้เเต่ความว่างปล่าว สามารถตัดทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ มิเว้นเเม้เเต่์
หลังจากนั้นตลอดห้าปีหวังิก็ใช้เวลาทั้งหมดเพื่อฝึกฝนตนตลอดเวลาห้าปีที่ผ่านมา หวังิศึกษาทุกทักษะ เเต่มันกลับยากยิ่งนัก
เวลาห้าปีเขาสามารถเข้าใจทักษะทั้งหมดเพียงเเค่หนึ่งในสิบส่วนเท่านั้น ซึ่งหวังิคิดว่า ทักษะเหล่านี้ต้องทรงพลังเป็อย่างมากเเน่นอน
ตอนนั้นเองก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างๆหูของหวังิ
" เพียงเเค่ห้าปี เ้ากับสามารถบรรลุเข้าสู่ ปราณก่อเกิดขั้นที่9ได้
ช่างเป็อัจฉริยะเสียจริง " เ้านกเเก้วกล่าวขึ้น
เ้านกเเก้วตัวนี้เองก็เช่นกัน เมื่อเขาตื่นขึ้นก็พบกับมันเป็สิ่งที่สองหลังเจอกับเเหวนสีทองรูปั ที่เเปลกคือมันสามารถพูดได้ ซึ่งหวังิย่อมมิรู้ว่าสัตว์อสูร สามารถพูดได้
" เสี่ยวเฉียงตัวข้าสามารถออกจากป่าบัดซบเเห่งนี้ได้รึยัง
หวังิกล่าว "
" ฮ่า ฮ่า ตัวเ้าที่ฝึกฝนมามากกว่าห้าปีย่อมออกไปจากป่าเเห่งนี้ได้โดยง่าย เ้านกเเก้วกล่าวขึ้น "
เมื่อหวังิได้ยินเช่นนั้น ก็เผยสีหน้าตื่นเต้นออกมา เขาที่ติดอยู่ในป่าสัตว์อสูรมาตลอดห้าปีย่อมอยากออกไปเพื่อมองโลกกว้าง
" ห่างไปไม่ไกลจากนี้ทางทิศเหนือมีอาณาจักรเฟิงหู่ตั้งอยู่ เเละอีกไม่กี่วันจากนี้ สำนักทมิฬจะเปิดรับสมัครศิษย์ ผู้ที่สามารถเข้าร่วมทดสอบได้อย่างต่ำคือ ลมปราณก่อเกิดขั้นที่ 1 ตัวเ้าที่อยู่ในขั้นที่9ย่อมสามารถเข้าทดสอบได้ เเละน่าจะผ่านได้เเบบไม่อยากเย็นนัก เสี่ยวเฉียงกล่าว "
หวังิครุ่นคิดอยู่ในใจ " หากสามารถเข้าสู่สำนักทมิฬได้ย่อมเป็ผลดีเเก่ตัวข้า เพาะที่นั้นย่อมมีทรัพยากรมากมาย บางทีถ้าข้ามีภูมิหลังที่ทรงพลัง ตัวข้าย่อมอยู่เหนือปราณ นภาในอายุสิบห้าปีเป็เเน่ "
จากนั้นหวังิจึงเก็บสิ่งของต่างๆที่จำเป็สำหรับตัวเขา เเละจึงได้เดินทางออกจากป่าสัตว์อสูรด้วยความรวดเร็ว หวังิใช้ทักษะเงาที่เขาฝึกฝนเดินทางพุ่นตรงไปทางเหนือ สามวันผ่านไป
" ฮ่า ฮ่า !! ในที่สุดก็มาถึง หวังิกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น "
ตรงหน้าเขาคือเมืองขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าใหญ่โตมโหฬารยิ่ง
กำเเพงสีดำสนิดของเมืองนี้ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา หวังิเองก็ตกตะลึง
เช่นกัน นี้เป็ครั้งเเรกในรอบห้าปี ที่เขาได้มาเจอเมืองขนาดยังเเบบนี้
เเละเขาก็มิรู้ว่า ความทรงจำที่หายไปของเขานั้น เคยเจอเมืองขนาดใหญ่เเบบนี้รึป่าว
" เ้าตะตื่นเต้นไปทำไปกัน ในทวีปศูนย์กลาง มีเมืองที่ใหญ่โตมากกว่านี้เป็ร้อยๆเท่าก็มี เ้าช่างอ่อนต่อโลกยิ่งนัก เสี่ยวเฉียงกล่าวขึ้นด้วยความหยิ่งยะโส "