สุยอันที่โดนฉู่ยี่ลากกลับเรือนไผ่ขาวสีหน้าย่ำแย่
แม้ฉู่ยี่จะเป็บุตรชายคนเล็ก ทว่าฐานะสูงส่ง เรือนไผ่ขาวถือเป็เรือนที่ดีที่สุดในจวนแห่งนี้ไม่เพียงกว้างขวางสว่างไสว ตัวเรือนโอ่อ่าภูมิฐาน ไม่แตกต่างกับเรือนเจิงหยางของฮูหยินผู้เฒ่าเลยแม้แต่น้อยและทุกครั้งที่จวนมีการขยับขยายหรือการบูรณะครั้งใหญ่ ฮูหยินผู้เฒ่าก็มักจะให้คนมาทาสีตกแต่งใหม่ทุกครั้งดังนั้นเรือนไผ่ขาวจึงเรียกได้ว่าเป็รังอุดมสมบูรณ์
สุยอันเข้าจวนมาหลายปี มีโอกาสมาเรือนไผ่ขาวหลายครั้ง ทว่าความรู้สึกกลับแตกต่างกันทุกครั้งโดยเฉพาะครั้งนี้ดูจะแย่กว่าครั้งอื่นๆ
หากพูดถึงคุณชายเก้าผู้นี้ อุปนิสัยของเขาก็คล้ายกับเรือนไผ่ขาวที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาแห่งนี้อยู่ต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าเขาคือบุตรชายแสนซน อยู่ต่อหน้าท่านอาจารย์เขาคือคุณชายจอมทะนงอยู่ต่อหน้าท่านพี่ทั้งหลายเขาคือน้องชายแสนเชื่อฟัง อยู่ต่อหน้าบ่าวรับใช้เขาคือเ้านายที่อารมณ์แปรปรวน
สำหรับสุยอันแล้ว อารมณ์แปรปรวนถือเป็เื่เล็ก นิสัยโหดร้ายผิดมนุษย์มนาที่ซ่อนอยู่ของเขาต่างหากที่ทำให้นางหวั่นเกรง
แม้นางจะรับใช้ปรนนิบัติเขามาหลายปี หากพูดถึงสายใยระหว่างเ้านายและบ่าวหรือการตกรางวัลล่ะก็...ไม่เคยมี
ดังนั้นสุยอันจึงไม่เคยหวังว่า เขาจะคืนสัญญาทาสและปล่อยนางออกไปภายในอีกสองสามปีข้างหน้า
สาวใช้และหญิงรับใช้าุโที่รับใช้ในเรือนไผ่ขาวต่างเป็คนที่ฮูหยินผู้เฒ่าตั้งใจเลือกสรรทั้งสิ้นเมื่อไม่นานมานี้ได้ยินว่ามีคนทำพลาดต่อหน้าคุณชายเก้า จึงถูกโบยและขับออกไปอย่างไม่ไยดี
ครั้งนี้นางถูกคุณชายเก้าจับได้คาหนังคาเขา ความจริงนางเตรียมใจไว้แล้วว่าหากถูกถามเื่ใดถ้ารู้ก็จะตอบ และจะตอบอย่างหมดเปลือก ทว่า ในเื่เื่หนึ่ง แต่ละคนฟังก็ตีความหมายต่างกันฉะนั้นผู้พูดจึงต้องดูว่ากำลังพูดกับใครเป็สำคัญ
โดยเฉพาะความนัยที่จื่อยวี่สื่อออกมาตอนอยู่ที่เรือนเจิงหยางเมื่อครู่นางกำลังไตร่ตรอง หรือว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะรู้เื่ที่แม่ทัพฉู่รับอนุเพิ่มตั้งนานแล้ว?
เื่เช่นนี้ทำได้เพียงคาดเดาเท่านั้น ไม่สามารถถามโจ่งแจ้งได้
เมื่อเหลียนเซียงสาวใช้ขั้นหนึ่งในเรือนไผ่ขาวเห็นสุยอัน ั์ตาก็ปรากฏความประหลาดใจแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าฉู่ยี่นางก็เอ่ยอย่างเกรงใจ "น้องสุยอันมาไม่บ่อยนัก" นางสั่งสาวใช้ข้างกายรินน้ำชาให้สุยอัน ส่วนตัวเองก็ช่วยเหอเซียงปรนนิบัติฉู่ยี่เปลี่ยนอาภรณ์
ฉู่ยี่เอ่ยขึ้นสั้นๆ "เ้าไปรอข้าที่ห้องหนังสือ" พูดจบก็เดินเข้าไปในห้องด้านใน
สุยอันรู้ว่าห้องหนังสือที่เขาเอ่ยคือห้องหนังสือในเรือนไผ่ขาวจึงเดินนำไปรอฉู่ยี่ก่อน นางถือโอกาสนี้คิดไว้ว่าประเดี๋ยวจะพูดอย่างไร
จะยืนพูดหรือว่าคุกเข่าพูด หรือว่าพูดไปสองประโยคแล้วก็เริ่มแสดงความบริสุทธิ์ใจของตนโดยการร้องห่มร้องไห้อย่างเ็ปหรือแสดงความจงรักภักดีที่มีต่อคุณชายเก้าอย่างแน่วแน่
ฉู่ยี่เดินตามมาอย่างรวดเร็ว
อากาศหนาวเหน็บ เตาผิงไฟในห้องหนังสือเพิ่งถูกจุดขึ้น ทว่าหลังของสุยอันกลับมีเหงื่อซึมออกมา
"เ้าไปยกน้ำแข็งมาให้ข้าหนึ่งถ้วย" เขาแย้มยิ้มพลางสั่งเหลียนเซียง
เหลียนเซียงเห็นว่าอารมณ์ของเขาค่อนข้างดี จึงเอ่ยถามอย่างอาจหาญ "คุณชายเก้าจะเอาน้ำแข็งมาทำอะไรเ้าคะ"
ฉู่ยี่เอ่ยอย่างรำคาญ "ข้าจะให้สุยอันลองใช้น้ำแข็งฝนหมึกดู เอาล่ะ ให้คนอื่นๆ ออกไปให้หมด"
เหลียนเซียงได้ยินเช่นนั้นก็รีบออกไปเตรียมการ และกลับเข้ามาพร้อมน้ำแข็งหนึ่งถ้วยอย่างรวดเร็ว
สุยอันอดลอบกลืนน้ำลายไม่ได้
ฉู่ยี่ระบายยิ้ม "เ้ารู้แล้วใช่หรือไม่ว่าข้าจะทำอันใด ได้ยินว่าหากสตรีกินน้ำแข็งใน่มีระดูอีกหน่อยไม่เพียงจะเ็ปทุรนทุรายทุกเดือน ในอนาคตหากให้กำเนิดบุตรก็จะพบกับหายนะครั้งใหญ่..."
สุยอันใบหน้าซีดขาว ทว่ายังคงพยายามสะกดกลั้นความหวาดกลัวในใจพลางเอ่ย "คุณชายเก้าเ้าคะ ต่อให้บ่าวจะกล้าแค่ไหน บ่าวก็มิกล้าปิดบังท่าน"
"เ้าอยู่กับข้ามาก็นานแล้ว น่าจะรู้วิธีการของข้าดีเช่นนั้นเ้าจงพูดมา เื่ที่เ้ารู้ สิ่งที่เ้าคาดเดา พูดออกมาให้หมด และจงจำไว้ว่าข้าอยากฟังเพียงความจริงเท่านั้น หากบิดพลิ้วแม้แต่นิด..."
สุยอันผวาจนยกกระโปรงขึ้นคุกเข่าลงกับพื้น ไม่สนใจว่าพื้นจะเย็นเฉียบเพียงใด "บ่าวมิกล้า" นางเล่าเื่ที่ฟางต้าเหนียงได้ยินมา และเื่ที่นางไปหาจื่อยวี่ออกมาทั้งหมด
"ฟางต้าเหนียงคล้ายจะเดาได้ว่านายท่านรับน้องสาวของฮูหยินหลินมาเป็อนุจึงอยากจะเรียนให้ฮูหยินผู้เฒ่าทราบ บ่าวคิดว่า แม้นางอยากจะสร้างผลงาน ทว่าใจของนางก็ภักดีต่อฮูหยินผู้เฒ่า"
"เื่นี้เ้าไม่ต้องพูด พูดเื่อื่นต่อ" น้ำเสียงของฉู่ยี่เย็นเฉียบ ยามนี้เขาไม่เหมือนชายหนุ่มไร้เดียงสาที่อยู่ต่อหน้ามารดาเลยสักนิดทว่าเป็บุรุษที่เ็าคนหนึ่ง
"หลังจากที่บ่าวออกมา ตอนที่พี่จื่อยวี่เป็เวรได้เรียนเื่นี้กับฮูหยินผู้เฒ่าแต่พี่จื่อยวี่บอกว่าขณะนั้นฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้เอ่ยอันใด ดูแล้วก็อาการปกติดีทุกอย่างเพียงแต่ทานอาหารได้น้อย ซ้ำยังให้บ่าวรับใช้ออกไปทุกคน เหลือไว้เพียงชวีมามา ต่อมาคุณชายใหญ่ก็มาหา จากนั้นฮูหยินผู้เฒ่าก็บอกว่าไม่สบายเ้าค่ะ"
ฉู่ยี่จ้องสุยอันที่คุกเข่าสั่นงกๆ ด้วยความกลัวอยู่บนพื้น จนเห็นว่านางเจียนจะล้มลงกับพื้นอยู่รอมร่อจึงเอ่ยอย่างมีเมตตา"ลุกขึ้น ไปผิงไฟที่ข้างๆเตาผิง"
สุยอันกุลีกุจอลุกขึ้นยืน และเดินไปนั่งบนที่วางเท้าขนาดเล็กหน้าเตาผิงพลางลูบหัวเข่าและน่องเล็กที่ทั้งชาทั้งเจ็บทั้งเย็นอย่างเอาเป็เอาตาย
แม้ฉู่ยี่จะเติบใหญ่ภายในเรือนหลัง ทว่ากลับแตกต่างจากเด็กในตระกูลทั่วไปอื่นๆเขาไม่มีความเมตตาแก่อิสตรีเท่าใด อายุเจ็ดแปดขวบก็ถูกแม่ทัพฉู่พาเข้าสนามรบจับดาบฆ่าศัตรูทำให้จิตใจของเขาแข็งกระด้างกว่าคนวัยเดียวกัน
หลังสุยอันเล่าเื่ราวทั้งหมดให้ฟัง เขาไม่ได้รู้สึกว่าเป็เื่ใหญ่อันใดตามความคิดของเขาแล้ว หากไม่พอใจก็เพียงขับออกจากจวน หรือไม่ก็หาเหตุผลฆ่าทิ้งเสียในสายตาของเขา เื่นี้มิถือเป็เื่ใหญ่
ทว่าเขาใส่ใจกับความคับข้องของมารดา มารดาของเขาคือฮูหยินผู้เฒ่าที่คนทั้งจวนเคารพรักเขาจำได้ว่าตอนอายุเจ็ดแปดขวบ ครั้นท่านพ่อยังอยู่ที่จวน ครานั้นทั้งสองถึงขั้นลงไม้ลงมือเพราะสาวใช้เพียงคนเดียวแน่นอนว่าท่านพ่อเป็ฝ่ายยอม แต่ท่านแม่ก็อาละวาดใหญ่โต การที่ครั้งนี้ท่านแม่สงบสติอารมณ์มิแสดงออกใดๆจึงทำให้เขาประหลาดใจไม่น้อย
เขานั่งขบคิดบนเก้าอี้สักพัก ก่อนหันไปเห็นสุยอันที่กำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดจมูกอยู่พอดีพลันถามขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย "เ้าไม่อยากอยู่ในจวนนี้ต่อ และอยากจะไถ่ตัวออกไปใจจะขาดใช่หรือไม่"
ในเมื่อเขาออกปากถามเช่นนี้แล้ว หากนางพูดปดว่าไม่อยาก ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเก็บนางไว้ในจวนตลอดไปเลยก็เป็ได้
"บ่าวมิกล้าพูดปด บ่าวคิดว่าหากถึงอายุที่เหมาะสมก็อยากจะไถ่ตัวออกไปแต่มิใช่เพราะภายนอกมีคนสนิทแต่อย่างใด เพียงแต่บิดาของบ่าวร่างกายอ่อนแอ บ่าวจึงอยากออกไปดูแลท่านเท่านั้นเ้าค่ะ"
ฉู่ยี่ยักยิ้ม "เ้าไม่กลัวว่าเขาจะหามารดาเลี้ยงให้เ้า และขายเ้าทิ้งอีกคราหรือ"
แม้สุยอันจะรู้สึกไม่พอใจ ทว่าก็ตอบออกไป "บ้านของบ่าวไม่มีทรัพย์สมบัติอันใด มีเพียงที่ดินสองมู่ที่มีค่าไม่ถึงสองตำลึงเงินซ้ำบิดาของบ่าวก็ร่างกายอ่อนแอมีโรครุมเร้า แค่เพียงเท่านี้ก็ไม่มีใครยอมแต่งด้วยแล้วเ้าค่ะหากรออีกสองสามปี บิดาของบ่าวก็อายุมากแล้ว เดาว่าถึงเวลานั้นคงจะหาได้ยากยิ่งกว่าตอนนี้อีกเ้าค่ะ"
ฉู่ยี่พลันหัวเราะร่า
หัวเราะเสร็จก็เรียกนางให้เข้าไปหา "มานี่สิ"
สุยอันกุลีกุจอลุกขึ้นและเดินไปหา รู้สึกหวั่นใจไม่น้อยว่าเขาจะถีบเข้าให้จึงยืนเว้นระยะห่างไว้พอประมาณ อืม เว้นระยะไว้ประมาณสองสามก้าวเช่นนี้กำลังพอดี
ฉู่ยี่ไม่สนใจทีท่าของนาง เขาหรี่ตาลงมองนางั้แ่หัวจรดเท้าเขารูปร่างสูงซ้ำยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ สายตาที่ใช้มองสุยอันจึงเป็การมองจากบนลงล่าง
ทว่าสุยอันกลับไม่รู้สึกอึดอัดอันใด ยืนนิ่งๆ ให้เขามองอยู่เช่นนั้น
ฉู่ยี่มองจนพอใจ และแค่นหัวเราะออกมา "เ้าอายุเพียงเท่าไร รู้ด้วยหรือว่าอะไรคือคนสนิท"
เมื่อเห็นว่านางไม่ตอบ เขาก็นึกอยากแกล้งขึ้นมา "ฮูหยินผู้เฒ่าบอกว่าประเดี๋ยวก็จะเข้าเดือนสิบสองแล้ว เื่เรียนจะให้หยุดไว้ก่อนแต่ยังคงต้องอ่านตำราและคัดอักษรดังเดิม เ้าว่าเ้าจะย้ายมาอยู่เรือนไผ่ขาว หรือว่าเ้าจะให้คุณชายเก้าของเ้าเสด็จไปที่ห้องหนังสือเล่า"
เมื่อฉู่ยี่เอ่ยดังนั้น หัวใจของสุยอันก็พลันบีบแน่น มีคำพังเพยกล่าวไว้ว่า 'รังทองรังเงินก็มิสู้รังสุนัขของตน' ให้นางอยู่เฝ้าห้องหนังสือเล็กๆ นั่นแม้แต่ละวันงานจะยุ่งหนักเหนื่อยทว่าก็สงบสุขสบายใจ หากย้ายมาเรือนไผ่ขาวที่มีสาวใช้ขั้นหนึ่งสี่คน สาวใช้ขั้นสองสิบสองคนและยังมีสาวรับใช้อีกมากมายนับไม่ถ้วน หากนางมาอยู่ แล้วนางจะถูกจัดอยู่ในขั้นใด
ขณะที่นางกำลังคิด อารมณ์ทุกอย่างก็ฉายชัดบนใบหน้า สีหน้าหนักอึ้งขึ้นหลายส่วนทว่านางก็พยายามรวบรวมกำลังใจ กัดฟันเอ่ย "บ่าวฟังคุณชายเก้าเ้าค่ะ" นางอยากจะอยู่ห้องหนังสือเช่นเดิมมาก ทว่าไม่สามารถพูดออกไปได้เพราะนางเป็บ่าวรับใช้ของคุณชายเก้า จึงต้องทำตามที่เ้านายสั่งทุกประการอยู่แล้ว
ฉู่ยี่ได้ยินนางพูดเช่นนี้ก็พอใจไม่น้อย จึงไม่แกล้งนางอีกและเอ่ยความจริง "ข้าเรียนท่านแม่ไปแล้วว่า ทุกวันจะไปอ่านตำราที่ห้องหนังสือดังเดิมเ้ารออยู่ที่นั่นดีๆ ก็แล้วกัน"
สุยอันได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มกว้าง เดิมดวงตาของนางก็ใสบริสุทธิ์อยู่แล้วเมื่อยิ้มเช่นนี้ก็ยิ่งเหมือนท้องฟ้าที่ถูกหยาดฝนชำระล้าง ไร้ซึ่งมลทิน สว่างสดใส
ฉู่ยี่พลันรู้สึกว่า การมีคนทึ่มทื่อเช่นนี้อยู่ข้างกายก็ไม่มีอะไรเสียหายอย่างน้อยนางก็ไม่กล้าโกหกเขา
เขาลุกขึ้นยืน เดินไปหยุดตรงหน้านางพลันจับคางไว้แน่น มองดวงตาของนางอย่างเยือกเย็น
คนตรงหน้าไม่ใช่เด็กสาวผอมแห้งที่พบเมื่อสามปีที่แล้วแล้ว ดวงตาผลซิ่ง* ดำขลับ ผิวขาวเนียนละเอียดราวหิมะ นางไม่เหมือนสาวใช้คนอื่นๆที่ทาแป้งจนใบหน้าและคอเป็คนละสี เพียงแค่คิดจะััใบหน้าของคนพวกนั้นเขายังรู้สึกสกปรกมือ
สุยอันถูกเขาจ้องจนอกสั่นขวัญแขวน ทว่าไม่กล้าถอยหนี แผ่นหลังมีเหงื่อซึมออกมาจนชุ่มเมื่อถูกลมพัดผ่านก็สั่นสะท้านด้วยความหนาว
เมื่อฉู่ยี่เห็นความหวาดกลัวที่ปรากฏในดวงตาของนาง จึงปล่อยมืออย่างพอใจเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ "อย่าแม้แต่คิดเื่การไถ่ตัว"
เมื่อสุยอันกลับมาถึงห้องหนังสือก็รู้สึกโล่งใจราวยกูเาออกจากอกถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนกระทืบเท้าอย่างแรง และเดินไปจุดเทียนเพื่อตรวจดูกระดาษที่ทำไว้เมื่อเที่ยงเมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อย ก็เดินกลับไปห้องพัก นางไม่ได้จุดเตาผิงไฟ ทว่าจุดเตาต้มน้ำหนึ่งกาหยิบเอาดอกหอมหมื่นลี้ที่เก็บไว้่สารทฤดูออกมาชงเป็ชาดอกไม้ และกินคู่กับของว่างที่จื่อยวี่ให้มาเมื่อตอนกลางวัน
วันนี้ชีวิตของนางช่างผันผวนเหลือเกิน สรุปก็คือไม่ราบรื่น ไม่รู้ว่าปีนี้ฮูหยินผู้เฒ่าจะไปอารามต้าเฉิงเพื่ออธิษฐานให้แม่ทัพฉู่หรือไม่หากไป นางก็จะไปขอร้องหัวหน้าแม่บ้านให้พานางไปไหว้พระด้วย
เมื่อกินของว่างเรียบร้อย สุยอันเห็นว่ายังพอมีน้ำร้อนเหลือจึงหยิบกะละมังมาล้างหน้าล้างตาและแช่เท้า เมื่อหวนนึกถึงว่าตนเกือบจะได้กินก้อนน้ำแข็งนั่นความคิดที่จะไถ่ตัวออกไปก็ยิ่งแน่วแน่ ส่วนที่ฉู่ยี่บอกนางว่าอย่าแม้แต่จะคิด นางก็จะยิ่งคิด
ทว่าเื่ราวก็มักจะเป็เช่นนี้...ไม่มีเื่ที่แย่ที่สุด มีแต่เื่ที่แย่สุดๆ วันรุ่งขึ้นฟ้ายังไม่สว่างนางก็ลุกขึ้นมาออกกำลังกายแล้วจู่ๆ ก็มีคนมาเคาะประตูห้อง นางคิดอย่างกระฟัดกระเฟียด "หนอนที่ตื่นเช้ามักจะถูกนกกินสินะ"
เมื่อเปิดประตูก็พบว่าเป็หลินซ่งหลุน
ฮูหยินผู้เฒ่าและคุณชายเก้าแสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่าไม่อินังขังขอบกับคนบ้านนี้สุยอันจึงไม่กล้าแสดงออกนอกหน้ามากนัก จึงเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา "คุณหนูหลินมาหาข้าน้อยเช้าขนาดนี้ มีเื่อันใดหรือเ้าคะ"
*ผลซิ่ง ผลแอปริคอต
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/b42d15240c9075c343f762590f4baa36
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพ #readAwrite ด้วยน้า