ลู่อวิ๋นชย่าหยุดอยู่ตรงหน้าร้านน้ำชาที่แลดูทรุดโทรมมากแห่งนี้อย่างทอดถอนใจ ‘มีทำเลตั้งร้านค้าที่ดีก็ไม่ใช่ว่าจะทำให้กิจการอยู่รอดได้สินะ’
“คุณหนูทั้งสอง เชิญเข้ามานั่งด้านในก่อนดีหรือไม่เ้าคะ”
“พี่สาวช่วยจัดโต๊ะให้ข้าสักสองที่ด้วยเถิดเ้าค่ะ”
“ได้เ้าค่ะ”
ลู่อวิ๋นชย่าเดินตามเ้าของร้านเข้าไปก็พบว่าร้านน้ำชาแห่งนี้ตกแต่งได้เรียกว่าอึมครึมสุดๆ ดูไปแล้วคงมีคนเข้ามาใช้บริการน้อยเต็มที
“เอ่อ...ร้านน้ำชาของเราเป็ร้านน้ำชาเล็กๆ ที่ข้ากับสามีเปิดขึ้นมาเ้าค่ะ หวังว่าคุณหนูจะไม่รังเกียจ”
“ข้าขอถามได้หรือไม่เ้าคะว่าทำไมถึงไม่ค่อยมีคนเข้ามาใช้บริการที่ร้านของท่านเลย”
“เป็เพราะข้าทำขนมเป็แค่ไม่กี่อย่าง อีกทั้งยังมีชาให้เลือกไม่กี่อย่างเหมือนกัน และชาก็ไม่ใช่ชาชั้นดีอะไรเ้าค่ะ”
“พี่สาวชื่ออะไรหรือเ้าคะ” ลู่อวิ๋นชย่ายิ้มถาม
“ฮูหยินมีปัญหาอะไรหรือเปล่า” ชายคนหนึ่งอุ้มเด็กชายอายุประมาณสองขวบเข้ามาด้วยเริ่มถามภรรยา
“ไม่มีอะไรเ้าค่ะท่านพี่” เ้าของร้านสาวยิ้มให้ลู๋อวิ๋นชย่า “ท่านนี้คือสามีของข้าเองเ้าค่ะ ชื่อเขาคือหยางจิ่น นี่คือบุตรชายของข้าชื่อว่าหยางเจียวจ้าน ส่วนข้าชื่อหงอิงเ้าค่ะ”
ลู่อวิ๋นชย่ามองดูเด็กชายตัวน้อยที่หน้าแดงอยู่ในอ้อมกอดของบิดา นางคิดว่าเด็กน้อยคงกำลังมีไข้ และบิดามารดาของเขาคงจะไม่ได้พาเขาไปหาหมอ หากเด็กมีไข้ขึ้นสูง นางกลัวว่าเด็กจะเกิดอาการชักเอาไว้ ซึ่งนั่นมันไม่ดีกับเด็กเลยแม้แต่น้อย
“ข้าชื่อลู่อวิ๋นชย่า ส่วนสาวใช้ของข้าชื่อหนิงผิงเ้าค่ะ” ลู่อวิ๋นชย่าทำท่าทางลังเลเล็กน้อย “ข้าพอจะมีวิชาแพทย์อยู่บ้าง ไม่ทราบว่าข้าจะขอตรวจดูอาการของจ้านเอ๋อได้หรือไม่เ้าคะ”
“คุณหนูทราบได้อย่างไรว่าบุตรชายของข้าไม่สบาย” หยางจิ่นกอดลูกแน่นกว่าเดิม “คุณหนูเพิ่งเคยมาร้านของเราเป็ครั้งแรกจริงหรือ”
หยางจิ่นทำท่าทางหวงลูกชายจนลู่อวิ๋นชย่าเกิดความสงสัย แต่นางก็ไม่ได้ถามสิ่งใดออกไป เป็หงอิงที่รีบเข้ามาอธิบาย
“ขออภัยคุณหนูด้วยเ้าค่ะ สามีข้าแค่ระแวงเท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้มีการลักพาตัวเด็กเกิดขึ้นไม่น้อยเลยเ้าค่ะ”
“พี่หงอิงอย่าคิดมาก ข้าเข้าใจเ้าค่ะ” ลู่อวิ๋นชย่าหันไปพูดกับหยางจิ่น “ท่านกลัวว่าข้าจะเป็สายให้กลุ่มโจรลักพาตัวหรือท่านไม่เชื่อว่าข้าสามารถรักษาอาการป่วยได้เ้าคะ ท่านยื่นมือท่านออกมาก่อนก็ได้เ้าค่ะ”
หยางจิ่นยื่นมือตัวเองออกไป ลู่อวิ๋นชย่าจึงจับชีพจรให้เขา ซึ่งก็น่าใมากที่หยางจิ่นก็มีอาการป่วยเหมือนกัน เพียงแต่อาการป่วยของเขาไม่ได้รุนแรง
“พี่หยางจิ่น ่นี้ท่านมีอาการปวดคอ ปวดไหล่ ปวดหลัง หรือปวดหัวบ้างหรือไม่เ้าคะ”
“คุณหนูทราบได้อย่างไร” หยางจิ่นถามขึ้นอย่างใ
“อาการเหล่านี้เกิดจากเืลมติดขัด เมื่อการไหลเวียนของเืและลมปราณไหลเวียนติดขัดก็จะเกิดเป็ความเ็ป ข้าเดาว่าท่านอาจจะนั่งอ่านหนังสือเป็เวลานานและไม่ค่อยได้เปลี่ยนอิริยาบถใช่หรือไม่เ้าคะ”
“คุณหนูกล่าวได้ถูกต้องแล้วเ้าค่ะ สามีของข้าเป็ซิ่วไฉ อีกสองปีข้างหน้าตั้งใจว่าจะเข้าสอบจวี่เหริน[1] ท่านพี่จึงอ่านหนังสือหามรุ่งหามค่ำ และเมื่อไม่นานมานี้ก็เริ่มมีอาการตามที่คุณหนูบอกทุกอย่างเลยเ้าค่ะ ข้าขอถามได้หรือไม่เ้าคะว่าอาการของท่านพี่ เอ่อ...คุณหนูพอที่จะรักษาได้หรือไม่”
“ต่อไปพวกท่านเรียกข้าว่าชย่าเอ๋อก็ได้เ้าค่ะ เรียกคุณหนูออกจะดูห่างเหินเกินไป” ลู่อวิ๋นชย่ายิ้ม “อาการป่วยของพี่หยางจิ่นยังไม่รุนแรง ข้าสามารถฝังเข็มและจ่ายยาให้เขาได้ แต่หลังจากนั้นเขาต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองเสียใหม่ และจะต้องจัดสภาพแวดล้อมใหม่ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้กลับมามีอาการเดิมซ้ำอีกเ้าค่ะ”
หยางจิ่นดึงมือภรรยาไว้เมื่อเห็นว่าภรรยากำลังจะถามคำถามกับลู่อวิ๋นชย่าต่อ “ข้าขอขอบคุณคุณหนูลู่มากขอรับ เพียงแต่พวกเรา เอ่อ...”
“เื่ค่ารักษาไม่ใช่ปัญหาหรอกเ้าค่ะ ถ้าท่านทั้งสองยังไม่พร้อม อืม...ความจริงแล้วข้ากำลังคิดที่จะร่วมลงทุนกับกิจการร้านน้ำชาของท่านอยู่พอดี หากกิจการของพวกเรามีผลกำไร หลังจากนั้นพวกท่านค่อยนำค่ารักษามาจ่ายคืนข้าก็ได้เ้าค่ะ”
“ร่วมลงทุนกับกิจการร้านน้ำชาของเราหรือขอรับ แต่คุณหนูก็เห็นแล้วว่าร้านของพวกเราไม่มีลูกค้าเข้ามาเลยสักคน” หยางจิ่นถามอย่างสงสัย
“ร้านน้ำชาของท่านตั้งอยู่ในทำเลที่ดีเ้าค่ะ เพียงแต่การตกแต่ง ขนม และเครื่องดื่มของพวกท่านยังมีให้ลูกค้าเลือกน้อยเกินไป เื่นี้ข้าสามารถช่วยพวกท่านได้ แต่เื่นี้เอาไว้ทีหลังก่อนเ้าค่ะ ข้าเป็ห่วงจ้านเอ๋อมากกว่า ไม่ทราบว่าพี่ทั้งสองจะให้ข้าตรวจอาการของจ้านเอ๋อได้เลยหรือไม่เ้าคะ” ลู่อวิ๋นชย่ามองไปยังหยางเจียวจ้านอย่างเอ็นดู
“เชิญคุณหนู เอ่อ...น้องชย่าเอ๋อเข้าไปด้านในก่อน หากจะตรวจอาการตรงนี้คิดว่าคงไม่สะดวกนัก” หงอิงเสนอ
“ข้าจะไปปิดประตูร้านก่อนก็แล้วกัน ถึงอย่างไรร้านน้ำชาของข้าก็ไม่มีคนเข้ามาใช้บริการอยู่แล้ว” หยางจิ่นเดินไปปิดประตูร้านตามที่พูดจริงๆ เวลานี้เขาเชื่อมั่นในการรักษาของลู่อวิ๋นชย่าแล้ว และเขาก็กังวลจริงๆ กลัวว่าลูกชายเพียงคนเดียวจะเจ็บป่วยรุนแรง เขาจึงไม่อาจทำอะไรเชื่องช้าได้อีก
หนิงผิงเอากระเป๋าปฐมพยาบาลใบสีดำที่ตนเองสะพายอยู่ไปวางไว้ให้ลู่อวิ๋นชย่าอย่างรู้งาน เพราะก่อนหน้านี้ลู่อวิ๋นชย่าได้บอกกับนางมาก่อนแล้วว่ากระเป๋ายาใบนี้เป็สมบัติเก่าของฮูหยินใหญ่ที่เก็บไว้ในหีบสมบัติ และเื่การรักษาอาการป่วยและการฝังเข็มก็เป็ฮูหยินใหญ่ที่สอนให้ เพียงแต่ฮูหยินใหญ่บอกให้ลู่อวิ๋นชย่าเก็บเื่นี้ไว้เป็ความลับ ซึ่งหนิงผิงก็เพิ่งจะรู้เื่นี้จากปากของเ้านายเหมือนกัน และวันนี้ก็เช่นกัน เพราะลู่อวิ๋นชย่าจะมาพบท่านหมอเฉียว นางจึงให้หนิงผิงหิ้วกระเป๋ายาใบนี้มาด้วย
ลู่อวิ๋นชย่าเปิดกระเป๋าแล้วเอาหูฟังแพทย์และปรอทวัดไข้ทางหูออกมาตรวจอาการให้หยางเจียวจ้าน
“น้องชย่าเอ๋อ บุตรชายของข้า...ไม่เป็โรคร้ายแรงใช่หรือไม่” หยางจิ่นถามอย่างกังวล
“จ้านเอ๋อเป็ไข้หวัดธรรมดาเท่านั้นเ้าค่ะ ข้าจะเขียนวิธีดูแลและวิธีกินยาให้เขา คิดว่าไม่กี่วันอาการก็น่าจะหายดีแล้วเ้าค่ะ แต่ที่สำคัญ หากจ้านเอ๋อตัวร้อนในตอนกลางคืน พวกท่านต้องหมั่นเช็ดตัวให้เขา อย่าปล่อยให้ไข้ขึ้นสูงจนเขาชักนะเ้าคะ”
“ไม่กิน ไม่ชอบยา มันขม” หยางเจียวจ้านพูดเสียงเบา
ลู่อวิ่นชย่าหันไปยิ้มให้เด็กน้อย “ยาของน้าไม่ขมนะ มันหวานมากต่างหาก เดี๋ยวน้าจะลองป้อนเ้าดีหรือไม่”
หยางเจียวจ้านกอดบิดาไว้แน่น “ไม่เอา ไม่กิน”
“นิดเดียว จ้านเอ๋อคนเก่งลองแตะดูที่ปลายช้อนก่อนนิดหนึ่งดีหรือไม่ หากว่ามันขม น้าจะเอายาตัวอื่นให้เ้ากิน” ลู่อวิ๋นชย่าหยิบยาลดไข้เด็กรสส้มออกมาเทใส่ปลายช้อนแล้วยื่นไปตรงหน้าหยางเจียวจ้าน เด็กน้อยเห็นสีสันของยาเหมือนขนมจึงลองใช้ลิ้นแตะกินอย่างกล้าๆ กลัวๆ แต่หลังจากนั้นเขาก็กินยาในช้อนจนหมด
“หวานมาก จ้านเอ๋อกินอีกได้หรือไม่ขอรับ”
“ยานี้จะกินบ่อยๆ ไม่ได้ จ้านเอ๋อต้องกินตามเวลาเท่านั้น”
ลู่อวิ๋นชย่าก็หันไปบอกวิธีกินยาของหยางเจียวจ้านให้หยางจิ่นและหงอิงฟัง หลังจากนั้นนางก็ทำการฝังเข็มให้กับหยางจิ่นจนเสร็จ
“พี่หยางจิ่น พี่หงอิง วันนี้ข้ามีเวลาไม่มาก เรามาคุยเื่ความร่วมมือของเราเลยดีหรือไม่เ้าคะ” ลู่อวิ๋นชย่าเห็นว่าตนเองยังต้องไปพบท่านหมอเฉียวต่อ จึงถามสองสามีภรรยาขึ้นทันที
“หากเ้ามั่นใจว่าจะไม่เสียใจภายหลัง ข้ากับภรรยาก็พร้อมจะร่วมลงทุนกับเ้า” หยางจิ่นตอบอย่างมั่นใจ
ลู่อวิ๋นชย่าขอยืมกระดาษกับพู่กันของหยางจิ่นมาวาดรูปแบบการตกแต่งร้านแบบใหม่ให้สองสามีภรรยาดู แต่เป็เพราะนางและสองสามีภรรยาไม่ได้มีเงินอยู่ในมือมากมาย ดังนั้นการตกแต่งจึงทำได้เพียงปรับปรุงของเดิมให้ดีขึ้นเท่านั้น ซึ่งก็นับว่ายังดีที่โต๊ะเก้าอี้ภายในร้านยังอยู่ในสภาพดี ดังนั้นลู่อวิ๋นชย่าจึงเสนอให้ทาสีร้านใหม่เป็สีขาวทั้งหมด และให้จัดเคาน์เตอร์แสดงเครื่องดื่มและขนมตามแบบของคาเฟ่ในโลกอนาคต โดยงานทั้งหมดนี้นางจะส่งลุงฝูและฝูเกาให้มาช่วยในภายหลัง เมื่อปรับปรุงร้านเสร็จค่อยมาปรึกษากันเื่ของขนมและเครื่องดื่มอีกครั้ง ซึ่งสองสามีภรรยาต่างก็รับคำอย่างแข็งขัน
_____________________
[1] ในสมัยโบราณการสอบเข้ารับราชการของจีนเรียกว่า เคอจวี่ แบ่งการสอบเป็ 3 รอบคือ
รอบที่ 1 เรียกว่าซิ่วไฉ เป็การสอบคัดเลือกระดับท้องถิ่น
รอบที่ 2 เรียกว่าจวี่เหริน เป็การสอบคัดเลือกระดับภูมิภาค
รอบที่ 3 เรียกว่าจิ้นซื่อ ในรอบนี้จะเป็การสอบคัดเลือกหน้าพระพักตร์ จักรพรรดิจะเป็ผู้ทดสอบด้วยตัวเอง