ในหัวของมือปราบสาวคิดจะตะบันหน้าหล่อๆ ของฮัวหยางสักหมัดสองหมัดเพื่อให้หายเจ็บใจ ทว่าคนร่างใหญ่ที่ไม่ได้เมาสุรากลับเหนี่ยวเอาร่างนางเข้าไปใกล้ ข้อมือสองข้างถูกจับขึ้นบนศีรษะ เขารวบไว้ได้ด้วยมือเดียว อีกมือบีบคางนางเอาไว้
อู๋จือตกตะลึง ครั้งนี้ฮัวหยางทาบริมฝีปากแนบชิดสอดลิ้นเข้าไปเย้าหยอกในโพรงปากของมือปราบหญิงเผลอกำหมัดแน่น ปลายเท้าจิกลงดินโดยไม่รู้ตัว ครู่หนึ่งนางก็เริ่มได้สติหญิงสาวคิดจะสู้ แต่กลายเป็การส่ายหน้าอกให้เสียดสีกับแผ่นอกแข็งแรงของอีกฝ่าย
“เ้าหยุดดิ้น ไม่งั้น ข้าอาจจะทนไม่ไหว จับเ้ากลับเรือนปรุงยาเสียเดี๋ยวนี้” เขาผละออก ลมหายใจของชายหนุ่มหนักหน่วงและกรุ่นกลิ่นสุรา
มือปราบหญิงรู้สึกใ ปกตินางมีเรี่ยวแรงเหนือกว่ามือปราบบุรุษทุกคนในหน่วย แต่กลับสู้แรงของคุณชายหมอผู้นี้ไม่ได้
“เ้าเมาขนาดนี้ ไม่มีทางสู้ข้าได้” ปลายจมูกโด่งแนบอยู่แก้มของนาง
‘ดียิ่งนัก ดีกว่าที่ข้าเคยฝันเห็นเสียอีก เ้าหวานเหลือเกิน อู๋จือ’
“ปล่อยข้านะ!”
“ขออีกสักครั้งเถอะนะ จือจือ” เขาก้มลงจูบนางอีกครั้งอย่างอ่อนโยน
หญิงสาวเผลอไผลไปกับการััของฮัวหยางครู่หนึ่ง เขาแอบคิดอยู่หลายคราวว่าหากได้จูบกับนางอีกครั้งจะรู้สึกเช่นไร เพราะจูบแรกที่เขาคึกคะนองเย้าหยอกนาง ทำให้เขาหวั่นไหวจนเก็บไปฝันถึงอยู่บ่อยๆ
ฮัวหยางพอใจที่อีกฝ่ายปล่อยให้ตนจูบโดยไม่ต้านทาน ครู่หนึ่งเขาก็ถอนริมฝีปากออก อู๋จือเงยหน้าค้างอยู่ สองตายังหลับพริ้ม
“เ้าชอบจูบของข้าใช่หรือไม่ ” น้ำเสียงทุ้มดังขึ้นเหนือหน้าผาก
มือปราบหญิงลืมตาขึ้น นางหน้าแดงก่ำด้วยความอายที่ถูกจับได้ว่าเคลิบเคลิ้มไปกับััของเ้าหมอโฉด
“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้! ท่านมันร้ายนัก น่าจะจับเอาไปขังคุก”
ฮัวหยางหัวเราะหึๆ “ข้อหาปลุกปล้ำเ้าหน้าที่อย่างนั้นหรือ หากเ้ากล้าจับข้าก็เอาสิ ข้ายินดีไปสำนักมือปราบ จะได้ให้การว่าข้าปล้นจูบเ้าไปสามครั้งแล้ว และเ้าเองก็ชอบเสียด้วย”
“คนบัดซบ! ปล่อยข้า”
คราวนี้ฮัวหยางยอมปล่อยมือหญิงสาวแต่โดยดี ศีรษะของอู๋จืออยู่ระดับคางของหมอหนุ่ม รูปร่างของนางผอมบางกว่า นางแปลกใจที่พลังของเขากล้าแข็งกว่าตน ไหนว่าเขาไม่มีวรยุทธ์
คืนนี้อู๋จือไม่ได้พกกระบี่ หากคิดจะต่อสู้กับฮัวหยางโดยการใช้เพียงหมัดเตะต่อยคงไม่ไหว ตอนนี้นางเมาคงจะสู้ไม่ถนัดและหากกำลังของเขากล้าแข็งเช่นนี้ สู้ไปนางก็จะเจ็บตัวเปล่าๆ และเ้าหมอถ่อยก็อาจจะ...อาจจะ...ล่วงเกินนางอีก
อู๋จือคิดในใจว่าต่อไปตนต้องกินเนื้อให้มากเพื่อจะได้มีร่างกายที่หนาขึ้นและฝึกกระบี่ให้หนักจะได้สู้กับคุณชายถ่อยผู้นี้ได้
“ในเมื่อมือปราบอู๋ไม่เอาเื่ เช่นนั้นข้าก็ขอยอมรับผิดด้วยการไปส่งเ้าที่บ้านก็แล้วกัน”
“ไม่ต้อง! บ้านข้า ข้ากลับเองได้”
“อย่าดื้อเลยน่าจือจือ ตอนนี้เ้าเดินเบียดกำแพงแทบจะทุกฝีก้าวแล้ว บ้านเ้าก็อีกตั้งไกล ขึ้นรถม้าไปกับข้าดีกว่า”
“อย่ามาเรียกข้าว่าจือจือ ข้าไม่ได้สนิทกับท่าน”
“เราจูบกันไปสามครั้งแล้ว นี่ยังไม่สนิทอีกหรือ ”
“สนิทกับผีน่ะสิ” นางสบถเบาๆ
ฮัวหยางไม่รอให้อีกฝ่ายเถียง เขาอุ้มร่างผอมบางของอู๋จือลอยหวือพ้นพื้นแล้วเดินขึ้นรถม้า “เหล่าหาน ไปบ้านมือปราบอู๋”
“ขอรับ”
คนขับรถม้าไม่หันไปมอง เขาแอบยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นผู้เป็นายอุ้มมือปราบหญิง นี่เป็ครั้งแรกที่คุณชายใหญ่ฮัวตามติดพัวพันผู้อื่น คุณชายใหญ่ของเขาได้รับการตามใจมาโดยตลอด ตอนนี้อายุก็ปาเข้าไปยี่สิบสี่ปีแล้วแล้วก็ยังไม่ยอมแต่งงาน แต่นายท่านฮัวก็ไม่เคยขัดใจ ส่วนนายหญิงแห่งสกุลฮัวก็ไม่กล้ามีปากเสียง เพียงลูกชายคนโตทำหน้าตึง สองสามีภรรยาก็ต้องสงบปากสงบคำ
ในฐานะบุรุษที่มีรูปร่างหน้าตางดงามราวเทพบุตร คุณชายใหญ่สกุลฮัวเป็ชายในฝันของสตรีส่วนใหญ่ในเมืองหลวง แม้แต่คุณหนูในสกุลขุนนางก็ยังอยากแต่งมาเป็ฮูหยินน้อยในคฤหาสน์สกุลฮัว โดยปกติยากนักที่เหล่าขุนนางใหญ่จะอยากแต่งบุตรสาวให้กับสกุลพ่อค้า แต่กับสกุลฮัวถือเป็ข้อยกเว้น
...บุญวาสนาของคุณชายใหญ่ฮัวมากมายถึงเพียงใด จึงได้เกิดมาสมบูรณ์พร้อมเช่นนี้...
“ฮัวหยาง ท่าน...ปล่อย...ข้าได้แล้ว” อู๋จือดิ้นไปมา
ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ เขากอดอีกฝ่ายไว้หลวมๆ แต่เพราะความเมาทำให้อู๋จือไม่อาจเคลื่อนไหวได้ดังใจ นางนึกว่าตนเองดิ้นหนีอย่างแรง แท้จริงเป็แค่เพียงการสะบัดตัวไปมาเท่านั้น
“เ้าเมาแล้ว หากข้าปล่อย เ้าก็หัวทิ่มลงพื้นน่ะสิ”
อู๋จือพยายามดิ้นอีกครา ครั้งนี้ฮัวหยางจึงรัดร่างนางแน่นเข้ากว่าเดิม พร้อมทั้งกระซิบข้างหู “หากเ้ายังดิ้นอีก ข้าจะจูบเ้าจนกว่าจะถึงบ้าน ดีหรือไม่ ”
มือปราบหญิงถึงกับชะงัก นางถูกเอาเปรียบไปแล้วถึงสามครา ไม่ควรจะมีครั้งที่สี่ อู๋จือส่ายศีรษะหนีจากบริเวณหัวไหล่ของหมอหนุ่มแล้วพิงไปยังผนังรถม้า นางหลับตานิ่ง นึกภาวนาให้ถึงบ้านตนเองเร็วๆ อู๋จือเหมือนจะได้ยินเสียงหัวใจของคุณชายใหญ่ดังระรัว
...หรือว่าฮัวหยางเองตื่นเต้นที่ได้กอดจูบนาง ...
“จือจือ ถึงบ้านเ้าแล้ว” ชายหนุ่มกระซิบอยู่ข้างๆ
“ใครบอกให้ท่านเรียกข้าเช่นนี้ อย่ามาทำตัวตีสนิทกับข้า ผู้อื่นได้ยินเข้าข้าจะเสียหาย” นางแหวออกมา
ฮัวหยางยิ้มอ่อน “ได้ ข้าจะเรียกเ้าเฉพาะในเวลาที่เราอยู่กันสองต่อสองดีหรือไม่ ”
“ไม่!” นางสะบัดหน้าพรืด “ไม่ว่าเวลาใดก็ไม่ต้องเรียก ข้าไม่อยากสนิทกับท่าน ไม่้าเป็คนรับใช้ในตระกูลร่ำรวย”
“ใครว่าข้าจะให้เ้าไปเป็คนรับใช้ ตำแหน่งอื่นก็มีเยอะแยะ”
“เ้าหมอโฉด ข้าไม่มีทางไปเป็อนุเด็ดขาด” อู๋จือหน้าร้อนผ่าว ฐานะอย่างคุณชายใหญ่ฮัว นางคิดจะสู่ขอมือปราบหญิงไปเป็อนุภรรยาย่อมไม่ใช่เื่ยาก “ข้าไม่อยากได้ ไม่อยากมีตำแหน่งอันใดในสกุลฮัวทั้งหมด อย่ามายุ่งกับข้า!”
“ข้ายังไม่ได้บอกว่าเลยอยากได้เ้าเป็อนุภรรยา” ฮัวหยางเอ่ยหน้าตาย
“คนชั่วช้า!” นางร้องด่าเขาเสียงดัง
ฮัวหยางทั้งยิ้มทั้งหัวเราะ เขาไม่เคยถูกสตรีร้องด่าเช่นนี้เลยสักครั้ง
อู๋จือช่างเป็สตรีที่น่าสนใจเสียจริง เขาทำท่าจะประคองนางลงจากรถม้า หญิงสาวจึงร้องขึ้น
“ข้าจะลงเอง ข้าจะลงบ้านข้า”
ฮัวหยางเห็นมือไม้ของคนดันทุรังกะปลกกะเปลี้ยก็หัวเราะเบาๆ “ไม่ต้องทำตัวเก่งก็ได้ ถ้าข้าปล่อยให้เ้าลงเอง เห็นทีคงจะต้องนอนคลุกดินหน้าบ้านแน่ๆ เดี๋ยวข้าอุ้มเ้าเอง” ชายหนุ่มอุ้มคนเมาลงจากรถม้า
เหล่าหานยืนรอที่หน้าประตู เขาลงไปเคาะประตูเรียกคนในบ้าน ไม่นานนักก็มีเสียงฝีเท้าเดินมาที่ประตูรั้ว
แอ้ด....!
“ท่านมีธุระอันใดหรือ ” อู๋ฮูหยินที่ออกมาเปิดประตูเห็นบุรุษไม่คุ้นหน้าก็เลิกคิ้ว นางมั่นใจว่าไม่เคยคนผู้นี้มาก่อน
“ข้าเป็คนของสกุลฮัว คุณชายใหญ่ของข้าเห็นมือปราบอู๋เดินเมาอยู่ข้างทางก็เลยนำนางมาส่งขอรับ”
อู๋ฮูหยินมองเลยไปด้านหลัง เห็นบุรุษรูปงามจนน่าตะลึงแต่งกายด้วยแพรพรรณที่ดูแล้วราคาแพงลิบกำลังอุ้มบุตรสาวของตนอยู่ก็เบิกตาโพลง คุณชายใหญ่สกุลฮัวก็คือทายาทคนโตเ้าของร้านขายยาที่บุตรสาวคนกลางของนางทำงานอยู่
“ข้าฮัวหยาง ขออภัยที่มารบกวนท่านน้าในยามวิกาลนะขอรับ อู๋จือเมามาก ข้าเห็นนางเดินเบียดกำแพงอยู่ข้างทาง เกรงจะมีอันตรายก็เลยถือวิสาสะนำนางขึ้นรถม้ามาส่ง”
**************
