บทที่ 1
กักขัง
ณ ในถ้ำแห่งหนึ่ง
“ท่านอาจารย์ ศิษย์สำนึกได้แล้ว”
เสียงใสะโป่าวร้องดังกึกก้องไปทั่ว ิหลันกู่ร้องถึงอาจารย์ของตน นางเบื่อหน่ายถ้ำแห่งนี้เต็มที ถ้ำที่แทบจะมืดมิดไร้ทางออกมีเพียงแสงสว่างที่ไม่มีวันดับส่องลงมาจากปลายยอดถ้ำขนาดใหญ่เพียงไข่ไก่เท่านั้น
“ท่านอาจารย์ เหตุใดต้องกักขังข้าเช่นนี้เล่า” เสียงนางะโเรียกท่านอาจารย์ซ้ำไปซ้ำมาอย่างคนเสียสติ ใจก็เฝ้าคิดว่าเมื่อไรตนจะหลุดพ้นจากถ้ำแห่งนี้เสียที
“นานเท่าไรแล้วที่เ้าถูกจองจำิหลัน ข้ารู้ว่าเ้าเกลียดชังการอยู่คนเดียวยิ่งนัก” เสียงแจ้วเอ่ยคุยกับตนเองเพราะความเหงา ิหลันอยู่ตัวคนเดียวมาเนิ่นนานจึงทำให้นางเอ่ยพูดกับตนเองบ่อยครั้งจนเคยชิน
ร่างน้อยในอาภรณ์สีม่วงเข้มเหงนมองเเสงสว่างที่ส่องลงมาจากปากถ้ำอย่างหดหู่ นางใช้ชีวิตเผชิญกับความว่างเปล่ามานานเสียไม่รู้ว่าวันคืนล่วงเลยผ่านมานานเพียงใด ความโดดเดี่ยว ความสิ้นหวัง เกราะกุมริมฝีปากที่เคยยกยิ้มให้เหี่ยวเฉา เวลาส่วนใหญ่ที่อยู่ในถ้ำนางเฝ้านึกถึงเื่ราวในอดีตร้อยพัน ความสุขของวันวานช่วยเติมจิตใจที่ล่วงโรยให้กลับมาชูชันอีกครั้ง
“ข้าคิดถึงจัง คิดถึงศิษย์พี่ใหญ่หยางเกา คิดถึงศิษย์พี่รองเยว่ฉี และข้าก็ยังคิดถึงเสียงของท่านด้วยน่ะท่านอาจารย์” เสียงแจ้วโพล่งเอ่ยออกมาดังก้องทั่วถ้ำมืด พอคิดถึงตรงนี้ก็ทำให้นางนึกถึงคนอีกคนขึ้นมาได้ คนที่ทำให้นางต้องถูกท่านอาจารย์กักขังไว้ที่ถ้ำแห่งนี้
“จิ้นสิง ข้านับรอวันที่จะได้พบกับเ้าอีกครั้ง บุญคุณความแค้นข้าจะให้เ้าชดใช้ให้หมด” ิหลันะโก่นด่าอย่างเดือดดาล พอนึกจิ้นสิงที่ไรก็ให้โมโหทุกครั้ง
ย้อนกลับไปก่อนที่ิหลันจะถูกจองจำ เดิมทีสำนักไร้นามไม่ข้องเกี่ยวกับสามภพเร้นกายอาศัยอยู่ในหุบเขาเหลียงซาน
ท่านอาจารย์ฮุ้ยเหอ ร่างเดิมเป็เต่าดำของเทพแห่งน้ำ ท่านเป็คนจิตใจดีมีเมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ตบะแกร่งกล้าแต่ไม่โอ้อวดเร้นกายไม่ยุ่งเกี่ยวกับสามภพ ท่านยังมีความสามารถในการทำนายอนาคตได้อย่างแม่นยำ
ศิษย์เอกหยางเกา ใบหน้าหล่อเหลา คิ้วเรียวงามเข้ากับั์ตาสีน้ำตาล ผมสีดำขลับถูกแซมด้วยช่อผมสีน้ำเงินเข้มตรงด้านข้างหนึ่งช่อเพิ่มเอกลักษณ์ให้ดูโดดเด่น ริมฝีปากบางแดงขัดกับผิวขาวซีด อาภรณ์ที่สวมใส่ล้วนเป็สีขาวไม่เคยเปลี่ยน ร่างกายสูงโปร่งดูสง่าราวเทพเซียน กริยาเงียบขรึมพูดจาน้อยครั้ง ตบะเซียนสูงส่งเทียบเท่าแม่ทัพ์เทพขั้นสูง ความรู้กว้างไกลเชี่ยวชาญการวางกลยุทธ์ ศึกระหว่างภพที่หยางเปียวเป็ศิษย์เอกหยางเกานำทัพร่วมรบกับแม่ทัพ์นามหานตง
ศิษย์อันดับสองเยว่ฉี เดิมนางเป็คนของเผ่าหงส์แดง ความงดงามของนางเป็ที่ประจักษ์ต่อสามภพ ร่างกายที่งามระหงหาที่ติไม่ได้ ใบหน้าอ่อนช้อยน่าทะนุถนอมต่อผู้พบเห็นยิ่งนัก อีกทั้งยังมีจิตใจเมตตาออกช่วยเหลือสรรพสัตว์ทั้งหลายบ่อยครั้ง ด้วยความเชี่ยวชาญด้านปรุงยาจากดอกไม้จึงมีเทพเซียนแกล้งเจ็บป่วยแวะเวียนมาหาอยู่เป็ประจำ
ศิษย์อันดับสามจิ้นสิง เดิมเป็จิ้งจอกน้อยหลงทางไร้ที่มา รูปร่างสูงใหญ่ร่างกายกำยำ สีผิวที่คล้ำขับใบหน้าคมให้ดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น คิ้วเรียวเข้มดวงตาเหยี่ยวดูลึกลับยิ่งั์ตาสีเทาของเขาเสริมความน่าหลงไหลเพิ่มเป็เท่าตัว ความเ้าเล่ห์เข้าขั้นปรมาจารย์ เชี่ยวชาญด้านการวางค่ายกล
ศิษย์อันดับสี่ิหลัน นางกำเนิดจากไอพลังหินห้าสีของเ้าแม่หนี่วา รูปร่างเล็กกระทัดรัด ผิวขาวดั่งไข่มุก คิ้วเรียวงามดวงตากลมโต ริมฝีปากอวบอิ่มสีดอกท้อที่ดูเชิดขึ้นเล็กน้อย ทำให้เครื่องหน้าโดยรวมแล้วดูเย่อหยิ่ง นางถือว่าเป็หญิงงามผู้หนึ่ง
เสียงหัวเราะและรอยยิ้มคือเสน่ห์ที่ดึงดูดผู้คนได้ดีทีเดียว แต่ด้วยคำพูดที่เถรตรงและชัดเจนของนางจึงไม่ค่อยมีใครคบหา อีกทั้งยังมีความดื้อรั้น เย่อหยิ่ง และไม่ยอมความต่อผู้ใด สหายสนิทที่คบจึงมีเพียงศิษย์พี่สามเท่านั้น บ่อยครั้งที่นางแอบท่านอาจารย์ออกไปเที่ยวเล่นกับเขา ถึงต่อมาจะถูกจับได้ก็ตามท่านอาจารย์ก็จะลงโทษเพียงให้นางนั่งคัดตำรา เพราะท่านอาจารย์รู้จักิหลันดีว่าเกลียดการเขียนอักษรเป็ที่สุด ิหลันเชี่ยวชาญการสร้าง ศัสตราวุธ ไอพลังของหินทั้งห้าที่หวุนเวียนอยู่ภายในกาย เป็พลังตั้งต้นของอนุภาคศัสตราวุธที่นางสร้าง
“เป็เ้าที่โง่เขลาเองิหลัน สมควรถูกลงโทษแล้ว แต่ท่านอาจารย์นางก็สำนึกได้แล้ว ข้าคิดว่าท่านควรปล่อยนางได้แล้วกระมัง” ิหลันสวมบทบาทเป็อีกคนเอ่ยขอร้องท่านอาจารย์ให้เมตตาตน เสียงที่พูดรอบนี้ดูอ่อนแรงลงไปเยอะ นางรู้ว่ายังก็ไม่มีเสียงตอบกลับมาอยู่ดี สิ่งที่ทำให้นางรู้สึกดีก็มีเพียงเสียงตัวเองที่เปลี่ยนบรรยากาศที่เงียบขรึมนี้ให้พอดูครึกครื้นได้บ้าง
“ิหลัน เ้าเป็อย่างไรบ้าง”
ครั้งนี้แตกต่างไปจากครั้งอื่น มีเสียงหนึ่งตอบรับนาง เสียงนั้นทั้งอ่อนหวาน อีกทั้งยังให้ความคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก
“ศิษย์พี่รองนั้นใช่ท่านหรือไม่ ศิษย์พี่รอง.......ข้าอยู่นี้” ิหลันตอบเสียงสั่น นับั้แ่ที่ถูกกักขังนี้เป็ครั้งแรกที่ได้ยินเสียงของผู้อื่น
เยว่ฉีได้ยินิหลันร้องตอบดีใจที่หาศิษย์น้องเล็กพบเสียที น้ำเสียงอ่อนหวานตอบกลับคนในถ้ำทันที “ศิษย์น้องเล็ก ข้าพยายามหาเ้ามาหลายหมื่นปีแล้ว อดทนรอข้าอีกสักหน่อยเถิดข้าจะหาทางช่วยเ้าออกมาจากทีนั้น”
คนในถ้ำได้ยินคำตอบก็นิ่งเงียบไปพักหนึ่ง แล้วเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแ่เบา “ผ่านมาหลายหมื่นปี? ....... ข้าถูกกังขังนานขนาดนั้นเชียวหรือ” จิตใจลิงโลดห่อเหี่ยวขึ้นทันทีที่ได้รู้ว่าวันเวลาล่วงเลยมานับหมื่นปี การถูกกังขังอยู่ที่นี้ไม่อาจเห็นแม้แต่ดวงดารายามราตรี หรือแสงตะวันยามรุ่งทิวา ไม่มีสายลมพัดผ่าน ไม่มีเสียงนกน้อยกู่ร้องขับทำนอง ภายในถ้ำมีเพียงตัวนางและแสงสว่างทอดยาวที่ไม่มีวันดับเท่านั้น
เสียงของิหลันที่ส่งออกมาบ่งบอกถึงท้วงอารมณ์ทุกอย่างที่นางกำลังเผชิญอยู่ เยว่ฉีที่รับฟังอยู่ภายนอกถ้ำก็หดหู่ใจตามนางไปด้วย เสียงเอ่ยปลอบประโลมความเศร้าของคนในถ้ำทันที “อดทนหน่อยเถิด ตอนที่ข้ารวบรวมดวงจิตศิษย์พี่ใหญ่ได้ครบแล้ว รอศิษย์พี่ใหญ่ฟื้นคืนให้ดวงจิตกลับมาแข็งแกร่งดั่งเดิมได้แล้ว พวกข้าจะกลับมาช่วยเ้า รอข้า” เสียงปลอบของเยว่ฉีดังกังวาน มันเป็สิ่งเดียวที่นางทำได้ในตอนนี้ เขตอาคมที่ท่านอาจารย์สร้างขึ้นแข็งแกร่งยิ่งนักนางเพียงคนเดียวมิอาจทำลายได้เลย ศิษย์พี่ใหญ่จึงเป็ความหวังเดียวของนาง
ิหลันได้ฟังที่ศิษย์พี่รองเอ่ยถึงศิษย์พี่ใหญ่ ก็ตอบกลับด้วยเสียงโศกเศร้า “แต่ข้ามีส่วนทำให้ศิษย์พี่ใหญ่ต้อง.....” เสียงเอ่ยขาด่ นางไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยประโยคให้จบลงเลยด้วยซ้ำ ความดื้อรั้นของนางที่ไม่ฟังคำตักเตือนของศิษย์พี่ใหญ่จนก่อเกิดาที่ไม่อาจยับยั้งได้ แม้นางจะอ้างว่าโดนล่อลวงแต่ก็ไม่อาจพลักความรับผิดชอบนี้ออกไปได้
“ศิษย์พี่ใหญ่รักเ้าที่สุด ข้าจะกลับมาหาเ้าใหม่อีกครั้ง” เยว่ฉีเอ่ยคำลาแล้วก็จากไปทันทีโดยไม่รอคำตอบรับจากิหลัน
ิหลันจมอยู่กับความคิดตนเองเนิ่นนาน กว่านางจะรู้สึกตัวศิษย์พี่รองก็จากไปเสียแล้ว ความรู้สึกที่นางเผชิญเมื่อครู่คืออะไร ลมหายใจเข้าเหมือนจะเ็ป ลมหายใจออกเหมือนจะไม่รู้สึก ความย้อนแย้งของเหตุผลทำให้นางรู้สึกสับสนไปหมด คำพูดที่ศิษย์พี่รองเอ่ยทำไมช่างขัดกับเหตุผลที่ควรจะเป็เสียจริง นางเป็ต้นเหตุให้ศิษย์พี่ใหญ่ต้องตายจะมีเหตุผลอันใดที่เขายังจะรักนางได้อีก
ิหลันสบัดหัวไล่ความคิดเมื่อครู่ออกไป ตอนนี้สิ่งที่นางต้องทำคือหาทางออกไปจากที่นี้หมื่นปีนานพอควรกับบทลงโทษ ิหลันคิดถึงคำพูดท่านอาจารย์ที่บอกนางก่อนจากว่า
“เ้าจะหลุดพ้นได้ ก็ต่อเมื่อตัวเ้าเองหลุดพ้นเท่านั้น เฮ้อ... สมองน้อยๆอย่างศิษย์จะคิดออกหรือท่านอาจารย์ ถ้ารู้เช่นนี้ศิษย์น่าจะตั้งใจเรียนขึ้นอีกเสียหน่อย” ิหลันเอ่ยตัดพ้อตนเองที่วันๆเอาแต่เที่ยวเล่น ตำราที่สนใจก็มีเพียงแต่ตำราสร้างศัสตราวุธเท่่านั้น ปริศนาเช่นนี้อีกหมื่นปีนางจะคิดออกหรือเปล่าก็ไม่รู้ ในอดีตทุกครั้งที่นางถูกท่านอาจารย์ลงโทษก็ได้จิ้นสิงช่วยไขปริศนาพวกนี้ให้ การชี้นำของเขาทำให้นางพ้นโทษได้เร็วขึ้น
ิหลันนั่งลงกอดเข่าตนเองเอ่ยพูดเสียงเอื่อย “ท่านอาจารย์คงไม่รู้ว่าที่ผ่านมาศิษย์ใช้กลโกงเพื่อผ่านบทลงโทษ ครั้งนี้เลยทิ้งปริศนาเฉกเช่นเดิม เวรกรรมของศิษย์แท้ๆ”