ร่างเล็กบอกบางสะดุ้งตื่นเมื่อหน้าผากกระแทกหน้าต่างอย่างจัง เธอยกมือลูบไล่ความเจ็บ กระบอกตาปวดล้า สมองมึนงงยังคงงัวเงีย
เธอมองสำรวจซ้ายขวา รถจอดนิ่งสนิทในที่แห่งหนึ่ง ไม่พบวี่แววของคนขับ หวั่นใจจนเธอเลือกที่จะเปิดประตูออกมารอข้างนอก
สภาพอากาศ ณ เวลาเที่ยงวันไม่หนาวมากนัก หันมองรอบๆถึงได้รู้ว่าที่นี่คือปั้มน้ำมัน เธอเห็นรถจอดห่างออกไปอีกสองสามคัน น้อยกว่าที่ควรจะเป็
“ อ่าว ตื่นแล้วเหรอ ”
ทิศทางสายตาเปลี่ยนจากตึกสีครีมหันกลับมามองเ้าของเสียง เขากำลังยื่นขวดน้ำให้ เธอรับมาแต่ไม่ได้ดื่มในทันทีเพราะกำลังทิ้งสายตามองเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำด้านของอีกฝ่ายกับถุงกระดาษสีน้ำตาลในมือ
“ ที่นี่ที่ไหน ? ”
“ …มานี่สิ ” จีเลี่ยงไม่ตอบแต่กลับจูงมือเธอพาข้ามถนนไปอีกฝั่งแทน
หลังต้นไม้กรอบแห้งที่ถูกปลูกเรียงกันทึบคือภาพทิวทัศน์เส้นทางเดินเลียบแม่น้ำกับสะพานโค้งเก่าแก่ทำจากหินและอิฐเชื่อมสองฝั่งเป็หนึ่ง
“ ปาเวียเหรอ ไม่ได้มานานเลยแฮะ ” เพียงแค่เห็นสัญลักษณ์ประจำเมืองที่คุ้นตาเ้าหญิงแคนดี้ก็จำได้ทันที
เมืองปาเวีย หนึ่งในเมืองซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ห่างจากมิลานเพียงแค่สามสิบกว่ากิโลเมตร สวยงามด้วยมหาวิหารเก่าแก่มากมาย แม้เธอจะแอบหวังว่าเขาจะพาไปไกลกว่านี้แต่ที่นี่ก็ไม่ได้แย่
“ หิวหรือเปล่า? ไปหาอะไรกินกัน ”
เ้าหญิงแคนดี้ซึ่งกำลังเท้าแขนกับรั้วเหล็ก มองพื้นน้ำเคลื่อนที่แล้วจึงสั่นหัวแทนคำตอบ
“ ไม่อยาก ” เสียงหวานเบาจนแทบกลืนไปกับลม ดวงตาสีแดงจ้องมองเส้นผมสีทองสั่นไหว แม้ไม่เห็นแต่ก็พอจะเดาได้ว่าเธอกำลังทำหน้าแบบไหนอยู่
“ คิดไว้แล้วว่าต้องพูดแบบนี้ ” เขายื่นถุงกระดาษชนไหล่เธอเบาๆพอให้รู้ตัว แล้วแอบยิ้มเมื่อเห็นเธอทำท่าทีสงสัย
“ ซื้อขนมปังไว้ให้ นมกับน้ำผลไม้ก็มี ” ผู้เป็มือขวาพูดขณะปากคาบแซนด์วิชที่แอบหยิบออกมาก่อนยื่นให้อีกฝ่าย เธอเพียงแต่มองไม่ได้รับมาและเลือกที่จะหันกลับไปสนใจทิวทัศน์ด้านหน้าต่อ
“ ขอโทษนะ ไม่น่าลากนายเข้ามาเกี่ยวเลย ” เสียงเศร้าสั่นเครือ แขนเล็กยังคงเกาะอยู่ที่เดิม จู่ๆเธอก็นึกสงสัยว่าอุณหภูมิน้ำในแม่น้ำ่ฤดูนี้จะหนาวสักเท่าไร หนาวพอจะทำให้หัวใจด้านชาได้หรือไม่
“ ไม่เป็ไรหรอกมันเป็---- ”
“ เป็หน้าที่อยู่แล้ว? ” คนตัวเล็กกว่าพูดแทรกไม่รอจนเขาพูดจบประโยค ตาแดงก่ำชัดเจนจากการร้องไห้หนักหันกลับมามองหน้าเขานิ่งอีกครั้ง
‘ มันเป็เพราะฉันทิ้งเธอไว้คนเดียวไม่ได้ตั้งหาก ’ ความรู้สึกที่แท้จริงดังแค่ภายในใจ เขาพูดตรงขนาดนี้ไม่ได้
“ ฉันไม่ได้ทำอะไรเพราะเป็หน้าที่ไปซะทุกอย่างหรอกนะ ” เขาพูดเลี่ยง จงใจมองไปทางอื่น รีบกินแซนด์วิชในมือให้หมดแล้วยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มตาม
ความเงียบชวนให้บรรยากาศรอบข้างอึดอัด เขาจึงมองหาอะไรสักอย่างเป็ตัวช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น
“ อยากไปเดินเล่นไหม? ”
เธอพยักหน้าตอบ เดินนำขึ้นบันไดไปเดินเล่นบนสะพานตามคำชวน เส้นทางยาวไกลไร้ผู้คน เงียบจนได้ยินเสียงฝีเท้าของกันและกัน
“ จี… ”
เ้าของชื่อประหลาดใจที่ถูกเรียกอย่างกะทันหัน ไม่อาจคาดเดาได้ว่าภายใต้สายตาว่างเปล่ากำลังคิดเื่อะไรอยู่
“ นายเคยรักใครสักคนไหม ” คำถามนี้หากเป็คนอื่นถาม เขาคงจะตอบโดยไม่คิดอะไรมาก แต่เพราะเป็เธอ เ้าหญิงสูงศักดิ์ที่เขารักหมดหัวใจ
เท้าใหญ่หยุดเดินโดยไม่รู้ตัว หลังชาวาบลามไปถึงขา หัวใจเต้นแรงจนน่ากลัว แม้ภายนอกจะดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ความหวั่นใจบางอย่างกำลังบีบคอไม่ให้เขาได้ตอบอย่างที่ใจนึก
“ เคย แต่เธอมีคนที่เธอรักอยู่แล้ว ”
ดวงตาสีทองเบิกโพลงมองอีกฝ่ายอย่างตกตะลึง ไม่คาดฝันว่าจะได้ยินคำตอบนี้
“ แล้วนายทนเห็นเธอไปรักกับคนอื่นได้เหรอ ? ”
“ …ความรักน่ะแค่ได้รักก็พอแล้ว ขอแค่เธอมีความสุข ฉันจะเป็ยังไงมันไม่สำคัญหรอก ” ดวงตาสีแดงดุดันหมองเศร้าอย่างชัดเจน ดวงตาคู่นั้นมองเธออย่างลึกซึ้ง ราวกับเขากำลังพูดประโยคนี้กับเธอ
หยาดน้ำใสไหลออกจากตาคู่สวยอีกครั้ง หยดผ่านนิ้วเล็กเรียวขณะพยายามปัดไล่ หยดผ่านไปถึงชายแขนเสื้อขนสัตว์ ความเสียสละที่ต้องแลกมาด้วยความช้ำใจ มันดูเกินตัวจนเธอไม่รู้ว่าจะทำได้ไหม แค่เพียงนึกภาพจอตโตเข้าพิธีแต่งงานกับคนอื่น หัวใจเธอก็แหลกละเอียดเป็ฝุ่นผง
เห็นคนข้างๆก้มหน้าร้องไห้ ใจอยากจะเอื้อมมือไปลูบหัวปลอบแต่ก็ทำไม่ได้ มือแข็งแกร่งค้างอยู่ในอากาศ ห่างจากผมหยักศกไม่กี่สิบเิเแต่เขาไม่มีสิทธิจะทำแบบนั้น เขายืนอยู่ปลายทางในความสัมพันธ์ที่ไม่อาจล้ำเส้นไปมากกว่านี้ได้อีก
หลังจากใช้เวลาสักพักทั้งสองก็เดินกลับมาขึ้นรถ จีมองนาฬิกาข้อมือ ่เวลาที่จะได้อยู่ตามลำพังกับเธอเป็ครั้งสุดท้ายอาจหมดไวกว่าที่คิด
“ จะกลับวังเลยไหม ? ”
ผิดคาดที่เธอส่ายหัวปฏิเสธโดยที่ไม่ต้องใช้เวลาคิด จมูกแดงจากการสั่งน้ำมูกหลายครั้งสูดหายใจเข้าช้าๆ ยกน้ำแร่ดื่มเติมเต็มภายในปากที่แห้งผาก
“ ไม่อยากกลับ ไม่อยากเอาสภาพแบบนี้ไปให้ท่านแม่เห็น ท่านต้องรู้สึกแย่มากแน่ถ้ารู้เื่นี้เข้า ”
“ ยิ่งเธอไม่กลับบ้าน ท่านก็ยิ่งเป็ห่วงนะ ”
แคนดี้นั่งนิ่ง ทิ้งสายตามองเสาไฟฟ้าด้านหน้า
“ ฉันขอทำตามใจตัวเองบ้างเถอะ แล้วหลังจากวันนี้ฉันจะกลับไปเป็แคนดี้คนเดิมในแบบที่ทุกคน้า ”
ชายหนุ่มทอดสายตา เคาะนิ้วลงบนพวงมาลัยรถขณะกำลังตัดสินใจ แม้จะรู้เต็มอกว่าสิ่งที่กำลังจะเลือกมันไม่สมควรแต่เขาไม่สน เหมือนผู้ป่วยที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะตายอย่างน้อยที่สุดก็ขอตายอย่างมีความสุข
“ งั้น…ฉันก็ขอตามใจตัวเองบ้างแล้วกัน ” รอยยิ้มอ่อนโยนซึ่งไม่ได้เห็นบ่อยจากคนหน้าดุกับมือใหญ่ที่กำลังขยี้ผมสีทองสวยเบาๆ อบอุ่นใจเรียกรอยยิ้มหวานจากเธอได้สำเร็จ
เธอมองไปข้างหน้าขณะอีกฝ่ายออกรถโดยไม่บอกจุดหมาย หางตาเหลือบเห็นโทรศัพท์ของเขาวางอยู่ในช่องเก็บของหน้ารถ นึกสงสัยว่าเขาแอบไปหยิบกลับมาั้แ่ตอนไหนแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถาม
รถสวยราคาแพงขับผ่านที่ไหนก็มีแต่คนมอง กลับมาจอดอยู่หน้าซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดกลางแห่งหนึ่งในเมือง พนักงานซึ่งกำลังทำความสะอาดใกล้กับประตูอัตโนมัติหันมองชายหนุ่มผมสีแดงเพลิงเดินมากับเด็กสาวตัวเท่าไหล่คนข้างๆ ไม่ว่าจะด้วยบรรยากาศหรือของราคาแพงที่ประดับบนตัวแต่พวกเขาก็ดึงดูดสายตาของทุกคนเพียงแค่เดินผ่าน
“ มาซื้อไรอ่ะ ? ” เ้าหญิงแคนดี้เอ่ยถามเขาขณะกำลังหยิบตะกร้าพลาสติกเดินไปทางแผนกของสด
“ วัตถุดิบสำหรับมื้อเย็น เธอคงไม่กล้าปฏิเสธใช่ไหมล่ะถ้าฉันทำให้ ” หนทางเดียวที่เขาจะนึกออกเพื่อให้เธอยอมกินข้าว ร่างกายเปราะบางถ้าไม่ดูแลให้ดีจะยิ่งแย่ อะไรที่เขาทำได้เขาก็จะทำ ไม่ยอมให้เธอล้มป่วยเด็ดขาด
“ มันก็ใช่….แต่ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นก็ได้ แล้วอีกอย่างจะไปทำที่ไหน ? ”
“ ฉันจองห้องสวีทไว้ให้แล้วมีห้องครัวกับห้องนั่งเล่นในตัว ”
แคนดี้ประหลาดใจ ไม่คาดฝันว่าเขาจะแอบวางแผนไว้ทั้งที่ก็ตัวติดอยู่ด้วยกันแต่ก็ไม่เห็นเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาใคร
เธอเดินตามร่างสูงพร้อมกับมองซ้ายขวาสำรวจความแปลกใหม่ซึ่งเธอไม่เคยััมาก่อน คนทั่วไปคงหัวเราะราวกับเป็เื่ตลกหากรู้ว่าเ้าหญิงเพียงคนเดียวของราชวงศ์ราโกเน่ไม่เคยเดินร้านสะดวกซื้อหรือซูเปอร์มาร์เก็ตเลยสักครั้ง
จีสอดส่องสายตาอยู่หน้าตู้เนื้อสัตว์ ไม่ว่าจะสัตว์ใหญ่ สัตว์สี่ขา สัตว์ปีก สัตว์น้ำถูกวางเรียงแยกเคาน์เตอร์ให้ผู้คนจับจ่ายนำไปปรุงอาหาร
“ มีอะไรที่อยากกินเป็พิเศษไหม ? ”
คนตัวเล็กเหมือนไม่ได้ยินคำถาม เพราะดวงตาคู่สวยกำลังหลุดอยู่ในภวังค์ของโลกอีกใบที่เธอไม่เคยรับรู้ถึงการมีอยู่
“ มีอะไรหรือเปล่า ? ” เขาเอ่ยถามเมื่อเห็นเธอยืนนิ่งไม่พูดไม่จา
“ ฉันไม่เคยมาซื้อของแบบนี้เลย เพิ่งรู้ว่ามีของให้เลือกเยอะขนาดนี้ ”
เสียงหนาหลุดหัวเราะ เขาอุตส่าห์นึกห่วงแต่คงไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว
“ ขำอะไร ? ” เ้าของเส้นผมสีทองสวยมองค้อนคนตัวสูงกว่า เขาหัวเราะจริงจังจนน่าหงุดหงิด มันไม่ใช่เื่ตลกสักหน่อย
“ เปล่าๆ อยากกินอะไรหยิบได้เลยนะ ”
เมื่อได้ยินคำอนุญาตเ้าหญิงแคนดี้จึงหนีไปเดินสำรวจตามลำพัง จีเดินมาเลือกผลไม้ตามฤดูกาลเพื่อนำไปทำของหวาน เขาเลือกลูกแพร์และส้มอย่างละหนึ่งกิโลกรัม ตั้งใจจะคั้นน้ำส้มให้เธอดื่มเพราะรู้ว่าเธอชอบ
“ เฮ้ย เมื่อกี้เดินสวนกับสาวคนหนึ่งโคตรน่ารักเลย ”
เสียงวัยรุ่นชายคนหนึ่งดึงความสนใจเ้าของเส้นผมสีแดงเพลิงให้หันไปมอง เขาพูดกับเพื่อนอีกคนด้วยความตื่นเต้น มือชี้ไปทางโซนขนมขบเคี้ยวซึ่งเป็ทางเดียวกับที่เ้าหญิงเพิ่งเดินไป
“ ไหนวะ พาไปดูหน่อยดิ ”
คนที่เผอิญได้ยินบทสนทนารีบเดินหาตัวผู้ซึ่งน่าจะเป็ ‘ สาวคนหนึ่ง ’ ที่เด็กหนุ่มพูดถึง สาวคนนั้นกำลังยืนตาเป็ประกายอยู่หน้าชั้นวางช็อกโกแลต ในมือมีดาร์กช็อกโกแลต 70%กับดาร์กช็อกโกแลตผสมเบอร์รีอบแห้งของโปรด
มือขวาวองโกเล่พรีโม่มาถึงก่อนอย่างฉิวเฉียด เขามองผู้ชายสองคนเมื่อครู่ยืนคุยอยู่ไม่ไกลคงจะเป็เธออย่างที่คาดไว้
แคนดี้ใที่อยู่ๆจีก็รีบเดินมาหา แขนแข็งแรงโอบไหล่เล็กแนบชิดอย่างสนิทสนม กระชับวงแขนให้ใกล้กันมากขึ้นจนคนตัวเล็กกว่าได้กลิ่นน้ำหอมเบอร์กาม็อตคู่มากับกลิ่นแก่นไม้จันทร์ผสมกับกลิ่นควันบุหรี่จางๆ
“ อะไร? ” ความงุนงงฉายชัดบนหน้าสวยเพราะจีไม่เคยทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมขนาดนี้กับเธอมาก่อน แม้จะทำตัวไม่ถูกแต่ก็ก้าวเท้าตามไม่ขัดขืน
“ เปล่า ” เขาตอบด้วยสีหน้านิ่งเฉย รับช็อกโกแลตทั้งสองในมือเธอใส่ตะกร้าก่อนจะพาไปชั้นวางแป้งและเส้นพาสต้า
“ ทำราวิโอลีไส้ไก่สับผัดกับเห็ด สลัดคาเปรเซ่แล้วก็กรานิต้าลูกแพร์แทนของหวาน โอเคไหม ? ” คนตัวสูงกว่าปล่อยเธอเป็อิสระ เขาเดินไปเลือกแป้งเอนกประสงค์พร้อมกับนำเสนอเมนูประหนึ่งตัวเองเป็เชฟมืออาชีพไม่ใช่มือขวาบอสมาเฟียอย่างความเป็จริง
“ ไม่ต้องทำเยอะนะ กินไม่หมดแน่เลย ” แคนดี้เอนหลังพิงชั้นวางมองพ่อครัวจำเป็อ่านส่วนประกอบวัตถุดิบที่จะใช้อย่างละเอียดยิบ
จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่เข้าใจว่าเขาทำทั้งหมดนี้ให้เธอเพื่ออะไร เพราะเธอเป็เ้าหญิง ? หรือเพราะเป็ผู้แหวนทูรินีเซตเต้ ?
ถ้าหากเธอเป็เพียงเด็กสาวธรรมดาคนหนึ่งเขาจะยังดูแลเธอแบบนี้ไหม ?
แล้วชายผู้กุมอำนาจไว้มากมายคนนั้นจะยังรักเธออยู่หรือเปล่า ?
คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวใจดวงน้อยแต่เธอก็ไม่คิดจะเอ่ยถาม
ทั้งสองเดินกลับออกมาพร้อมกับถุงกระดาษสีน้ำตาลใบใหญ่หลายใบ จีกอดถุงที่หนักที่สุดสามถุงด้วยสองแขน ให้เ้าหญิงถือถุงใบเล็กหนึ่งและวานพนักงานร้านถือให้อีกสองถุง
หลังจากเก็บสัมภาระทั้งหมดไว้ที่เบาะหลังเรียบร้อยแล้ว เขาหยิบไอศกรีมถ้วยเล็กพร้อมช้อน ยื่นให้คนข้างๆที่กำลังคาดเข็มขัด
“ รสนี้อร่อย ”
แคนดี้มองไอศกรีมรสคาราเมลอัลมอนด์ถ้วยเล็กสลับกับมองหน้าคนให้
“ เลิกทำเหมือนฉันเป็เด็กได้แล้ว ” เธอค้อนตามอง น้ำเสียงแฝงความไม่พอใจ
จีแอบยิ้ม เขาแกะช้อนเปิดฝา ตักกินเองคำหนึ่งก่อนจะแสดงสีหน้าอร่อยเกินเหตุให้อีกฝ่ายเห็น
“ อื้มมอร่อย อ้ามม… ” มือใหญ่ตักไอศกรีมคำเล็กยื่นไปหาเธอพร้อมส่งเสียงเหมือนเวลาป้อนอาหารเด็กทารก คนอายุน้อยกว่าถอนหายใจ ยอมกินคำที่เขายื่นให้โดยไม่โต้เถียง
“ อร่อยไหม ”
“ อือ ” เธอรับถ้วยมาถือเพราะคนขับกำลังเตรียมจะออกรถ ก่อนจะค่อยๆละเลียดกินจนหมด
ห่างจากซุปเปอร์มาร์เก็ตไม่ถึงห้ากิโลเมตร รถหรูจอดนิ่งสนิทอยู่หน้าสิ่งก่อสร้างสีชมพูอ่อนสูงกว้างใหญ่เทียบเท่าชั้นหลักภายในพระราชวัง รายล้อมด้วยหน้าต่างบานใหญ่และโดมแก้วกลางอาคาร
พนักงานต้อนรับเป็ฝ่ายเปิดประตูให้ เ้าของรถยื่นกุญแจให้ผู้ด้อยกว่าพร้อมกำชับให้ขนของทั้งหมดตามมา แคนดี้เดินตามเขาเข้าไปเช็คอิน พาตัวเองกดลิฟต์ขึ้นมาชั้นบนสุดแล้วหยุดเท้าอยู่หน้าประตูไม้สูงชนเพดาน
“ ห้องเธอคนเดียวเลย ”
หลังบานประตูคือห้องสวีทสองห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัว ห้องนั่งเล่นกว้างขวาง ห้องครัวขนาดกลางและประตูแก้วเปิดออกไปรับลมที่ระเบียง จีแยกตัวมาเตรียมของในครัว ปล่อยให้เ้าของห้องเดินสำรวจจนพอใจ
พรมสีครีมปูทับพื้นไม้เกินครึ่ง เพดานปูนปั้นสูงโปร่งเข้ากับการตกแต่งในสไตล์คลาสสิกซึ่งผสมเฟอร์นิเจอร์ไม้เข้ากับของสะสมโบราณ โดดเด่นด้วยภาพวาดสีน้ำมันจากจิตรกรมีชื่อ งดงามน่าอยู่เกินกว่าจะเป็เพียงแค่ที่พักใจชั่วคราว
“ จะหลับสักงีบก่อนก็ได้นะ ” เสียงเข้มะโไล่หลัง เธอจึงเลือกที่จะเดินมาหาเขา ยืนพิงตู้เย็นมองอีกฝ่ายนำของที่ซื้อออกมาจัดเรียง
“ ฉันช่วยดีกว่า ” เธอถือวิสาสะเดินไปเปิดน้ำล้างมือที่ซิงค์ล้างจานแล้วหยิบลูกแพร์มาล้างทีละลูก
“ มียางมัดผมสักเส้นไหม ? ”
แคนดี้เงยหน้ามองเส้นผมสีแดงยาวเลยคางของเขา เธอสะบัดมือไล่หยดน้ำก่อนจะวิ่งไปหยิบยางมัดผมในกระเป๋ามาให้
“ ย่อลงหน่อย เดี๋ยวฉันมัดให้ ”
เขาคุกเข่าลงตามคำสั่งอย่างเชื่อฟัง ภายใต้อกแกร่งหัวใจเต้นระรัว แม้จะเป็ชั่วเวลาเสี้ยววินาทีแต่เขาคงไม่มีทางลืมััของมือเล็กๆคู่นี้ไปตลอดชีวิต
การเตรียมวัตถุดิบดำเนินไปเงียบๆ ผู้เป็มือขวาพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นเหนือศอก หยิบผ้ากันเปื้อนขึ้นสวมเตรียมทำแป้งเกี๊ยว ในขณะที่คนตัวเล็กกว่าบรรจงหั่นเห็ดเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย ใช้มีดคล่องมือจนน่าประหลาดใจ
“ เขาคบกันมานานหรือยัง ” เ้าหญิงถามขึ้นแ่เบาในความเงียบ ตีหน้าเรียบเฉยดูเหมือนไม่รู้สึกอะไร ตรงข้ามกับชายหนุ่มข้างกายซึ่งหันมามองเธออย่างตกตะลึง
“ เขาไม่ได้คบกัน เขาหมั้นกันเพราะความ้าของผู้ใหญ่ ” ร่างสูงตอบน้ำเสียงราบเรียบ มือลงแรงนวดแป้งสีขาวละเอียดให้เข้ากับไข่ไก่
“ เรารู้จักลูเช่ั้แ่เด็ก เติบโตมาแบบพี่ชายน้องสาว เรียนโรงเรียนเดียวกันั้แ่อนุบาลจนถึงมอต้น แล้วเธอก็ย้ายไปอังกฤษตามครอบครัว จากนั้นก็นานๆทีถึงจะเจอกัน ”
เธอฟังโดยไม่ได้พูดอะไรตอบ ยังคงตั้งหน้าตั้งตาหั่นลูกแพร์โดยแอบเหลือบมองจีเป็ระยะ
“ พ่อของลูเช่ชอบจอตโตมาก เขาอยากมีลูกชายมาตลอดแต่มีไม่ได้ ยิ่งพอเห็นความเก่งกาจในตัวเขาก็ยิ่งอยากได้บอสเป็ลูกของตัวเองอีกคน จึงคุยกับพ่อของจอตโตซึ่งเป็เพื่อนสนิทกันว่าอยากให้ครอบครัวเป็หนึ่งเดียวแล้วก็หมั้นกันั้แ่ตอนนั้น ”
“ สนิทกันขนาดนั้น ถ้าจะรักกันก็คงไม่แปลก ”
ดวงตาสีแดงเพลิงเหลือบมองอีกฝ่ายด้วยความอยากรู้ว่าเธอฝืนใจพูดประโยคนี้ด้วยสีหน้าแบบไหน แต่ไม่อาจคาดเดาความคิดภายใต้กำแพงความเฉยชาที่แสดงออก
“ แต่จอตโตก็รักในฐานะน้องสาวเท่านั้นแหละ เขาเองก็เคยบอกว่าอยากมีพี่น้อง ”
มือเล็กวางมีดกระทบเขียงรุนแรงจนเขากลัวว่าเธอจะาเ็ ดวงตากลมโตมองเขาอย่างแข็งกร้าวแต่แววตาแฝงความเ็ปชัดเจน
“ นายจะไปรู้ในใจลึกๆของเขาได้ยังไง! ” เธอตะคอกกลับเสียงดังอย่างลืมตัว น้ำตาคลอตาสีทองวาวใส
“ ฉันอยู่กับเขามาทุก่เวลาของชีวิต ฉันไม่เห็นเขาจะอยู่กับผู้หญิงคนไหนแล้วมีความสุขเท่าอยู่กับเธอเลย ”
คำพูดของเขาสะกิดต่อมน้ำตาที่เธอพยายามอดกลั้นให้ไหลหยดอาบแก้ม ริมฝีปากอมชมพูสวยกัดระงับไม่ให้หลุดเสียงสะอื้นออกมา เธอเลือกที่จะเดินหนีเข้าห้องนอน ปิดประตูเสียงดังด้วยความรีบร้อนก่อนจะทันเห็นว่าเขาเดินตาม
จีซบหน้าลงกับประตูไม้ มือหนาวางทาบราวกับพยายามจะส่งความรู้สึกของตนให้คนในห้องได้รับรู้ เสียงร้องไห้ที่ดังเล็ดลอดออกมาจากอีกฟากบีบหัวใจเขาแหลกละเอียด เ็ปจนขารับน้ำหนักไม่ไหวอีกต่อไป
' ฉันเองก็เหมือนกัน '
ร่างแกร่งทรุดตัวนั่งอยู่หน้าประตูเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง ในใจพร่ำบอกถึงคำพูดที่ไม่อาจส่งผ่านไปถึงคนที่รัก หยดน้ำตาร้อนไหลออกจากตาดุดัน
เขารักเธอมากจนไม่อาจทนเห็นเธอเสียใจอยู่แบบนี้ มากจนยอมทำทุกอย่างถ้าเพียงเธอจะลืมเขาคนนั้นได้ มากจนเขามองข้ามตัวเอง มองข้ามความเ็ป แม้ว่าเขาจะต้องเป็ฝ่ายเจ็บช้ำแต่ถ้ามันทำให้เขาได้อยู่กับเธอ เขายอมทุกอย่าง
.
.
.
ร่างเพียวบางลุกขึ้นจากเตียงช้าๆหลังจากร้องไห้จนเผลอหลับไป ดวงตาปวดหนึบเหนื่อยล้าเกินกว่าจะเยียวยาได้ใน่เวลาสั้นๆ เธอนั่งมองภาพเมืองภายนอกผ่านหน้าต่างสูงชนเพดาน ประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้นในหัวอีกครั้งก่อนจะลุกเดินไปล้างหน้าในห้องน้ำ
เธอจ้องเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก รอบตาบวมแดงเห็นได้ชัด สีหน้าดูไม่ได้ เป็สภาพที่ย่ำแย่จนเธออยากใส่หน้ากากปิดบัง สิ่งที่ช่วยทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นคือการหยิบตลับแป้งขึ้นมาทาใหม่ให้ผิวสวยอย่างที่ควรจะเป็ ทาลิปบำรุงออกสีเล็กน้อยให้ชีวิตสดใสขึ้น
ประตูห้องถูกเปิดออกแ่เบาจนแทบไม่เกิดเสียง เธอเลือกเดินตรงไปยังห้องครัวก่อนเพื่อหยิบน้ำดื่ม การร้องไห้อย่างหนักที่ผ่านมาทำให้ร่างกายขาดน้ำไปมาก
สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาเธอคือจานสีขาวใบใหญ่สองใบ เข้าไปดูใกล้ๆจึงพบว่าเป็ราวิโอลีที่ห่อไส้เรียบร้อยรอให้นำไปต้ม จานที่ใช้ไปแล้วล้างสะอาดวางอยู่ในตะกร้าข้างซิงค์ล้างจาน บนพื้นเคาน์เตอร์ไม่มีเศษแป้งให้เห็น
เปิดตู้เย็นพบจานมะเขือเทศหั่นแว่นสำหรับสลัดแช่อยู่ชั้นบน ถ้วยกรานิต้าในช่องแช่แข็ง เธอกำลังจะหยิบน้ำแร่ขึ้นดื่มแต่สายตาเหลือบเห็นอะไรบางอย่างก่อน
‘ เพิ่มความสดชื่น ’ กระดาษแผ่นเล็กวางทับด้วยแก้วน้ำส้ม เธอเดินไปดูที่ถังขยะเห็นกากส้มจำนวนหนึ่งจึงมั่นใจว่าเขาคั้นให้เองกับมือ หยิบมาจิบอร่อยตามคาด ความหวานผสมกับความเปรี้ยวเล็กน้อยเพิ่มความสดชื่นตามที่เขียนไว้
เ้าหญิงแคนดี้ดื่มรวดเดียวพร่องไปครึ่งแก้ว หยิบกระดาษออกมาเก็บไว้ในกระเป๋า นึกเสพติดความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของอีกฝ่าย แค่ข้อความไม่กี่ตัวอักษรในใจก็เอ่อล้นไปด้วยพลังงานบวก ภายนอกเขาแสนแข็งกระด้างแต่ความอ่อนโยนของเขาเป็ของจริง ถ้าเธอไม่ยกใจให้จอตโตไปแล้วเธอคงจะตกหลุมรักจีอย่างไม่ต้องสงสัย
เ้าของห้องเดินถือแก้วน้ำส้มไปยังห้องนั่งเล่น วางลงบนโต๊ะกินข้าวข้างหน้าต่างสูงใหญ่ เ้าของเส้นผมสีแดงเพลิงกำลังนั่งหลับบนโซฟา เธอยืนมองเขาก่อนจะตัดสินใจเข้าไปใกล้โดยการทิ้งตัวลงบนที่วางแขน กลิ่นบุหรี่ลอยจางจากเสื้อเชิ้ตสีครีมแต่ไม่มีกลิ่นในห้องแม้แต่น้อย เธอจึงคิดไปว่าเขาคงออกไปสูบนอกระเบียงตอนที่เธอหลับ
หญิงสาวจ้องมองใบหน้านิ่งสงบด้วยความรู้สึกหลากหลาย นึกย้อนไปถึงวันแรกที่ได้เจอเขา การกระทำของเขาวันนี้อบอุ่นเหมือนกอดวันนั้น เ้าตัวนึกภาพตนเองหากไม่มีเขาในเหตุการณ์วันนี้ คงขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาให้ไหล ไม่ก็คงเดินหายไปในทะเลไม่กลับขึ้นมาอีก
ปอยผมส่วนหนึ่งหลุดลุ่ยลงมาปรกหน้าอีกฝ่าย เธอกลัวเขาจะรำคาญจึงเผลอเอื้อมมือไปปัดโดยไม่ทันคิดว่าเขาอาจจะตื่นขึ้นมาแล้วเข้าใจผิดได้ แล้วก็เป็อย่างนั้นจริงๆ
มือหนาตะครุบมือเรียวบางของเธอแน่นแค่เพียงปลายนิ้วััเส้นผม เธอสะดุ้งใ รีบกล่าวขอโทษด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เมื่อสบกับดวงตาสีแดงซึ่งกำลังจ้องเธอนิ่ง
“ ขะ…ขอโทษค่ะ ”
เขารีบปล่อยมือ ยันตัวขึ้นนั่งดีๆก่อนจะพูดพลางนวดดวงตาทั้งสองข้างเบาๆ
“ ไม่ได้หลับ แค่พักสายตา ”
เธอย้ายตัวเองไปนั่งที่โต๊ะกินข้าวมองเขาเดินมานั่งตรงข้าม มือเล็กยกแก้วน้ำส้มขึ้นดื่มอีกนิดหน่อยก่อนจะสังเกตว่าสายตาคมกริบเหมือนสัตว์ป่าจ้องเธอไม่วางตาเหมือนสิงโตจ้องตะครุบเหยื่อ เลยเผลอเข้าใจไปว่าเขาอยากดื่มด้วย เธอจึงยื่นแก้วให้แต่อีกฝ่ายส่ายหน้าปฏิเสธ
“ หิวหรือยัง จะกินเลยไหม ”
“ อือ ” เธอส่งเสียงตอบเบาๆ ท้องของเธอส่งเสียงร้อง้าอาหารแล้วแม้จะยังไม่ถึงเวลากินข้าวปกติ
จีเดินหายเข้าไปในครัวแต่เ้าหญิงแคนดี้เลือกรอที่โต๊ะ มองทิวทัศน์เมืองอาบแสงอาทิตย์สุดท้ายเป็สีส้มจางๆผสมกับความมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามา
เขากลับออกมาพร้อมกับจานสลัดสองใบรวดเร็วชนิดที่คนตัวเล็กกว่าใ แล้วค่อยกลับเข้าไปเอาจานหลักอีกสองใบมาเสิร์ฟที่โต๊ะ รินน้ำแร่ใส่แก้วสวยวางในระยะที่เ้าหญิงตัวน้อยหยิบสะดวก เป็ระเบียบเรียบร้อยประหนึ่งพ่อบ้านผู้มากประสบการณ์
มื้อเย็นดำเนินไปโดยไร้บทสนทนามีเพียงเสียงส้อมกระทบจานเป็ดนตรีประกอบ แคนดี้ใช้มีดตัดราวิโอลีเป็ชิ้นเล็กแล้วค่อยกินช้าๆ พยายามกลืนอาหารอร่อยที่อีกฝ่ายอุตส่าห์ทำให้ขณะทิ้งสายตามองแสงสียามค่ำคืนเป็ระยะ
“ ไม่อร่อยเหรอ ” คนทำเอ่ยถามเสียงราบเรียบแต่แฝงความน้อยใจ เพราะสังเกตท่าทีของเธอเหมือนคนถูกบังคับให้กิน
“ ไม่ใช่นะ อาหารที่นายทำอร่อยมากทุกอย่างอยู่แล้ว ขอบคุณนะคะ ” แคนดี้รีบส่ายหัวปฏิเสธ เธอจิ้มเกี๊ยวกัดคำใหญ่แล้วยิ้มน้อยๆ แสดงออกให้เห็นว่าซาบซึ้งกับอาหารมื้อนี้จริงๆ
เกล็ดน้ำลูกแพร์เย็นสดชื่นตบท้ายมื้ออาหาร เธอกินหมดทุกอย่างเพราะนอกจากจะอร่อยมากแล้วคนทำจะได้ไม่เสียใจ เธอยังคงนั่งอยู่ที่เดิม มองหน้าต่างบานเดิมแม้ภายนอกจะเปลี่ยนไป
เ้าของเส้นผมสีแดงเดินออกมาจากครัวหลังจากเก็บกวาดเสร็จ เขายืนมองเส้นผมหยักศกอยู่ข้างหลัง พยายามจดจำทุกรายละเอียดให้สลักลึกลงในความทรงจำ หมดเวลาของเขาแล้ว
แม้จะอ้อนวอนร้องขอนางฟ้า ซินเดอเรลล่าก็ต้องกลับก่อนเที่ยงคืน แม้เขาจะอยากอยู่กับเธอตลอดไปยังไงก็ต้องแยกจาก
“ ฉันกลับห้องตัวเองก่อนดีกว่า เธอจะได้พักผ่อน ” เสียงหนาเอ่ยขณะเดินเข้าไปกล่าวลา เธอไม่ได้พูดอะไรตอบ ไม่แม้แต่จะหันมามอง
เห็นดังนั้นเขาจึงกลั้นใจหันหลังกลับ ขาเตรียมก้าวเดินตรงไปทางประตูแต่ััอบอุ่นคว้ามือของเขาเอาไว้แน่น
“ จี… ” เสียงหวานแหบพร่าละลายไปในอากาศ
เ้าของชื่อหันมองใบหน้าสวยอย่างตกตะลึง ไม่เคยรู้เลยว่าชื่อตัวเองฟังดูเศร้าได้ขนาดนี้
“ ถ้าฉันขอให้นายไม่ไป นายจะทำเพื่อฉันได้ไหม? ”
ตาสีเข้มของชายหนุ่มขยายขึ้น ปากอ้าค้างไร้การควบคุมเมื่อเห็นหยดน้ำตาไหลรินจากดวงตาที่เขาหลงรัก ร่างกายเขาแข็งเป็หินเช่นเดียวกับสมองที่เหมือนถูกแช่แข็ง ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา กลายเป็เพียงร่างไร้ิญญา ไม่รู้ว่าตัวเองควรรู้สึกแบบไหนแสดงออกอย่างไร มันคือคำขอที่เขาอยากได้ยินจากเธอมาทั้งชีวิตแต่พอถึงเวลาจริงสิ่งที่แวบเข้ามาในหัวคือใบหน้าของจอตโต
บนเส้นทางที่แยกออกเป็สองสาย ไม่ว่าเลือกเดินทางไหนก็ต้องเสียอีกเส้นทางไปตลอดกาล
จีทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเธอ มือใหญ่กว่าทั้งสองข้างกุมมือเล็กแน่นไม่คิดปล่อย สมองสั่งการให้ทำได้เพียงนั่งมองใบหน้า์สร้าง อยากเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาแต่ไม่แน่ใจว่าตัวเองมีสิทธิ์ทำแบบนั้นไหม
“ นายเป็เหมือนพี่ชายของฉัน ไม่มีนายฉันก็ไม่มีใครแล้ว ”
หัวใจมนุษย์เป็เพียงอวัยวะหนึ่งของร่างกาย มันไม่ได้แข็งแรงขนาดนั้น ยิ่งมองจากมุมของความรู้สึกแล้วมันเปราะบางยิ่งกว่า ในอกของชายหนุ่มบีบแน่น เ็ปจนรู้สึกหายใจลำบาก น้ำตากองกันที่ขอบตาจวนจะไหล เขาบังคับตัวเองจนเส้นประสาทในสมองเต้นตุบเพื่อไม่ให้ร้องไห้
ราวกับทุกสิ่งภายในจิตใจของเขากำลังพังทลายลงมาช้าๆ ทุกความรักที่แอบมอบให้ผ่านการกระทำ สุดท้ายก็ไม่สามารถซื้อใจของเธอได้ ความน้อยใจ เ็ปใจ เศร้าใจทำให้สติหลุดลอย เขาไม่สนใจอะไรอีกแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่สน
ร่างสูงชันตัวขึ้นกะทันหัน สองมือย้ายไปจับพนักแขนแน่น โน้มหน้าเข้าใกล้เ้าหญิงแคนดี้จนเธอเองทำตัวไม่ถูก ดวงตาสีแดงจ้องเข้าไปในตาสีทองสวยลึกจนแทบมองเห็นจิติญญาภายใน ริมฝีปากขยับกล่าวคำบางคำแ่เบา ตั้งใจจะััรสจูบจากริมฝีปากเรียวบางทันทีที่พูดจบ
“ ฉันชอ—- ”
ก๊อก ก๊อก
พูดไม่ทันจบประโยคเสียงเคาะประตูหนักแน่นกลับดังขัด เ้าหญิงมองลอดแขนเขาไปที่ประตูด้วยสีหน้าใ ไม่ควรมีเสียงเคาะดังใน่เวลานี้ คนที่รู้ว่าเธออยู่ที่นี่ก็มีแต่จี เป็ไปไม่ได้เลยถ้าจะมีคนมาหา
จีถอยห่างจากเธออัตโนมัติ เสียงเคาะเมื่อครู่คือเสียงระฆังเรียกสติ คำพูดที่อยากจะเอ่ยไม่มีความหมายอีกต่อไป เส้นผมยาวบังปิดครึ่งหน้าซ่อนความรู้สึกเมื่อก้มมองพื้น เขายืดตัวขึ้น เดินหันหลังเพื่อไปเปิดประตูไวเหมือนรู้ล่วงหน้าว่าเื่จะเป็อย่างนี้
“ จี! ”
เสียงะโร้องเรียกเหมือนกำลังพยายามฉุดรั้งไม่อาจห้ามเขาไว้ได้ เ้าของชื่อกัดริมฝีปากจนแดงห้อเื มือแข็งแรงกำแน่นมองเห็นเส้นเืนูนชัด
เมื่อเลือกจะหักห้ามใจ ต้องห้ามหันหลังกลับแม้ประโยคต่อมาจะเป็คำว่ารัก ต่อให้เธอกอดขารั้งแล้วพร่ำบอกความรู้สึก ทุกอย่างก็สายไปแล้ว
ประตูเปิดออกพร้อมกับเผยใบหน้าเศร้าหมองของวองโกเล่พรีโม่ ดวงตาประกายทองที่เคยสดใสไร้เงาของสีสันเมื่อมองใบหน้าแฝงด้วยความเ็ปของเพื่อนสนิทตัวเองสลับกับคนที่รักหมดหัวใจโดยที่เขาไม่รู้ตัวว่ากำลังทำสีหน้าแบบเดียวกันอยู่
แคนดี้ยืนมองคนที่เธอไว้ใจมากที่สุดคนหนึ่งเดินจากไปทั้งน้ำตา เส้นผมสีแดงพร่ามัวในตาและจางลงในใจ เขาจากไปแล้ว เขาเลือกจะเดินไปจากที่นี่และในชีวิตของเธอ ต่อจากนี้เธอไม่เหลือใครอีกแล้ว เ้าของรอยยิ้มที่เธอรักซึ่งยืนอยู่ตรงนี้เองก็กำลังจะเป็ของคนอื่นตลอดกาล
“ ออกไป! ” แคนดี้ตะคอกไล่เสียงดุดันที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอคว้าหมอนใบเล็กบนโซฟาปาใส่เขาแต่บอสไม่หลบ ต่อให้เธอปาแก้วคมใส่เขาก็คงไม่หลบ
“ แคนดี้ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังนะ ” เสียงนุ่มลึกแหบพร่าเหมือนมีก้อนบางอย่างติดในลำคอ เขาสาวเท้าเข้าหาเธอช้าๆไม่ให้เธอตื่นกลัวแต่คนตัวเล็กกว่าถอยหนีทิ้งห่างแสดงท่าทีรังเกียจโดยไม่ปิดบัง
“ ไม่ได้ตั้งใจงั้นเหรอ? พูดออกมาได้ยังไง! นายรู้ดีอยู่แก่ใจว่าตัวเองมีคู่หมั้นอยู่แล้วแต่ยังมาให้ความหวังกัน นายทำแบบนี้ทำไม ฉันมันดูหลอกง่ายมากนักเหรอ !? ”
ทุกเสียงก้าวร้าวเปล่งออกมาพร้อมกับน้ำตาไหลเป็สาย ความเสียใจที่โดนหลอกมาั้แ่ต้นไม่เท่ากับการที่ต้องรู้ว่าความทรงจำร่วมกันที่ผ่านมาทั้งหมดไม่ใช่เื่จริง เป็อย่างที่ผู้เป็แม่เคยกล่าวไว้ ‘ ความรักมันเสี่ยง ผิดหวังก็แค่เสียใจ ’ แต่ท่านไม่เห็นบอกว่ามันหนักหนาปางตายขนาดนี้
“ ไม่ใช่นะ ผมยกเลิกการหมั้นไปนานหลายปีแล้ว อุตส่าห์มั่นใจว่าฝ่ายนั้นก็คงรับรู้แล้วด้วยแต่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเื่มันกลายเป็แบบนี้ได้ยังไง ”
“ นายทำลายความเชื่อใจของฉันครั้งแล้วครั้งเล่า ฉันไม่รู้จะเชื่ออะไรได้อีกแล้ว! ”
แคนดี้ก้าวเท้าไวผ่านเขาเหมือนผ่านอากาศ ถ้าเขาไม่ไปเธอจะเป็คนไปเอง ไม่มีเหตุผลอะไรให้พูดคุย ต่อให้ทุกสิ่งที่เขาพูดเป็ความจริงผลลัพธ์ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน
“ แคนดี้…” จอตโตดึงเธอเข้ามากอดแน่น มือแข็งแรงโอบ ถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดผ่านหลังบาง
“ ปล่อยนะ! นายทำแบบนี้ไม่ได้นะ! ” เ้าหญิงตัวน้อยดิ้นสุดแรง มือทุบตีอกคนตรงหน้าเสียงดังปึกปักแต่ไร้ผล เขายังคงกระชับแขนแน่น ซบหน้าลงจูบเส้นผมสวยที่เขาหลงใหล
“ ความรู้สึกของผมเป็ของจริงนะ ที่บอกว่ารักบอกว่าคิดถึง ไม่เคยโกหกสักครั้งนะครับ ”
คำพูดหวานชวนหวั่นไหว อีกทั้งััอบอุ่นที่เธอโหยหา กล่อมคนในอ้อมกอดหยุดยืนแน่นิ่ง เธอก้มหน้าเลี่ยงการสบตา มือน้อยกำชายกระโปรงแน่นพยายามหักห้ามใจจะไม่กอดตอบ
“ บอกผมสิว่าคุณก็รู้สึกแบบเดียวกัน เพียงแค่คุณยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่ได้มีแค่ผมที่รู้สึกไปเองคนเดียว ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เราได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง ”
น้ำตาทะลักพรั่งพรูเหมือนเขื่อนแตก สะอึกสะอื้นปานใจจะขาดเมื่อรู้สึกถึงหยดน้ำตาของจอตโตกระทบลงบนผมหน้าม้า เป็ครั้งแรกที่เธอรู้สึกตัวว่ารักเขามากขนาดไหน
เธอเลือกทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังและกอดเขาแน่นราวกับกลัวเขาจะหายไป ซบหน้าลงกับอกกว้าง ซึมซับทุกความร้อน เสียงหัวใจ กลิ่นน้ำหอม ถ้ามันต้องเป็ครั้งสุดท้ายเธอขอแค่กอดคนที่เธอรักอย่างที่เธอ้ามาตลอดก็เพียงพอ
“ มันไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้ว… ” เสียงหวานพูดพลางสะอื้นฟังยาก แต่เหมือนเขาจะเข้าใจ เ้าหญิงแคนดี้รวบรวมแรงดันเขาออก ใช้หลังมือเช็ดน้ำตาทั้งสองข้างก่อนจะเงยหน้ามอง
เส้นผมสีทองหนายุ่ง ดวงตาสีส้มประกายทองงดงาม จมูกโด่งแดงพอๆกับขอบตา แม้เขาจะกำลังย่นคิ้วแสดงสีหน้าเ็ปผ่านแววตาที่เคยเข้มแข็ง แต่เธอก็รักทุกอย่างที่เป็เขา รักมาตลอดและจะรักตลอดไป ยิ่งเมื่อก้มมองเห็นเขาสวมกำไลที่เธอเลือกให้กับนาฬิกาที่ซื้อให้เป็ของขวัญวันเกิด มันยิ่งปวดข้างในจนทนไม่ไหว
นาฬิกาเหล็กผสมโรสโกลด์ หน้าปัดแปดเหลี่ยมสีน้ำเงินด้านหลังสลักตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวซี เพราะเธอตั้งใจจะบอกเขาว่า ‘ ทุกครั้งที่ใส่นาฬิกาเรือนนี้จะมีฉันอยู่กับนายเสมอ ’ แต่ตอนนี้เธอกลับอยากให้เขาโยนทิ้งไปมากกว่า
“ ฉันไม่เห็นแก่ตัวขนาดจะแย่งคุณกลับมาหรอก ดูแลเธอให้ดีให้สมกับความรักที่เธอมีให้คุณมาอย่างยาวนานนะ ”
หลังพร่ำพรรณนาทุกสิ่งที่อยากบอกไปหมดแล้ว แคนดี้รีบวิ่งหนีออกมาโดยไม่สนใจจอตโตที่กำลังใจนทำอะไรไม่ถูก
“ แคนดี้! ” เขาออกวิ่งตามหลังทันทีที่ได้สติแต่เธอลงลิฟต์หายไปแล้ว ให้วิ่งลงไปหลายสิบชั้นก็คงหยุดเธอไว้ไม่ได้ เขาจึงยอมรับความจริง ยืนทุบกำแพงร้องไห้เหมือนคนบ้า ได้แต่โทษตัวเองที่ปล่อยให้เธอหายไปจากชีวิต โทษโชคชะตาที่ส่งให้มาเจอแต่ไม่อาจรักกันได้
เ้าหญิงแคนดี้วิ่งออกไปนอกโรงแรม ไม่สนใจสายตาของพนักงานที่มองมาด้วยความเป็ห่วงและไม่ทันสังเกตอาซาริ อุเก็ตสึในชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงขายาวแบบเดียวกับชายวัยทำงานส่วนใหญ่ซึ่งกำลังนั่งรอผู้เป็เ้านายอยู่ในล็อบบี้ ผมสีดำหวีเรียบจงใจไม่ใส่หมวกทรงสูงกับชุดขุนนางเนื่องจากไม่้าเป็จุดเด่น
สภาพอากาศฤดูหนาวตอนกลางคืนเย็นะเืบาดผิวแม้ชุดขนสัตว์ที่ใส่อยู่จะหนาในระดับหนึ่ง เธอเช็ดหน้ากับแขนเสื้อ มองซ้ายขวาหาทางออกเพื่อให้ตัวเองไม่หนาวตายอยู่ข้างถนนโดยไม่ทันสังเกตชายญี่ปุ่นผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็มือซ้ายของวองโกเล่พรีโม่แอบตามมาห่างๆ
เดินมาไม่กี่ก้าวเสียงกระพือปีกดึงดูดสายตาเธอมองไปที่นกตัวใหญ่ั์คุ้นตา ขนสีขาวทั่วตัวเปล่งประกายสว่างกว่าหลอดไฟใดๆ เทพแห่งท้องฟ้าใช้สายตาของนักล่าจ้องมองผู้เป็เ้านายโดยที่อีกฝ่ายก็คาดเดาความคิดไม่ได้
แคนดี้แทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่อีกครั้งเมื่อรับรู้ว่ายังมีคนรอเธออยู่ มือบางชูขึ้นไขว่คว้าอากาศ ปากร่ายคาถาใช้พลังโดยไม่กลัวจะมีคนเห็น
“ ไซรุ เมจิกอาเชอร์ ปลดล็อก ฟายเลวี่ ” แสงสีส้มสว่างไปทั่วบริเวณเป็อีกหนึ่งกลไกที่ออกแบบมาให้สามารถพลางตัวจากสายตาคนรอบข้าง เมื่อแสงจางหายไปร่างของเธอกับนกอินทรีั์ก็หายไปพร้อมกันราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นด้วยความเร็วในการบินที่คนปกติไม่มีทางมองเห็น