“ องค์ ... องค์ชาย !!! ” นางกำนัลคนนึงใร้องขึ้น สีหน้าของลี่หยางช่างน่ากลัวยิ่งสายตาคมดั่งเหยี่ยวเหลือบไปมองชายาของตนด้วยความเป็ห่วงบ่าวรับใช้กลัวตัวหดกันหมด อย่าว่าแต่บ่าวเลย ตัวนางเองก็กลัวไม่ต่างกัน
ทั้งครัวตกอยู่ในความเงียบในทันใดได้ยินเพียงสายลมพัดผ่านเท่านั้นทำไมเขาถึงได้ดูน่ากลัวเช่นนี้ เฟยฉีอึ้งนิ่งไปนานชั่วครู่กว่าจะได้สติกลับมานางรีบวิ่งเข้าไปหาลี่หยางทันที พูดจาอ่อนน้อมให้เขาคลายโทสะลง
“ องค์ชายหายดีแล้วเหรอเพคะ? หม่อมฉันทำกุ้ยฮวาตุ๋นอำพันดอกท้อให้องค์ชายชิมดูเพคะ”
เฟยฉีฉีกยิ้มสดใสราวดอกไม้แรกแย้มนิ้วมือที่โดนมีดบาดเฟยฉีก็ซ่อนไว้ข้างหลัง แต่ก็สายไปเสียแล้ว ลี่หยางเห็นหมดแล้วสายตาคมยังคงเ็าเหมือนเดิม กวาดมองบ่าวรับใช้อย่างเคืองๆ ไม่พูดอะไรให้มากความลี่หยางดึงมือเฟยฉีที่าเ็มาดู เห็นรอยแผลนิ้วมือลึกเขาก็ยิ่งโกรธ
“ใครทำให้เ้าได้รับาเ็เช่นนี้ ?! ” เฟยฉีประหลาดใจเล็กน้อย ไม่เข้าใจว่าลี่หยางหมายถึงอะไร
เฟยฉีนิ่งไปครู่นึง ดวงตากลมโตมองหน้าลี่หยางตากระปริบ ก่อนจะฉีกยิ้มบางๆแล้วส่ายหน้าไปมาเชิงว่าไม่เป็อะไร
“ หม่อมฉันไม่เป็ไรแล้วเพคะแผลเล็กนิดเดียวเอง องค์ชายไม่ต้องเป็กังวลเพคะ ”
ลี่หยางไม่พูดไม่จาอะไร หน้าตาเคร่งเครียดลากเฟยฉีออกมาที่บ่อน้ำเล็กๆข้างเรือนครัวเขาล้างแผลให้นางอย่างเบามือใบหน้าอันหล่อเหลาไร้ที่ติของเขาอยู่ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆทำให้ใจเฟยฉีเต้นแรงอีกครั้งนางจ้องใบหน้าเขาไม่อาจละสายตามองไปที่อื่นได้
“เ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง ?ยังเจ็บอยู่หรือไม่ ? ” ลี่หยางเงยหน้าขึ้นมามองหน้าเฟยฉีด้วยความเป็ห่วง
เห็นนางเอาแต่จ้องตนไม่วางตา ลี่หยางก็ขยับหน้าเข้าไปใกล้นางกว่าเดิมตั้งใจมองเฟยฉีด้วยสายตาเย้ายวน ริมฝีปากหนากระตุกยิ้มอย่างชอบใจ
“เ้ามองข้าเช่นนี้อยากจะเขมือบข้าหรือ ? ” เสียงทุ้มสุดแสนจะเย้ายวนของลี่หยางปลุกให้นางตื่นจากภวังค์
ทว่าครู่นั้นเฟยฉีถึงได้รู้ว่าตัวเองได้ทำเื่น่าอายอะไรลงไปแก้มใสของนางแปรเปลี่ยนเป็สีชมพูด้วยความเขินอายมือสองข้างยกขึ้นปกปิดใบหน้าตัวเองไว้
“ ไม่เพคะเราไปเสวยอาหารกันเถิด หม่อมฉันหิวแล้วเพคะ ” เฟยฉีเขินอายทำตัวไม่ถูกลี่หยางเห็นทีท่าของเฟยฉีก็หัวเราะเบาๆมือหนาดึงร่างเล็กเข้ามาใกล้ขยี้แก้มเฟยฉีอย่างหมั่นเขี้ยว
“ ได้แต่เ้าต้องหอมข้าก่อนหนึ่งที ” ลี่หยางจิ้มนิ้วไปที่แก้มขาวเนียนของตนค่อยๆโน้มหน้าเข้าไปใกล้นาง
“ ทะ ทำไมหม่อมฉันจะต้องทำเช่นนั้นด้วยเพคะ”
“ ได้ในเมื่อเ้าไม่หอม ข้าก็จะหอมเ้าเอง ” ลี่หยางเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้เฟยฉีอย่างช้าๆ นางหลับตาลงก่อนจะจูบไปที่ริมฝีปากหนาเบาๆแล้ววิ่งหนีไปที่สวนดอกไม้
“ ให้นางกำนัลเตรียมอาหารออกมาได้แล้วเพคะหม่อมฉันหิวแล้ว ~ ” เฟยฉีไม่ลืมที่จะหันมาะโบอกลี่หยางทีท่าเขินอายของนางช่างน่ารักเสียจริง
ทั้งสองรับประทานอาหารเช้าด้วยกันอย่างมีความสุข บรรยากาศภายในตำหนักอบอวลไปด้วยความรักขณะที่กำลังนั่งคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่นั้นใต้เท้าจากพระราชสำนักได้เดินเข้ามาก่อนจะโค้งศรีษะให้ลี่หยาง
“คาราวะองค์ชายรอง คาราวะพระชายา กระหม่อมนำเทียบเชิญงานเลี้ยงในวังหลวงฝ่าามาให้องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ”
“ ได้ ” ได้ยินคำว่าวังหลวงเฟยฉีถึงกับหยุดกินแววตาเป็ประกายทันที นางทะลุมิติมาที่นี่ตั้งนานยังไม่เคยเข้าไปเยี่ยมในวังหลวงเลยสักครั้งครานี้สนุกแน่
ดวงตากลมโตของเฟยฉีลุกวาวราวกับดวงดาวยามค่ำคืนริมฝีปากบางฉีกยิ้มสดใสมองมาที่ลี่หยางแค่มองปาดเดียวลี่หยางก็รู้ได้ว่านางตื่นเต้นเพียงใดที่จะได้เสด็จเข้าไปในวังหลวงเขามองเฟยฉีพร้อมกับรอยยิ้มแสนจะอบอุ่นประดับอยู่บนใบหน้า
“เ้ากินเถิดแล้วข้าจะพาเ้าเข้าไปในวัง ” ได้ยินแบบนั้นเฟยฉีก็พยักหน้าอย่างดีใจเหมือนเด็กน้อยจะได้ออกไปเที่ยวก็ไม่ปาน
เฟยฉีนั่งทานข้าวอย่างเงียบๆ่เวลาแบบนี้นางถึงรับรู้ได้ถึงความห่วงใยของลี่หยาง สำหรับนางแล้วลี่หยางเป็องค์ชายที่เ็าที่สุดเลย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายตามอารมณ์เขาแทบไม่ทัน , หลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยบ่าวรับใช้ก็ได้พานางไปอาบน้ำแต่งตัวนั่งต่อหน้ากระจกเฟยฉีฝึกยิ้มเพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวเอง
สาวใช้ที่ยืนอยู่ข้างหลังก็จัดผมของนางให้ดูเรียบร้อยเฟยฉีเพิ่มสีสันให้ริมฝีปากบางของตน วันนี้เฟยฉีสวมชุดที่สวยโดดเด่นที่ลี่หยางเลือกเองกับมือให้นางชุดสีขาวบริสุทธิ์ เผยให้เห็นไหล่ขาวเนียนราวกับผิวเด็กเล็กน้อยที่นางต้องแต่งตัวให้ดูสง่าเช่นนี้เพราะลี่หยางจะพานางไปเปิดตัวในราชสำนักเฟยฉีลุกขึ้นแล้วหมุนตัวไปมา ก่อนจะเอ่ยถามเหล่าสาวใช้ว่า
“เป็อย่างไรบ้าง ข้าดูสวยหรือไม่ ? ”
“ พระชายาสวยยิ่งเพคะเหมือนนางฟ้าจาก์ลงมาจุติเลยเพคะ ^^ ”
สาวใช้เอ่ยตอบพร้อมกับรอยยิ้มที่อบอุ่น บ่าวในตำหนักนี้ไม่มีใครที่จะไม่รักและเอ็นดูเฟยฉี เพราะนิสัยร่างเริงความซื่อสัตว์และมองโลกในแง่ดีของนางโดยฉะเพราะอย่างยิ่งที่เฟยฉีทำให้องค์ชายมีความสุขในทุกๆวันบรรยากาศในตำหนักจึงไม่เหงาเหมือนที่ผ่านมา
“ คริคริตาพวกเ้าก็มีแววเหมือนกันน้า ~ ” เฟยฉีหัวเราะคิกคักตบไปที่ไหล่สาวใช้เบาๆ
แต่งตัวกว่าหนึ่งชั่วยาม เฟยฉีก็ได้กฎก้าวขาออกมาจากเรือนได้เสียทีลี่หยางเห็นนางเหมือนเห็นนางฟ้าเดินลงมาจากสรวง์หัวใจที่เคยเ็าของลี่หยางกลับเต้นไม่เป็จังหวะร่างใหญ่ล้ำยืนแน่นิ่งจ้องมองเฟยฉีไม่กระพริบตา รูปโสมนางงามยิ่งชุดที่เขาเลือกให้นางขับให้นางดูสง่างามเทียบองค์หญิงในเมืองนี้ได้เชียวหนาถึงว่าลี่หยางจะชอบที่เฟยฉีสวมใส่ชุดนี้ไปร่วมงานเลี้ยงแต่ในใจเขากลับหงุดหงิดแปลกๆ เหล่าขุนนางในวังไม่มีผู้ใดที่ไม่ชอบสตรีสง่างามอย่างนาง
“ หม่อมฉันสวยใช่ไหมเพคะ? หม่อมฉันรู้ ~ เพราะท่านเลือกชุดนี้ให้หม่อมฉันเองกับมือเลยนะเพคะ~ ”
ลี่หยางยืนมองนางอยู่เงียบๆก่อนจะเอ่ยกับสาวใช้ที่ยืนอยู่ข้างหลังนางเหมือนออกคำสั่ง
“ไปเอาชุดคลุมมาให้พระชายา ” ได้ยินเช่นนั้นเฟยฉีเบิกตากว้างมองลี่หยางอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาชุดสวยเช่นนี้บังคับให้นางใส่ชุดคลุมได้อย่างไรกัน
“ ไม่ต้องพวกเ้าไม่ต้องไปเอามาให้ข้าหรอก ” สาวใช้ไม่รู้จะฟังใครดี ยืนนิ่งมองหน้าเฟยฉีสลับกับมองหน้าลี่หยาง
“ไปเอาชุดคลุมมา !!!”
“ อย่าไปนะ !!! ” เฟยฉีกำลังจะยื่นมือออกไปดึงสาวใช้ไว้แต่กลับถูกลี่หยางคว้าเอวไว้เสียก่อน
นางมองหน้าลี่หยางอย่างอารมณ์เสียแล้วฟึดฟัดเดินออกไปจากตรงนั้นทว่าครู่ต่อมา ทั้งสองนั่งอยู่บนรถม้าด้วยสีหน้าที่บึ้งตึ้งลี่หยางยังคงใบหน้าเ็าเหมือนเช่นเคย เฟยฉีนั่งอยู่ข้างๆปิดปากเงียบไม่พูดไม่จา
รถม้าค่อยๆชะลอความเร็วก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าประตูเมืองใหญ่ข้างๆประตูใหญ่มีทหารทัพอยู่สองนายยืนเฝ้าอยู่อย่างเข้มงวดเห็นรถม้าของลี่หยางเหล่าทหารก็สั่งให้เปิดประตู รถม้าวิ่งผ่านเข้าไปข้างในลี่หยางเลื่อนผ้าม่านออกแล้วก้าวลงจากรถม้าก่อนจะยื่นมือไปตรงหน้าเฟยฉีแต่นางไม่สนใจหลบมือใหญ่ก้าวลงจากรถม้าเอง
เห็นแบบนั้นลี่หยางก็รีบชักมือกลับเหล่าทหารเห็นองค์ชายกับชายามาถึงก็รีบวิ่งเข้ามาคาราวะลี่หยางวางมือข้างหลังเฟยฉีเบาๆ มืออีกข้างกอดเอวบางแน่นเดินเข้าไปในวังหลวงด้วยกันเฟยฉียังโกรธลี่หยางอยู่ไม่อยากจะให้เขาแตะต้องตัวของตนนางพยายามดิ้นแต่ก็ไร้ประโยนช์
“เ้าอย่าคิดที่จะสร้างปัญหา ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าใจร้ายกับเ้า ”
น้ำเสียงของลี่หยางแฝงไปด้วยคำขู่ สายตาคมมองหน้าเฟยฉีอย่างเคืองๆ เฟยฉีเป็สตรีที่ดื้อรั้นมีหรือที่นางจะฟังที่ลี่หยางบอก
“แล้วจะทำไมหรือเพคะ ? หม่อมฉันอยากจะถอดชุดคลุมออกเพคะ” ลี่หยางเริ่มรู้สึกรำคาญเล็กน้อยแต่ก็ต้องพยายามคุมอารมณ์ตัวเองไว้
ไม่มีวิธีอื่นใด ลี่หยางต้องยอมทำตามใจนางแต่โดยดีมือใหญ่ถอดชุดคลุมที่ไหล่ออกให้นางแล้วยื่นให้สาวใช้ที่ยืนอยู่ข้างๆ
“แล้วเ้าจะเสียใจ เกิดเื่อะไรขึ้นกับเ้า อย่าร้องให้ข้าช่วยล่ะ ”
สิ้นประโยคลี่หยางก็เดินเข้าไปข้างในอย่างช้าๆรอให้เฟยฉีเดินตามหลังเขามางานเลี้ยงในวันนี้ฮ่องเต้จัดงานโอ่อ่าใหญ่โต เฟยฉีนั่งเรียบร้อยอยู่ข้างๆลี่หยางสายตากวาดมองดูรอบๆด้วยความตื่นเต้น เหล่าขุนนางคุยกันอย่างสนุกสนานนางเพลิดเพลินกับอาหารรสเลิศขณะที่ชมการแสดงระบำของสตรียุคโบราณไปด้วยช่างสวยเสียจริง
หลังจากที่การแสดงจบลง ฮ่องเต้และเหล่าขุนนางแม่ทัพได้คุยเื่ราชกิจสำคัญเฟยฉีรู้สึกเบื่อยิ่ง เื่ในพระราชสำนักนางไม่ชอบเอาเสียเลย
“เมื่อไม่นานมานี้ พวกเ้าคงรู้เื่เกี่ยวกับลู่โจวหรานมาบ้างแล้วใช่หรือไม่ ? วันนี้ ที่ข้าเรียกพวกเ้ามาก็เกี่ยวกับเื่นี้ ”
ได้ยินคำว่าลู่โจวหรานเฟยฉีถึงกับหูผึ่งสายตาทอดพระเนตรไปที่ฮ่องเต้อย่างใจจดใจจ่อลี่หยางที่นั่งอยู่ข้างๆนางมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยไฟโทสะเฟยฉีหันมามองก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ
“ องค์ชายไม่สบายหรือเพคะ ? ” เฟยฉีเอ่ยถามลี่หยางด้วยความเป็ห่วงเขายังคงเฉยเมยไม่พูดไม่จาอะไร
เฟยฉีเห็นเช่นนั้นก็ไม่กล้าถามอะไรลี่หยางต่อแล้วหันกลับไปฟังเื่ลู่โจวหรานต่อทว่าครู่นั้นนางกลับปวดท้องอย่างกะทันหัน เฟยฉีนิ่วหน้ากุมท้องแน่นคงเป็เพราะนางกินอาหารเยอะไปแน่ๆเลย เฟยฉีหันไปกระชิบที่ข้างหูของลี่หยางลมหายใจร้อนๆของนางทำให้ลี่หยางถึงกับร้อนผ่าวไปทั้งตัว
“ หม่อมฉันปวดท้องเพคะหม่อมฉัน้าปลดทุกข์ องค์ชายรอหม่อมฉันอยู่ตรงนี้นะเพคะ เดี๋ยวหม่อมฉันมา เพคะ”
“เรากำลังอยู่ในงานเลี้ยงของฝ่าา เ้าต้องกราบทูลฝ่าาเสียก่อน ”
ลี่หยางมองหน้าเฟยฉีด้วยความเป็ห่วงสายตามองดูรอบๆก่อนจะเอ่ยถามนางอีกครั้งว่า
“เ้า้าให้ข้าตามเ้าไปด้วยหรือไม่ ? ” เฟยฉีส่ายหน้าไปมาแทนคำตอบ
นางมองสำรวจดูรอบๆ ก่อนจะค่อยๆย่องออกไปจากทางประตูด้านหลังนางเห็นท่าทางไร้เดียงสาของเฟยฉี ลี่หยางก็อดขำไม่ได้ , หลังจากที่ปลดทุกข์เสร็จเรียบร้อยเฟยฉีเดินออกมาลูบท้องตัวเองเบาๆอย่างน่าเสียดาย เื่ลู่โจวหรานสำคัญเช่นนี้นางกลับปวดท้องขึ้นมากะทันหันต้องได้ออกจากงานเลี้ยงมา ช่างน่าเสียดายจริง