เสียงเอะอะโวยวาย ดึงดูดความสนใจของชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในร้าน จึงเดินออกมาดู
“เ้ามานั่งกับข้าก็ได้ ข้าจะจ่ายให้” ชายวัยกลางคนพยุงฟางเจียวซินที่กำลังอุ้มลูกน้อยให้มานั่งร่วมกัน
“ข้าขอบคุณท่านมาก” นางน้ำตาคลอด้วยความซาบซึ้งน้ำใจ
“ไม่เป็ไร กินกันเสียให้อิ่ม...พวกเ้ามาจากที่ใดกัน แล้วกำลังจะไปที่ใด” เขาถามด้วยความเวทนา
“ข้าเดินทางมาจากเมืองหนึ่ง ว่าจะย้ายมาอาศัยอยู่ที่เมืองนี้ แต่...ยังไม่รู้จะไปพำนักที่ใด” นางเช็ดน้ำตาที่กำลังไหลอาบแก้ม
ชายวัยกลางคนยิ่งเวทนาจับใจ ไม่รู้ว่าสองแม่ลูกนี้ไปเผชิญกับอะไรมา แต่ปล่อยให้อยู่กันตามลำพังเช่นนี้ คงลำบากแน่
“เ้ามาอยู่กับข้าไม๊”
“เอ๊ะ!! ...เอ่อ...”
“อย่าเข้าใจผิด...ข้าจะให้เ้ามาดูแลภรรยาของข้าที่กำลังป่วย ข้าเป็ผู้ช่วยหมอหลวงในวัง ทำให้ไม่ค่อยมีเวลามาดูแลภรรยา”
“ตกลงเ้าค่ะ” ฟางเจียวซินรีบตอบตกลง อย่างน้อยคืนนี้ก็ต้องหาที่หลับที่นอนให้ลูกเสียก่อน ส่วนเหตุการณ์ภายหน้าจะเป็เช่นไรค่อยตัดสินใจกันใหม่
“ข้าชื่อ หลี่จางหย่ง แล้วเ้าล่ะ”
“ข้า ฟางเจียวซิน ส่วนนี่ลูกสาวข้า นางชื่อ หนิงเอ๋อ”
ในที่สุดฟางเจียวซินก็ตามหลี่จางหย่งมาถึงบ้าน เขาบอกนั่งรออยู่ภายนอก เพราะเขาต้องไปเล่าเื่ราวให้ภรรยาฟังเสียก่อน
ไม่นานนัก มีหญิงชราคนหนึ่ง น่าจะเป็คนรับใช้เก่าแก่ของที่นี่ เดินมาตามให้สองแม่ลูกให้เข้าไปข้างใน ภายในห้องนั้น มีหญิงวัยกลางคนนอนบนฟูกกลางห้อง โดยมีหลี่จางหย่ง และเด็กชายวัยประมาณห้าขวบนั่งอยู่ใกล้ ๆ
“นั่งลงสิ นี่คือ ภรรยาของข้า ชื่อ ซิ่วอิง นั่นลูกชายข้า ชื่อ ซีห่าว หน้าที่ของเ้าคือต้องคอยดูแลซิ่วอิงและ ซีห่าวทุกอย่าง ข้าจะกลับมาที่บ้านได้เพียงอาทิตย์ละหนึ่งวัน เพราะฉะนั้น ฝากเ้าดูแลทุกคนด้วยนะ”
ั้แ่วันนั้นเป็ต้นมา ฟางเจียวซินและลูกน้อยก็ได้อาศัยอยู่ในบ้านของผู้ช่วยหมอหลวง ในทุกคืนวันเพ็ญนางต้องวิตกกังวลกับคำพูดของนางปิศาจที่ก้องอยู่ในหู “ข้าจะกลับมาทุกคืนวันเพ็ญ” แต่ว่า...เมื่อถึงคืนเพ็ญ นางปิศาจก็ไม่ได้มาปรากฏตัวให้เห็นเลย ฟางเจียวซินจึงคลายใจได้ว่า นางปิศาจคงหาลูกไม่เจอแน่ ๆ
แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป เหตุการณ์ไม่ได้เป็เช่นนั้น นางสังเกตความผิดปกติบางอย่างของลูกสาว เมื่อถึงวันเพ็ญ หนิงเอ๋อมักจะมีอากัปกิริยาที่แปลกไป นิ่งเงียบ เคร่งขรึม สายตาดุคมกริบ ผิดวิสัยเด็กในวัยเดียวกัน หากไม่พอใจสิ่งใดก็จะอารมณ์เสียทันที บางครั้งเด็กแถวบ้านก็มาฟ้องว่า หนิงเอ๋อเล่นชกต่อยกับเด็กผู้ชาย ซึ่งปกติหนิงเอ๋อจะเป็เด็กเรียบร้อยมาก ไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าว แต่เมื่อพ้นวันเพ็ญ ก็จะกลับมาเป็เด็กร่าเริงตามปกติ บ่อยครั้งเข้า เมื่อถึงวันเพ็ญฟางเจียวซินจะสั่งห้ามหนิงเอ๋อออกไปเล่นนอกบ้านเด็ดขาด
เมื่อวันเพ็ญมาถึงอีกครั้ง และเป็วันที่หลี่จางหย่งกลับมาบ้านพอดี ฟางเจียวซินทำงานง่วนอยู่ในครัว ส่วน หนิงเอ๋อนั่งเหม่อลอยอยู่ใต้ต้นไม้เพียงลำพัง
“โอ๊ย!!” หนิงเอ๋อร้องขึ้น เพราะก้อนหินมาโดนที่กลางหลัง
“มานั่งใจลอยอะไรตรงนี้” ซีห่าวถามท่าทียียวน
“ไม่ใช่เื่ของเ้า” หนิงเอ๋อลุกขึ้น จ้องตาเขม็ง
“เฮ้ย ๆ พูดกับคนอายุมากกว่าให้มีสัมมาคารวะหน่อยซิวะ” ซีห่าวเข้ามาผลักอกหนิงเอ๋อ
“หึ..สัมมาคารวะ? กับเด็กไร้มารยาทเช่นเ้าน่ะรึ?” หนิงเอ๋อมองซีห่าวั้แ่หัวจดเท้า ยิ้มมุมปาก
“เฮ้ย!!...มองแบบนี้หมายความว่าไงวะ”
ซีห่าวเดินเข้ามาประชิดตัว หนิงเอ๋อคว้าหมับไปที่ต้นแขนเขา บีบกำแน่น ซีห่าวใเพราะไม่คิดว่าเด็กหญิงตัวเล็กกว่าเขา จะมีแรงมากมายเช่นนี้
“ปะ..ปล่อย..เจ็บ...ช่วยด้วย” ซีห่าวร้องขอความช่วยเหลือ เขาใตาเบิกโพลง เมื่อเห็นว่าดวงตาของ หนิงเอ๋อเปลี่ยนสีแดง
“ชะ...ช่วยด้วย...ปีศาจ..ปีศาจ!!!” ซีห่าวร้องเสียงดังขึ้น จนหลี่จางหย่งและฟางเจียวซินวิ่งมาหาด้วยความใ
“ท่านพ่อช่วยข้าด้วย นางทำร้ายข้า” ซีห่าวะโฟ้องผู้เป็พ่อ ชี้ให้ดูรอยช้ำและรอยเล็บที่ต้นแขน
ฟางเจียวซินเห็นรอยแผลนั้นก็ใ ลูกสาววัยหกขวบ ทำไมถึงมีแรงมากขนาดทำให้เกิดรอยเช่นนั้นได้ อีกอย่างหนิงเอ๋อก็ไม่ได้ไว้เล็บยาว แต่ทำไมรอยเล็บถึงได้บาดลึกเช่นนั้น