หลังจากกลับจวนความมึนตึงของท่านอ๋องและพระชายาเอกยังไม่หาย แต่เหมยซีก็มิได้ตามง้ออี้อ๋องแต่อย่างใด นางคิดว่ามิได้ทำผิดอะไรทำไมจะต้องง้อท่านอ๋องหน้าตายนั้นด้วย ด้านซือหยาสาวใช้ประจำตัวก็ทำได้เพียงถอดทอนใจ เพราะไม่คิดว่าผู้เป็นายจะดื้อถึงเพียงนี้ แต่ไหนแต่ไรมาพระชายาอ่อนโยนเสมอ แต่พระชายาตอนนี้เล่าทำไมถึงเปลี่ยนไปมากโดยเฉพาะนิสัย
ด้านอี้อ๋องก็กระวนกระวายเหตุไฉนพระชายาถึงยังไม่ยอมมาสักที จึงแสร้งทำเป็ถามองค์รักษ์ว่าพระชายาเอกพอใจกับเครื่องประดับและฉลองพระองค์ที่ตัดให้เป็พิเศษหรือไม่ ด้านองค์รักษ์ก็แสร้งตอบว่าได้ถามสาวใช้ของพระชายาแล้ว ปรากฎว่ายังมิได้ทรงแตะต้องฉลองพระองค์เลย
อี้อ๋องได้ยินดังนั้นก็ยิ่งหงุดหงิดมากกว่าเดิมจึงได้บอกให้องค์รักษ์ตามมาจะไปดูด้วยตาตัวเอง เพราะใกล้วันงานแล้วจะมีข้อผิดพลาดทำให้ตนขายหน้ามิได้ ด้านเผยหั่วได้แต่กลั่นยิ้มในใจอี้อ๋องเพียง้าหาเหตุผลในการเสด็จไปจวนพระชายาเอกต่างหาก
ซือหยารีบมารายงานพระชายาว่าอี้อ๋องเสด็จมา ทำให้เหมยซีทำหน้าเบื่อหน่ายมิอยากสนทนากับคนพาลที่โกรธเื่มิเป็เื่ แต่ก็ต้องออกมาต้อนรับเนื่องด้วยได้มาอาศัยอยู่ในร่างของพระชายาเอกแล้ว จะทำตามใจตัวเองเสียทั้งหมดมิได้
"คารวะท่านอ๋อง เสด็จมาจวนหม่อนชั้นมีอะไรให้รับใช้หรือเพคะ หม่อนชั้นจะได้ให้สาวใช้เตรียมไว้ให้" น้ำเสียงฟังดูอ่อนโยนแต่เพียงไปด้วยคำพูดที่มิได้อยากต้อนรับเท่าใดนัก ทำให้อี้อ๋องหน้าบึงกว่าเดิม
"ทำไมหรือหากข้ามิมีธุระจะมายังจวนพระชายาเอกของข้า มิได้เลยหรือ เ้าไม่ต้อนรับข้าขนาดนี้เชียว" เหมยซีได้ยินเช่นนั้นก็รีบปฏิเสธทันที
"มิได้เพคะ โดยปกติแล้วท่านอ๋องไม่ได้เสด็จมาจวนของข้าเท่าใดนัก วันนี้เสด็จมาคงจะมีธุระเช่นเดียวกับหลายวันก่อนที่ทรงนำของมามอบให้หม่อนชั้น" อี้อ๋องนึกได้ว่าั้แ่นางแต่งเข้าจวนมานี้คือครั้งที่สองที่เสด็จเยือนจวนพระชายาเอก จึงได้รับแก้ต่างทันควัน
"ข้าได้ให้บ่าวนำเสื้อผ้าเครื่องประดับมาให้เ้าลองสวนใส่ว่าพอดีหรือไม่ แต่ข้าได้ยินว่าเ้ามิได้สนใจเท่าใดนัก นี่ก็ใกล้จะถึงวันงานแล้วเหตุใดยังเพิกเฉย เ้าจะทำข้าขายหน้าต่อฮ่องเต้และคณะทูตต่างเมืองมิได้" เหมยซีมองค้อนพลางคิดในใจ ที่แท้ก็กลัวเสียหน้า
"ท่านอ๋องมิต้องทรงกังวลเพคะ อีกประเดี๋ยวหม่อนชั้นจะลองว่าพอดีหรือไม่ หรือขาดเหลืออะไรจะรีบแจ้งในทันที มิต้องกังวลว่าพระองค์จะเสียหน้าที่พาหม่อนชั้นออกงานครั้งแรกหลังจากแต่งเข้าจวนอี้ แน่นอน" เหมยซีก็หงุดหงิดกับท่าทีหยิ่งยโสของอี้อ๋องเหมือนกัน
ด้านซือหยาและเผยหั่วได้แต่มองหน้ากัน ภาวนาให้าเย็นสิ้นสุดในเร็ววันไม่งั้นพวกเราคงต้องโดยหางเลขเป็แน่
จินถังสาวใช้ของชายารอง นางได้แอบดูพฤติกรรมและนำข่าวไปรายงานถึงปฏิกิริยาของอี้อ๋องและพระชายาเอกที่มีต่อกัน มึงตึงคล้ายต้องมีการทะเลาะกันก่อนหน้านั้นเป็แน่ พอหลินหลังผิงได้ยินก็หัวเราะชอบใจ
"ข้านึกแล้วว่าต้องมีสักวัน นางก็แค่ทำเป็เปลี่ยนแปลงตัวเองเล็กน้อยให้อี้อ๋องทรงสนพระทัย ตอนนี้เห็นท่าว่าอี้อ๋องคงเบื่อนางแล้วเป็แน่ ก็แค่ผู้หญิงจืดชืดเพียงคนเดียว จะมาแข่งกับข้าฝันไปเถอะ" และนางยังกำชัดให้สาวใช้จับตามองและรายงานมาเป็ระยะอย่าได้ขาด เพื่อยืนยันความมั่นใจในสิ่งที่ตนคิด
ถึงวันงานเลี้ยงต้อนรับคณะทูต อี้อ๋องเสด็จมารอที่โถงด้านหน้าเพื่อที่จะได้เสด็จไปพร้อมกับชายาเอก และข้างกายก็ยังมีชายารองคอยปรนนิบัติเอาใจ นางหวังว่าอี้อ๋องจะทรงเปลี่ยนพระทัยให้ตนได้ตามเข้าวังหลวงด้วย
ซือหยารีบร้อนสั่งให้บ่าวไพร่รีบแต่งฉลองพระองค์ให้พระชายาเนื่องด้วยอี้อ๋องได้เสด็จมารอนานแล้ว เหมยซีถึงกับเวียนศีรษะเพราะบ่าวไพรรุ่มล้อมตนทั้งเสื้อผ้าหน้าผม ทุกอย่างต้องออกมางดงามและปราณีต จนทำให้นางเบื่อและเร่งเร้าว่ามิต้องปราณีตบรรจงเพียงนั้น
ซือหยารีบปฏิเสธเพราะนี้เป็การออกงานคร้ังแรกของพระชายาเอก และเป็งานสำคัญที่จัดขึ้นในวังหลวงทุกอย่างต้องออกมาดีที่สุด มิให้คนอื่นดูถูกเหยียดหยามนายของตนได้
"พอแล้วซือหยา ข้าระบมไปหมดแล้วก็แค่ไปงานเลี้ยงต้องจริงจังถึงเพียงนี้เหรอ เอาละข้าต้องไปแล้วถ้ายังไม่ไป ท่านอ๋องหน้าตายได้มาแหวกอกข้าแน่" เหมยซีส่องกระจกเสร็จก็รีบรุกทันทีทำ
"พระชายาเอกเสด็จแล้วพะยะคะ ท่านอ๋อง" เผยหั่วรีบรายงานอี้อ๋อง เหมยซีได้ก้าวเข้ามาในห้องโถง ฉลองพระองค์สีชมพูสลับแดง ชายกระโปรงที่พลิ้วไหว พร้อมด้วยเครื่องดับที่เข้าชุดกันทำให้วันนี้พระชายาดูงามสง่ายิ่งนักจนทำให้อี้อ๋องมองนางด้วยสายใจภูมิใจมิวางตา หลินหลังผิงได้เห็นนางก็ยิ่งหงุดหงิดและมองค้อนสาวใช้
"หม่อนชั้นพร้อมแล้วเพคะ พวกเราไปกันได้หรือยัง" เหมยซีพูดขึ้นทำให้สติของอี้อ๋องกลับมาและสวนกลับทันที
"ข้ารอเ้านานแล้ว มีเพียงเ้าที่ล่าช้ายังจะมาเร่งข้าอีกหรือ" เผยหั่วคิดว่าคุ้มกับการรอคอยแล้วเพราะพระชายาเอกสง่าและงดงามถึงเพียงนี้จะทรงรอนานอีกนิดอี้อ๋องก็ทรงมิว่าอะไร พรางมองดูเ้านายตัวเองที่คิดอย่างพูดอีกอย่าง
ในท้องพระโรง กงกงได้กล่าวรายงาน อี้อ๋องและพระชายาเอกเสด็จ เมื่อหยุดอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ทั้งสองก็กล่าวคารวะฝ่าา และได้ไปนั่งประจำที อีกมุนนึงของท้องพระโรงเหมยซีได้เหลือบไปมองเห็น ห่าวหรานนางจึงโบกมือและส่งยิ้มให้ อี้อ๋องเห็นจึงปรามว่า
"ที่นี้คือท้องพระโรงและเ้าคือพระชายาเอกของข้า รักษากิริยาท่าทางตัวเองด้วยอย่าได้ทอดสะพานให้ชายอื่นต่อหน้าข้าและผ่าบาท" พูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดที่ได้เห็นห่าวหรานในงานเลี้ยงแต่ก็มิแปลกเพราะนี้เป็งานสำคัญเป็ปกติที่จะได้เห็นขุนนางคนสำคัญเข้าร่วมงานเลี้ยง แต่ด้วยอารมณ์ที่ยังขุนมั่วไม่หายหลังจากที่เจอกันในตลาด และกิริยาของชายาตนเองที่แสดงถึงความสนิทสนมกับชายอื่น
งานเลี้ยงได้ดำเนินต่อไปจนจบอี้อ๋องจึงได้ทูลลาฮ่องเต้เพื่อกลับจวนในทันทีเพราะไม่อยากให้พระชายาของตนมีโอกาสได้พูดกับห่าวหราน การกระทำทั้งหมดหนี้ไม่พ้นสายตายองค์รักษ์ประจำตัวที่ได้เห็นผู้เป็นายตน น้ำส้มสายชูแตกอีกแล้ว รอบนี้คงแตกไปหลายใบเป็แน่
ห่าวหรานที่ออกมารอข้างนอกอยู่ก่อนแล้วเพราะเขาเองก็อยากมีโอกาสได้พูดคุยกับหลินเหมยซี ถึงแม้จะรู้ดีว่าอี้อ๋องมิพอพระทัยเป็แน่ แต่ความคิดถึงคนึงหาต่อหลินเหมยซีทำให้เค้าไม่เกรงกลัวที่จะดักรอเพื่อจบเจอหน้าแต่อย่างใด
"ซีเอ๋อ..... ข้าดีใจยิ่งนักที่ได้เจอเ้าที่งานเลี้ยง ตอนแรกยังนึกหวั่นว่าจะน่าเบื่อ แต่พอมีเ้าในงาน กลับทำให้งานเลี้ยงไม่น่าเบื่อสักนิด" เหมยซียิ้มตอบกลับห่าวหรานจนตาหยี่ แสดงความดีใจที่ได้พบห่าวหรานอีกครา อี้อ๋องจ้องมองอยู่ก่อนหน้าแล้ว ยิ่งพอได้ยินประโยคนั้น อารมณ์ของเขายิ่งไม่อาจควบคุมได้ จึงได้เดินไปแทรกกลางระหว่างพวกเขาในทันที
อี้อ๋องโอบไหล่พระชายาแสดงความเป็เ้าของต่อหน้าห่าวหราน ห่าวหรานก็มีสีหน้าสลดไปเล็กน้อย แต่ห่าวหรานรีบถวายคารวะอี้อ๋องทันที ด้านเหมยซีก็รับรู้ได้ถึงอารมณ์ของผู้ชายทั้งสองต่อหน้า จึงได้กล่าวลาห่าวหรานกลับจวน เพราะนางเห็นว่าถ้าอยู่นานกว่านี้คงมีเื่แน่