บทที่ 25 อยากจีบสาวก็บอกมาตรง ๆ
ณ ห้องทำงานในคฤหาสน์หงเย่ "เฉินอวี่ ตอนนี้ 'เฟยอวี่กรุ๊ป' เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว ไม่ทราบว่าก้าวต่อไปนายวางแผนยังไงไว้บ้าง?" ถังรั่วเซวียนขยิบตาคู่สวยพลางมองเฉินอวี่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเสน่หา
เฉินอวี่มีสีหน้าเรียบเฉย เขาหยิบใบสั่งยาใบหนึ่งออกมาแล้วเอ่ยเบา ๆ "ไปหาตัวยาตามรายชื่อนี้มาให้ครบ"
ถังรั่วเซวียนกวาดสายตามองพลางขมวดคิ้ว "นี่มันใบสั่งยาอะไรเหรอ?"
เฉินอวี่อธิบาย "นี่คือตำรับยา 'หยวนหยางตาน' มันช่วยแก้ปัญหาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย และยังช่วยให้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมด้วย ข้ากล้ารับประกันว่าทันทีที่สินค้าออกวางจำหน่าย มันจะขายดีเป็เทน้ำเทท่าแน่นอน"
ถังรั่วเซวียนได้ยินดังนั้น ใบหน้าสวยก็ขึ้นสีระเรื่อ "มันจะวิเศษขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"เ้าไปหาตัวยามาเถอะ เมื่อข้าหลอมมันออกมาแล้ว จะให้เ้าเอาไปลองสักเม็ด รับรองว่าเ้าจะต้องพอใจ" เฉินอวี่กล่าวหน้านิ่ง
ทันใดนั้น แววตาของถังรั่วเซวียนก็ฉายแววเ้าเล่ห์ "แต่ฉันยังไม่มีแฟนนี่นา เอาอย่างนี้ไหม นายมาเป็แฟนฉัน แล้วเรามาลอง 'ใช้' มันด้วยกันดู?"
เฉินอวี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเ็า "เก็บความเ้าเล่ห์ของเธอไปซะ"
ถังรั่วเซวียนไม่ได้นึกกลัวเลยสักนิด เธอกลับยิ้มหยอกล้อ "ฉันล้อเล่นน่า ดูนายทำหน้าเข้าสิ" เธอพอจะจับทางนิสัยของเฉินอวี่ได้แล้วว่าเขาเป็พวก "แพ้ลูกอ้อนแต่ไม่ยอมสยบต่อความแข็งกร้าว"
อย่างไรก็ตาม เฉินอวี่ไม่ได้สนใจจะต่อความยาวกับเธอ เขาเดินออกจากห้องไปทันที เขาย่อมรู้ดีว่าถังรั่วเซวียนคิดอะไรอยู่ แต่สำหรับเขาแล้ว
"ชาวโลกช่างเขลาเบาปัญญา ทั้งที่รู้ว่าเหมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟ แต่ก็ยังถวิลหาความงดงามเพียงชั่ววูบ"
...
เฉินอวี่บิดี้เีเล็กน้อยขณะเดินมายังจุดจอดรถของตัวเอง ทว่าเขากลับพบว่ามีคนแปลกหน้ามาอยู่ข้างรถเขา
เขาขยับเข้าไปใกล้เพื่อดูให้ชัดเจน พบว่าเป็หญิงสาวผมดำขลับในชุดกระโปรงทรงสอบสุดเซ็กซี่ เธอกำลังโพสท่าทางต่าง ๆ ถ่ายรูปคู่กับรถ โรลส์-รอยซ์ แฟนธอม ของเขาอย่างเมามัน
เฉินอวี่ยืนรออยู่หลายนาทีจนเริ่มขมวดคิ้ว "ทำไมยังไม่ไปอีก?" พูดจบ เขาก็ตัดสินใจเดินตรงเข้าไปเพื่อจะเปิดประตูรถ
ทันทีที่เฉินอวี่เข้าใกล้รถ หญิงสาวคนนั้นก็แหวขึ้นด้วยความไม่พอใจ "นี่นาย! เดินเข้ามาในกล้องทำไมเนี่ย ถอยออกไปไกล ๆ หน่อยได้ไหม?"
"ทำไม? ถนนนี่เป็ของบ้านคุณหรือไง?" เฉินอวี่ตอบกลับเสียงเรียบ
เมื่อถูกสวนกลับ หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็ยิ้มเยาะ "เห็นแอบจ้องฉันอยู่ตั้งหลายนาทีแล้ว อยากจีบสาวก็บอกมาตรง ๆ เถอะ แต่ก็นะ ช่วยเจียมตัวดูสภาพตัวเองด้วย ใส่เสื้อผ้าตลาดนัดเหม็นสาบความจนขนาดนี้ ไม่คู่ควรหรอกย่ะ" พูดจบ เธอก็ทำหน้าขยะแขยงใส่เขาหนึ่งที
"ถอยไป" เฉินอวี่อยากกลับบ้านเต็มแก่ ไม่อยากเสียเวลากับผู้หญิงคนนี้
หญิงสาวคนนั้นของขึ้นทันที "แกสั่งใครให้ถอย? นี่รถแฟนฉัน! สภาพกระจอกอย่างแก มีปัญญาซื้อเหรอ?"
เฉินอวี่รู้สึกขบขันขึ้นมาทันที นี่เขากำลังเจอคนที่มาอ้างว่ารถของเขาเป็รถของตัวเองต่อหน้าเ้าของรถจริง ๆ งั้นเหรอ? ตอนนั้นเริ่มมีคนเดินผ่านไปมาหยุดดูด้วยความสงสัย แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่ารถเป็ของใครกันแน่
"รถของคุณงั้นเหรอ?"
เฉินอวี่มองด้วยสายตาเ็า "ใช่ การที่คุณมาอ้างว่ารถคนอื่นเป็ของตัวเองต่อหน้าเ้าของเนี่ย มันช่างน่าขำสิ้นดี"
หญิงสาวที่ชื่อ หลินเจียว หน้าเปลี่ยนสีทันที ความจริงมันไม่ใช่รถของเธอจริง ๆ นั่นแหละ เธอแค่กะจะมาถ่ายรูปอวดลงโซเชียลเพื่อสร้างภาพ เท่านั้นเอง ถ้าถูกจับได้ขึ้นมาคงอายแทรกแผ่นดินหนีแน่!
แต่พอเธอมองสำรวจชุดตลาดนัดของเฉินอวี่ที่ราคารวมกันไม่ถึง 500 หยวน ยังไงเขาก็ไม่มีทางเป็เ้าของรถคันนี้ได้
"แกพูดจาเลอะเทอะอะไร! นี่รถแฟนฉันชัด ๆ แล้วดูสภาพแกสิ ใส่ชุดกาก ๆ แบบนี้เนี่ยนะจะมีปัญญาซื้อโรลส์-รอยซ์? ดูท่าทางแกก็เพิ่งจะอายุ 17-18 ใบขับขี่มีหรือเปล่าก็ไม่รู้ จะมาโกหกทำไม!" หลินเจียวตวาดแหวเพื่อกลบเกลื่อนความลนลานในใจ
บรรดาไทยมุงที่ได้ยินเริ่มเห็นคล้อยตาม เมื่อเทียบชุดราคาถูกของเฉินอวี่กับเสื้อผ้าแบรนด์เนมบนตัวหลินเจียวแล้ว ความแตกต่างมันชัดเจนมาก แถมเฉินอวี่ยังดูเด็กเกินไปจริง ๆ
สาเหตุที่เป็เช่นนี้เพราะหลังจากเฉินอวี่บำเพ็ญเพียร ร่างกายของเขาได้เกิดการ ‘ย้อนวัย’ ผิวพรรณของเขาขาวใสจนผู้หญิงยังอิจฉา ทำให้เขาดูเด็กลงไปมากจนคนทั่วไปไม่มีทางเชื่อว่าเขาคือเ้าของรถหรู
"พ่อหนุ่ม ความจนมันไม่น่ากลัวหรอกนะ ที่น่ากลัวคือการไม่มีศักดิ์ศรีและเอาแต่พูดโกหกต่างหาก" ชายชราคนหนึ่งเดินออกมาสั่งสอน
"สภาพโซโซแบบนั้นจะเป็เ้าของรถได้ไง ถ้าเขาเป็เ้าของรถจริง ฉันคงเป็ประธานาธิบดีไปแล้วล่ะ" "วัยรุ่นสมัยนี้ชอบโม้อะไรไม่ใช้สมองเลยจริง ๆ"
สถานการณ์เริ่มวุ่นวาย ทุกคนพากันรุมด่าและตำหนิเฉินอวี่ หลินเจียวเห็นว่าเป้าหมายสำเร็จและกลัวเ้าของรถตัวจริงจะมาถึงจริง ๆ เธอจึงรีบหาทางจบเื่เพื่อรักษาหน้า
"ทุกคนพอเถอะค่ะ ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร ชีวิตเขาคงจะลำบากมากถึงต้องมาเรียกร้องความสนใจแบบนี้ ช่างเขาเถอะค่ะ" หลินเจียวแสร้งทำเป็คนดี แต่ที่มุมปากกลับแอบยิ้มสะใจ
คำพูดของหลินเจียวได้รับคำชมจากคนรอบข้างทันที "เห็นไหมพ่อหนุ่ม นี่แหละที่เขาเรียกว่าคนมีระดับ!" "จะโชว์เหนือแต่โดนสวนกลับ หน้าแตกหมอไม่รับเย็บเลยนะเนี่ย ฮ่า ๆ ๆ"
หลินเจียวรู้สึกว่าตัวเองทำได้เพอร์เฟกต์มาก เธอได้ทั้งโชว์รวยและยังแสดงภาพลักษณ์คนดีมีคุณภาพต่อสายตาคนรอบข้าง เธอแทบจะนับถือความฉลาดของตัวเองไม่ไหว
เฉินอวี่ที่ยืนดูการแสดงอยู่เงียบ ๆ จู่ ๆ ก็พูดขึ้นมาว่า "ก็แค่ใครสักคนหยิบกุญแจออกมา แค่นี้ก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอว่ารถเป็ของใคร?"
คำพูดของเฉินอวี่ทำให้หลินเจียวหน้าถอดสีทันที
"เออจริงด้วย! แค่โชว์กุญแจก็จบเื่แล้ว"
"คุณผู้หญิงครับ หยิบกุญแจออกมาตบหน้ามันเลยครับ ให้มันหายซ่าไปเลย พวกเราเชียร์คุณอยู่!" ฝูงชนเริ่มส่งเสียงสนับสนุน
ฉันจะไปเอามาให้พวกแกจากไหนล่ะโว้ย! หลินเจียวอยากจะกรีดร้องด่าไอ้พวกไทยมุงกลุ่มนี้เหลือเกิน
โรลส์-รอยซ์นี่ไม่ใช่ของฉัน แล้วฉันจะไปเอากุญแจมาจากไหน?
ดวงตาของเธอแทบจะพ่นไฟออกมาได้ เธออยากจะเข้าไปบีบคอเฉินอวี่ให้ตายคามือจริง ๆ ไอ้หมอนี่มันจงใจขยี้จุดตายของเธอชัด ๆ!
เธออยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา เพราะคราวนี้เธอจะโชว์เหนือแต่ดันโดนสวนยับของจริงเสียแล้ว!
เมื่อเห็นหลินเจียวยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่นาน บรรดาไทยมุงที่เคยเข้าข้างเธอเมื่อครู่ก็เริ่มใจเสีย หรือว่า... เธอจะไม่มีกุญแจรถจริง ๆ?
ทว่าในวินาทีนั้นเอง เฉินอวี่ก็หยิบกุญแจรถออกมาอย่างสง่างาม เขาปลดล็อกรถ ก้าวขึ้นไปนั่ง และขับทะยานออกไปทิ้งไว้เพียงกลุ่มควัน!
ทุกคนถึงกับยืนอึ้งตาค้าง! เหล่าไทยมุงที่เคยรุมด่าเฉินอวี่ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ใบหน้าแดงซ่านด้วยความอับอาย เมื่อนึกถึงคำพูดถากถางและคำด่าทอที่เพิ่งพ่นใส่เฉินอวี่ไป พวกเขาแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเสียให้รู้แล้วรู้รอด มันช่างน่าขายหน้าจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
หลินเจียวที่ดูเหมือนจะใส่แบรนด์เนม ที่แท้ก็แค่พวกขี้อวดที่โดนความทะเยอทะยานครอบงำ ส่วนเฉินอวี่ที่ใส่ชุดตลาดนัดดูธรรมดา กลับกลายเป็มหาเศรษฐีตัวจริง! เป็บิ๊กบอสผู้ถ่อมตัวอย่างที่สุด!
พริบตานั้น ฝูงชนก็รีบเปลี่ยนเป้าหมายโจมตีทันที!
"วอทเดอะฟัก! การหักมุมระดับพระกาฬนี่มันทำเอาตาไทเทเนียมของฉันบอดไปเลย!"
"ฉันจำได้แล้ว! ยัยนี่มันเพื่อนมัธยมฉันเอง เป็พวกวัตถุนิยม บูชาเงิน ชอบหลอกเงินที่บ้านมาแต่งตัวเลียนแบบไฮโซเพื่อเนียนเข้าสังคมชั้นสูง"
"เชี้ย... มีคนประเภทนี้อยู่จริง ๆ เหรอเนี่ย"
"ฉันว่าแล้วเชียวว่ายัยนี่ดูท่าทางไม่ดี แต่ตอนนั้นฉันแค่ไม่อยากพูดเฉย ๆ"
"พ่อหนุ่มคนนั้นต่างหากที่เป็คนมีคุณภาพของจริง ทั้งมีความสามารถและไม่โอ้อวด ถ่อมตัวสุด ๆ นี่แหละคนที่จะทำงานใหญ่สำเร็จ ถ้าหลานสาวฉันได้แต่งงานกับเขาก็คงดี"
ชายชราคนเดิมที่เคยสั่งสอนเฉินอวี่เปลี่ยนท่าทีจากหน้ามือเป็หลังมือ แววตาที่ขุ่นมัวกลับกลายเป็เต็มไปด้วยความชื่นชม
หลินเจียวคาดไม่ถึงเลยว่าพวกไทยมุงจะเปลี่ยนสีได้ไวกว่ากิ้งก่าเสียอีก ตอนนี้เธอทั้งอายทั้งแค้นจนบรรยายไม่ถูก เธอรีบเดินหนีออกจากที่เกิดเหตุท่ามกลางสายตาดูแคลนของทุกคน
หลังจากเดินออกมาได้ไม่นาน เธอก็รีบต่อสายโทรศัพท์ทันที "เว่ยหลง ฉันถูกรังแก! ขนคนมาช่วยฉันเดี๋ยวนี้!" เมื่อวางสาย ใบหน้าของหลินเจียวก็เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง
"ก็แค่โรลส์-รอยซ์คันเดียว มีอะไรน่าภูมิใจนักหนา แฟนฉันเป็ถึงลูกน้องคนสนิทของท่านหง กล้าหยามฉันแบบนี้ ฉันจะทำให้แกชดใช้อย่างสาสม!"
…
เฉินอวี่ขับรถมาตามถนนได้สิบกว่านาที จู่ ๆ เขาก็ได้ยินเสียงคำรามของเครื่องยนต์ดังมาจากด้านหลัง มันดังขึ้นเรื่อย ๆ จนกลบเสียงรถของเขาเอง
เฉินอวี่ขมวดคิ้ว เขามองผ่านกระจกหลังพบว่ามีรถแลนโรเวอร์นับสิบคันกำลังพุ่งทะยานตามมาอย่างกระชั้นชิด
เสียงเครื่องยนต์สั่นประสาทจนน่ารำคาญ
เฉินอวี่ถอนหายใจเบา ๆ "การมีชีวิตอยู่มันไม่ดีตรงไหน? ทำไมถึงต้องอยากตายกันนักนะ?" พูดจบ เฉินอวี่ก็เหยียบคันเร่งมิด เข็มไมล์พุ่งทะยานไปที่ 220 กม./ชม. ทันที
"เว่ยหลง เร่งตามมันไป! คุณต้องแก้แค้นให้ฉันนะ!" ในรถแลนโรเวอร์ คันหน้าที่นำขบวน หลินเจียวกำลังออดอ้อนอยู่บนตัวของ เว่ยหลง ชายรูปร่างบึกบึน เว่ยหลงยิ้มอย่างทะนุถนอม มือหนาลูบไล้ไปตามเรียวขาของเธอ
"วางใจเถอะ ฉันจะแก้แค้นให้เธอเอง กล้ามายุ่งกับผู้หญิงของเว่ยหลงคนนี้ ฉันจะทำให้มันรู้ว่าในเมืองเสาโจว ต่อให้เป็ัข้ามถิ่นมาก็ต้องหมอบกราบแทบเท้าฉัน!"
ขบวนรถแลนโรเวอร์นับสิบคันไล่ล่ากันอย่างบ้าคลั่งจนเกือบจะชนรถคันอื่นริมทาง "ไอ้พวกบ้า! ขับรถหาพ่องเหรอโว้ย!" คนขับรถแถวนั้นต่างพากันด่ากราดด้วยความโมโห
ไม่นานนัก เฉินอวี่ก็จอดรถที่บริเวณชานเมืองที่ไร้ผู้คน รถแลนโรเวอร์นับสิบคันปิดล้อมรถของเฉินอวี่ไว้ทุกทิศทาง ชายฉกรรจ์ 5-6 คนก้าวลงมาจากรถแต่ละคัน เพียงพริบตาเดียว เฉินอวี่ก็ถูกล้อมไว้ด้วยชายฉกรรจ์กว่า 50-60 คน
"เว่ยหลง! ไอ้หมอนี่แหละที่รังแกฉัน! รีบซ้อมมันให้หมอบเลย!" หลินเจียวยืนเท้าสะเอวสั่งการด้วยความแค้น
"ไอ้หนู แกบังอาจมายุ่งกับเมียฉั..." ยังไม่ทันที่เว่ยหลงจะพูดจบ เฉินอวี่ก็ค่อย ๆ ก้าวลงมาจากรถ และทันทีที่เว่ยหลงเห็นหน้าเฉินอวี่ชัด ๆ เขาก็อ้าปากค้าง ใบหน้าเปลี่ยนเป็ความหวาดผวาอย่างสุดขีด!
แม้แต่บรรดาลูกน้องที่ตามมาต่างก็ทำหน้าเหมือนเห็นผี หนังศีรษะชาหนึบ ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งตัว! พวกเขายังจำความโเี้และพลังอันน่าสะพรึงกลัวของชายคนนี้ในคืนนั้นได้ติดตา และที่สำคัญ เฉินอวี่คือแขกผู้ทรงเกียรติของท่านหง!
พริบตานั้น เหงื่อเย็น ๆ ผุดพรายขึ้นเต็มแผ่นหลังของทุกคน โดยเฉพาะเว่ยหลงที่ตอนนี้อยากจะตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด! อีผู้หญิงเฮงซวยนี่ไปลากเอา ‘เทพแห่งความตาย’ ตนนี้มาหาเื่ได้ยังไงกัน?!
"ไอ้หนู เมื่อกี้แกยังซ่าอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?"
"มาดิ!"
"ถ้าวันนี้แกไม่โขกหัวขอโทษฉันสักร้อยครั้ง ฉันจะทำให้แกไม่มี..."
‘เพียะ!’
ยังไม่ทันที่หลินเจียวจะพ่นคำด่าออกมาจบ เว่ยหลงก็ฟาดฝ่ามือเข้าที่ใบหน้าของเธอเต็มเหนี่ยว! หลินเจียวมึนงงไปหมด เธอกุมแก้มพลางถามด้วยความไม่เชื่อสายตา "เว่ยหลง! คุณมาตีฉันทำไม คุณต้องตีไอ้หมอ..."
‘เพียะ!’
ยังพูดไม่จบ ฝ่ามือที่สองก็สวนเข้าหน้าเธออีกครั้ง "ตีแม่แกสิ! แกเป็ตัวอะไรฮะ? อีโง่เอ๊ย!" เว่ยหลงด่ากราดใส่หลินเจียวอย่างไม่เหลือชิ้นดี
จากนั้น เว่ยหลงก็รีบเดินตรงเข้าไปหาเฉินอวี่ด้วยท่าทีนอบน้อมที่สุด เขาโน้มตัวลงจนสุดและเอ่ยเสียงสั่น "คุณชายเฉิน!"
สิ้นเสียงของเว่ยหลง ลูกน้องทุกคนที่ตามมาต่างก็ก้มศีรษะลงคำนับเฉินอวี่พร้อมกัน และะโเสียงดังก้องป่า "คุณชายเฉิน!"
เสียงนั้นดังกังวานและทรงพลังจนน่าขนลุก! เมื่อเห็นภาพนี้ หลินเจียวถึงกับหนังศีรษะชาทึบ ยืนอึ้งตาค้าง ความเย็นะเืแล่นพล่านั้แ่ปลายเท้าขึ้นสู่สมองราวกับตกลงไปในบ่อน้ำแข็ง ร่างกายของเธอสั่นสะท้านด้วยความกลัวถึงขีดสุด!