ย้อนเวลาพลิกฟ้าคว่ำดิน

    55 กำจัดเฉิงจิน กังฉินชั่ว

             เจียงกัดหลูตัวจริงเองก็ถึงกับตกตะลึงเช่นกัน เมื่อเขาได้ยลโฉมของเจียวเหล่งนึ่ง เพราะว่าตลอดชีวิต 20 ปีของเขา เขาไม่เคยหวั่นไหวให้กับหญิงใดเลยสักครั้ง ไม่ว่าหญิงงามนางนั้นจะหยาดฟ้ามาดินเพียงใดก็ตาม  เพราะในใจของเขามีเพียงอุดมการณ์ที่จะทำการใหญ่ให้สำเร็จเท่านั้น          แต่วินาทีที่เขาได้สบตากับคุณหนูเจียวที่แสนจะงดงามและอ่อนโยนผู้นี้  หัวใจดวงน้อย ๆ ที่เขาเฝ้าเก็บรักษามานาน กลับตกหลุมรักนางเพียงแค่แรกพบ        “ แม่นาง ข้า ข้า เจียงกัดหลู เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของท่านพ่อท่านแม่  ข้าไม่มีฝาแฝดที่ไหน”       กุนซือหนุ่มเอ่ยกับโฉมงามด้วยใจที่เต้นระทึกดุจดังเภรี  ก่อนที่นางจะหันไปทางชายหนุ่มอีกคนที่เป็นผู้ช่วยเหลือนางออกมา                        “ ท่าน ท่านเป็นใคร แล้วคุณชายเจียงอีกคนไปที่ใดแล้วเจ้าคะ?”      เจียวเหล่งนึ่งเอ่ยถามชายหนุ่มแปลกหน้าด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่เขาจะยิ้มให้นางอย่างเอ็นดู ก่อนจะหันไปทางเจียงกัดหลูที่จ้องมองสาวงามนางนี้อย่างไม่วางตา และด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งจนเสียมหลอหลงดูออกว่ากุนซือหนุ่มของตนผู้นี้ได้ตกหลุมรักโฉมงามนางนี้เข้าเสียแล้ว           “ ท่านกุนซือ  ดูท่านสิ ท่านจ้องมองคุณหนูเจียวจนนางแทบจะละลายอยู่แล้ว”       ชายหนุ่มเอ่ยแซวกุนซือคู่ใจ ทำเอาเจียงกัดหลูเขินอายจนแทบจะทำอะไรไม่ถูก ก่อนที่นายอำเภอหนุ่มจะนำแหวนประจำตัวของเจียวอู๋จี้ออกมาให้นางดู  จากนั้นจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้นางฟัง พร้อมทั้งรับปากนางว่าจะต้องช่วยคืนความเป็นธรรมให้กับบิดาของนางอย่างแน่นอน       “ ขอบคุณคุณชายซ่งเจ้าค่ะ  ข้าฝากเรื่องท่านพ่อด้วยนะเจ้าคะ  ถ้าเรื่องราวเรียบร้อยเมื่อใด ข้าสัญญาว่าจะก่อตั้งและดูแล ศาลาเอื้ออาทร ตามที่ท่านพ่อได้รับปากคุณชายไว้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”    “ เช่นนั้นท่านก็พักผ่อนเถอะ  ท่านกุนซือ ข้าฝากคุณหนูเจียวด้วย  ส่วนข้าต้องรีบกลับไปที่เรือนจำ ก่อนที่พวกนั้นจะสงสัย”      เสียมหลอหลงเอ่ยฝากฝังเรื่องราวต่อเจียงกัดหลู จากนั้นจึงสั่งให้หวังฮั่นรีบออกเดินทางไปส่งจดหมายให้แก่หลู่กงกงและรีบกลับมาให้ทันเวลาเปิดศาลตัดสินคดีในพรุ่งนี้เช้า   และไม่ลืมที่กำชับหลินซูเฟินที่ยืนมองเขาด้วยสายตาที่เป็นห่วงเป็นใยให้ดูแลตัวเองด้วย          “ ข้าจะรอคุณชายกลับมาร่วมฝึกเคล็ดวิชา ตามที่ท่านรับปากกับข้าไว้”      หลินซู่เฟินเอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง  และโล่งใจอย่างยิ่งเมื่อนางได้รู้ว่าสาวงามอย่างเจียวเหล่งนึ่งไม่ได้เป็นสตรีของเขา แต่เป็นเพียงหญิงสาวที่เขาช่วยเหลือมาเท่านั้น   อาหลงยังไม่ลืมที่จะขอให้คุณหนูเจียวช่วยเขียนจดหมายขึ้นมาฉบับหนึ่ง เพื่อยืนยันให้บิดานางได้วางใจว่านางปลอดภัยดีแล้ว  จากนั้นเขาจึงแวะไปจัดการธุระอีกที่หนึ่ง ก่อนจะรีบเดินทางกลับเรือนจำในทันที             ณ เรือนจำอำเภอหลงซาน          “ เป็นลายมือของลูกสาวข้าจริง ๆ  นางปลอดภัยแล้ว ขอบคุณคุณชายซ่ง  พระคุณนี้ของท่าน ข้าเจียวอู๋จี้จะขอจดจำไปชั่วชีวิต”       เจียวอู๋จี้ที่มือสั่นเทาหลังจากได้อ่านจดหมายจากบุตรีสุดที่รักของตน  ก่อนจะคุกเข่าคำนับผู้มีพระคุณโดยไม่ถือสาว่าเขาจะอายุน้อยกว่าตน     “ ท่านเจียว ลุกขึ้นเถอะ ขอเพียงท่านไม่ลืมสัญญาที่เคยให้ไว้กับข้า เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว”      นายอำเภอหนุ่มตรงเข้าประคองอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น  จากนั้นจึงบอกกล่าวแผนการในวันรุ่งขึ้นกับน้องทั้งสองของตน รวมทั้งเถียนหยางหลิง เจียวอู๋จี้ และเฮ่อหวังซื่อ  หลังจากเสร็จเรื่องราว คนทั้งหมดจึงรีบพากันเข้านอนพักผ่อนเอาแรง เพื่อที่จะได้มีแรงต่อกรกับสองพ่อลูกและขุนนางโฉดในวันพรุ่งนี้            ที่ว่าการอำเภอหลงซาน     “ ว่าอย่างไร ซ่งเส้าเหลียง เจ้ากับพวกยังมีข้อแก้ตัวอันใด จงรีบกล่าวมา ก่อนที่ข้าจะตัดสินลงโทษพวกเจ้าตามกฏหมาย”      เฉิงจินที่ขึ้นบัลลังก์ตัดสินคดี เอ่ยกับผู้ต้องหาหนุ่มตรงหน้าอย่างอารมณ์ดี เพราะวันนี้เขามั่นใจว่าจะจัดการเสี้ยนหนามผู้กุมความลับของเขาผู้นี้ได้อย่างแน่นอน             “ ใต้เท้า พวกข้าถูกใส่ร้าย ขอท่านโปรดให้ความเป็นธรรมกับพวกเราด้วย”        เสียมหลอหลงในคราบของคุณชายซ่งแสร้งทำเป็นหวาดกลัว และขอความเมตตาต่ออีกฝ่าย ท่ามกลางสายตาที่สมเพชเวทนาของหลงซานผิงและบิดาของเขา ที่มาร่วมชมการตัดสินคดีนี้ด้วย        “ บังอาจ  หลักฐานชัดเจนขนาดนี้  พวกเจ้ายังจะปากแข็งปฏิเสธอีกหรือ  เจ้ารู้หรือไม่ว่าโทษของพวกเจ้าถึงประหารชีวิตเลยเชียวนะ”        “ ใต้เท้า พวกเป็นข้าบริสุทธิ์จริง ๆ  แต่ถึงแม้ข้าจะกระทำผิดจริง โทษพยายามข่มขืนอย่างมากก็แค่จำคุก  เหตุใดท่านถึงบอกว่าพวกข้าต้องโทษถึงประหารด้วยล่ะ?”       เป็นฮวยเซ็งที่เอ่ยถามใต้เท้าเฉิงอย่างร้อนใจ ก่อนที่กังฉินผู้นี้จะเรียกให้เจ้าหน้าที่เบิกตัวพยานเพิ่มเติมเพื่อเป็นหลักฐานมัดตัวอีกฝ่ายไม่ให้ดิ้นหลุดได้   ในขณะที่เจ้าทุกข์อย่างมู่เสี่ยวอิงได้แต่คุกเข่าก้มหน้าอยู่อย่างนั้น เพราะนางมิอาจจะสู้หน้าคนที่นางใส่ร้ายพวกเขาได้           “ พวกเจ้าดู ศพสองศพที่นอนอยู่นี้ก็คือหลักฐานมัดตัวพวกเจ้ายังไงเล่า”      เฉิงจินตอบคำถามของอีกฝ่าย ก่อนจะชี้ไปที่ศพชายหญิงวัยกลางคนที่ถูกหามเปลมาวางไว้ด้านหน้า  เมื่อมู่เสี่ยวอิงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นเพื่อดูว่าพยานที่ว่านั้นเป็นใคร นางก็ตกใจจนแทบสิ้นสติ เพราะศพของคนที่อยู่ตรงหน้านางตอนนี้ก็คือบิดามารดาของนางนั่นเอง      “ ท่านพ่อ ท่านแม่ เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้  ใครเป็นคนฆ่าพวกท่าน  ฮือ ๆ ท่านพ่อ ท่านแม่”     นางตรงเข้าไปกอดศพพ่อกับแม่ของนางราวกับคนเสียสติ  ก่อนที่เฉิงจินจะตบโต๊ะและสั่งให้นางสงบสติอารมณ์                        “ บังอาจ อยู่ในศาล ใครอนุญาตให้เจ้าคร่ำครวญโวยวายเสียงดัง”                            “ ซ่งเส้าเหลียง พวกเจ้ายังมีอันใดจะแก้ตัวหรือไม่?”      ขุนนางกังฉินเอ่ยถามเสียมหลอหลง ก่อนที่อาห่าวจะถามกลับมาอย่างมีอารมณ์ว่าการตายของคนทั้งสองเกี่ยวอะไรกับพวกตน     “ บังอาจ ไม่ถึงรอบที่เจ้าจะสอดปากพูด  ซ่งเส้าเหลียง เจ้ากับพวกช่างเนรคุณและโหดเหี้ยมยิ่งนัก  ทั้ง ๆ ที่ครอบครัวของแม่นางมู่เมตตาให้พวกเจ้าพักค้างคืนและให้อาหารกับพวกเจ้า แต่นึกไม่ถึงว่า เนื่องจากเจ้าเห็นว่าบุตรีของคนทั้งคู่มีรูปโฉมที่งดงาม วันรุ่งขึ้นพวกเจ้าจึงร่วมกันวางแผนวางยาสามีภรรยาคู่นี้จนถึงแก่ความตาย  จากนั้นพวกเจ้าจึงลงมือล่วงเกินความสาวของนาง  โชคดีที่คุณชายหลงซานกับพวกเข้ามาช่วยนางไว้ทันเวลา   หลักฐานชัดเจนขนาดนี้ พวกเจ้ายังมีอะไรจะแก้ตัว”      เฉิงจินกล่าววาจาให้ร้ายอีกฝ่ายอย่าหน้าตาเฉย  ในขณะที่มู่เสี่ยวอิงเอาแต่จ้องมองศพบิดามารดาของนางด้วยสายตาเหม่อลอย  และรู้ดีอยู่แก่ใจว่าใครคือฆาตกรที่สังหารพ่อแม่ของนาง      “ แม่นางมู่ ถึงเวลาหรือยังที่ท่านจะพูดความจริงออกมา ท่านก็เห็นแล้วว่าพวกเขาไม่ได้รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับท่าน  ขอเพียงท่านพูดความจริง ข้าจะช่วยทวงความเป็นธรรมให้กับท่านเอง”         อาหลงหันไปเอ่ยกับนาง ก่อนที่นางจะมีท่าทีลังเลใจ เพราะไม่คิดว่าชายหนุ่มผู้นี้จะช่วยทวงความเป็นธรรมให้กับนางได้  เพราะขนาดตัวเขาเองยังเอาตัวไม่รอดเลย  แต่นางก็แค้นคนเหล่านั้นเป็นที่สุด ที่ผิดคำพูดและถึงกับเอาชีวิตพ่อแม่ของนางเพื่อใส่ร้ายอีกฝ่าย                              “ เด็ก ๆ เบิกตัวผู้ต้องหาค้าของเถื่อน เข้ามา”      รักษาการนายอำเภอสั่งให้เจ้าหน้าที่เบิกตัวผู้ต้องหาเข้ามาเพิ่มเติม ก่อนที่ฮวยเซ็งกับอาห่าวจะตกใจเสียงหลง เมื่อเห็นว่าผู้ที่ถูกคุมตัวมานั้นเป็นกุนซือคู่ใจของพี่ใหญ่ของพวกตนนั่นเอง            “ ท่านกุนซือ เอ่อ คุณชายเจียง ไฉนท่านจึงกลายเป็นผู้ต้องหาค้าของเถื่อนได้ล่ะ?”      อาห่าวเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ  เพราะว่าดูเหมือนแผนการนี้ไม่ได้อยู่ในแผนที่พี่ใหญ่ของตนเคยบอกไว้        “ ฮ่าฮ่าฮ่า  ไม่นึกว่าเจ้าก็มีวันนี้เหมือนกัน  เจียงกัดหลู เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าจะเป็นคนดูแลและทนุถนอมคุณหนูเจียวแทนเจ้าเอง”       หลงซานกู่หัวเราะอีกฝ่ายอย่างสะใจ ที่เขากับบุตรชายสามารถกำจัดศัตรูพร้อมกัน เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว  โดยมุกนี้เป็นมุกเดิม ๆ ที่เขาเคยใช้ใส่ร้ายเจียวอู๋จี้มาก่อน      “ เจียงกัดหลู เจ้ากับซ่งเส้าเหลียง ฮวยเซ็งและอาห่าว คบคิดกันค้าของเถื่อนใช่หรือไม่  ถ้าเจ้ารับสารภาพโดยดี ข้าจะช่วยลดหย่อนโทษให้กับเจ้า  ว่าอย่างไร?”       ใต้เท้าเฉิงพยายามจะยัดเยียดข้อหาให้กับอีกฝ่าย  โดยเขาสั่งให้หยวนเซียวนำกำลังพร้อมของกลางไปบุกจับเจียงกัดหลูที่ร้านหลงซาน มาร์ท โดยตอนนั้นมีเพียงแค่เขาคนเดียวที่อยู่ที่ร้าน            “ ข้าน้อยถูกใส่ร้ายขอรับใต้เท้า ท่านโปรดให้ความเป็นธรรมกับข้าด้วย”       เจียงกัดหลูแสร้งทำเป็นขอความเมตตาอย่างน่าสงสาร ก่อนที่หลงซานกู่จะพูดจาเหน็บแนมอีกฝ่ายด้วยความสะใจในชะตากรรมของอีกฝ่าย       “ เจียงกัดหลู เจ้าเคยคิดมาก่อนหรือไม่ว่าจะมีวันนี้   เสียดายที่เหล่งนึ่งของข้า ไม่ได้มาเห็นสภาพของเจ้าตอนนี้ ช่างน่าสมเพชสิ้นดี”       “ จงฟัง เมื่อมีหลักฐาน พยานครบถ้วนเช่นนี้  ข้าขอตัดสินให้ซ่งเส้าเหลียง ฮวยเซ็ง อาห่าว เนื่องจากพวกเจ้าทั้งสามวางยาฆ่าคน  ขืนใจหญิงสาวกลางวันแสก ๆ แถมยังค้าของเถื่อน ด้วยข้อหาอุกฉกรรจ์เหล่านี้ ข้าขอตัดสินให้ประหารเดนมนุษย์ทั้งสามด้วยการตัดศรีษะกลางตลาดในตอนเที่ยงของพรุ่งนี้”      เฉิงจินตัดสินคดีของคนทั้งสามอย่างรวบรัด  ก่อนจะหันไปตัดสินคดีค้าของเถื่อนของเจียงกัดหลูด้วยการสั่งโบย 50 ที พร้อมทั้งยึดทรัพย์สินทั้งหมด และต้องถูกจำคุกตลอดชีวิต       “ ช้าก่อนใต้เท้า  ข้ามีพยานปากสำคัญที่จะช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ของพวกข้าขอรับ”      เป็นเสียมหลอหลงที่เอ่ยทักท้วงผู้ตัดสินคดี ก่อนที่อีกฝ่ายจะถามหาว่าพยานอยู่ที่ใด จงรีบนำตัวมา มิเช่นนั้นเขาจะปิดศาล และคนทั้งสี่จะไม่มีโอกาสพลิกคดีอีก                    “ ใต้เท้า พยานของข้าตอนนี้อยู่ตรงหน้าใต้เท้าแล้วขอรับ”               “ เหลวไหล เจ้าผายลมอันใด ข้าไม่เห็นจะมีใคร นอกจากศพสามีภรรยาคู่นี้ หรือเจ้าจะให้พวกเขาลุกขึ้นมากล่าววาจาแก้ต่างให้พวกเจ้า ฮ่าฮ่าฮ่า “          เฉิงจินหัวเราะออกมาอย่างขบขัน เพราะว่าสามีภรรยาคู่นี้ถูกหัวหน้ามือปราบหยวนเซียวนำไปกักขังไว้เพื่อเป็นเครื่องต่อรองและข่มขู่บุตรีของพวกเขา ให้ใส่ร้ายซ่งเส้าเหลียงกับพวก  ก่อนที่เฉิงจินจะเกิดเปลี่ยนใจ โดยจัดการวางยาฆ่าคนทั้งคู่แล้วป้ายความผิดให้กับซ่งเส้าเหลียงกับพวกแทน เพื่อที่จะหาเหตุในการสั่งประหารพวกเขา        นอกจากนี้เขายังวางแผนจัดการยัดข้อหาค้าของเถื่อนให้กับเจียงกัดหลู เพื่อกำจัดศัตรูหัวใจของหลงซานกู่ซึ่งเป็นผู้ให้การสนับสนุนตน  นอกจากนี้ยังนำคดีนี้มาเชื่อมโยงว่าอีกฝ่ายเป็นพวกเดียวกับซ่งเส้าเหลียงเพื่อให้ข้อหาและความผิดทั้งหมดมัดตัวพวกเขาแน่นหนาขึ้น       “ ใต้เท้าช่างปรีชา  เช่นนั้นข้าขออนุญาตเชิญท่านลุงท่านป้าทั้งสองลุกขึ้นมาให้การแทนพวกข้านะขอรับ”       กล่าวเสร็จ อาหลงก็ลุกขึ้นไปที่ศพของคนทั้งสอง ก่อนที่เขาจะนำยาเม็ดลูกกลอนสีดำเม็ดเล็ก ๆ หย่อนลงปากของศพทั้งสองคนละเม็ด  ก่อนจะทำการกดหน้าอกปั๊มหัวใจให้กับผู้เป็นสามี  ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่อยู่ในศาลที่กำลังจ้องมองชายหนุ่มเป็นตาเดียว ว่าเขาคิดจะเล่นตลกอะไรกันแน่      “ คุณชายซ่ง  ได้โปรดเถอะ ท่านพ่อท่านแม่ข้าท่านก็ตายไปแล้ว  ข้ารู้ว่าท่านอาจจะนึกแค้นตัวข้า  แต่ขอร้องท่านอย่าได้หลบหลู่ท่านทั้งสองอีกเลยเจ้าค่ะ”     มู่เสี่ยวอิงถึงกับทนไม่ได้ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังหลบหลู่ศพของผู้ตาย  จึงได้แต่คุกเข่าอ้อนวอนเขาให้หยุดทำเช่นนั้น     “ แม่นางมู่ เจ้าก็ลองทำเช่นเดียวกับที่ข้าทำสิ  ทำเช่นนี้คือการช่วยฟื้นชีวิตท่านพ่อท่านแม่ของเจ้า  ถ้าไม่เชื่อเจ้าก็ลองดู?”        หลังจากลังเลสักพัก  นางจึงเดินไปที่ศพของมารดา จากนั้นจึงลงมือทำตามที่อีกฝ่ายบอกอย่างมีความหวังขึ้นมาเล็ก ๆ   เพราะนางเองก็เคยเห็นเขาเคยใช้วิชาเรียกเสือร้ายทั้งฝูงมาแล้ว  ดังนั้นตอนนี้จึงถือว่าไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว       “ บังอาจ  พวกเจ้ากำลังเล่นขายของอันใด  ที่นี่เป็นศาล ใครใช้ให้พวกเจ้ากระทำการตามอำเภอใจเช่นนี้  เด็ก ๆ หยุดพวกเขาทั้งคู่เดี๋ยวนี้ แล้วจัดการโบยคนละ 20 ทีจะได้หลาบจำ”       ในขณะที่เจ้าหน้ากำลังเข้าขัดขวางคนทั้งคู่  จู่ ๆ ผู้ที่สามีก็ลืมตาขึ้นมา พร้อมทั้งค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะมองไปรอบ ๆ ว่าตนกำลังอยู่ที่ใดกันแน่      “ ท่านพ่อ ท่านฟื้นแล้ว ฮือ ๆ ขอบคุณคุณชายซ่ง ขอบคุณสวรรค์ที่ช่วยให้ท่านคืนชีพขึ้นมา”     มู่เสี่ยวอิง คลานเข้าไปกอดบิดาของตนที่ฟื้นขึ้นด้วยความดีใจจนน้ำตานองหน้า ก่อนจะหันไปโขกศีรษะให้กับอีกฝ่ายที่ช่วยคืนชีพให้กับบิดาของนาง     “ อิงเอ๋อ  เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง  เป็นคุณชายซ่งที่ช่วยพ่อกับแม่ไว้ มิเช่นนั้นพ่อกับแม่คงต้องถูกพวกคนชั่วเหล่านี้วางยาจนต้องไปปรโลกจริง ๆ แล้ว”      บิดาของนางกอดบุตรีของตนแน่นด้วยความรัก ก่อนที่มารดาของนางจะค่อย ๆ ฟื้นขึ้นมาอีกคน จากนั้นคนทั้งสามจึงกอดกันแน่นพร้อมทั้งร้องไห้ด้วยความดีใจที่ได้อยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง      ในขณะที่คนอื่น ๆ ที่อยู่ในศาลต่างตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้ายิ่งกว่าโดนผีหลอกกลางวัน  โดยเฉพาะเฉิงจิน รวมทั้งหลงซานพ่อลูก  ก่อนที่คนทั้งหมดจะหันไปสบตากันเพื่อให้รีบจัดการอะไรบางอย่าง                                       “ ท่านลุงท่านป้า ระวัง!”                                                               “ เฟี้ยว ๆ ๆ ฉึก ๆๆ”        เป็นมือลึกลับที่ซัดอาวุธลับห้าดอก เพื่อหมายสังหารปิดปากสามีภรรยาคู่นี้ ก่อนที่เสียมหลอหลงจะจัดการปัดอาวุธลับเหล่านี้ออกไปได้อย่างหวุดหวิด  โดยดอกแรกเขาปัดขึ้นไปเสียบพู่หมวกขุนนางของเฉิงจิน ในขณะที่ดอกที่สอง,สาม และสี่, ห้า ปัดไปเสียบมวยผมของหลงซานกู่และหลงซานผิงตามลำดับ ทำเอาคนทั้งสามตกใจจนฉี่แทบราดเลยทีเดียว                “ ขอบคุณคุณชายที่ช่วยชีวิตพวกเราสามีภรรยาอีกครั้ง พวกเราพร้อมที่จะให้การยืนยันความบริสุทธิ์ให้กับคุณชายทั้งสาม และเปิดโปงคนชั่วที่แท้จริงโดยไม่เกรงกลัวสิ่งใดอีกแล้ว”       บิดามารดาของมู่เสี่ยวอิงพร้อมใจกันคำนับชายหนุ่ม ก่อนที่เขาจะประคองให้คนทั้งคู่ลุกขึ้น ก่อนที่เฉิงจินจะตวาดคนทั้งสามที่บังอาจลุกขึ้นโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาต      “ เจ้าหน้าที่ กุมตัวซ่งเส้าเหลียงกับพวกเข้าห้องขัง รอรับโทษประหารตอนเที่ยงพรุ่งนี้  ส่วนเจียงกัดหลูให้โบย 50 ที จากนั้นนำตัวไปรับโทษจำคุกตลอดชีวิต”       เฉิงจินเห็นเหตุการณ์ผันแปรเช่นนี้ จึงคิดจะใช้ศาลเตี้ยตัดสินปิดปากคนทั้งหมด รวมทั้งยังให้คนคุมตัวพ่อแม่ลูกสามคนไปไว้ที่จวนของตนเพื่อป้องกันพวกนางกลับคำให้การในภายหลัง       แต่ก่อนที่เขาจะได้ทำเช่นนั้น  หวังฮั่นก็คุมตัวหยวนเซียวซึ่งเป็นผู้ซัดอาวุธลับดังกล่าวเข้ามา ก่อนจะรายงานว่าหยวนเซียวผู้นี้คือผู้ที่คิดจะปิดปากสองสามีภรรยาสกุลมู่       “ บังอาจ  เจ้าเป็นใครถึงบังอาจเหิมเกริมจับกุมและใส่ร้ายหัวหน้ามือปราบโดยพลการ”       ใต้เท้าเฉิงตวาดหวังฮั่น ก่อนที่จะเรียกเจ้าหน้าที่เข้ามาจับกุมตัวเขา  แต่จู่ ๆ ก็มีทหารของทางการเข้ามาเต็มไปหมด  โดยมีกงกงเดินอัญเชิญราชโองการเข้ามาด้านใน  เมื่อเห็นเช่นนั้นเฉิงจินรีบลงจากบัลลังก์ไต่สวนคดีเพื่อมารับราชโองการที่ด้านล่าง                                  “ มีราชโองการ  เฉิงจินรับราชโองการ”                               “ หม่อมฉันเฉิงจินน้อมรับราชโองการ”      “ เนื่องด้วยรักษาการนายอำเภอเฉิงจิน ประพฤติตนหยาบช้า เมื่อสิบปีก่อนก่อคดีฆ่าแม่นางเสี่ยวฮุ่ย ก่อนจะโยนความผิดให้ผู้อื่นรับผิดแทน  เมื่อได้ดำรงตำแหน่งรักษาการนายอำเภอก็สมคบกับคหบดีท้องถิ่นใส่ร้ายหัวหน้ามือปราบเถียนหยางหลิง จนต้องพ้นจากตำแหน่งและถูกจองจำ รวมทั้งยังรวมหัวกันใส่ร้ายคหบดีเจียวอู๋จี้  ด้วยความผิดฉกรรจ์เหล่านี้ ข้าขอตัดสินให้ปลดออกจากตำแหน่ง และลงโทษประหารชีวิตด้วยการบั่นคอที่กลางตลาด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างสืบไป  จบราชโองการ”       เฉิงจินที่คุกเข่ารับราชโองการอยู่ ถึงฉี่แตกราดกางเกง เมื่อได้ยินราชโองการสั่งประหารชีวิตตน จากนั้นเขาจึงถูกถอดหมวกและชุดขุนนางออก และนำตัวไปยังห้องขัง เพื่อรอรับโทษประหารต่อไป ในขณะที่สองพ่อลูกหลงซาน เมื่อเห็นว่าท่าไม่ดี จึงพากันค่อย ๆ แอบย่องหลบหนีออกจากห้องพิจารณาคดีโดยไม่ให้ใครรู้                                           “ เสียมหลอหลง รับราชโองการ”.....................................................................................................................................คุยกันหลังฉาก....มาแล้วนะครับ สำหรับตอนที่ 55 เพื่อรีดทุกท่านจะได้อ่านอย่างต่อเนื่อง แบบไม่มีสะดุดในช่วงนี้  สำหรับตอนนี้อาหลงของเราก็จัดการกับขุนนางกังฉินอย่างเฉิงจินได้สำเร็จ จนอีกฝ่ายต้องได้รับโทษประหารตามที่เขาได้ตัดสินโทษเสียมหลอหลงไว้ เรียกได้ว่ากรรมตามสนองแบบติดจรวด   ส่วนตัวการใหญ่อย่างสองพ่อลูกหลงซานก็แอบหลบหนีไปได้  เรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นไร รออ่านรอลุ้นได้ในตอนต่อไปได้เลยครับ        ขอบคุณรีดที่น่ารักทุกท่าน ที่ติดตามอ่านด้วยดีเสมอมานะครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ......................................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต“ ความล้มเหลว คือโอกาสที่ข้าจะได้ลองลงมือทำอีกครั้ง แต่คราวนี้ฉลาดขึ้น”                             

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลาพลิกฟ้าคว่ำดิน ที่คุณอ่าน