บทที่ 17
ความแข็งแกร่งในระดับซิลเวอร์
ถึงแม้จะได้เห็นการต่อสู้ระหว่างชนชั้นสูงด้วยตาเนื้อเป็ครั้งแรก แต่ก็ไม่ได้ดึงดูดความสนใจไปกว่าการลอบสังหารเลยแม้แต่น้อย ใน่เวลาที่การปะทะเกิดขึ้นในอากาศเหนือศีรษะ บรรยากาศโดยรอบถูกดูดกลืนจากออร่าของชายชุดดำและโอเวน
เอวาได้เผยมีดสั้นที่ซ่อนเอาไว้ พุ่งตัวเข้าประชิดศัตรูประหนึ่งเป็การฆ่าตัวตาย ทว่าเหตุผลของการพุ่งตัวเข้าไป...ใช่ว่าเป็การแสวงหาจุดจบของชีวิตตัวเองไม่ แต่เป็จุดจบของชีวิตผู้อื่นต่างหาก
นักฆ่าคนหนึ่งที่ย้ายสายตามองไปที่การปะทะออร่าของผู้ไดรฟ์ระดับเงิน การเคลื่อนไหวของเขาชะงักไปครู่หนึ่ง ยามที่เขาเปลี่ยนความสนใจด้วยความประมาท คือโอกาสที่ดีที่สุดในการลอบสังหาร ทันทีที่เอวากระชากมือกลับออกมา มีดสั้นสีเงินวาวเปียกชุ่มไปด้วยเืสีแดง ลำคอของอีกฝ่ายถูกเจาะเป็รูอย่างไม่รู้ตัว น้ำพุสีเืสาดกระจายสร้างความตกตะลึงไม่แพ้การต่อสู้กันของผู้ไดรฟ์ระดับเงินเลย
ทันทีที่ชายชุดคลุมดำปรายสายตากลับมา ก็พบว่าหนึ่งในสองมือสังหารข้างกายของเขา กลายเป็ร่างไร้ิญญาไปแล้ว
‘เกิดอะไรขึ้น?? ถึงจะเป็ไดรฟ์เทียม แต่พวกเขาก็อยู่ในระดับทองแดง แค่การโจมตีของเด็กสาวคนหนึ่ง จะสามารถฆ่านักสู้ระดับทองแดงได้อย่างไร!!??’
ความสงสัยคงอยู่เพียงไม่นาน ก็ได้แปรเปลี่ยนเป็ความโกรธ ชายชุดคลุมดำสั่งการ ให้นักฆ่าที่เหลือเข้าโจมตี “จบภารกิจ และอย่าปล่อยให้มีพยานเหลือรอดไปได้แม้แต่คนเดียว”
จากนั้นชายชุดดำหันมองกลับไปยังโอเวน ที่กำลังรีดเร้นออร่าในตัวโจมตีอีกฝ่ายเต็มกำลัง
โอเวนและนักสู้ระดับทองแดงห้าคนจับจ้องไปยังศัตรูตรงหน้า พวกเขามีหัวหน้าเป็นักสู้ระดับเงิน ถึงแม้อีกฝ่ายจะอยู่ในจุดสูงสุดของระดับเงินแต่ด้วยการสนับสนุนของนักสู้ระดับทองแดงห้าคน พวกเขาได้เปรียบมากกว่า ความรู้สึกพ่ายแพ้ไม่ได้ปรากฏอยู่บนใบหน้าของนักสู้ระดับทองแดงเลยแม้แต่คนเดียว
ชายชุดดำตัดสินใจที่จะสังหารทุกคนไม่ให้รอดไปได้แม้แต่ผู้เดียว ดังนั้นการปิดบังตัวตนจึงไม่ใช่เื่จำเป็อีกต่อไป ทันทีที่เขาถอดชุดคลุมสีดำออกมา ไม่จำเป็ต้องเอ่ยถึงชื่อเสียงของตัวเองออกไป ฝ่ายของโอเวนและคนอื่นๆก็รู้ได้ทันที จากสีหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจค่อยๆถูกกลืนกินด้วยความกลัว แม้แต่หัวหน้าคาราวานอย่างโอเวน บนหน้าผากของเขาได้ปรากฏเม็ดเหงื่อจำนวนมาก เพราะตัวตนที่พวกเขาต้องต่อสู้ด้วย คือ ‘ลูคัส ไฟฟ์’ ชายผู้ถูกขนานนามว่า เงามืดแห่งตระกูลไฟฟ์
เล่ากันว่า ลูคัสนั้นสามารถก้าวเข้าสู่ระดับทองได้ทุกเวลา แต่การที่เขายอมติดอยู่ในระดับเงินก็เพราะความปรารถนาส่วนตัว
เป็เพราะตัวตนของอีกฝ่าย ทำให้โอเวนเปลี่ยนความคิดโดยฉับพลัน
“ทุกคนรีบไป อพยพผู้คนและสินค้าสำคัญไปยังขบวนที่หนึ่ง เราจะสละสี่ขบวนที่เหลือเพื่อความอยู่รอด”
“เราจะทิ้งเด็กสาวคนนั้นเหรอหัวหน้า” นักสู้ระดับทองแดงคนหนึ่งเอ่ยถาม
นักสู้อีกคนหนึ่งตอบกลับคำถามนั้นแทนโอเวน “อย่าใช้คำว่าทิ้งเลย ถึงพวกเราจะเร่งหนีสุดกำลัง ก็ยังไม่แน่ว่าคาราวานของเราจะหนีพ้นจาก เงามืดแห่งไฟฟ์ไปได้”
“ไม่ต้องพูดแล้ว รีบไป ข้าเองไม่รู้ว่าจะถ่วงเวลาได้นานเท่าไหร่” โอเวนพูดพร้อมกับมองไปยังศัตรูตรงหน้า
ลูคัสมองไปที่อีกฝ่าย เขายกยิ้มอย่างอำมหิต “รีบทำตามที่หัวหน้าสั่งสิ เพราะนั้นคือเวลาที่พวกเ้าจะได้หายใจอยู่บนโลกใบนี้”
โอเวนสูดลมหายใจเข้าลึก สมาธิของเขาจดจ้องอยู่กับคู่ต่อสู้ตรงหน้าไม่วางตา
“ในฐานะหัวหน้าคาราวานนับว่าเป็คราวซวยของข้า แต่ในฐานะนักสู้แล้ว เป็เกียรติอย่างยิ่งที่ได้ประลองกับท่าน ลูคัส ไฟฟ์”
จากนั้น โอเวนขับเคลื่อนออร่าผ่านไดรฟ์ในร่างกาย ออร่าสีเงินปกคลุมไปทั่วทั้งตัว เสริมความแข็งแกร่งและความเร็วให้กับตัวเอง สองมือกระชับดาบแน่น เขาได้พุ่งตัวเข้าปะทะกับอีกฝ่าย ดาบในมือของคนทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง
ออร่าที่โอเวนใช้ห่อหุ้มอาวุธสีมีใสกระจ่างอันเป็เอกลักษณ์ของผู้ผสานไดรฟ์ระดับเงิน หากแต่ออร่าที่ลูคัสใช้นั้นมีความแตกต่าง มันมีมีสีขาวปนกับสีดำ
เห็นเช่นนั้น โอเวนผลักดันอาวุธในมือ ทิ้งระยะห่างออกจากอีกฝ่าย ดวงตาหดแคบ หว่างคิ้วขมวดเข้าหากัน
“เป็ไปได้อย่างไร!! ท่านเองก็อยู่ระดับเดียวกับข้า เหตุใดออร่าของท่านถึงมีอัตลักษณ์ของธาตุรวมอยู่ด้วย??” ความเข้าใจของอัตลักษณ์ธาตุคือคุณสมบัติของผู้ผสานไดฟร์ระดับทองคำ
สำหรับลูคัสแล้ว การที่เขาไม่ข้ามไประดับทองด้วยเหตุผลส่วนตัวนั้น ไม่ใช่ข้ออ้างหรือข่าวลือแม้แต่น้อย แต่การที่เขาจงใจอยู่ในระดับเงิน จึงทำให้ออร่าของเขา ผสานเข้ากับธาตุความมืดได้บางส่วนเท่านั้น สีของออร่าที่ปรากฏจึงกลายเป็สีขาวปนดำ
ประกายแสงวูบวาบปรากฏขึ้นในอากาศ ร่างของทั้งสองคน เผยให้เห็นเพียงเงา พวกเขาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ฟาดฟันดาบในมือเข้าใส่กันและกัน สายตาของคนธรรมดายากที่จะจับตาความเร็วในการต่อสู้ได้ทัน
ตัวของลูคัส สำหรับนักสู้ระดับเงิน ความแข็งแกร่งของเขาเรียกได้ว่าอยู่ในระดับสูงสุดทุกทาง ไม่ว่าจะเป็ความเร็วหรือความแข็งแกร่ง แต่สำหรับโอเวนถึงเขาจะมีความแข็งแกร่ง แต่ยังปราศจากความเร็ว สิ่งเดียวที่ทำให้เขาสามารถเคลื่อนที่ตามการโจมตีของลูคัสได้ทัน คืออาร์ติแฟกต์ รูปกำไลข้อเท้าที่เขาสวมใส่เอาไว้
ตัวของโอเวนนั้น ทำหน้าที่เป็หัวหน้าขบวนขนส่งสินค้ามาหลายสิบปี เงินทองที่หาได้นั้น ไม่ได้ใช้ไปกับความหรูหราในชีวิต แต่เขาชอบเติมความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง แม้ว่าสัญชาตญาณและร่างกายจะมีข้อจำกัดในการเพิ่มระดับความแข็งแกร่ง เขาไม่สามารถหาอาจารย์มาสอนทักษะระดับสูง หรือมีชาติตระกูลที่สืบทอดทักษะระดับสูงได้ สิ่งเดียวที่โอเวนทำคือใช้เงินจำนวนมาก ไปกับอาร์ติแฟกต์ที่ช่วยเพิ่มระดับความแข็งแกร่งให้กับตัวผู้
สำหรับเอวาแล้ว การต่อสู้ของทั้งสองคนเหนือล้ำไปกว่าวิธีการต่อสู้ของคนในโลกของเธอหลายเท่า ไม่ว่าจะเป็การใช้ออร่าหรือการใช้อุปกรณ์เวทมนตร์ที่เรียกว่าอาร์ติแฟกต์ ต่อให้เวลานี้ เธอมีปืน หรือะเิมือ ก็ไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าจะจัดการกับโอเวนหรือลูคัสได้ พวกเขาแต่ละคนมีพลังทำลายระดับรถถังหรือขีปนาวุธเลยก็ว่าได้ เอวาไม่อยากคิดเลยว่า ระดับทองคำ ระดับเอมเมอรัลหรือระดับที่สูงไปกว่านี้ พวกเขาเ่าั้จะยังเป็มนุษย์อยู่แน่หรือเปล่า??