ทันทีที่กลุ่มตระกูลหยางเข้ามาในระยะ จินหยางหรี่ตามองกลุ่มคนที่ติดตามมากับตระกูลหยางเป็นคนจากสำนักกระบี่วิญญาณแปดคนมีชายชราสามคนติดตามมาด้วย คงอู๋ หม่าเวย และเย่หยางกำชับดาบในมือเตรียมพร้อม ส่วนเฉินจินและผิงผิงและจางหลงหลบออกไปอีกทางเพื่อเข้าปะทะจากด้านหลัง
“คุณชายจินหยางท่านพร้อมแล้วใช่หรือไม่?”
คงอู๋เอ่ยวาจาสอบถามเพราะเห็นจินหยางยังคงยืนนิ่งจ้องมองไปที่กลุ่มตระกูลหยางอย่างไม่วางตา
“ข้าจะรับมือคนจากสำนักกระบี่วิญญาณเอง พวกท่านจัดการกับตระกูลหยางได้เลยขอรับ ขอเพียงอย่างเดียวหากพบเจอหัวหน้าตระกูลหยางอย่ารีบสังหารเขา ข้าจะเป็นคนสังหารเขาเอง”
“เจ้ามีปัญหากับหัวหน้าตระกูลหยางอย่างนั้นรึ?”
“มันเป็นเรื่องราวในอดีต ที่ข้าเดินทางมาที่ฉงชิ่งก็เพื่อมาจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น”
“เจ้ามองเห็นชายที่สวมชุดสีเขียวขลิบฟ้าหรือไม่ ชายผู้นั้นคือหยางลู่ แต่ท่านต้องระวังเอาไว้วิชาดาบของเขารวดเร็วยิ่งนัก”
“ข้าจะจดจำเอาไว้ขอรับ”
ชั่วน้ำเดือดจางหลง เฉินจินก็ปรากฏตัวจากที่ซ่อนพุ่งเข้าปะทะกับคนของตระกูลหยาง จินหยางคงอู๋ หม่าเวย และเย่หยางเองก็ลงมาจากเนินเขาเช่นกัน เสียงตะโกนและเสียงปะทะดังลั่นไปทั่วบริเวณ
“พวกเราถูกซุ่มโจมตี!!”
“ไอ้พวกบัดซบ ใครกล้าโจมตีตระกูลหยางแห่งฉงชิ่ง”
จินหยางถีบเท้าทะยานขึ้นบนท้องฟ้าซัดก่อนหินในมือเข้าสังหารคนจากสำนักกระบี่วิญญาณชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งชี้กระบี่ในมือไปทางจินหยาง
“ผู้อาวุโสขอรับ มันผู้นั้นคือตัวบัดซบจินหยาง”
ชายชราสามคนแสยะยิ้มหรี่ตามองไปที่จินหยางดึงกระบี่ออกจากฝักพุ่งทะยานเข้าล้อมจินหยางเอาไว้
“ไม่คิดว่าจะพบเจอตัวบัดซบเช่นเจ้าที่นี่ ดี ไม่จำเป็นต้องออกไปตามหาเจ้าให้เสียเวลาไอ้ลูกหมา”
จินหยางแสยะยิ้มผายมือทั้งสองออก
“พวกท่านทั้งสามเชิญเข้ามาพร้อมกับเถอะ ข้ายังมีธุระที่ต้องจัดการอีก”
“ไอ้เด็กอวดดีเช่นเจ้าข้าจะสับเป็นหมื่น ๆ ชิ้น”
จินหยางย่อตัวลงใช้มือขวาคว้าจับกระบี่ด้านหลัง ทันใดนั้นเองเขาต้องถีบเท้าออกไปทางขวามีดาบเล่มใหญ่พุ่งเข้ามาในจุดที่จินหยางยืนอยู่
“เจ้ามีนามว่าจินหยางอย่างนั้นรึ?”
“ส่วนท่านคงเป็นหัวหน้าตระกูลหยาง บิดาของสุนัขแซ่หยางที่ข้าได้สังหารไปใช่หรือไม่?”
“ปากดีนักไอ้เด็กบัดซบ”
หยางลู่หันไปมองชายชราทั้งสามที่ยืนล้อมจินหยางเอาไว้
“ผู้อาวุโสทั้งสามข้าขอจัดการตัวบัดซบผู้นี้ได้หรือไม่ขอรับ ความแค้นที่มันสังหารบุตรชายทั้งสองของข้าใหญ่หลวงนัก ทันทีที่สังหารมันได้ข้าจะมอบศีรษะของมันให้แก่พวกท่าน”
“หากเจ้าต้องการเช่นนั้นก็รีบจัด…”
“ศิษย์พี่ระวัง”
ในระหว่างที่ชายชราทางขวากำลังเอ่ยวาจากับหยางลู่ จินหยางใช้ความรวดเร็วของทักษะย่างก้าวพยัคฆ์ปรากฏตัวที่ด้านหลังของชายชรา แทงกระบี่ในมือทะลุออกไปด้านหน้าเลือดสีแดงพุ่งกระฉูด
“ไม่เคยมีผู้ใดเคยบอกกล่าวต่อท่านอย่างนั้นรึว่าไม่ควรละสายตาจากศัตรู”
จินหยางซัดฝ่ามือซ้ายไปที่ด้านหลังของชายชรา เปรี้ยง! เสียงกระดูกแตกดังลั่นชายชรากระเด็นออกไปด้านหน้าหยางลู่
“บัดซบ!! โจมตีพร้อมกัน”
จินหยางถีบเท้าซ้ายพุ่งออกไปทางขวามือเพื่อหลบกระบี่จากชายชราทางซ้ายมือที่แทงเข้ามา จินหยางต้องขมวดคิ้วเพราะปราณกระบี่พุ่งออกมาติดตามนับสิบเล่ม เขาเร่งโคจรลมปราณไปที่กระบี่และเท้าทั้งสองกระโดดขึ้นบนท้องฟ้าแทงกระบี่ออกไปด้านหน้า ปราณกระบี่ขนาดใหญ่กว่าและจำนวนมากกว่าชายชราถึงสองเท่าพุ่งโจมตี ชายชราถึงกับตื่นตกใจไม่ทำสิ่งใดไม่ถูกเพราะทักษะวิชาที่จินหยางใช้คือกระบวนท่าเดียวกับที่เขาใช้ในทักษะกระบี่จักรพรรดิ ปราณกระบี่พุ่งผ่านร่างของชายชราปะทะกับพื้นดินด้านหลังเสียงดังลั่น ทันทีที่ลงมาถึงพื้นเขาก็พุ่งเข้าสังหารชายชราอีกคนที่กำลังตกใจอยู่ คมกระบี่วาดผ่านลำคอเลือดพุ่งกระฉูดศีรษะกระเด็นร่วงลงพื้น ภายในเววลาไม่ถึงห้าลมหายใจจินหยางสังหารผู้อาวุโสของสำนักกระบี่วิญญาณตกตายไปแล้วสามคน หยางลู่ตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวดาบในมือถึงกับร่วงลงพื้น จินหยางแสยะยิ้มหันมาจ้องมองหยางลู่อย่างไม่วางตา
“ตอนนี้ไม่มีผู้ใดขัดขวางท่านและข้าอีกแล้ว คงถึงเวลาที่เราต้องมาจบเรื่องที่ผ่านมาในอดีตเสียแล้ว หากจะโทษก็จงโทษบุตรชายผู้โง่เขลาของท่านเถอะที่คิดสังหารข้าในตอนนั้น”
จินหยางกำชับกระบี่ในมือพุ่งเข้าประชิด หยางลู่ตื่นตกใจทำสิ่งใดไม่ถูกก้มลงไปหยิบดาบที่อยู่บนพื้น จินหยางใช้เท้าซ้ายเหยียบดาบของหยางลู่เอาไว้ ในจังหวะที่หยางลู่เงยหน้าขึ้นมาจินหยางก็แทงกระบี่ไปที่หน้าอกทะลุออกไปด้านหลัง
“อีกไม่นานท่านก็จะได้ติดตามบุตรชายทั้งสองของท่านไปแล้ว รู้สึกอย่างไรบ้าง?”
หยางลู่กัดฟันใช้มือซ้ายคว้าจับข้อมือขวาของจินหยางเอาไว้ เขารีบดึงมีดสั้นที่แอบซ่อนเอาไว้ด้านหลังแทงไปยังจินหยาง แน่นอนว่าจินหยางรับรู้ได้อย่างทันท่วงทีเขาฟาดสันมือซ้ายไปที่ข้อมือ เปรี้ยง! มีดสั้นหักกระเด็นร่วงพื้น จินหยางใช้มือซ้ายคว้าจับไปที่เส้นผมของหยางลู่ยกขึ้นมาเขารีบดึงกระบี่ออกจากหน้าอกฟาดไปที่ลำคอของหยางลู่ จินหยางตะโกนเสียงดังลั่น
“หัวหน้าตระกูลหยางลู่และผู้อาวุโสสำนักกระบี่วิญญาณถูกสังหารแล้ว”
สิ้นเสียงกล่าวเขาโยนศีรษะของหยางลู่ขึ้นบนท้องฟ้า คนตระกูลหยางและคนจากสำนักกระบี่วิญญาณหันไปมองบางอย่างที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า ทันทีที่พวกเขาเห็นเป็นศีรษะของหยางลู่ กำลังที่ขาก็แทบหมดแรงบางคนถึงกับใช้ด้ามกระบี่ในมือทุบไปที่ขาของตัวเองเพื่อหลบหนี ลูกธนูพุ่งออกมาจากชายป่าเข้าสังหารคนของตระกูลหยางที่หลบหนีโดยฝีมือของผิงผิงที่โจมตีจากระยะไกล จางหลงยกยิ้มตะโกนออกมาเช่นกัน
“สังหารพวกมันให้หมดอย่าให้มีผู้ใดหลุดรอดไปได้”
หลังจากนั้นไม่ถึงครึ่งเค่อคนจากตระกูลหยางและสำนักกระบี่วิญญาณถูกสังหารจนหมด จินหยางเข้าไปตรวจค้นร่างของชายชราทั้งสามและจินหยางได้ถุงเงินถึงสี่ห่อ ขวดยาอีกสามขวดเป็นเม็ดยาเพิ่มพลังปราณสองขวดและเม็ดยารักษาอาการบาดเจ็บอีกหนึ่งขวด จางหลงก้าวเดินเข้าหาจินหยางพร้อมกับยกยิ้ม
“โอ้ ทักษะวิชาของเจ้าช่างร้ายกาจนักสามารถสังหารผู้คุมกฎของสำนักกระบี่วิญญาณได้ในเวลาไม่นาน”
“ข้าเพียงโชคดีเท่านั้นขอรับ คนพวกนี้ประมาณข้าเพียงเพราะเห็นเป็นเพียงเด็กหนุ่ม”
ทันใดนั้นเองได้มีชายฉกรรจ์สามคนพุ่งมาจากทางขวาทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“พี่ชายจางหลง คนทั้งสามคนเป็นผู้ใดขอรับ”
จางหลงยังไม่ทันกล่าวตอบสิ่งใดร่างกายของชายฉกรรจ์ทั้งสามก็มีแปรเปลี่ยนไป ร่างกายสูงใหญ่แขนขายาวผิดรูปมีขนขึ้นตามร่างกาย
“บัดซบ!! พวกมันคืออสูรกายจากสำนักทลายฟ้า พวกเรารวมกลุ่มเอาไว้”
จินหยางแสยะยิ้มก้าวเดินออกไปเผชิญหน้าของอสูรกายทั้งสาม
“น้องชายจินหยาง อสูรกายพวกนั้นอันตรายนักเจ้าระวังเอาไว้ให้ดี”
จางหลงตะโกนออกมาด้วยความเป็นห่วง อสูรกายด้านหน้าฟาดฝ่ามือขวาโจมตี จินหยางเร่งโคจรลมปราณไปที่มือขวากระโดดใช้มือซ้ายคว้ารับฝ่ามือที่ฟาดเข้ามา ซัดฝ่ามือขวาไปที่หน้าอกของอสูรกายด้านหน้าถนัดถนี่ เปรี้ยง! หน้าอกยุบหายเข้าไปในตัวเป็นรอยปราณฝ่ามือมีพลังปราณปะทุออกมาจากด้านหลังของอสูรกายเลือดสีแดงสาดกระจายเต็มพื้น พวกจางหลงถึงกับยืนนิ่งอสูรกายด้านหน้าจินหยางตกตายด้วยการซัดฝ่ามือเพียงครั้งเดียว จินหยางใช้เท้าขวาเหยียบไปที่หน้าอกของอสูรกายด้านหน้า พุ่งทะยานเข้าหาอสูรกายอีกสองตัวที่เหลือ จางหลงถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เมฆาหวนลม หากวันนั้นเขาคิดปะทะกับจินหยางคงตกตายเป็นแน่ จินหยางสังหารอสูรกายที่เหลืออีกสองตัวโดยการซัดฝ่ามือขวาไปที่ศีรษะอย่างรวดเร็ว
“ร้ายกาจยิ่งนักไม่เพียงจะมีวิชากระบี่ที่รวดเร็วแม่นยำ แต่ทว่ายังมีวิชาฝ่ามือที่ทรงอนุภาพสามารถสังหารอสูรกายทั้งสามอย่างรวดเร็ว เจ้าพอจะบอกกล่าวต่อข้าได้หรือไม่ว่ามันคือทักษะใดกัน”
จินหยางยกยิ้มหันไปมองจางหลง
“มันคือทักษะฝ่ามือเมฆนภาขอรับ หากท่านสนใจข้าสามารถชี้แนะท่านได้ มันสามารถจัดการกับอสูรกายที่ผิวหนังหนาได้เป็นอย่างดี”
จางหลงยกยิ้มอย่างดีใจ
“เจ้ายินดีที่จะสอนมันกับข้า?”
“แน่นอนหากท่านสนใจ”
“แน่นอน แน่นอน”
“เช่นนั้นข้าจะบอกกล่าวเคล็ดของมันให้ท่านทราบ”
จินหยางยกยิ้มเดินไปที่ร่างของอสูรตัวหนึ่งที่นอนอยู่เขาซัดฝ่ามือขวาไปที่ร่างของอสูรกายเปรี้ยง! แต่ทว่าก็ยังไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นมา
“โดยปกติเวลาใช้ทักษะฝ่ามือจะใช้ปราณอัดกระแทกเพื่อทำลายผิวหนังและโจมตีอวัยวะภายใน ทว่ามันใช้ไม่ได้กับผิวหนังของอสูรกายพวกนี้ แต่เคล็ดฝ่ามือของข้าคือใช้แรงของฝ่ามือปะทะกับผิวหนังและใช้พลังปราณแฝงเข้าไปในร่างกายและให้มันระเบิดจากภายใน”
สิ้นเสียงกล่าวจินหยางก็ซัดฝ่ามือขวาไปที่ร่างของอสูรกายอีกครั้ง เปรี้ยง! พลังปราณปะทุออกไปอีกฝั่งที่ของร่างกายของอสูรกายเลือดสีแดงสาดกระจายเต็มพื้น