วันต่อมากลิ่นแก้วได้รับข่าวดีว่าเธอกำลังตั้งครรภ์เธอยินดีเป็นอย่างมากที่ชีวิตใหม่ถือกำเนิดในร่างของเธอ เธอรอคอยการกลับมาของสามีแต่จนแล้วจนรอดก็ดูเหมือนเขาจะไม่กลับมาสักทีบอกไปแรมเดือนแต่นี่จะเข้าเดือนที่สามเข้าไปแล้วก็ยังไม่มีวี่แววสามีจะกลับมา“พ่อคงยังไม่เสร็จงานนะลูกรัก เป็นเด็กดีรอพ่อกลับบ้านนะ” เธอลูบไล้หน้าท้องตัวเองเบาๆ แล้วก็ต้องอมยิ้มเพราะรู้สึกถึงแรงขยับเล็กๆ ในครรภ์ของเธอ การมีลูกทำให้เธอไม่ว้าวุ่นเรื่องสามีอย่างที่ควรจะเป็นเธอเอาเวลาทั้งหมดมาทุ่มเทให้กับลูกในครรภ์มากกว่าทางกลิ่นแก้วกำลังรอคอยสามีกลับมาที่บ้าน ทางสามีก็สองจิตสองใจ เขาไม่อยากกลับเพราะทับทิมทำให้เขาติดอกติดใจในตัวเธอมากเหลือเกินแต่อีกใจหนึ่งเขาก็คิดถึงกลิ่นแก้ว“ท่านได้ลูกข้าไปแล้วเมื่อไหร่จะมาตบมาแต่ง” ประโยคเดิมๆ ซ้ำๆ ที่แม่ทับทิมวนเวียนพูด ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากให้เกียรติหรอกแต่เขาเกรงใจกลิ่นแก้วนะสิ“แม่เลิกกดดันคุณท่านได้แล้ว ข้าขอเพียงแค่คุณท่านข้าอย่างนี้ตลอดไปก็พอแล้วจะอยู่ในฐานะอะไรถ้าก็ยอมทั้งนั้น” เธอดึงมืออัครเดชมาจูบหลังมือแล้วแนบลงที่แก้ม ตั้งแต่เขาช่วยชีวิตเธอเธอพร้อมมอบกายมอบใจให้เป็นของเขาไปแล้ว“หายเป็นเช่นนั้นข้าจะพาไปอยู่ที่บ้าน” เขาพูดตัดปัญหาให้อยู่เรือนเล็กก็คงจะไม่เป็นไรบอกกลิ่นแก้วว่ามาในฐานะวงดนตรีที่เขาหมายมั่นจะหากำไรเธอคงเข้าใจ “ข้าจะรับไปอยู่ด้วยทั้งหมด”“จริงหรือเจ้าค่ะ ข้าจะได้อยู่ที่บ้านท่านพี่แล้วหรือ ท่านพี่เมตตาต่อข้ายิ่ง” ในหัวของทับทิมวาดฝันถึง ครอบครัวแสนสุข กองเงินกองทอง ความสุขสบาย อยู่ในชายคาบ้านหลังใหญ่กับคนที่เธอรัก แค่คิดเธอก็เป็นสุขมากแล้วจากนั้นเพียงไม่กี่วันเขาเดินทางกลับพร้อมกลับวงดนตรีตัวเขาเองเดินทางกลับด้วยม้าเร็วจึงถึงก่อน คณะของทับทิมที่เดินทางด้วยเกวียน อันที่จริงเขาจะมาพร้อมทับทิมก็ได้แต่เขาคิดถึงกลิ่นแก้วมากเหลือเกินทันทีที่เขาเห็นชายคาบ้านเขาเห็นร่างเธอกำลังก้มหน้าก้มตาทำอะไรสักอย่างอยู่ศาลาหน้าบ้าน ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบตรงเข้าไปหาร่างนั้นจนไม่ได้สนใจสรีระที่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยของหญิงสาว“พี่คิดถึงน้องเหลือเกิน” อัครเดชไล่จูบศีรษะของหญิงสาวซ้ำๆ“กลับมานานหรือยังเจ้าคะ มาเหนื่อยๆ ข้าจะไปนำน้ำลอยมาลิมาให้”อัครเดชจับข้อมือไว้ให้เธออยู่ที่เดิมและสบตาหญิงสาวเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวยิ้มหวานละมุนให้ สายตาของหญิงสาวไม่ได้ปกปิดความยินดีที่ได้พบเขาเลยแม้แต่น้อย“ไม่เป็นไรน้องรัก พี่อยากกอดน้องมากกว่า” เขารวบตัวเธอเข้ามากอด เขาจึงสังเกตได้ว่าร่างกายเธอขยายใหญ่ขึ้นโดยเฉพาะตรงหน้าท้องที่ยื่นออกมาอย่างเห็นได้ชัดกว่าที่อื่น เขามองหน้าของเธอที่เหมือนจะบวมใหญ่ขึ้นเล็กน้อย แขนขาใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และมาที่หน้าท้องเขาเห็นท้องยื่นยาวออกมาถึงจะไม่มากแต่ท้องที่ยื่นออกมาขนาดนี้ไม่ใช่อาการอวบอ้วนธรรมดาแน่“พี่ไปไม่กี่เดือนใยน้องอ้วนขึ้นเพียงนี้เล่า”กลิ่นแก้วอมยิ้มเอ็นดูสามีเป็นหนักหนา เธอจับมือของสามีวางบนหน้าท้อง“ข้าไม่ได้อวบอ้วนข้าแค่กำลังฟูมฟัก สายเลือดของเรา”“หมายความว่าน้องกำลัง….“เจ้าค่ะ ข้าตั้งครรภ์” กลิ่นแก้วพยักหน้ายอมรับอายๆ“น้องรักพี่รักน้องที่สุดนับแต่นี้ต่อไปพี่สัญญาพี่จะดูแลน้องเป็นอย่างดี ลูกเราจะได้แข็งแรงสมบูรณ์”สองสามี ภรรยากอดกันกลมท่ามกลาง บรรยากาศเย็นสบายร่มรื่นมีใบไม้พลิ้วไหวสองวันที่ผ่านมาอัครเดชคอยดูแลพะเน้าพะนอหญิงสาวไม่ห่างจนสร้างความอิจฉาให้กับบรรดาทาสที่ตกเป็นเมียอัครเดชโดยเฉพาะใบ แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยหรือทำอะไรวันนี้กลิ่นแก้วตื่นแต่เช้าขึ้นมาสูดอากาศข้างนอกลูกคนนี้น่ารักมากทีเดียว ผู้เป็นแม่ไม่มีอาการอ้วกรับประทานอาหารไม่ได้เหมือนกับแม่คนอื่นมีแค่อาการเวียนหัวนิดหน่อยเท่านั้น เธอมองพระอาทิตย์ยามเช้าขึ้นได้ไม่เท่าไหร่บรรยากาศยามเช้าของเธอต้องจบลงเมื่อมีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากข้างล่าง“มึงเป็นใครวะ จะเข้ามาได้ยังไง” เสียงบ่าวในเรือน“ลูกกูเป็นนายของพวกมึงทุกคน ทำท่าทำทางเช่นนี้เดี๋ยวกูก็ให้ลูกกูเฆี่ยนเสียนี่”“นายอะไรของมึง ดูสาระรูปซิ” บ่าวปรายตาอย่างดูถูก“อีนี่! กูจะฟ้องท่านอัครเดช”“มีอะไรกัน” กลิ่นแก้วเดินเข้ามาถามด้วยสีหน้าที่เรียกเฉยตามนิสัยของเธอ“อีพวกนี้นะสิเจ้าคะ มันบอกว่าจะเข้ามาอยู่ในเรือน แถมยังว่างอำนาจใหญ่โตคับเรือน” บ่าวรายงานพร้อมกับยิ้มเย้ย“รอท่านตื่นแล้วค่อยตัดสิน พวกมันมากันเหนื่อยๆ พาพวกมันไปกินข้าวเสีย” กลิ่นแก้วหันไปสั่งบ่าว“อีนี่! เรียกกูว่ามันได้อย่างไร มึงรู้หรือว่ากูเป็นใคร ลูกกูเป็นถึงเมียท่านอัครเดชเชียวนะ ส่วนกูเป็นแม่ยาย” เธอตบอกยืดน่าภูมิใจในตำแหน่งตัวเองเต็มที่“เป็นเมียแต่ก็หาได้ตกได้แต่งไม่แค่มีความสัมพันธ์ทางร่างกายแต่ก็ไม่ได้หมายว่าจะเป็นเมียที่เชิดหน้าชูตา” กลิ่นแก้วพูดด้วยท่าทางนิ่งๆ“อีนี่! มันว่าลูกกูเป็นเมียเก็บละ” ผู้เป็นแม่นางมือจะตบกลิ่นแก้วโดยไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเธอกำลังตั้งท้องอยู่ พวกบ่าวที่อยู่ใกล้ๆ ต้องพากันมาขวางผู้เป็นนายของตัวเองเอาไว้ “หากมึงบังอาจทำร้ายท่านหญิงแม้งปลายนิ้วพวกมึงไม่ตายดีแน่”จากนั้นทั้งสองฝ่ายเริ่มมีปากมีเสียงกันดัง จนคนที่หลับใหลอยู่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการหงุดหงิดงุ่นง่านที่มีคนมารบกวนการนอนของตน“พวกมึงก่อกวนการนอนกูด้วยเรื่องอันใด!!” เสียงตวาดทรงพลังของคนที่เพิ่งตื่นทำให้บ่าวไพร่ทั้งหลายและคณะดนตรีของทับทิมกลัวกับหัวหด จะมีก็เพียงแค่กลิ่นแก้วเท่านั้นที่กล้ายืนประจันหน้าโดยไม่มีท่าทางกลัวเกรงแต่อย่างใด“คนพวกนี้ว่าท่านให้มาอาศัยอยู่ที่นี่”“พวกนี้เป็นคณะดนตรีน่ะพี่ลืมบอกน้องไปพี่มั่วแต่ดีใจเรื่องลูกของเรา” พวกเอ็งไปจัดการทำความสะอาดเรือนเล็กด้านหลังให้พวกนี้อยู่หาน้ำหาอาหารให้พวกมันเสียคำพูดดังกล่าวเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจทับทิม“ใยท่านจึงพูดจาเช่นนั้นเล่า ลูกข้าเป็น….”“พวกมึงกับเรือนหลังเล็กไป!”ทับทิมจำต้องเดินก้มหน้าซ่อนน้ำตาที่กำลังไหลเป็นสาย ทันทีที่เธอถึงเรือนหลังเล็กเธอหลบหามุมนั่งร้องไห้
ไม่รู้จะสงสารใครดีแล้วเนี่ยระหว่างกลิ่นแก้วกับทับทิม 2 นางนี้น่าสงสารทั้งคู่!!!