กำแพงรัก...
หลังเสร็จงานฌาปนกิจของยายเอื้อยสาวน้อยซึ่งเป็ลูกหลานของผู้ตายเพียงคนเดียวเข้ามาพบเจ๊เขียวที่หน้าศาลาวัด
“เงินที่ได้จากการทำบุญยังขาดอีกประมาณ10,000 บาท” ยอดหนี้สินที่คงค้างเจ๊เขียวมาเนิ่นนานประมาณ30,000 บาท ธารน้ำใจจากชาวบ้านที่ช่วยเหลืองานศพมีมากอยู่ แต่กระนั้นก็ยังไม่เพียงพอ
“ค่ะ”เด็กสาววัย 19 ปีตอบกลับเจ๊เงินกู้สั้นๆแค่นั้น
“ข้าจะให้เอ็งไปทำงานที่สนามกอล์ฟในกรุงเทพพี่แครงจะให้เงินก้อนหนึ่งหมื่นบาทแก่ข้า เงินพวกนั้นเขาจะไปหักในเงินเดือนของแกอีกทีนะนังฉัตร”
“กรุงเทพเหรอเจ๊”ฉัตรอรุณพึมพรำ เมืองหลวงแสนห่างไกลที่เธอไม่เคยย่างเท้าเข้าไปสักครั้ง
“ใช่แล้วพี่แครงเป็นายหน้าหาแรงงานให้สนามกอล์ฟในกรุงเทพ พวกสาวๆที่ไปทำงานที่นั่น ผ่านไป2ปี 3ปี กลับบ้านมาทีทองหย่องเต็มคอ เต็มแขนทั้งนั้น”แล้วโอกาสครั้งใหม่กำลังจะมาถึง
“แต่ฉัตรไม่อยากไป”ฉัตรอรุณหันหลังกลับไปมองยอดเมรุที่ควันยังพวยพุ่งเธออยากอยู่ที่นี่ บ้านที่เติบโตมาพร้อมกับยายเอื้อย ญาติเพียงคนเดียวที่เธอเหลืออยู่บนโลกเมื่อ 3 วันก่อนท่านเพิ่งจากไปเหมือนบิดามารดาของเธอ
“อยู่ที่นี่หรืออยู่กรุงเทพมันก็ไม่ต่างกันหรอกนังฉัตรเอ๊ยเอ็งมันหัวเดียวกระเทียมลีบแล้ว ตกลงจะไปไม่ไปถ้าไม่ไปก็หาเงินอีกหมื่นมาคืนข้าภายใน 3 วัน ติดหนี้มาจะครบ3 ปีแล้วนะโว้ยมึง” เงินพวกนั้นเป็เงินที่ยายเอื้อยหยิบยืมยามขัดสนบ้างยามเจ็บป่วยต้องเดินทางไปหาหมอในตัวจังหวัดบ้างทบดอกทบต้นกันไปมา...นานๆไปยอดก็ทะลุสูงเป็สามหมื่นกว่าบาทอย่างที่เห็น
“ฉัตรไม่มีเงินหรอกค่ะเจ๊อืมม...ฉัตรตกลงที่จะไปทำงานกับนายหน้าก็ได้” เธอต้องทำงานหาเงินเหมือนกันชีวิตใหม่ที่หวังจะมีงาน มีเงินคงรออยู่ที่กรุงเทพสินะ
ยายจ๋าฉัตรคิดถึงยาย
ท้ายรถกระบะที่มีโครงหุ้มผ้าใบช่วยบดบังแดดและฝนให้หญิงสาวนับสิบชีวิตเดินทางไกล มุ่งหน้าสู่เมืองศิวิไลซ์ตรงหน้าพี่แครงหรือนายหน้าค้าแรงงานเป็คนบังคับยานพาหนะสีดำออกเดินทางจากหมู่บ้านของเธอใน่บ่ายตอนนี้มืดดึกดื่นบรรยากาศข้างทางมีแสงสีสว่างตลอดเส้น รถราที่น่าจะลดน้อยถอยลงกับมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ...ที่นี่นะเหรอ
กรุงเทพมหานคร...
“ถึงแล้วพวกเอ็งนั่งรอข้าอยู่ในรถนะ” นายแครงกำชับบรรดาสาวๆพวกเธอเหล่านี้จะสร้างรายได้จำนวนมหาศาลให้เขา
ฉัตรอรุณมองตึกใหญ่สีทึบๆตรงหน้าอย่างไม่วางใจ รูปทรงประตู หน้าต่างทุกอย่างดูผิดปกติน่าสงสัยไปหมดและแล้วไม่กี่นาทีถัดมา พี่แครงก็เดินออกมาพร้อมผู้ชายน่ากลัวอีกนับ 10คน
“น้องๆทุกคนตามพี่เข้ามาด้านในเลยจ้ะ คืนนี้เราจะนอนพักกันที่นี่ก่อน แล้วพรุ่งนี้จะแบ่งงานแบ่งหน้าที่ให้ทำ” สิ้นเสียงของพี่แครง เพื่อนๆที่ฉัตรอรุณรู้จักและคุ้นเคยก็หยิบจับสัมภาระตามไปอย่างง่ายดาย
“พี่แครง พี่แครงแย่แล้วพี่...” เด็กหนุ่มคนหนึ่งวิ่งหน้าตั้งมากระซิบกระซาบนายหน้าค้าแรงงาน
“จริงเหรอวะบรรลัยแล้วไม่ล่ะ หนีสิ...รอพ่อมึงมาจับเข้าคุกหรือไง” ฉัตรอรุณเห็นพี่แครงของเธอวิ่งใส่เกียร์หมา
ปังปัง ปังสิ้นเสียงคำว่าหนีของพี่แครง เสียงปืนหลายนัดก็ดังสนั่นหวั่นไหว
"กรี๊ดดดดดด"สาวๆร้องใ วิ่งหนีตายไปคนละทิศละทาง ฉัตรอรุณกำกระเป๋าใบเล็กของเธอแน่นในนั้นมีโกศของยายผู้เป็ที่รัก
ยายจ๋า...ช่วยฉัตรด้วย
มุมมืดใกล้ๆถังขยะเน่าเหม็นแต่ตอนนี้สาวน้อยหลงลืมกลิ่นไม่พึงประสงค์เสียสิ้นเธอเห็นผู้คนนับร้อยวิ่งกรูไม่รู้ทิศทาง มีเ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายรวมอยู่ด้วย แต่เธอไม่กล้าเข้าไปขอความช่วยเหลือตอนนี้หรอกเพราะขนาดตำรวจเองยังหลบ ยังโดนยิงาเ็อยู่เลย
"อุ้ย!"ผู้ชายคนนั้นเบียดเธอมาจากด้านหลัง
"ฉู่อย่าเสียงดัง" อยู่ๆ ผู้ชายคนนั้นก็มากระซิบอยู่ด้านหลังของเธอ
“ถอยออกไปนะ”เธอกลัว เพราะเขาก็ดูไม่ค่อยหน้าไว้วางใจสีหน้าเ็ปนั่นอีก...เกิดอะไรขึ้น
“เธอ เธอช่วย...” ยังไม่ทันสิ้นสุดคำร่างใหญ่โตของผู้ชายในเสื้อผ้าชุดดำก็ฟุบหมดสติต่อหน้าต่อตา
“คุณคุณค่ะ คุณอย่าตายนะ” มันน่าใและสั่นสะพรึงที่สุดแล้วในชีวิตนี้แล้วหลายคนไล่ยิงกัน ผู้คนหลบหนีอนลม่าน ส่วนฉัตรอรุณเองก็หันซ้ายหันขวาไม่รู้ทิศทาง...ชีวิตนี้เธอจะทำอย่างไงต่อไป จะเลือกเดินทางไหน
หญิงสาวรู้แค่ว่าไม่ว่าเลือกทางใดแต่จะทิ้งผู้ชายแปลกหน้าที่ยังมีลมหายใจรวยรินเอาไว้ตรงนี้ไม่ได้เด็ดขาด
มือน้อยประคบเืที่ไหลออกทางหัวไหล่หนาเสื้อของเธอในกระเป๋าถูกฉีกดึงพันแผลห้ามโลหิตสีแดงฉาน
ลำพังตัวเองไม่มีทางแบกผู้ชายตัวใหญ่ไปโรงพยาบาลหรือออกไปจากมุมตึกตรงนี้ได้...วิ่งออกไปทะเล่อทะล่าตอนนี้ไม่แคล้วถูกยิงแบบเขานะสิ
ต้องรอ...รอคอยอย่างใจจดจ่อ
ผ่านไปนานนับชั่วโมงเสียงปืนหายไปแล้วหนุ่มสาวที่ทำตัวลีบแห้งหลบภัยอยู่ในซอกเหลือบฉัตรอรุณที่ใบหน้าซีดเซียวค่อยๆโผล่ออกมาหวังว่าจะมีผู้ใจดีนำพาชายหนุ่มที่เธอดูแลไว้หลายสิบนาทีไปส่งโรงพยาบาล
“มีคนโดนยิงค่ะพี่”โชคดีเหลือเกินที่มีเ้าหน้าที่ในเครื่องแบบอะไรสักอย่างอยู่แถวนั้น
“อยู่ไหนน้อง?”หนุ่มกู้ภัยเข้ามาสอบถามและวิ่งตามไปดูอาการชายหนุ่มถูกยิงถากๆบริเวณหัวไหล่หมดสติไปแล้ว ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุดฉัตรอรุณที่ไม่รู้หนทางของตนเอง จับพลัดจับผลูขึ้นรถพยาบาลไปกับคนเจ็บด้วย
เอาวะ...ดูแลเขามาตั้งขนาดนี้แล้วก็อยู่ดูแลกว่าจะฟื้นก็แล้วกัน อีกอย่างเธอเองก็ไม่ได้มีที่ไปด้วย
หลังจากคุณหมอและพยาบาลอีก3 คนมารุมมาตุ้มชายหนุ่มชุดดำ ผ่านไปเกือบๆชั่วโมงเขาก็ฟื้น...
“ที่นี่มัน...”
“ที่นี่โรงพยาบาลค่ะคุณถูกยิง” หญิงสาวมีน้ำใจเล่ารายละเอียดให้เ้าตัวรับทราบ
“...” ไร้เสียงจากเขาชายหนุ่มรูปร่างดี สูง ผิวขาว ปรายตามองสิ่งต่างๆรอบตัวก่อนใบหน้าจะเคร่งเครียดเมื่อเห็นตนเองไม่ได้อยู่ในชุดที่สวมใส่มาจากบ้าน แต่อยู่ในชุดยูนิฟอร์มของโรงพยาบาลสายตาไม่พอใจกระหวัดไปยังสาวน้อยที่อยู่ใกล้เขาที่สุดเพียงคนเดียว
“เออ...เออคือฉันฉันอยู่ในเหตุการณ์ที่ผับด้วย คุณจำได้ไหม คุณเป็คนบอกให้ช่วยคุณเอง” ฉัตรอรุณแทบสำลักออกไป ชายหนุ่มมองหน้าเหมือนโกรธเกลียดเธอมาเป็สิบชาติอย่างไงอย่างนั้น
“อ่ออยากได้เงินสินะ”
"เออ...ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ"แสบร้อนไปถึงลำคอกับวาจาเชือดเฉือน ของคนที่เธอเพิ่งช่วยเหลือชีวิตเขาไว้
“ไอ้กาจไอ้กาจ กูเป็ห่วงมึงฉิบหายวะ” ฉัตรอรุณมองไปตามเสียงของผู้มาใหม่เธอคุ้นๆหู จะใช่คนที่โทรเข้ามาเมื่อสักครู่หรือเปล่า
“ไอ้ต้น”
“เออ...ก็กูนะสิวะมึงเป็ไงบ้าง เจ็บมากมั้ย ต้องแอดมิดโรงบาลเปล่าว่ะ” สอบถามไปพร้อมสำรวจร่องรอยาแของเพื่อนรักไปด้วยในตัว
“มึงรู้ได้ไงว่ากูอยู่ที่โรงพยาบาล”
“กูเห็นข่าวไล่ยิงกันที่ผับแล้วกูก็สังหรณ์ใจแปลกๆว่ามึงจะมานั่งแดกเหล้าคนเดียวอีกหรือเปล่าเลยโทรมาแล้วมีผู้หญิงเสียงน่ารัก น่ารักรับสายบอกกูว่ามึงถูกยิงอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้” ทันทีที่เพื่อนเล่าจบชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าไอ้กาจ เขาคือกาจพล เกียรติศักดิ์โยธิน อายุ 35 ปี ผู้จัดการแผนกวิศวกรรมซ่อมบำรุงของบริษัทอะไหล่รถชื่อดังกาจพลหันไปจ้องมองสาวน้อยข้างๆด้วยสายตาไม่พอใจอีกหนซึ่งเป็่เวลาที่ต้นตระกูลหันไปมองเธอด้วยเช่นกัน
ไม่ได้น่ารักแค่เสียงแล้วเว้ยตัวจริงก็น่ารักไม่หยอก รองประธานบริษัทอะไหล่รถชื่อดังคิดดังๆในใจ
“กระเป๋าสตางค์ของฉันอยู่ไหน?”น้ำเสียงฟังดูราบเรียบ แต่ฉัตรอรุณทราบดีว่าเขากำลังคุยกับเธอนี่คงไม่ได้คิดว่าเธอแอบขโมยทรัพย์สินของเขาไปหรอกนะ
ช่วยคนผิดแท้ๆเลยไอ้ฉัตรเอ๊ย...
“อยู่ในถุงนี่ค่ะโทรศัพท์ กระเป๋า สร้อยและนาฬิกาของคุณ” ถ้าเธอเป็โจรจริงๆคงไม่นั่งเฝ้าเขาจนฟื้นหรอก
ตาบ้าเอ๊ย
ชายหนุ่มรับถุงมาสายตาสำรวจตรวจตราของมีค่าภายใน อืม...ทุกอย่างครบถ้วนไม่มีอะไรหายไปอย่างที่คิด
“รับนี่ไปแล้วไปซะ”
“...” ฉัตรอรุณมองธนบัตรสีเทา1 ใบในมือของชายหนุ่มรูปงามด้วยแววตาทึ่งเธอไม่ได้รังเกียจว่าเงินจำนวนนั้นมากหรือน้อย
1000 บาทจริงๆแล้วมันมีค่ามากกว่าเงินในกระเป๋าของเธอตอนนี้ด้วยซ้ำ
“เฮ้ยไอ้กาจมึงทำอย่างนี้ได้อย่างไงวะ น้องเขาอุตส่าห์ช่วยมึงจากาเชียวนะ” ข่าวไล่ยิงกันที่พับ่เที่ยงคืน เปรียบได้กับากลางเมืองดีๆนี่เอง
“ช่วยแล้วไงก็ให้เงินเป็ค่าตอบแทนแล้วนี่ไงมึงไม่เห็นเหรอ?” น้ำเสียงยังราบเรียบเช่นเดิมวิศวกรหนุ่ม้าให้เื่จบๆ ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายโดยเร็วที่สุด
“มึงมันไม่มีหัวใจเหมือนใครๆเขาพูดจริงๆ ไม่มีศิลปะในการพูดจาสักนิด เฮ้อ เออ...น้องครับพี่ต้องขอโทษแทนเพื่อนพี่ด้วยนะ” คนเ้าชู้ที่มีชั้นเชิงในการพูดคุยกับผู้หญิงมากกว่ากาจพลหลายร้อยเท่าอย่างต้นตระกูลเจริญทรัพย์ไพศาล เ้าพ่อนักธุรกิจก็เป็คนอาสาเจรจาความเสียเอง
“ไม่เป็ไรค่ะ”ฉัตรอรุณยิ้มออก แล้วก้มศีรษะเล็กน้อยให้ชายหนุ่มตรงหน้าเพราะเขาเป็ผู้ใหญ่กว่าเธออยู่หลายปี
“พี่ชื่อต้นนะแล้วน้องสาวคนสวยชื่ออะไรครับ”
“หนูชื่อฉัตรอรุณค่ะพี่ต้น"เสียงใสกังวาน
“แล้วน้องไปทำอะไรที่ผับกลางค่ำกลางคืนอย่างนั้นอายุก็ยังไม่น่าจะถึง 20 ปีนะเรา” ไม่เกิน18 ปีชัวร์ ผู้ชายที่ผ่านผู้หญิงมานับร้อยคาดคะเน
“หนูหนูเออ...อายุ 19 ค่ะ” อีก 7 วันข้างหน้า ฉัตรอรุณจะมีอายุครบ 19 ปีบริบูรณ์
“หึ”เสียงหัวเราะในลำคอทำเอาเด็กสาวและต้นตระกูลหันไปมองที่มาของเสียงด้วยความไม่พอใจ
“หัวเราะอะไรของมึงไอ้บ้ากาจ”
“ก็หัวเราะเยาะเด็กแก่แดดแถวๆนี้ที่ริอาจไปเที่ยวผับก่อนวัยอันควร” ไอ้เราก็นึกว่าคนที่ช่วยชีวิตเอาไว้จะสูงส่งแค่ไหน...ที่แท้ก็พวกเด็กแว็นช์สายสก๊อยนี่เอง
“หนูไม่ใช่...”
“น้องไม่ต้องไปสนใจเพื่อนพี่หรอกครับปากมันเป็แบบนี้นานแล้ว” นานั้แ่แฟนเก่าแฟนคนแรกและแฟนคนเดียวมันจากไป ต้นตระกูลส่ายหน้าให้เพื่อนสนิทที่นอนเจ็บอยู่บนเตียงน่าเวทนาจริงเชียว
“บ้านน้องอยู่ไหนครับเดี๋ยวพี่ไปส่งเอง ส่วนไอ้นี่ก็ปล่อยให้มันนอนเจ็บคนเดียวแบบนี่แหละ” ไอ้เพื่อนบ้า คนเขาช่วยไว้แท้ๆ นอกจากไม่ขอบคุณสักคำยังปากปีจอใส่น้องคนสวยอีก
“เออ เออคือหนูไม่มีบ้านหรอกค่ะ”
"อย่างนั้นเหรอครับ"ต้นตระกูลขมวดคิ้วแปลกใจ
“ให้เงินไปเถอะไอ้ต้นจะได้จบๆ กูเบื่อละครน้ำเน่าของเด็กคนนี้เต็มที” แค่ผู้หญิงคนนี้พูดออกมากาจพลก็เห็นลิ้นไก่ เงินหนึ่งพันบาทคงไม่พอสินะ เลยสร้างเื่ปั้นน้ำเป็ตัวมาหลอกสารพัด
ไอ้ต้นก็ไม่น่าจะโง่ไม่ทันผู้หญิงสงสัยอยากเคลมจัด ถึงได้เออออตามเด็กบ้าคนนี้อยู่ได้
"ไอ้กาจมึงหุบปากไปเลยไป" ต้นตระกูลชักจะเริ่มรำคาญปากของเพื่อนสนิทเข้าแล้ว
"ถ้าอย่างนั้นไปนอนคอนโดใกล้ๆที่นี่ของพี่ก่อนก็ได้รับรองว่าปลอดภัยแน่นอนครับ" ต้นตระกูลตั้งใจจะช่วยจริงๆ ไม่มีอะไรแอบแฝงคนระดับเขาไม่จำเป็ต้องหลอกผู้หญิงคนไหน เพราะทุกคนเต็มใจวิ่งเข้าใส่ทั้งนั้น
"เออ..."สาวน้อยบ้านนอกเริ่มไม่ค่อยไว้วางใจหนุ่มใจดีตรงหน้าอยู่ๆก็ชี้ชวนให้ไปพักที่คอนโด ทั้งๆที่เพิ่งเจอกันไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ พูดคุยกันแค่2-3 ประโยค
"น้องไม่ต้องกลัวนะครับพี่ขอรับรองว่าที่คอนโดปลอดภัยแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์ น้องบอกไม่มีบ้านให้กลับไม่ใช่เหรอแล้วคืนนี้จะนอนที่ไหนล่ะ"
"หนูขอนอนเฝ้าคุณคนนี้ที่นี่ได้มั้ยคะ?"สำหรับฉัตรอรุณแล้ว ที่นี่ก็ปลอดภัยว่าแน่นอน หมอ พยาบาล เ้าหน้าที่สับเปลี่ยนเข้ามาตรวจเช็คผู้ป่วยเสมอคนเจ็บบนเตียงก็คงไม่มีปัญหาทำอะไรเธอด้วย
ถึงแม้ว่าเขาจะปากร้ายไปหน่อยก็ตาม...