ชายหนุ่มสบตาผู้เป็พ่อตัดสินใจเล่าให้เขาฟัง “ก่อนพายจะมาอยู่กับพ่อพายเคยชอบกับน้องมิลูกน้ามัสครับคุณพ่อของน้องมิไม่อยากให้เรารักกันบอกพายไปเลิกกับน้องมิตอนนั้นพายเสียใจนะครับแต่พอผ่านไปไม่นานได้เจอคนใหม่ก็ลืมน้องมิไปเลยวันนี้แม่เล่าให้ฟังว่าน้องมิจะไปเรียนต่างประเทศ พายถึงพึ่งนึกได้ว่าเคยชอบน้องมิพ่อว่าพายเป็คนลืมง่ายหลายใจหรือเปล่าครับ”
เมื่อครู่พูดถึงสกุณาพระพายกลัวว่าตัวเองจะไปทำร้ายเธอเข้าหากเขาเป็คนลืมง่ายแล้วต่อไปจะทำไม่ดีกับเธอหรือเปล่า
“เหตุผลส่วนตัวของคุณอนันต์นี่เองสินะ” ศานต์เผลอพึมพำเข้าใจเื่ราวทั้งหมดแล้วกุมมือให้กำลังใจลูกชาย “ที่พายลืมเด็กคนนั้นได้คงเพราะไม่ได้ผูกพันกันลึกซึ้งน่ะลูก”
“แต่ว่าพายก็โตมากับน้องมินะครับ”
“แล้วพายชอบน้องมิแบบคนรักมาั้แ่เด็กเลยหรือเปล่าล่ะ”
พระพายส่ายหน้าย้อนนึกดูตอนเขารับของขวัญวาเลนไทน์จากมินายอมรับว่ารู้สึกดีมีความรู้สึกอยากอยู่กับเธอเกิดขึ้น สงสัยว่ามันจะยังไม่ลึกซึ้งอย่างที่พ่อว่าจริงๆ ทั้งมินาก็ยังเด็กด้วย มันเลยไม่ต่างจากที่เขาคอยดูแลเธอตอนเด็กเท่าไหร่
“พายมาอยู่กับพ่อแต่ละวันรับอารมณ์คุณแม่กับเ้าชินไหนจะต้องติวหนังสือยิ่งไม่มีเวลาคิดถึงอีกอย่างใจพายจำไปแล้วว่าระหว่างพายกับน้องมิเป็ไปไม่ได้มันก็ยิ่งคิดว่าดีแล้วที่ไม่คิดถึงใช่ไหมล่ะ”
“พ่อน่ากลัวจังดูออกทุกอย่างเลย” ชายหนุ่มก้มหน้าอาย
ศานต์ส่ายหน้าเล็กน้อยมือตบเข่าพระพาย “ก็แค่ผ่านอะไรมามากเท่านั้นละลูกแต่พ่อก็ไม่แน่ใจนะว่าตอนนี้คนที่พายคิดถึงน่ะเป็น้องญาหรือเปล่า”
พระพายมองศานต์เหวอ นี่พ่อล่วงรู้ความในใจเขาหมดเลยหรือไงชายหนุ่มพยักหน้ายอมรับ
“ตอนนี้ถ้าพายชอบน้องญาคนเดียวพายก็ไม่ใช่คนหลายใจถ้ามีคนอื่นมาชอบพายแล้วพายเฉย ๆ เพราะรู้ว่าตัวเองชอบใครอยู่พายไม่ใช่คนโลเล” พูดไปคนเป็พ่อก็กระดากใจเอง ไม่นึกว่าคนอย่างเขาจะสั่งสอนลูกได้
“ถ้าชอบน้องญาก็หาโอกาสบอกไปเถอะอาณัฐพูดกับพ่อว่าจีบน้องญาน่ะไม่ง่าย พายต้องพยายามเข้านะ”
พระพายก้มหน้าอายกว่าเดิมศานต์จึงตบไหล่เขา“พ่ออยากให้พายมีความสุขได้อยู่กับคนที่รักถ้าเป็แบบนั้นพ่อและแม่จะมีความสุขมาก”
“พายคิดว่ารอมั่นใจกว่านี้ก่อนว่าใจของพายมั่นคงจริงๆ พายไม่อยากทำร้ายญา อีกอย่างก็ไม่รู้ว่าญาจะชอบพายหรือเปล่าถ้าบอกไปญาอาจเลิกเป็เพื่อนกับพายก็ได้”
ศานต์ตอบในใจได้ทันทีว่าจิตใจของลูกชายนั้นมั่นคงและรักสกุณามากส่วนเด็กสาวที่เขาเห็นมาแต่เล็กก็มีใจให้พระพายแน่นอนดังนั้นเขาไม่ห่วงว่าจะไม่ทันการ ดีเสียอีกพระพายจะได้เป็เด็กให้ดูแลนาน ๆ
“งั้นก็แล้วแต่พายตอนนี้เรามาร่วมมือกันจัดการเ้าชินดีกว่า”
นิลตาเดินกอดอกไปมาลังเลว่าจะเข้าไปในห้องนั่งเล่นดีไหมสามีของนางกำลังช่วยเป็คู่สนทนาภาษาอังกฤษให้ลูกชายนอกคอกนั่นไม่สนใจใยดีลูกของนางเลยแม้แต่น้อย
“อ้าวทำไมหยุดพูดล่ะ”ศานต์นั่งหันหลังมองไม่เห็นนิลตาต่างจากพระพายที่เห็นหน้านางทีไรก็เกร็งทุกทีเขาเห็นท่าทางลูกชายจึงรู้ว่ามีคนจ้องอยู่ด้านหลัง
“คุณจะเข้ามาก็เข้ามาสิยืนจ้องแบบนี้พายเขาอายนะ”
นิลตากอดอกเข้ามานั่งส่งสายตาชิงชังใส่พระพาย“คุณว่างเหรอคุณศานต์ถึงได้ทำตัวเป็ติวเตอร์ทุกวี่ทุกวัน”
“เอ้าผมช่วยลูกฝึกภาษาก็ผิดเหรอพายพื้นฐานอ่อนผมเลยช่วยเขาเยอะหน่อย ไม่เห็นเหรอว่าเขาตั้งใจแค่ไหน”
“มันก็ไม่ผิดหรอกถ้าคุณมีความยุติธรรมแบ่งเวลาให้ลูกเท่ากันพื้นฐานอ่อนทำไมไม่ไปจ้างติวเตอร์เก่ง ๆ ล่ะ”นางไม่สบอารมณ์ยิ่งตอนเย็นเห็นสมุดการบ้านลูกได้คะแนนน้อยยิ่งร้อนใจ
“แค่นี้เขาก็เรียนเยอะแล้วบรรยากาศห้องเรียนมันไม่เหมือนที่บ้านนะอีกอย่างพวกติวเตอร์เก่งแต่ติวข้อสอบไอ้ที่จะได้ใช้ในธุรกิจจริง ๆก็ไม่ได้รู้ลึกไม่สู้ผมฝึกเขาเองดีกว่าจะได้ใช้เวลาด้วยกัน”
“ใช้ในธุรกิจหมายความว่าไง” คนเป็แม่ลุกยืนโกรธเคืองกลัวศานต์จะรักลูกคนโตจนยกทุกอย่างของเขาให้พระพายหมด
“ผมคิดว่าพายเรียนจบจะให้เขามาช่วยงานบริษัทยังไงเขาก็เป็ลูกของผม ผมไม่ปล่อยไปเป็ลูกจ้างคนอื่นหรอก”
“แล้วชินล่ะ” นิลตาเรียกร้องผลประโยชน์ให้ลูกชายตน “คุณคงไม่ลืมนะว่าตัวเองไม่ได้มีลูกคนเดียว”
“ผมไม่ลืมหรอกแต่ผมก็ต้องสั่งสอนคนที่สอนได้สิชินไม่ยอมคุยกับผม ไม่ตั้งใจเรียน ผมไม่รู้จะทำยังไงกับเขาแล้ว”
“แกอย่าหวังว่าจะมาชูคอในบริษัทฉันได้แค่อยู่ในบ้านนี้มันก็มากพอแล้ว” นิลตาหันไปว่าพระพาย
“พอแล้วน่าคุณอย่ามาชวนลูกทะเลาะได้ไหม…”
“มันไม่ใช่ลูกฉัน” หญิงสูงวัยตะคอกกลับั้แ่ศานต์ยังพูดไม่จบประโยคยิ่งมองหน้าลูกสามีกับหญิงอื่นก็ยิ่งมีน้ำโห
พระพายยิ้มสู้ขณะนิลตากำลังโกรธจัด“พายหวังเท่าที่จะหวังได้นั่นแหละครับคุณพ่อสอนพายว่าโลกของธุรกิจไม่มีอะไรแน่นอน บางครั้งเราก็ประสบความสำเร็จบางครั้งก็เสียทุกอย่างในชั่วข้ามคืน”เขาแกล้งยิ้มใสซื่อแต่ซ่อนความร้ายกาจไว้นิดหน่อยจนนิลตาใรอยยิ้มแบบนี้กว่าจะทำได้ต้องฝึกกับพ่อตั้งนาน
ศานต์แสร้งไม่เข้าใจความนัยที่ลูก้าจะสื่อตบไหล่ชื่นชมเขา“พ่อสอนอะไรไปพายก็จำได้หมดเข้าใจได้แบบนี้ดีเลยลูกพายต้องประสบความสำเร็จแน่นอน”
“ฉันนึกอยู่แล้วว่าแกมันหวังสูงชอบแย่งของคนอื่นเหมือนแม่ของแก”
ศานต์ลุกขึ้นจับข้อมือภรรยาให้เลิกว่าร้ายลูกชาย“เขายังไม่ได้ทำอะไรเลยคุณโกรธอะไรเนี่ย”
“ลูกคุณมันคิดจะแย่งทุกอย่างไปจากชินคุณดูไม่ออกเหรอว่ามันเ้าเล่ห์แค่ไหน”
“คุณคิดมากเกินไปแล้วพายแค่พูดสิ่งที่ผมสอนให้ฟังเท่านั้นน่ะผมดีใจจะตายที่มีคนให้ผมฝากความหวังทำไมคุณเอาแต่ด่าว่าเขา คุณยังเป็แบบนี้ผมก็คงหวังอะไรกับชินไม่ได้หรอก”
“พูดแบบนี้หมายความว่าไงคุณจะยกบริษัทส่วนของคุณให้มันหมดเหรอ ไหนคุณบอกว่าจะให้มันกับชินเท่ากัน”
นิลตาสะบัดแขนศานต์ออกจากข้อมือตนทุบอกเขาหนึ่งที
“ผมบอกคุณเมื่อไหร่ว่าจะยกสมบัติของผมให้พายคนเดียวผมแค่เห็นว่าเขาตั้งใจดีน่าจะช่วยดูแลบริษัทที่เราสร้างมาได้ดี”
“เื่แบบนี้ชินก็ทำได้ทำไมคุณไม่พูดถึงเขาบ้างแค่เขาเด็กกว่าคุณก็คิดว่าเขาสู้ไอ้พระพายไม่ได้แล้วเหรอคุณจะรีบตายตอนหกสิบหรือไง”สถานการณ์เป็ไปตามที่ศานต์กับพระพาย้าหลังจากนี้นิลตาคงอยู่เฉยไม่ได้แล้ว
“ผมไม่ได้บอกว่าชินต้องทำได้เหมือนที่พายทำในตอนนี้เขายังเด็กผมรู้หรอกน่า ผมยังไม่ตัดสินใจอะไรที่ผมสอนทุกอย่างให้พายก็เพราะเขาอยากเรียนรู้ด้วยตัวเขาเองแล้วมันก็ทำให้ผมเห็นความแตกต่างระหว่างเด็กที่โตมาอย่างลำบากกับเด็กที่มีพร้อมทุกอย่าง”
“ยังไม่ตัดสินใจแต่ใจคุณก็ลำเอียงไปแล้ว”นิลตาน้อยใจไม่ว่าผ่านไปนานแค่ไหนศานต์ก็รักพวกชั้นต่ำนี่มากกว่านางกับลูก
“คุณเอาแต่ว่าผมลำเอียงพอผมจะสั่งสอนลูกคุณก็ว่าผมแล้วจะให้ผมทำยังไง”
“แต่ก่อนตอนที่ไม่มีมันก็ไม่เห็นเป็อย่างนี้พอมันเข้ามาอยู่ในบ้านคุณก็สนใจแต่มัน”ยิ่งพูดความน้อยใจทั้งเก่าใหม่ของนิลตาก็ยิ่งเพิ่มพูนนางส่งสายตาเกลียดชังไปที่พระพายแล้วสะบัดหน้าหนีขึ้นข้างบน
ไม่ทันถึงชั้นสองก็เห็นลูกชายยืนมองเงียบๆ ที่หัวบันได นิลตารีบเดินขึ้นไปหาเขากอดไว้แน่นชินวุฒิไม่เคยเห็นแม่ร้องไห้ขนาดนี้โกรธพระพายที่ทำให้ครอบครัวตนแตกแยก
“ชินลูกรักของแม่…” เด็กสิบสามแทบรับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าไม่ได้มือของเขาลูบหลังมารดาทีละนิด สายตาเหม่อมองขั้นบันไดแม้ไม่เห็นใครอยู่ตรงนั้น
“ต่อไปชินต้องเก่งให้มากขึ้นนะลูกชีวิตเราไม่ง่ายเหมือนเดิมแล้ว” นิลตาผละตัวออกแต่ไม่เช็ดน้ำตาให้ตัวเองนำมือไปลูบแก้มลูกชาย
“ชินต้องเข้มแข็งเอาชนะพระพายให้ได้”
ที่นิลตากลัวขนาดนี้แม้ว่าหุ้นส่วนที่ตนถืออยู่จะมากกว่าศานต์เกือบสามสิบเปอร์เซ็นต์เป็เพราะเคยเห็นพ่อของลูกบีบน้องชายตัวเองขายหุ้นแล้วไล่ออกจากบริษัทมาแล้วนางกลัวพระพายทำแบบนั้นกับลูกตัวเอง
ศานต์เป็ผู้บริหารที่คนในบริษัทเชื่อถือมากกว่านางถ้าเกิดพวกนั้นสนับสนุนพระพายมากกว่าชิน แล้วลูกรักที่ตัวคนเดียวจะอยู่ได้อย่างไร
“คุณแม่โกรธมากเลยเราไม่เล่นแรงไปใช่ไหมครับพายไม่รู้เลยว่ามันจะออกมาอย่างนี้”ลับหลังนิลตาพระพายพูดเสียงเบาหลังใไปครู่ใหญ่ชายหนุ่มเกรงว่าจะสร้างความกดดันให้น้องชายเกินไป
“คุณแม่เขาขี้โวยวายแบบนี้แหละถึงพายใจอ่อนไปเขาก็ไม่เชื่อแล้วเล่นละครของเราต่อไป เื่ชินน่ะไม่ต้องห่วงพ่อคอยดูเขาอยู่จะไม่ให้หักโหมเกินไป” ศานต์โอบลูกชายตบกลางหลังไม่ให้เขาเครียดลูกคนนี้จิตใจยังไม่เข้มแข็งพอ
“มาเรามาอ่านหนังสือกันต่อเถอะ”พระพายสูดหายใจเข้าเพื่อกลับมาโฟกัสบทความภาษาอังกฤษที่ศานต์ปริ้นท์มาให้ฝึกอ่านเขาเรียนเอกภาษาอังกฤษทักษะฟัง พูด อ่าน เขียน ยังถือว่าอยู่ระดับกลางเทอมแรกยังไม่ได้เรียนวิชาเอกมากถึงพอถูไถไปได้แต่ถ้าไม่ฝึกจริงจังต่อไปคงไม่ไหวแน่ๆ
“การอ่านยากที่สุดในการเรียนภาษาอังกฤษมันไม่ใช่แค่ว่าเราอ่านออกไหมแต่คือเราเข้าใจสิ่งที่อ่านหรือเปล่า ไหนจะตีความคิดวิเคราะห์เยอะมาก แต่การอ่านทำให้เรามีคลังคำศัพท์เยอะขึ้นมีกระบวนการคิดที่ดีขึ้น พายไปอยู่หออย่าลืมฝึกละถ้าเบื่อฝึกอ่านก็ซื้อการ์ตูนมาดูเปิดแบบพูดภาษาอังกฤษจะช่วยได้เยอะเลย หอพายมีทีวีแต่ไม่มีเครื่องเล่นดีวีดีเดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อพาไปซื้อดีกว่า”
“ครับ”
“กลับบ้านมาพ่อจะทดสอบจะฝึกพูดเป็เพื่อนด้วยถ้าจะส่งไปเรียนพิเศษพ่อกลัวเวลาของพายไม่สะดวก เดี๋ยวมีกิจกรรมมีเรียนนอกรอบขึ้นปีสูง ๆ พ่อค่อยให้พายไปซัมเมอร์ต่างประเทศดูเผื่อตอนนั้นดีกับเ้าชินแล้วจะได้ไปพร้อมกัน”
“ไปต่างประเทศเหรอครับพายไม่เคยคิดมาก่อนเลย”ท่าทางเขากลัวศานต์จึงยื่นมือไปยีผมเอ็นดู
“จากนี้ต้องเตรียมใจนะถ้ากลัวก็เสร็จเ้าชินพอดีอ้อที่พ่อบอกให้ทำนั่นทำนี่ก็คือให้ทำเป็ประจำแต่ไม่ต้องเยอะเดี๋ยวมันเหนื่อยเกินไปจะหาว่าพ่อกดดันอีก”
พระพายยิ้มตอบเล็กน้อยพ่อของเขาเป็คนรอบคอบมาก
ทั้งสองคุยกันต่อจนดึกถึงแยกย้ายกันไปนอน
ศานต์ไปดูชินวุฒิที่ห้องเขากำลังเก็บเกมส์ของตัวเองลงกล่องบนเตียงนอนมีแม่นอนอยู่ท่าทางเหนื่อยล้านิลตายังไม่หลับหรอกเพียงแค่หลับตารับมือกับความเครียดเท่านั้น
“ยังไม่นอนอีกเหรอ”
“กำลังเก็บของครับ”
“เก็บอะไรให้พ่อช่วยไหม” ว่าพลางเข้าไปใกล้ลูบศีรษะเขาครั้งหนึ่ง ชินวุฒิเงยหน้าขึ้นส่ายไปมาเบา ๆ
“ไม่เป็ไรครับ”
“มาพ่อช่วยจะได้เสร็จไวๆ จะได้รีบไปนอน”ชินวุฒิมองผู้เป็พ่อก้มลงเก็บของช่วยอย่างไม่เข้าใจ
“พ่อกลัวชินโกรธพายเลยมาทำดีกับชินใช่ไหม”
ศานต์เงยหน้าหาลูกพร้อมดวงตาหรี่ลงเศร้าๆ “เมื่อก่อนพ่อไม่เคยทำดีกับชินเลยหรือไงถึงได้คิดแบบนั้น”
“เคยแต่ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วพ่อรักพายมากกว่าชิน”
“พ่อไม่ได้รักพี่พายมากกว่าชินก็ลูกไม่ยอมอยู่ด้วยกันไม่ยอมอยู่กับพ่อด้วยพ่อเลยได้อยู่กับพี่เขามากกว่าแต่ปกติเขาก็อยู่หอของเขาชินก็ยังไม่มาอยู่กับพ่อ”
“ชินกลัวพ่อดุ” หน้าน้อยมุ่ยขึ้นมาพูดงอนพ่อ มือยังถือตุ๊กตาที่ทำเลียนแบบตัวละครในเกมส์
ศานต์ฟังแล้วยิ้มมองลูกไม่เลิกจนในที่สุดชินวุฒิอดไม่ได้ยิ้มตาม “พ่อเคยดุที่ไหนอยากได้อะไรก็พาไปซื้อที่ถืออยู่ในมือชินหายากแค่ไหนพ่อก็หามาให้”
“พ่อดุที่ชินโดดเรียน”
“ชินทำผิดเองนี่นาอยู่เฉยๆ พ่อไม่เคยดุสักหน่อย”
เด็กชายยิ้มนิดหน่อยทำท่าคิดก่อนเข้าไปโอบกอดรอบคอพ่อที่นั่งเก็บของบนพื้น“พ่อจะยกสมบัติให้พายคนเดียวไหม”
ศานต์ทำท่าคิด“เื่นี้เร็วเกินไปที่จะตอบยังไงแม่ก็ต้องยกให้ชินอยู่แล้วมีมากกว่าอีก ถ้าพ่อให้ชินอีกพี่พายก็คงได้นิดเดียว”
คนน้อยใจงอนหนักขึ้นอีกเขาอยากให้พ่อสนใจตัวเองทำทุกอย่างเพื่อตัวเองคนเดียวเท่านั้นแม้ไม่รู้คุณค่าของสิ่งที่พ่อแม่ทำเพื่อตนเท่าใดนัก
“เอาอย่างนี้นะถ้าชินเรียนเก่งมีแววว่าจะนำพาบริษัทได้ดีกว่าพายพ่อจะแบ่งเท่ากันแต่ถ้าพายทำได้ดีกว่าพ่อจะให้เขาเก้าสิบเปอร์เซ็นต์เพราะยังไงชินก็มีมากกว่าเขาอยู่แล้วตกลงไหม”
“ไม่ยุติธรรมเลย” เขาบ่นอุบอิบไม่ตอบรับไม่ปฏิเสธ
“ถ้าชินไม่สามัคคีกับพายชินก็ต้องแข็งแกร่งที่สุดถึงจะเอาชนะอุปสรรคได้ ลูกจะเลือกทางไหนก็ตัดสินใจเองแต่ที่พ่อพูดไม่ได้หมายความให้ลูกเอาชนะกันเอาเป็เอาตายแข่งขันกันในด้านดีเอาชนะด้วยความสามารถเท่านั้นเข้าใจไหม”
“ชินต้องเก่งกว่าเขาแน่พ่อคอยดูได้เลย” สายตาของเด็กชายมุ่งมั่นเกินไปจนผู้เป็พ่อนึกกลัวใจอยากให้เขาพูดว่าจะสามัคคีกับพี่มากกว่าเขาทำไม่สำเร็จคงต้องฝากไว้ที่พระพายแล้ว
“นี่พ่อไม่ได้ตาฝาดใช่ไหมพาย เข้าเรียนเทอมแรกได้เกรด 3.94เลยเหรอ ตาย ๆ ๆ พ่อจะเป็ลม สมัยพ่อเรียนยังไม่เคยได้เท่านี้เลย”
เกรดออกพระพายนำมาให้คุณพ่อดูศานต์ใที่ลูกทำได้ถึงขนาดนี้ เทียบกับเด็กโรงเรียนดังในกรุงเทพฯพระพายอ่อนกว่ามากแต่ทำได้ถึงขนาดนี้เห็นชัดเลยว่าเขาขยันแค่ไหนแถมกิจกรรมดีกีฬาเด่นอีก ผู้เป็พ่อยิ้มกว้างไม่หุบ
“พายก็ใเหมือนกันครับอาจเป็เพราะว่าพายได้เรียนในสิ่งที่พายชอบจริง ๆเกือบทุกวิชาเลยไม่เหมือนตอนเรียนมัธยมพายไม่เก่งพวกวิทย์คณิตแถมมีคุณพ่อช่วยติวพายตลอดก็ยิ่งเรียนสุดขึ้นครับ”
ศานต์ฟังลูกเล่ายิ้มๆ ยื่นมือไปบีบไหล่บอกเขาว่าพ่อภูมิใจในตัวพายมากแค่ไหน
“พายทำได้ดีเกินคาดมากได้พักเหนื่อยบ้างไหมลูก”
“แค่เทอมแรกมันก็ง่ายแบบนี้แหละอาจจะโชคดีเจออาจารย์ปล่อยเกรด” นิลตาหมั่นไส้สามี เอาแต่ชมลูกคนโตอยู่ได้ลูกชายนางก็ทำคะแนนได้ดีเทอมนี้ได้เกรดตั้ง 3.75
“คุณนี่ชมคนอื่นไม่เป็เลยใช่ไหมไม่ใช่เพราะโชคแน่นอนคุณไม่เห็นเหรอแต่ละครั้งที่กลับบ้านมาพายพัฒนาขึ้นทุกครั้งเขาไม่เคยหยุดเรียนรู้ชินก็เก่งเหมือนกันนะลูกพ่อภูมิใจที่สุดเลยอยากได้รางวัลอะไรไหมทั้งสองคนปิดเทอมแล้วไปเที่ยวไหม”
“พายว่าจะขอไปเยี่ยมแม่ครับยังต้องกลับมาช่วยญาติวหนังสือด้วย”
“อ๋อนั่นสินะ แล้วชินเอาไงดีเรา”
ชินวุฒิมองไม่พอใจพระพายก่อนมองมารดาครั้งหนึ่ง
“ชินจะไปเรียนพิเศษเพิ่มไม่ว่าง”