อสูรั์ไม่รอช้า มันชูแขนซ้ายที่เหลือ เรียกธาตุลมและไฟ หลอมรวมเป็ ดาบสายฟ้าเพลิง ขนาดมหึมา แสงไฟวาบวับกรีดท้องฟ้า กดดันจนพื้นลานสั่นะเื มันฟาดลงมาเต็มกำลังประหนึ่งฟ้าผ่าใส่ผืนพิภพ
เทพีน้ำค้างเหมันต์ตวัดมือเรียกพลังปราณเหมันต์ก่อเป็ ดาบเหมันต์ ใสบริสุทธิ์ ดาบบางเบาแต่แฝงพลังอันแกร่งกล้า
ตึงงงง!
เสียงปะทะดังสนั่นราวฟ้าถล่ม น้ำแข็งและไฟะเิปะทะกันจนไอหมอกหนาทึบปกคลุมทั่วลาน ดาบเหมันต์แตกร้าวเป็เส้นๆ เพราะปะทะเข้ากับความร้อนรุนแรง แต่เทพีน้ำค้างเหมันต์ยังคงใช้พลังเหมันต์เสริมลงในดาบไม่หยุดเพิื่อสู้ต่อ
“กำลังอย่างเดียวไม่อาจชนะ… จุดอ่อนอยู่ที่ด้ามดาบ” นางหรี่ตาพลางจับจังหวะ ความร้อนแรงที่สุดของคมดาบกลับไม่อาจแผ่ไปถึงจุดที่มือของภูติทะลายฟ้ากำไว้
ฉัวะ!
นางเคลื่อนกายพุ่งเข้าใกล้ก่อนตวัดดาบเหมันต์ฟันตรงจุดนั้นทันที เสียงแตกหักก้องสะท้อน ดาบสายฟ้าเพลิงพังสลาย กลายเป็เศษประกายไฟสลายหายไปในอากาศ
ภูติทะลายฟ้าถอยหลังโงนเงนด้วยความตื่นตะลึง “ดาบนี้… ไม่เคยถูกทำลายมาก่อน!”
เทพีน้ำค้างเหมันต์ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ เมื่อเห็นว่าภูติทะลายฟ้าเริ่มอ่อนแรงก็ไม่รอช้า นางรวบรวมพลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ในร่างแล้วปลดปล่อยมันออกมา จนทำให้พื้นลานฝึกรอบตัวของนางถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งหนา จากนั้นนางก็สร้างหอกเหมันต์เล่มใหญ่บังเกิดขึ้นในมือขวา พลังเย็นะเืปกคลุมไปทั่วลานฝึกจนทุกคนสั่นสะท้าน
“นี่คือการจบสิ้น…ของร่างแปลงภูติกิ๊กก๊อกอย่างพวกเ้า” นางพึมพำ ก่อนพุ่งทะยานร่างตรงเข้าหาอสูรั์ ส่งปลายหอกเหมันต์แทงทะลุเกราะเพลิงที่โอบรอบร่างพุ่งตรงสู่หัวใจภูติทะลายฟ้า
ปังงง!
เสียงคำรามของภูติทะลายฟ้าค่อยๆ จางหายลง ร่างมหึมาถูกน้ำแข็งกลืนกินช้าๆ จนกลายเป็ผลึก ก่อนที่จะะเิแตกกระจายเป็ผงน้ำแข็งล่องลอยกลางอากาศราวเกล็ดแห่งดาวฤกษ์
ความเงียบปกคลุมทั่วลานฝึก เทพีน้ำค้างเหมันต์ยืนนิ่งหอบหายใจอย่างเหนื่อยล้าแต่สายตาสงบเย็น “การใช้สติและความเยือกเย็น… ย่อมชนะกำลังที่บ้าคลั่ง”
ทุกสายตาจับจ้องไปยังร่างของ เทพีน้ำค้างเหมันต์ ที่ยืนเด่นอยู่ท่ามกลางพายุหิมะที่บ้าคลั่ง ลานฝึกเงียบงัน มีเพียงเสียงลมกรีดร้องรอบตัวนาง บรรยากาศกดดันจนแทบไม่มีใครกล้าหายใจ
ม่านหิมะสีขาวขุ่นค่อยๆ แยกออก เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ของภูติหิมะ คู่ต่อสู้อีกหนึ่งคนที่ยังเหลืออยู่กำลังก้าวเข้ามาอย่างไม่สะทกสะท้าน ดวงตาสีฟ้าเข้มวาววับเต็มไปด้วยความเกลียดชังอย่างเปิดเผย เขาะเิเสียงหัวเราะกังวาลออกมา “ฮ่าๆๆ… เ้าคงไม่ได้คิดจริงๆหรอกนะว่า จะเอาชนะข้าได้ง่ายๆ น่ะ?” เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังสะท้านลานฝึก
เขายกมือขึ้น หมอกหิมะรอบกายพลันแปรเปลี่ยนเป็เส้นใยบางเฉียบสีทองวาวระยับ นับพันนับหมื่นเส้น “ไหมจิตสังหาร” เส้นใยอันเฉียบคมที่ซึมพิษเข้าโจมตีทั้งร่างกายและจิตใจ มันพุ่งเข้าใส่นางราวใบมีดนับพันที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่ง
เทพีน้ำค้างเหมันต์รีบกางโล่เหมันต์ขึ้นรับ เกิดแสงวาบและเสียงะเิดังขึ้นจากการปะทะกัน ปังงง! แต่ละเส้นสายก็ฟาดฟันจนโล่แตกออก ไหมจิตสังหารพุ่งเข้ารัดร่างนางรวดเร็วเกินกว่าจะหลบเลี่ยงได้ ความเจ็บแล่นเข้าสู่ร่างราวมีดกรีดผิว นางกัดฟันแน่นแต่ก็ไม่อาจหยุดแรงรัดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ไม่นานนัก เส้นไหมสีทองก็พันรอบตัว ถักทอจนกลายเป็รังไหมล้อมร่างของนางไว้ ความเ็ปและความหนาวเย็นซึมลึกเข้าไปถึงจิตใจ เสียงกระซิบหลอนแทรกเข้ามาในหัว เสียงที่พยายามฉีกเอาความอ่อนแอของนางออกมา
“เ้าไม่ใช่เทพแห่งความหนาวเย็น… เ้าเป็เพียงสตรีผู้อ่อนแอ!” เสียงภูติหิมะเย้ยหยันก้องกังวาน
ลมหายใจของนางหนักขึ้น หัวใจเต้นช้าลง น้ำตาไหลรินโดยไม่รู้ตัว “ข้า… จะไปต่อไม่ไหวแล้วหรือ?” ความสิ้นหวังไหลบ่าเข้ามาเหมือนน้ำแข็งแทรกเข้าไปในเส้นเืทุกๆเส้น
แต่ในห้วงมืดมิดนั้น นางกลับได้ยินเสียงในใจตนเอง “หากข้ายอมแพ้ตอนนี้ ทุกสิ่งที่ข้าปกป้องจะสูญสิ้น”
เทพีน้ำค้างเหมันต์หลับตาลง รวบรวมสติอย่างสุดกำลัง ความกลัวค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็ประกายแห่งความมุ่งมั่น นางพลันนึกได้ว่า ภูติหิมะมิได้ไร้เทียมทาน จุดอ่อนของมันอยู่ที่ความหยิ่งทะนง มันเชื่อว่าตนเองไม่อาจพ่ายแพ้ต่อผู้ใด
“ปัญญาต่างหาก… คืออาวุธของข้า” นางกระซิบในใจเบาๆ
ทันใดนั้น นางระดมพลังจิตที่เหลืออยู่ สร้างพายุหิมะรอบตัวกลายเป็ม่านไอหมอกพรางตา บดบังการมองเห็นของศัตรู ขณะที่ในเงามืดของเกล็ดหิมะ เทพีน้ำค้างเหมันต์ชูมือเรียกปราณเหมันต์เฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่
พลังเย็นะเืพลุ่งพล่านจากกาย แช่แข็งไหมจิตสังหารจนกลายเป็น้ำแข็งแล้วแตกกระจายสลายไป จากนั้นก็สร้างหอกเหมันต์ด้ามยาวคมราวผลึกแห่งเพชร พลังจิตอีกส่วนหนึ่งก็สร้างภาพปลอมให้เห็นว่าไหมจิตสังหารยังคงอยู่เช่นเดิม
เทพีน้ำค้างเหมันต์ซ่อนหอกไว้ด้านหลัง ปากก็แสร้งร้องเสียงสั่นเหมือนกำลังจะขาดใจ “ไหมจิตสังหาร… ใยจึงร้ายกาจถึงเพียงนี้… ข้า… ข้าขอสู้ตาย…”
ภูติหิมะเบิกตาโพลงเมื่อได้ยินเสียงนั้น แม้จะไม่เห็นร่างของเทพีน้ำค้างเหมันต์เบื้องหน้า เขาก็ยังนึกว่านางหมดพลังจริงๆ จึงหัวเราะเย้ยหยัน ก่อนที่มันจะพุ่งทะยานเข้าไปในกลุ่มหมอกด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
และนี่คือจังหวะที่เทพีน้ำค้างเหมันต์รอคอย
หอกเหมันต์ในมือของนางแหวกม่านไอหมอกออกไปอย่างรวดเร็ว แสงสีฟ้าเยือกเย็นฉีกอากาศจนเกิดเสียงแตกราวกระจกสลาย ฉึก! หอกปักทะลุกลางร่างภูติหิมะอย่างแม่นยำ
เสียงกรีดร้องแผดดังจากร่างสูงใหญ่ที่สั่นสะท้าน ก่อนที่เกล็ดน้ำแข็งจะแผ่ซ่านปกคลุมจากแผลลุกลามไปทั่วทั้งกาย
“ข้า… ข้าจะไม่แพ้!!” ภูติหิมะคำรามสุดเสียง เขาพยายามใช้พลังปราณต่อต้านความเยือกเย็นที่กำลังลุกลามบนร่างกาย แต่ยิ่งดิ้นรน พลังของเขากลับถูกดูดซับเข้าสู่หอกเหมันต์ ก่อนจะไหลกลับเข้าสู่ร่างของนาง กลายเป็พลังชีวิตที่เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับนาง
สุทธินีทรุดตัวลงชั่วครู่ ก่อนจะยันกายลุกขึ้น ดวงตาเ็า แข็งกร้าวเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “นี่คือจุดจบของเ้า…” วาจานี้ช่างแสนสุดที่จะเยือกเย็นดั่ง น้ำแข็งที่กัดกินจิตใจฝ่ายตรงข้าม