บทที่ 11
ตอน หนังหน้าหนา
หวงลู่เหวินยังคงยิ้มอย่างเป็มิตรดังเดิมพร้อมยักไหล่กว้างตอบหลี่หยวน “ข้าก็มิอาจรู้เช่นกันว่าผู้ใดไร้มารยาท”
ปากว่ากล่าวฝีเท้าย่างกรายเดินมายังลานประลองหลี่หยวนยืนหลังตรงสง่าพลางเหลือบมองเทพาอย่างไม่ถือตัวก่อนจะหลุดยิ้มออกมาสร้างความแปลกใจให้ทุกคนไม่น้อย
“เ้ายิ้มอะไรรึ?”เทพาหนุ่มเอ่ยถามอ่อนโยนยิ่ง
“ไม่มีอะไรขอรับข้าเพียงแค่คิดว่า…” หลี่หยวนมองหวงลู่เหวินแน่นิ่งทว่าริมฝีปากยังคงยิ้มมองทีไรก็ชวนวิตกกังวล จนคาดเดาเซียนหนุ่มผู้นี้ไม่ออกทุกครั้งที่เซียนหนุ่มผู้นี้เอ่ยปากต้องคอยรอฟังหวงลู่เหวินเงียบรอฟังอย่างอดไม่ได้ ในที่สุดหลี่หยวนก็พูดต่อ “ข้าพบเจอคนหนังหน้าหนาอีกหนึ่งคนแล้ว”
“ข้ารึ?” หวงลู่เหวินเลิกคิ้วเอ่ยปากถาม
“ใช่ขอรับท่านเป็คนหนังหน้าหนายิ่งนัก ข้านับถือสุดหัวใจ” หลี่หยวนเอ่ยคำชมอย่างไม่กระดากปาก
หวงลู่เหวินหัวเราะชอบใจ “เ้าพูดถูกข้าหน้าหนาแต่ไม่มีผู้ใดหนังหน้าหนาเท่าเทพหลี่ชงหยวนเป็แน่”
นี้หรือที่พวกเ้าจดจำข้า…หน้าหนาเนี่ยนะ
“ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน”หลี่หยวนพยักหน้าทำเป็เห็นด้วยพร้อมกล่าวถามอย่างจงใจไปว่า“ว่าแต่เทพาเช่นท่านจะใช้หนังหน้าหนาๆนี้ช่วยข้าเรียกศาสตราวุธหรือขอรับ”
หวงลู่เหวินยิ้ม “ก็ไม่เชิงข้าเพียงหน้าด้านขัดต่อกฎของสำนักเทพเท่านั้น ส่วนเื่ช่วย ข้าจะใช้กำลัง”
หลี่หยวนขบคิดนึกย้อนไปยังคำพูดของอาจารย์ว่าถ้าชีวิตหนึ่งจนตรอกย่อมทำได้ทุกอย่างเพื่อเอาชีวิตรอดไม่ว่าจะแบบขาดสติหรือมีสติ
หวงลู่เหวินจะใช้วิธีเช่นนั้นบีบให้ข้าจนตรอกถึงขั้นต้องเรียกศาสตราวุธเทพเพื่อ…จะพิสุทธิ์ว่าข้าใช่หลี่ชงหยวนหรือไม่…งั้นข้าจะเล่นตามน้ำกับเ้าไปสักหนข้าล่ะอยากจะรู้นักว่าเ้าคิดจะทำอะไรต่อ…หวงลู่เหวิน…
“เช่นนั้นก็ลำบากท่านแล้ว”เซียนหนุ่มก้าวถอยห่างจากลู่เหวินเพียงสองก้าวก่อนผ่อนลมหายใจให้นิ่งสงบ หลี่หยวนยืนหลังตรงสองฝ่ามือไพร่หลังไว้ดูสง่ายิ่งดวงตาพริ้มหลับเพื่อจับให้สมาธิคงที่
เทพาหวงลู่เหวินจ้องหลี่หยวนแน่นิ่งสายลมพัดผ่าน เส้นผมสีดำสยายตามแรงลมชายเสื้อผ้าอาภรณ์ขาวดำของสำนักฟางหรูพริ้วไหวตามลมต่างจากเกราะเหล็กสีเงินของเทพาที่ต้านแรงลมหนักแน่นไม่พริ้วไหว
หลี่หยวนหลับตาเพื่อจับเสียงจี้หยกประจำกายของเทพายามที่จี้หยกกระทบเกราะเหล็กย่อมมีเสียงแตกต่างจากจี้หยกชิ้นอื่นเสียงเป็เอกลักษณ์เช่นนี้หลี่หยวนจำได้ั้แ่วัยเยาว์ในยุคเทพของตนเป็อย่างดีและดูเหมือนว่าจี้หยกที่หวงลู่เหวินห้อยอยู่นี้จะเป็ของแท้ที่ท่านอาจารย์พกติดตัวเป็ประจำการจะยกจี้หยกประจำกายให้ใครสักคนก็เหมือนยกตำแหน่งให้…
ท่านอาจารย์ของข้าได้ยกตำแหน่งให้เขาจริงรึ?…เื่นี้ข้าต้องสืบให้กระจ่าง…
แววตาเ็าลืมตาตื่นขึ้นแปรเปลี่ยนเป็ดุดันในทันใดโดยที่จ้องเพียงเทพาตรงหน้าตน
“พร้อมแล้วสินะ”หวงลู่เหวินกล่าวถามอย่างสบายอารมณ์ หลี่หยวนนิ่งเงียบไม่ได้ตอบสิ่งใดเทพาพยักหน้าเป็อันเข้าใจ “ดี”
สิ้นเสียงหวงลู่เหวินใช้พลังเทพหลอมรวมอยู่ที่ฝ่ามือก่อนปล่อยหมัดโจมตีเต็มที่หลี่หยวนเบี่ยงกายหลบก่อนจะใช้หลังมือตบข้อมือหวงลู่เหวินจนกำปั้นพลาดต่อยลมเพียงแค่กระบวนท่าเดียว ก็ทำให้หวงลู่เหวินต้องพลิกความคิดและพลิกกระบวนท่าใหม่
เหล่าเทพทั้งหลายพลันฮือฮาขึ้นมาทันใดส่วนเหล่าทหารในชุดเกราะพากันซุบซิบกันว่าเซียนหนุ่มผู้นี้ไม่ธรรมดาถึงขั้นปัดกำปั้นของท่านเทพาได้ไม่ธรรมดาแล้ว
หลี่หยวนคอยหลบหลีกเพื่อรอจังหวะ ส่วนหวงลู่เหวินคอยโจมตีในระยะประชิดอย่างใจร้อนต่างฝ่ายต่างแลกกันโจมตีจนหลี่หยวนคว้าข้อมือหวงลู่เหวินไว้ทันท่วงทีพร้อมดึงอีกฝ่ายเข้าหาตัวก่อนซัดกำปั้นที่หลอมรวมพลังเซียนไว้ต่อยเข้าเกราะบริเวณอกเต็มกำลัง
ร่างกายหวงลู่เหวินพลันสั่นสะท้านหลี่หยวนปล่อยข้อมืออีกฝ่าย หวงลู่เหวินเซถอยหลังก่อนจะเรียกศาสตราวุธประจำกายมาอยู่ในมือพร้อมแทงปลายกระบี่ลงพื้นลานประลองเพื่อทรงตัว
เสียงฮือฮาใกันไปทั่วเหล่าเ้าสำนักต่างพากันนั่งไม่ติดเก้าอี้ศิษย์ทุกสำนักพลันอ้าปากค้างอึ้งไปชั่วขณะ
“หลี่หยวนไม่ได้ใช้พลังเทพ”ไป๋ชางหลินขมวดคิ้วแน่นสายตาจับจ้องกระบวนท่าของหลี่หยวนตาไม่กระพริบ “แต่เขาใช้จังหวะการเคลื่อนไหวของร่างกายหวงลู่เหวินเพื่อหาช่องโหว่”
เ้าสำนักเทพพากันมองตามที่ไป๋ชางหลินบอกเหล่าเทพต่างกระซิบบอกกล่าวคำพูดของเทพไป๋ชางหลินต่อๆกัน
หวงลู่เหวินเหลือบมองหลี่หยวนอย่างเดือดดาลก่อนดึงกระบี่จากพื้นลานประลองพร้อมถือกระบี่คู่กายเข้าโจมตีหลี่หยวนอย่างไม่สนกฎเกณฑ์หลี่หยวนเบี่ยงกายหลบคมกระบี่อย่างเคยชินเพราะการประลองอย่างไม่เป็ธรรมเช่นนี้เมื่อครั้งที่ท่านอาจารย์สั่งสอนก็เป็เช่นนี้ท่านอาจารย์มักถืออาวุธแต่ตนกลับมีเพียงมือเปล่าและพลังเทพ
ตอนนี้ก็ไม่ต่างกัน
คมกระบี่นั้นฟาดฟันลงมาอย่างไม่ปรานีและยังว่องไวขึ้นอีกหวงลู่เหวินออกกระบวนท่ากระบี่รวดเร็วจนหลี่หยวนแทบหลบไม่ทัน คมกระบี่นั้นตัดเส้นผมดำยาวของหลี่หยวนไปบางส่วน
หลี่หยวนถอยหลังไปตั้งหลักพลางเหลือบมองเส้นผมของตนสองสามเส้นที่ร่วงสู่พื้น
ก่อนจะเบี่ยงกายหลบกระบวนท่ากระบี่นั้นพลางหาช่องโหว่ของอีกฝ่ายทว่ากลับหายากขึ้นกว่าเก่า หวงลู่เหวินใช้จังหวะเปลี่ยนกระบวนท่ากระบี่กระทันหันพลิกคมกระบี่หมายฟันเข้าเนื้อหนังหลี่หยวนสักนิดบีบให้อีกฝ่ายเรียกศาสตราวุธเพื่อมาสู้กับตนแต่หลี่หยวนกลับยกแขนขึ้นกันใบหน้าตนเองตามสัญชาตญาณ
คมกระบี่ฟันเข้าปอกแขนเหล็กที่ห่อหุ้มด้วยหนังสีดำเต็มแรงเสียงกระทบกันนั้นดังสนั่นหนเดียวสร้างความแตกตื่นแก่ผู้ชมจนเสียขวัญ
“ศิษย์น้องจะแขนขาดหรือไม่ขอรับ?!”อวิ้นหยางถามเสียงหลง
จิงเซียนส่ายหน้ารับไม่ได้ก่อนจะลั่นวาจาออกไปอย่างเดือดดาล “หยุด!” ทว่าทั้งสองในลานประลองไม่ได้ฟังเขาสักนิด
หลี่หยวนมองคมกระบี่หมายจะหักมันครึ่งท่อนและหลี่หยวนก็ไม่สนใจใครหน้าไหนด้วยหนำซ้ำยังใช้พลังเซียนซัดเข้าหน้าหวงลู่เหวินเต็มแรงกระบี่เล่มนั้นหลุดออกจากรอยฟันเมื่อครู่ คมกระบี่เปื้อนเืไม่น้อยปอกแขนก็อาบไปด้วยเืเช่นกัน
เซียนหนุ่มหันเดินเข้าหาหวงลู่เหวินอย่างไม่กลัวตายแม้กระทั่งาแที่อาบไปด้วยเืก็ไม่สนใจเดินเข้าไปปะทะอีกกระบวนท่า
เยว่หลางยืนค้างหยั่งเชิงกระบี่ตรงหน้าแต่จู่ๆมันก็โจมตีเขาอย่างบ้าดีเดือดคมกระบี่ฟาดฟันหมายสังหารเทพผู้เฒ่าอย่างไม่ปรานีไม้เท้าเนื้อหนาโต้ตอบฟาดกลับเมื่อได้จังหวะจนกระบี่เล่มนี้ยันคมกระบี่กับไม้เท้าสุดกำลัง
เปลือกไม้เท้าแตกร้าวให้เห็นกับตาเยว่หลางเหลือบมองโคนกระบี่เห็นตัวอักษรสลักไว้ ‘ชิงจิว’
“หลี่ชงหยวน”
กระบี่ชิงจิวปาดไม้เท้าจนเทพบุพเพกระเด็นถอยหลังจนติดผนังห้องกระบี่เล่มนั้นหมายจะออกจากห้องเพื่อไปหาผู้เป็นาย
ศาสตราวุธจะสามารถรับรู้อันตรายที่ผู้เป็นายเผชิญได้และพวกมันจะรีบกลับไปหาผู้เป็นายโดยด่วนถ้าผู้เป็นายยังมีต้นจิตเชื่อมถึงมันอยู่แม้จะมีเพียงเสี้ยวเดียวก็ตาม
เยว่หลางรีบใช้อาคมเทพดึงกระบี่ชิงจิวไว้ไม่ให้มันพุ่งลอยไปถึงประตู
“เ้าจะออกไปไม่ได้เดี๋ยวผู้เป็นายเ้าจะซวยเอา!” เยว่หลางพยายามยื้อไว้สุดกำลังพลางบ่นกระบี่ตรงหน้าประหนึ่งบ่นหลี่ชงหยวนไม่มีผิด
“เ้าเป็กระบี่เทพนะ!ต้องนิ่งสงบสิ ทำไมถึงเดือดดาลเช่นนี้!”
หลี่หยวนหลงลืมไปว่าตนไม่ควรเผลอเรียกกระบี่ชิงจิวแต่ก็ช่วยไม่ได้มีหลายหนในการต่อสู้ที่หลี่หยวนเผลอพลิกฝ่ามือเรียกมันอยู่หลายครั้ง
แต่ในเมื่อเรียกไม่ได้หลี่หยวนจึงเลือกใช้กระบวนท่าหลบหลีกที่ท่านอาจารย์เคยสอนมาซึ่งกระบวนท่ากระบี่ของหวงลู่เหวินเรียกได้ว่าชั้นสูงย่อมมีไม่กี่กระบวนท่าที่หลบหลีกได้
หลี่หยวนโต้ตอบเท่าที่ทำได้เป็บางครั้งบางคราวโดยการใช้พลังเซียนตบที่ปลายกระบี่ที่กำลังพุ่งมาทางตนเพื่อให้มันหันเหไปทางอื่นแล้วก้าวเท้าเข้าประชิดอีกฝ่ายเพื่อโจมตีคืน ทำเอาหวงลู่เหวินเกือบกระอักเืรอมร่อแต่ด้วยความที่กลัวเสียหน้ากลับกลืนลงคอไปให้จบเื่
ทว่าการทำเช่นนั้นกลับจะทำให้ช้ำในเสียเปล่าๆ
หวงลู่เหวินโต้ตอบหลี่หยวนเต็มกำลังพร้อมนำพลังเทพไปหล่อเลี้ยงตัวกระบี่ด้วยก่อนจะเข้าโจมตีหลี่หยวนอย่างรวดเร็วหลี่หยวนพลันใช้วิชาที่ท่านอาจารย์เคยแอบสอนมาใช้ครั้งนี้ในการหลบหลีกอย่างว่องไวไม่แพ้กัน
หวงลู่เหวินพลันขมวดคิ้วอย่างหาได้ยากเมื่อเห็นกระบวนท่าเช่นนี้เพราะตนเคยเห็นอยู่หนเดียวก็คือครั้งที่เทพาองค์ก่อนใช้ในการศึกครั้งก่อนตาย
หลี่หยวนเห็นสายตาสงสัยของหวงลู่เหวินเข้าอย่างจังก็ตระหนักได้ว่าตนเกือบเผยไต๋แล้ว!อีกอย่างหลี่หยวนก็พอจะจำได้ว่าท่านอาจารย์เคยใช้กระบวนท่านี้เช่นกันในการศึกและดูเหมือนว่าท่านอาจารย์หลบหลีกคมอาวุธศัตรูได้สำเร็จ
แต่ข้าต้องทำเป็พลาดท่าเสียหลัก!
หลี่หยวนก้าวเท้าขยับกายผิดกระบวนท่าทำให้ถูกคมกระบี่ของหวงลู่เหวินเฉือนเข้าเนื้อตรงบริเวณต้นแขนซ้ายหลี่หยวนล้มลงกุมแขนตนเองทันใด
าแที่สองของหลี่หยวนทำเอาไป๋ชางหลินยืนไม่ติดพื้นใช้พลังเทพเคลื่อนย้ายปรากฎกายระหว่างหวงลู่เหวินและหลี่หยวนพร้อมยกกระบี่สีขาวนวลปัดกระบี่ของหวงลู่เหวินไว้ทันเวลาเป็การยุติวิธีการช่วยเหลือของหวงลู่เหวินที่มีต่อหลี่หยวนทันที
ไป๋ชางหลินเก็บกระบี่พร้อมพูดเสียงดังก้องกังวาน
“พอได้แล้ว!”
หลี่หยวนค่อยๆยันกายลุกขึ้นยืนสายตาจับจ้องเพียงแผ่นหลังของคนตัวเล็กตรงหน้าเขาััได้บางๆว่าไป๋ชางหลินโมโหเข้าให้แล้ว
กระบี่ชิงจิวโจมตีอยู่หลายกระบวนท่าก่อนมันจะลงคมกระบี่ทำให้เยว่หลางเหงื่อตกไปมากกว่านี้จู่ๆมันก็พุ่งแทงเข้าผนังห้องตรงที่เยว่หลางยืนอยู่แล้วมันก็สงบไป
เยว่หลางถึงขั้นต้องยกแขนเสื้อขึ้นมาบาดเหงื่อ
“เกือบเกือบเอาชีวิตมาทิ้งแล้ว”
เทพผู้เฒ่าพร่ำบ่นกับตนเองก่อนจะเก็บกระบี่ชิงจิวไว้ที่เดิมพร้อมร่ายเวทให้ทุกอย่างในห้องกลับมาเป็ดังเดิมเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลังจากนั้นเยว่หลางก็กระแทกไม้เท้าลงพื้นเพื่อกลับไปยังตำหนักตนเอง