ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 66 ตัดขาด

           ห้าวันให้หลัง ขบวนของพวกเขาถึงเดินทางมาถึงนครเซิ่งตู

            เนื่องจากนครแห่งนี้มีกฎไม่อนุญาตให้ขี่สัตว์พาหนะหรือนั่งรถสัตว์อสูรเข้าเมือง เมื่อทุกคนมาถึงประตูเมืองจึงลงจากรถ หลิ่วเหอให้ศิลาทิพย์หนึ่งถุงกับคนรถก่อนไล่กลับเมืองฝูเฉิงทันที

            หลังลงจากรถกันหมด ทั้งเจ็ดคนรีบก้าวเดินเข้าประตูเมือง

            “ว้าว ถนนที่นี่กว้างขวางนักเชียว ผู้คนก็เยอะมากด้วย!” เฉียวรุ่ยส่งเสียงอุทานอย่างตะลึง เขามองถนนกว้างสะอาดสะอ้านราวกับจุอสูรอาชาแปดตัวเดินเรียงกันได้ ถึงได้เห็นฝูงชนพลุกพล่านบนถนน

            “ฮ่าๆๆๆ ที่นี่รุ่งเรืองมากจริงๆ เสียด้วย!” หลิ่วเทียนฉีจูงมือเฉียวรุ่ยพลางยิ้ม แล้วเอ่ยขึ้น

            “ท่านอาสาม พวกเราไปหาโรงเตี๊ยมกันก่อนดีไหมเจ้าคะ? ที่นี่คนเยอะมาก เกรงว่าคงหาไม่ง่ายกระมัง?” หลิ่วซานเมียงมองหลิ่วเหอที่อยู่ด้านข้าง นางถามเสียงเบา

            วิทยาลัยเซิ่งตูสิบปีเปิดรับศิษย์ครั้งหนึ่ง เวลานี้เป็นช่วงที่นครมีผู้คนมากที่สุด ดังนั้น กิจการโรงเตี๊ยมและเหลาสุราคงคึกคักถึงที่สุดเป็นแน่

            “ไม่ต้องหรอก หลิ่วถงจองโรงเตี๊ยมไว้ให้พวกเจ้าแล้ว!” หลิ่วเหอบอกเสียงขรึม

            “เอ๋? หลิ่วถงมานครเซิ่งตูด้วยหรือเจ้าคะ?” ได้ยินตรงนี้ หลิ่วซานพลันมีสีหน้าฉงน

            “นายท่านสาม นายน้อยเจ็ด!” หลิ่วถงร้องเรียกก่อนวิ่งมาทางพวกเขา

            “คารวะนายท่านสาม คุณหนูสาม คุณหนูสี่ คุณหนูห้า นายน้อยเจ็ด นายน้อยเฉียว!” หลิ่วถงวิ่งเข้ามาเอ่ยทักทายทุกคน

            “ฮ่าๆๆ หลิ่วถง ครั้งนี้ลำบากเจ้าแล้ว ไม่ได้พบหน้าสองเดือน เจ้าดูเหนื่อยซูบเชียวนะ!” หลิ่วเหอมองเห็นผู้เฒ่าก็ดีใจเป็นอย่างยิ่ง

            “ฮ่าๆๆ ไม่เลยขอรับ ไม่เลย ข้าแค่คิดถึงนายท่านสาม คิดถึงนายน้อยเจ็ดและนายน้อยเฉียวน่ะขอรับ!”

            “ลุงถง ข้าก็คิดถึงท่านยิ่งนัก!” เฉียวรุ่ยเห็นผู้เฒ่าจึงรีบเข้าไปอ้อนอีกฝ่ายอย่างเคยชิน

            “ฮ่าๆๆ ข้าน้อยก็คิดถึงท่านกับนายน้อยเจ็ดเหมือนกันขอรับ!”

            “ลุงถง ข้าก็คิดถึงท่านมากเหมือนกัน!” หลิ่วเทียนฉีกุมมือผู้เฒ่าแล้วยิ้มพลางบอก

            “ฮ่าๆๆ ไม่พบกันสองเดือน นายน้อยเจ็ดช่างเติบใหญ่ สุขุมขึ้นมากนัก!”

            “ลุงถงนี่นะ ชอบชมข้าเสียจริง!”

            “หลิ่วถง ซื้อบ้านเรียบร้อยไหม? พวกเรากลับบ้านไปคุยกันเถอะ?” หลิ่วเหอมองผู้เฒ่าแล้วถามขึ้น

            “ท่านดูข้าสิ ถึงกับคุยจ้อกับพวกท่านกลางถนนใหญ่เชียว ส่วนบ้าน ข้าน้อยซื้อไว้เรียบร้อยแล้วขอรับ นายท่านสาม นายน้อยเจ็ดและทุกคน เชิญขอรับ!” หลิ่วถงพูดพลางพาทุกคนเดินไปทางทิศใต้ของเมือง

            “นครเซิ่งตูนี่ ที่ดินหนึ่งชุ่นต่อทองหนึ่งชุ่น ข้าน้อยจึงเลือกซื้อบ้านที่ห่างไกลไปสักหน่อย แต่ด้านนั้นเงียบสงบนัก หลังจากนี้หากนายท่านสาม นายน้อยเจ็ดและนายน้อยเฉียวฝึกฝน คงไม่ถูกสิ่งใดรบกวนขอรับ” หลิ่วถงบอกอย่างตั้งใจ

            “ฮ่าๆๆ ไม่เป็นไรหรอก ห่างไกลหน่อยก็ดี มีสถานที่อาศัยสักแห่งก็พอ เจ้าทำงานได้เหมาะสม ข้าวางใจอยู่แล้ว!” หลิ่วเหอค่อนข้างเชื่อมั่นในตัวผู้เฒ่า

            “ฮ่าๆๆ ได้รับประโยคนี้จากนายท่านสาม ข้าน้อยก็วางใจขอรับ!”

            พวกเขาเดินตามหลิ่วถงไปราวครึ่งชั่วยาม ในที่สุดก็เดินมาถึงด้านข้างบ้านใหม่

            เมื่อเงยหน้าขึ้น เห็นตัวอักษรใหญ่สองตัวคำว่าจวนตระกูลหลิ่วบนขื่อประตู มองประตูสูงใหญ่กำแพงล้อมแข็งแกร่ง หลิ่วเหอพยักหน้าหลายหนอย่างพึงพอใจ

            หลังจากหลิ่วเหอเดินเข้าประตูใหญ่มา เขาเห็นในลานมีข้ารับใช้สองคนกำลังกวาดลานอยู่

            “ขนาดของบ้านหลังนี้ใหญ่ใกล้เคียงกับเรือนที่เมืองฝูเฉิง นอกจากเรือนหลักห้าห้อง ยังมีเรือนข้างสองปีกตะวันออกกับปีกตะวันตกที่อาศัยได้อีกขอรับ ในบ้านตอนนี้มีข้ารับใช้สองคน สาวใช้สองคน ในห้องครัวมีแม่ครัวสองกับคนใช้จิปาถะอีกหนึ่งคน รวมคนรับใช้ทั้งหมดเจ็ดคนขอรับ ข้าจัดการให้พวกเขาพักอยู่ที่เรือนข้างฝั่งตะวันตก ส่วนห้องนอนหลักฝั่งตะวันออกของเรือนหลัก ข้าให้คนเก็บกวาดให้นายท่านสามแล้ว และห้องใหญ่สุดสองห้องฝั่งตะวันตกของเรือนหลัก ข้าก็ให้คนทำความสะอาดให้นายน้อยเจ็ดกับนายน้อยเฉียวแล้วเช่นกันขอรับ!” หลิ่วถงมองหลิ่วเหอพลางอธิบายอย่างละเอียด

            “อืม เจ้าจัดการได้ถี่ถ้วนนัก” หลิ่วเหอฟังแล้วพยักหน้ารับ

            “นายท่านสาม นี่คือศิลาทิพย์ที่เหลือกับสัญญาขายตัวของพวกคนรับใช้ขอรับ!” หลิ่วถงพูดต่อ พร้อมส่งศิลาทิพย์กับสัญญาขายตัวให้

            “เก็บไว้ที่เจ้าเถอะ ศิลาทิพย์ก็เช่นกัน เจ้าเก็บไว้ใช้จ่ายในบ้าน สัญญาน่ะ หากพวกคนรับใช้ไม่เคารพกฎ เจ้าก็ขายพวกเขาออกไปเสีย!”

            “ขอรับ นายท่านสาม!” หลิ่วถงขานรับ เก็บของเข้าไปในแหวนมิติของตน

            “หลิ่วถง นี่คือหวังอันหยาง เทียนฉีกลัวข้าอยู่คนเดียวจะเหงาเลยตั้งใจซื้อข้ารับใช้มาตอบแทนบุญคุณ”

            “คารวะท่านพ่อบ้าน!” หวังอันหยางรีบก้มหน้าคำนับหลิ่วถง

            “โถ หัวใจกตัญญูที่นายน้อยเจ็ดมีต่อท่านทำบ่าวตื้นตันไปหมด ในเมื่อเป็นคนที่นายน้อยเจ็ดมอบมา ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยขอจัดให้พักห้องเล็กข้างห้องนายท่านสามนะขอรับ มีเรื่องอันใด นายท่านสามจะได้เรียกเขาได้ตลอด! นายท่านสามคิดว่าอย่างไรขอรับ?”

            “ดี อีกประเดี๋ยวเจ้าจัดการให้เขาหน่อย! เด็กคนนี้น่าสงสารนัก ค่าจ้างทุกเดือนกับเสื้อผ้า อาหารประจำวันต้องให้เท่ากับคนรับใช้คนอื่นล่ะ! อย่ารังแกเขา!”

            “ขอรับ นายท่านสาม!” หลิ่วถงขานรับ พยักหน้าหลายหน

            เมื่อเดินเข้ามาในโถงรับแขก หลิ่วเหอนั่งลงตรงที่นั่งเจ้าบ้าน พวกหลิ่วเทียนฉีนั่งลงสองฝั่ง สาวใช้ท่าทางคล่องแคล่วทั้งสองจึงรีบยกชาร้อนกับขนมมาให้ทั้งหกคนทันที

            “หลิ่วถง เจ้าพาอันหยางไปจัดการสักหน่อยเถอะ!”

            “ขอรับ นายท่านสาม!” หลิ่วถงขานรับอีกครั้ง พาหวังอันหยางออกจากโถงใหญ่ไป

            “เทียนฉี เสี่ยวรุ่ย พวกเจ้าสองคนเดินทางมาเหนื่อย ให้สาวใช้พาพวกเจ้ากลับห้องไปพักผ่อนเถอะ พ่อมีคำพูดจะเอ่ยกับพี่สาวสามคนของเจ้าตามลำพังสักหน่อย!” หลิ่วเหอมองบุตรชายกับลูกสะใภ้เล็กน้อยก่อนบอก

            “ขอรับ ท่านพ่อ!”

            “อ้อ ทราบแล้วขอรับท่านอาหลิ่ว!”

            ทั้งสองคนลุกขึ้นยืน ได้สาวใช้พาออกไปจากห้องโถงใหญ่

            “ท่านอาสาม บ้านหลังนี้ทั้งร่มรื่นและสวยสง่า ไม่เลวจริงๆ นะเจ้าคะ!” หลิ่วซือชื่นชมเสียงแผ่ว

            “ใช่แล้ว นครเซิ่งตูดินหนึ่งชุ่นทองหนึ่งชุ่น บ้านหลังนี้ของท่านอาสามคงใช้ศิลาทิพย์ไปไม่น้อยเลยสินะเจ้าคะ!” หลิ่วอู่พยักหน้า รีบร้อนเอ่ยปากชมบ้านใหม่ของหลิ่วเหอเช่นกัน

            “ซานเอ๋อร์ ซือเอ๋อร์ อู่เอ๋อร์ พวกเจ้าสาวน้อยสามคนล้วนเป็นหลานสาวแท้ๆ ของข้า เป็นเด็กที่ข้าเห็นมาตั้งแต่เล็ก พวกเจ้าพูดด้วยใจเป็นกลางเถิด คิดว่าท่านอาสามปฏิบัติต่อพวกเจ้าเป็นอย่างไร?” หลิ่วเหอมองทั้งสามคน เขาถามอย่างจริงจังด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

            “ท่านอาสามสั่งสอนซือเอ๋อร์เรียนวาดยันต์ตั้งแต่เล็ก ดูแลซือเอ๋อร์ดั่งลูกสาวแท้ๆ เลยเจ้าค่ะ!” หลิ่วซือตอบคนแรก

            “ใช่แล้ว ท่านอาสามรักซานเอ๋อร์มาก ประหนึ่งเป็นบิดาผู้ให้กำเนิดเจ้าค่ะ!” หลิ่วซานพยักหน้า สีหน้าซาบซึ้งขณะตอบ

            “ถูกต้อง ท่านอาสามดีกับพวกเราที่สุดเจ้าค่ะ!” หลิ่วอู่พยักหน้ารัว ตอบเห็นพ้องด้วย

            “ในเมื่อข้าดีกับพวกเจ้าปานนี้ ถ้าเช่นนั้น ทำไมพวกเจ้าไม่ปฏิบัติต่อเทียนฉีให้ดีเล่า? หากข้าปฏิบัติกับพวกเจ้าประหนึ่งลูกสาวแท้ๆ จริง ทำไมบิดามารดาของพวกเจ้าถึงยังไม่อาจรักฉีเอ๋อร์ของข้าเสมือนบุตรแท้ๆ ได้อีก?” หลิ่วเหอมองทั้งสามคนพลางเอ่ยขึ้นอย่างปวดใจ

            “นี่...” สาวน้อยทั้งสามได้ยินคำนี้ก็อึ้ง

            “ท่านอาสาม ท่านกับท่านพ่อเข้าใจผิดกันลึกเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ท่านพ่อเขาไม่ได้วางยาพิษท่านนะเจ้าคะ เรื่องนี้เป็นความจริง ซานเอ๋อร์สาบานต่อฟ้าได้ ท่านพ่อไม่มีความคิดอยากทำร้ายท่านอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ!” หลิ่วซานพูดพลางลุกขึ้น ลนลานรีบเข้าไปคุกเข่าลงตรงหน้าหลิ่วเหอ

            “ใช่แล้วเจ้าค่ะท่านอาสาม ท่านพ่อข้านิสัยบุ่มบ่าม ถูกผู้อื่นหลอกใช้ง่ายดายยิ่งนัก จุดนี้ท่านน่าจะรู้นะเจ้าคะ!” พูดจบ หลิ่วซือกับหลิ่วอู่รีบร้อนคุกเข่าลงเช่นเดียวกัน

            “สาวน้อยทั้งสาม ไม่ต้องแก้ตัวให้พ่อของพวกเจ้าหรอก เรื่องราวทั้งหมดล้วนเป็นข้าประสบด้วยตนเอง แท้จริงเป็นอย่างไร ในใจข้ารู้ดีที่สุด!” นาทีนี้ หลิ่วเหอไม่เชื่อคนเหล่านี้อีกต่อไปแล้ว

            “ท่านอาสาม...” ทั้งสามคนส่งเสียงร้องตะลึง

            “สาวน้อย พวกเจ้าล้วนเติบใหญ่แล้ว ข้าอาสามผู้นี้ คุ้มครองพวกเจ้ามาถึงนครเซิ่งตูอย่างปลอดภัย หลังจากนี้พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องมีข้า ฉะนั้น พวกเจ้าส่งป้ายหยกเรียกตัวที่ข้ามอบให้คืนมาเสียเถอะ!” หลิ่วเหอกล่าวด้วยสีหน้าสงบ

            ทว่าคนทั้งสามที่คุกเข่าอยู่บนพื้น เมื่อได้ยินจนจบ กลับไม่อาจนิ่งต่อไปได้อีก

            “ท่านอาสาม ท่านพูดอะไรเจ้าคะ? ท่านเป็นท่านอาสามของพวกเรานะ? ซานเอ๋อร์ ซานเอ๋อร์มองท่านเสมือนบิดามาตลอด ท่าน ทำไมท่านต้องเอาป้ายหยกเรียกตัวของซานเอ๋อร์ไป ตัดขาดความสัมพันธ์กับซานเอ๋อร์ด้วยเล่า?” หลิ่วซานมองหลิ่วเหอพลางร้องไห้ คร่ำครวญเสียงหลง

            “ใช่แล้วท่านอาสาม พวกเราเป็นหลานสาวแท้ๆ ของท่านนะเจ้าคะ! ทำไมท่านถึงคิดเก็บป้ายหยกของพวกเราคืน ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเราอีกแล้วเล่า?” พูดถึงตรงนี้ หลิ่วซือร้องไห้ออกมาด้วย

            “ท่านอาสาม ท่านไม่ต้องการพวกเราแล้วหรือ? ท่านไม่ต้องการพวกเราหลานสาวแล้วหรือเจ้าคะ?” หลิ่วอู่ที่โอหังมาเสมอ ร้องไห้จนตาแดงมองหลิ่วเหอเช่นกัน

            “ใช่แล้ว ข้าไม่ต้องการพวกเจ้าอีกต่อไป เพราะทุกครั้งที่ข้าเห็นพวกเจ้าทั้งสาม ข้าจะนึกถึงพี่ใหญ่หลิ่วเจียงที่ใส่ร้ายลูกชายข้าครั้งแล้วครั้งเล่า นึกถึงพี่รองหลิ่วไห่ที่เข้ามาทำร้ายลูกชายข้าจนบาดเจ็บหนัก ทำให้เทียนฉีเกือบตาย ต้องนอนอยู่บนเตียงเป็นเดือน ข้าหลิ่วเหอผู้นี้หาใช่นักบุญ หลังเกิดเรื่องมากมายปานนั้น ข้าไม่อาจอภัยให้พี่ชายทั้งสอง ไม่อาจมองพวกเจ้าประหนึ่งลูกสาวแท้ๆ ได้อีก ฉะนั้น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะไม่กลับไปเมืองฝูเฉิง และก็ไม่คิดจะเกี่ยวข้องอันใดกับพวกเจ้าทั้งสองบ้านอีกด้วย”

            ได้ยินหลิ่วเหอกล่าวจบ หลิ่วซานพลันร่ำไห้สะอึกสะอื้น “ท่านอาสาม ตั้งแต่เล็กท่านอบรมสั่งสอนข้า ข้ายังไม่ทันตอบแทนท่านเลยนะเจ้าคะ ท่านจะไม่ต้องการข้าได้อย่างไรเล่า?”

            “ไม่ ข้าไม่ต้องการการตอบแทนของเจ้า หลังจากนี้หากพวกเจ้าทั้งสามมั่งคั่งร่ำรวย หลิ่วเหอผู้นี้ไม่มีทางหน้าหนาไร้ยางอาย วิ่งไปนับญาติกับพวกเจ้าเป็นแน่ เช่นเดียวกัน หากพวกเจ้าสิ้นเนื้อประดาตัว ต้องนอนกลางถนน ข้าก็จะไม่ยื่นมือช่วยเหลือ พวกเราต่างคนต่างอยู่ ต่างใช้ชีวิตของตนเองเถอะ!”

            “ท่านอาสาม ท่านพ่อของข้าตายไปแล้ว ต่อให้ท่านแค้นเขา เกลียดเขา ท่านก็ไม่ควรไร้หัวใจ ทำเช่นนี้กับพวกเราสิเจ้าคะ?” หลิ่วอู่ตั้งคำถามอย่างไม่ยินยอม

            “ไม่ใช่ข้าไร้หัวใจ แต่เป็นพวกเจ้าที่ทำให้ข้าผิดหวังเหลือเกิน หากไม่พูดถึงพี่ชายทั้งสองของข้า เสี่ยวอู่ ตั้งแต่เล็กจนโตเจ้าตีเทียนฉีมากี่ครั้งหรือ? เจ้าเคยเห็นแก่อาสามคนนี้ รักเทียนฉีเหมือนน้องชายบ้างไหม? เสี่ยวซาน เสี่ยวซือ พวกเจ้าเคยเข้าข้างช่วยเหลือเทียนฉีจากเสี่ยวอู่กี่ครั้ง พวกเจ้าเคยปกป้องเทียนฉี รักเขาเหมือนเป็นน้องชายจริงๆ ไหม?”

            “นี่...”

            ได้ยินคำนี้ หลิ่วซานกัดริมฝีปากแน่นไม่ส่งเสียง หลิ่วซือปิดปากไม่พูด เป็นความจริงที่พวกนางไม่เคยทำเช่นนั้น

            “ท่านอาสาม แค่เพื่อน้องเจ็ด ท่านจะทำเช่นนี้กับพวกเราหรือ? น้องเจ็ดเป็นลูกชายแท้ๆ ของท่าน แล้วพวกเราไม่ใช่หลานสาวแท้ๆ ของท่านหรือ?” หลิ่วอู่พูดอย่างไม่ยินยอมอีกครั้ง นางคิดว่าทุกสิ่งล้วนเป็นความผิดของน้องเจ็ด เป็นเพราะน้องเจ็ดฟ้องท่าน ท่านอาสามถึงทำเช่นนี้กับพวกนาง

            ได้ยินเข้า หลิ่วเหอหัวเราะเย้ยหยันทีหนึ่ง

            “ฉีเอ๋อร์เป็นเลือดเนื้อของข้า เป็นสายเลือดเพียงหนึ่งเดียวที่เหลียนเอ๋อร์ใช้ชีวิตของนางทิ้งไว้ให้ เขาเป็นลูกชายที่ข้ารักที่สุด ข้ารักเขาดั่งที่พ่อของพวกเจ้ารักพวกเจ้า ช่างน่าขำนัก พวกเจ้าปากว่าจะตอบแทนข้า แต่กระทั่งลูกชายข้าพวกเจ้ายังยอมรับไม่ได้ ข้ายังหวังให้พวกเจ้าตอบแทนอะไรข้าได้อีก หืม?”

            “ท่านอาสาม เป็นความผิดของซือเอ๋อร์เอง หลังจากนี้ซือเอ๋อร์จะแก้ไข จะรักน้องเทียนฉีให้มากๆ มองเขาประหนึ่งเป็นน้องชายแท้ๆ ท่านอาสาม ท่านอย่าโกรธซือเอ๋อร์ อย่าถือโทษพวกเราบ้านรองเลยนะเจ้าคะ!” หลิ่วซืออ้าปากวิงวอน

            “ใช่แล้ว ท่านอาสาม ซานเอ๋อร์จะแก้ไขเช่นกัน ซานเอ๋อร์จะรักเทียนฉีประหนึ่งเป็นน้องชายตนเอง ท่านอาสาม ขอท่านอย่าถือโทษท่านพ่อ อย่าถือโทษซานเอ๋อร์อีกเลยนะเจ้าคะ!”

            “พอแล้ว สาวน้อยทั้งสาม ไม่ต้องพูดมาก คำที่ควรพูดข้าล้วนพูดกระจ่างชัด ตอนนี้ ส่งป้ายหยกของพวกเจ้ามาเสียเถอะ! ข้าให้หลิ่วถงจองโรงเตี๊ยมใกล้ๆ ไว้ให้สามห้อง ค่าห้องจ่ายให้เรียบร้อย อีกประเดี๋ยวหลิ่วถงจะพาพวกเจ้าไป ก่อนเข้าร่วมการสอบคัดเลือกของวิทยาลัยเซิ่งตู พวกเจ้าก็พักอยู่ที่นั่นไปก่อน! ส่วนหลังจากนั้น พวกเจ้าจะสอบเข้าวิทยาลัยเซิ่งตูได้หรือไม่ จะกลับหรือไม่กลับเมืองฝูเฉิง เรื่องเหล่านี้ล้วนไม่เกี่ยวอันใดกับข้าอีก!”

            “ท่านอาสาม...”

            “คุณหนูทั้งสาม ไปเถอะขอรับ!” หลิ่วถงก้าวเดินมาตรงหน้าทั้งสามคน

            หลิ่วอู่กัดฟัน เขวี้ยงป้ายหยกเรียกตัวลงพื้นเป็นคนแรกแล้วลุกขึ้นยืน จากนั้นหลิ่วซือกับหลิ่วซานจึงมอบป้ายหยกอย่างจนปัญญา เดินจากไปด้วยกันกับหลิ่วถง

    คล้ายกับเรื่องข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592